<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวที&#039;ไทยไม่ทน&#039;แนะแนวทางเปิดประมูลดาวเทียมไทยคมให้โปร่งใสเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ก.ย. 64 - ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดเสวนา เรื่อง ทวงคืนสมบัติแผ่นดิน รัฐควรบริหารดาวเทียมไทยคมต่อไปอย่างไร? อภิปรายโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา&amp;#39;35 ผู้ก่อตั้งกลุ่มไทยไม่ทน , นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล&amp;nbsp; อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และที่ปรึกษาเศรษฐกิจไทยไม่ทน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนายเมธา มาสขาว&amp;nbsp; เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ดำเนินรายการโดย นายณัทภัช อัคฮาด&amp;nbsp; คณะทำงาน ไทยไม่ทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดย​นายอดุลย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เวทีวันนี้เพราะคิดว่าประชาชนทุกคน เป็นเจ้าของประเทศต้องมีส่วนร่วมในการทวงคืนสมบัติชาติ และสมบัติของแผ่นดิน ต้องเอาทรัพย์สินกลับคืนมาที่ถูกฮุบไปโดยนักการเมืองและนายทุนก่อน หัวใจที่สำคัญในเรื่องของดาวเทียมคือมีความไม่ชอบมาพากลและความไม่โปร่งใสแอบแฝงหรือไม่&amp;nbsp; การที่ท่านไม่ได้เตรียมความพร้อมที่จะรับมอบดาวเทียมให้คืนมา ทำไม 7 ปีภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ถึงไม่ได้เตรียมความพร้อม&amp;nbsp; เกิดจากการที่ท่านจงใจไม่เตรียมความพร้อม ในการรับผิดชอบนำดาวเทียมกลับคืนมาหรือท่านประมาท&amp;nbsp; เหตุใดรัฐบาลประยุทธ์จึงไม่จัดการกับคนที่รับผิดชอบในเรื่องนี้&amp;nbsp; และก่อนที่รัฐบาลจะรับมอบดาวเทียม 4 และ 6 ยังติดภารกิจเก็บเงินรัฐบาลอยู่ เนื่องจากดาวเทียมไทยคมวงที่ 4 ภายในประเทศแต่เป็นดาวเทียมดวงใหญ่แบบสุทธิ&amp;nbsp; และมีรายได้มากมายมหาศาลแต่ไม่ได้คืนให้กับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถทำหน้าทีเรียกร้องสิทธิ์กลับคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​นายอดุลย์ กล่าวว่า&amp;nbsp; ท่านปฏิเสธบอกว่าถ้าไม่มีอำนาจอนุมัติในอวกาศ เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้นการที่ทำอย่างต่อเนื่องและ มีการเปลี่ยนแปลง 2 ข้อคือการเพิ่มทุนซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติ กับข้อเรียกร้องที่ควรจะต้อง นำกลับมาเป็นสมบัติชาตินี้ ต้องนำกลับมาให้ถูกต้อง การทำธุรกิจของบริษัท และการเอาผลประโยชน์สูงสุดต้องถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; ไม่ใช่ว่านำสมบัติชาติไปใช้ประโยชน์แล้วไม่ทวงคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;ผมกล่าวหาต่อพลเอกประยุทธ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล จะต้องควบคุมกระทรวงดีอีเอส&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านทำหน้าที่ของท่านหรือยัง อยากให้รัฐบาลช่วยชี้แจงให้ชัดเจนต่อประชาชนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ข้อมูลรายละเอียดตัวบันทึกนั้น ชัดเจนว่าทำให้ป้ายราคา 3 ป้ายที่อยู่กับดาวเทียมไทยคม 4 ถูกตัดทิ้งไป เพราะฉะนั้นเวลานี้ภาพชัดเจนว่า ถ้าทำอย่างนั้นแล้วใครจะได้ประโยชน์นายทุนผู้ใดจะได้ประโยชน์&amp;nbsp; และกลายเป็นว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่เป็นความผิด ก็จะหายไปด้วย ทั้งนี้ทราบว่า รมช.ศึกษาธิการและรมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ทักท้วงคัดค้านในเรื่องนี้ หากจะเดินหน้าพิจารณาและลงมติเห็นชอบ&amp;nbsp; ก็จะขอถอนตัวออกจากวาระการพิจารณา จึงต้องยอมถอยออกมา​&amp;quot;นายอดุลย์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า&amp;nbsp; สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำและกำหนดนโยบายคือให้ NT เลิกคิดที่จะทำตัวเป็นคนประกอบธุรกิจเอง แต่ควรจำกัดบทบาทตัวเองในฐานะผู้ถือทรัพย์สินและสิทธิ์ของรัฐเป็นหลัก&amp;nbsp; ซึ่ง NT ควรจะต้องดำเนินการ 2 ประการคือ เปิดห้องแล้วนำข้อมูลไปใส่ในห้องนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลในเรื่องของดาวเทียม ในเชิงฮาร์ดแวร์มีอุปกรณ์อะไรบ้าง ในเชิงซอฟต์แวร์มีอุปกรณ์อะไรบ้าง แล้วข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงบัญชีลูกค้าบริการธุรกิจ ที่มีอยู่ใส่เข้าไปในดาต้ารูม&amp;nbsp; จากนั้นเชิญชวนให้เอกชนรายใดที่สนใจ&amp;nbsp; เข้ามาเปิดดูข้อมูลในดาต้าโรม โดยคิดค่าทำเนียมระดับหนึ่ง เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าเป็นคนที่มีความสนใจอย่างแท้จริง และเอกชนที่จะเข้ามาเปิดดูนั้นก็ควรที่จะเป็น เอกชนที่เป็นบริษัทของไทยหรือเอกชนต่างชาติ หรือจะเป็นจอยเวนเจอร์คือบริษัทร่วมทุนก็ได้ หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้มีการประมูลโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ที่ปรึกษาไทยไม่ทน กล่าวว่า&amp;nbsp; ธุรกิจนี้ควรแบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนที่มีอยู่แล้วก็ให้เอกชนประมูล ว่าใครจะบริหารจัดการต่อไป โดยเสนอค่าจัดการให้ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ใครเสนอเปอร์เซ็นต์ต่ำสุด คนนั้นก็ได้ไป อีกส่วนหนึ่งจะเป็นธุรกิจ ซึ่งขณะนี้อาจจะไม่มีแต่จะสามารถพัฒนาขึ้นมาใหม่ ตรงนี้รัฐบาลก็กำหนดเป็นเงื่อนไขได้ว่า ออกมาเป็นลักษณะการได้ผลกำไร แล้วให้คะแนนเอกชนที่มาประมูล รายใดเสนอสัดส่วนให้แก่รัฐในสัดส่วนที่สูงที่สุด ลักษณะอย่างนี้จึงจะเป็นลักษณะของการบริหารจัดการที่ NTสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;แบบนี้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ส่วนกรณีไทยคมถ้าจะเข้ามาร่วมในการแข่งขันก็ทำได้&amp;nbsp; ที่ผมเสนอไปไทยคมก็ย่อมได้เปรียบคู่แข่งขันรายอื่น เพราะมีข้อมูลและมีความรู้ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการได้เปรียบของไทยคมถูกต้องตามกฎหมายเป็นธรรม ลักษณะอย่างนี้การเปิดประมูลเพื่อที่จะให้รัฐกับเพื่อนบริษัทที่จะขับเคลื่อนบริหารในธุรกิจที่มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; โดยจ่ายค่าทำเนียมต่ำสุด ขณะเดียวกันก็ให้บริษัทนั้น แบ่งผลกำไรให้แก่รัฐในสัดส่วนที่สูง วิธีนี้ได้ทำหนังสือเป็นจดหมายเปิดผนึกส่งไปให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว ให้ไปพิจารณาเพราะถ้าไม่เปิดให้มีการแข่งขัน แต่ท่านผูกตัวเองเข้าไปกับบริษัทไทยคม ชนิดแกะไม่ออก โดยไม่มีการแข่งกันอย่างนี้เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย&amp;rdquo; นายธีระชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​นายธีระชัย กล่าวถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่นฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวกรวม 52 คน ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&amp;nbsp; ว่า นพ.วรงค์คงไม่เข้าใจประเด็นนี้ ว่าสิ่งที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เข้าครอบครองใช้สิทธิ์ในตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเสนอเข้าที่ประชุม แต่คณะรัฐมนตรีไม่ได้อนุมัติ เพราะต้องทำอย่างรอบคอบโดยกำหนดว่า ให้กระทรวงไอซีที ไปดำเนินการตามขั้นตอนให้ถูกต้อง โดยยึดผลประโยชน์ของรัฐและที่สำคัญคือให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;ผมออกจากคณะรัฐมนตรีไปเมื่อ มกราคม 2555 จึงไม่ทราบว่า มีการอนุมัติในเรื่องนี้หรือไม่ และดำเนินการที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยยึดหลักของประเทศชาติหรือไม่และมีการเดินการเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ แต่เป็นประเด็นที่พลเอกประยุทธ์ จะต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะเป็นผลประโยชน์ของประเทศ เนื่องจากบริษัทไทยคมอ้างว่าดาวเทียมไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ แต่เป็นดาวเทียมที่ใช้สิทธิ์โดยใช้ใบอนุญาตแล้วแต่มีความเห็นว่าไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​ด้านนายเมธา กล่าวว่า ปัญหาหลักปัญหาหนึ่งก็คือ เรื่องที่มีการพูดในสภาผู้แทนราษฎรด้วย คือการใช้ระบบคอร์รัปชัน ภายใต้การอบรมหลักสูตร ขององค์กรอิสระต่างๆที่เห็นกลุ่มนายทุนและนักการเมือง เข้าไปหาผลประโยชน์ร่วมกันโดยเฉพาะ&amp;nbsp; &amp;ldquo;หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.)&amp;rdquo; ของศาลรัฐธณรมนูญ&amp;nbsp; ความจริงแล้วนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยมีหนังสือขอความร่วมมือ ไม่ให้องค์กรอิสระต่างๆจัดโครงการอบรมหลักสูตรเหล่านี้ เพราะเป็นการใช้งบประมาณของประชาชนโดยไม่ชอบ แต่ปรากฏว่าในหลักสูตรเหล่านี้ มีทั้งอดีตนักการเมือง อดีตรัฐมนตรีรวมถึงนักธุรกิจการเมืองจำนวนมาก เข้าไปอบรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​เลขาครป.กล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่ออบรมหลักสูตรเดียวกัน ต้องเกิดการเอื้ออาทรอาจจะเป็นข้อคอรหาที่เกิดขึ้น ในประเด็นเหล่านี้ เพราะอัยการสูงสุดและนักธุรกิจการเมืองคนสำคัญก็ยังเรียนหลักสูตรเดียวกัน ดังนั้นหลักสูตรเหล่านี้ควรยกเลิกได้แล้ว เพราะใช้งบประมาณของรัฐ ภาษีของประชาชนส่วนมาก แต่ไม่ได้อะไร&amp;nbsp; ส่วนหนึ่งในหลักสูตรนั้นมีการใช้เงินของผู้เรียนกับผู้เรียนหลักสูตรเดียวกัน เป็นค่าเดินทางค่าเที่ยวค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้เกิดการทุจริตนโยบายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดีอีเอส, กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย, ดาวเทียมไทยคม, ธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614db6ca624b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039;เตือนประเทศจะไม่เหมือนเดิมหากรัฐใช้ความรุนแรงกับม็อบ 7 สิงหาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ส.ค.64- นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภา&amp;rsquo; 35 และแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย กล่าวเรียกร้องรัฐบาลไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งประกาศจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 7 สิงหาคม นี้ รวมถึงจะต้องดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุมซึ่งล้วนเป็นลูกหลานและเยาวชนที่อยากเห็นอนาคตของชาติและได้รับผลกระทบจากความล้มเหลวในการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเฉพาะการไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์โควิด -19 ที่ส่งผลให้ตัวเลขคนตายและป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การถดถอยทางเศรษฐกิจที่จะขยายให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำตามมา ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะแสดงออกแม้จะมีความคิดที่แตกต่างกันทุกฝ่ายต้องดำเนินการตามวิถีทางประชาธิปไตยและมีวุฒิภาวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องและรับฟัง ความรุนแรงไม่เคยเกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุม แต่มักจะเกิดจากฝ่ายรัฐบาลและมวลชนจัดตั้ง ตนไม่อยากเห็นเหตุการณ์นองเลือดใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์หรือหน้าวัดพระแก้วเหมือนในอดีต ไม่ว่าจะเป็นจากการกระทำของรัฐบาลหรือมวลชนจัดตั้งที่อ้างว่าจะออกมาปกป้องสถาบันและความมั่นคง ซึ่งเชื่อว่าหากเหตุการณ์ซ้ำรอยความวิปโยคเหมือนในอดีต ประเทศไทยจะไม่มีทางกลับมาเป็นสังคมที่สงบสันติได้อีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวเลขคนตายหลักหลายพันและกำลังเพิ่มสูงเข้าใกล้หลักหมื่น ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ชาติไทยว่า ผู้นำคนหนึ่งจะทำให้ประชาชนตายได้ขนาดนี้ นอกจากเผด็จการทรราชอย่างพล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยจะพลิกแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพียงแค่ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก การแก้ปัญหาโควิดจะหยุดจำนวนคนป่วยและเสียชีวิตในประเทศได้ทันทีเหมือนประเทศสหรัฐอเมริกาที่สถานการณ์แก้ปัญหาโควิดดีขึ้นแทบจะทันทีเมื่อ โจ ไบเดน ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทน โดนัล ทรัมป์ นโยบายก็เปลี่ยน นอกจากนี้การฟื้นฟูประเทศก็จำเป็นที่จะต้องได้ผู้นำที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้และไม่ใช่คำตอบในสถานการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112381</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ม็อบ7สิงหา, แก้โควิดล้มเหลว, ไล่ประยุทธ์ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8ebf1e8ec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อว.&#039; รับมอบระบบบริหารจัดการผู้ป่วยรอเตียง แพทย์คนเดียวดูแลผู้ป่วยนับร้อยผ่านแอพฯ ใช้จริงสัปดาห์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
29ก.ค.64-ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) - นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีอว.&amp;nbsp;เป็นประธานรับมอบระบบบริหารจัดการผู้ป่วยรอเตียง(Patient Waitlist Management System &amp;ndash; PWMs) จากนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่ร่วมกับบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด จำนวน 2 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายเอนก กล่าวว่า ตนขอขอบคุณนายอดุลย์ ที่ซื้อเทคโนโลยีดังกล่าวจากบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด แล้วนำมาบริจาคให้ อว. โดยระบบนี้ จะช่วยเบาแรงหมอ พยาบาลและ บุคลากรทางการแพทย์ เพราะไม่จำเป็นที่หมอ พยาบาลและบุคลาการทางการแพทย์จะต้องเดินทางไปดูแลผู้ป่วยด้วยตัวเองทุกบ้าน เพียงแค่บริหารผ่านระบบบริหารจัดการผู้ป่วยรอเตียง โดยผู้ป่วยสามารถช่วยตัวเองได้ ซึ่งเหมาะสมกับช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด &amp;ndash; 19 ทั้งนี้ อว.จะวางแผนนำระบบบริหารจัดการผู้ป่วยรอเตียงไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยระบบนี้จะพัฒนาต่อและเริ่มให้ใช้จริงในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเมินกันว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดจะรุนแรงไปอีก 4 &amp;ndash; 6 สัปดาห์ จากนั้นทุกอย่างจะดีขึ้น หน้าที่ของคนไทยในวันนี้คือต้องช่วยกัน เช่น ที่นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ เข้ามาช่วยสู้ภัยโควิด ขณะที่ อว. มีโรงพยาบาล โรงเรียนแพทย์ กว่า 20 แห่ง มีหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่เทคนิคต่างๆ ที่ถือว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ พร้อมเป็นกองหนุนช่วยในสงครามสู้โควิดและพร้อมเป็นทัพหลังที่มีคุณภาพและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือและรับความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย&amp;rdquo;รมว.อว. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ&amp;ldquo;ระบบบริหารจัดการผู้ป่วยรอเตียง&amp;rdquo; เป็นระบบที่ผสมผสานความร่วมมือระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม หรือสถานดูแลสุขภาพฉุกเฉิน โดยระบบนี้จะอาศัยความร่วมมือของผู้ป่วยในการนำเข้าข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อรายงานข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย เช่น อุณหภูมิ ออกซิเจนในเลือด ความดันเลือด หรืออาการผิดปกติต่างๆ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก ไม่รับรู้รสหรือกลิ่น มีผื่นคัน เป็นต้น เข้าไปในระบบฐานข้อมูล โดยที่แพทย์สามารถวิเคราะห์หรือวินิจฉัยอาการคนไข้เพื่อที่จะดำเนินการรักษาไม่ว่าจะให้คำปรึกษา ส่งยา เวชภัณฑ์ ไปให้คนไข้ที่บ้านหรือส่งรถพยาบาลไปรับคนไข้เข้าสู่ระบบโรงพยาบาล ในกรณีที่คนไข้มีอาการหนัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คนไข้สามารถแจ้งสถานะฉุกเฉินของคนไข้เพื่อให้แพทย์ทราบ โดยที่แพทย์สามารถดูแนวโน้มข้อมูลสุขภาพและอาการผิดปกติย้อนหลัง ก่อนที่จะให้คำปรึกษาแบบ Video Conference ผ่านระบบนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงสามารถดูแลผู้ป่วยผ่านระบบนี้ โดยที่สามารถเฝ้าดูอาการของผู้ป่วยได้ตลอดเวลาหรือ real time ทำให้แพทย์เพียงไม่กี่คน สามารถดูแลคนไข้หรือผู้ป่วยได้หลายร้อยคนในเวลาเดียวกัน อีกทั้งลดความเสี่ยงของผู้ป่วยอาการน้อยหรือไม่แสดงอาการ โดยเฉพาะผู้ป่วยสูงอายุหรือโรคเรื้องรัง ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการเสี่ยงที่จะรับเชื้อเพิ่มเติมจากผู้ป่วยรายอื่นๆ ในระบบโรงพยาบาลได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111534</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ระบบบริหารจัดการผู้ป่วยรอเตียง(Patient Waitlist Management System – PWMs)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102631ccca74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เอนก” เปิดโครงการ &quot;อว. พารอด&quot; ระดม “ของดีและคนดี” เป็นกองหนุนฟันฝ่าวิกฤตโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ที่มียอดผู้ป่วยโควิดและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อว.พร้อมทำหน้าที่เป็นกองหนุนสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในภาวะวิกฤต ทั้งการลดค่าเล่าเรียนสำหรับนิสิตและนักศึกษามหาวิทยาลัยร้อยะ 50 ในภาคเรียนที่ 1/2564 นี้ และการสนับสนุนพื้นที่ของสถาบันอุดมศึกษาในการเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังร่วมสนับสนุนกระทรวงกลาโหมในการเปิดโรงพยาบาลสนาม และห้อง ICU รวมทั้งระบบการส่งต่อผู้ป่วย และการสนับสนุนสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและกระทรวงสาธารณสุขในการให้ข้อมูลเตียงว่างในโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ และสนับสนุนทีมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโควิด-19 เชิงรุก หรือ Comprehensive Covid-19 Response Team (CCRT) ผ่านกลไกการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่และประชาชนทั่วไปภายใต้โครงการ U2T ที่สามารถจ้างเพิ่มได้อีกประมาณ 4,000 อัตรา เพื่อนำบุคลากรมาช่วยสนับสนุนงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.อว. กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์หน้า อว.เตรียมเปิดตัวโครงการ &amp;quot;อว. พารอด&amp;quot; เป็นการรวมจิตอาสาและอาสาสมัคร ซึ่งอาจรวมถึงผู้ป่วยโควิดที่หายดีแล้ว มาร่วมโทรศัพท์ให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยที่อยู่ใน Home Isolation และ Community Isolation ซึ่งการให้กำลังใจนี้ เป็นสิ่งที่เสริมจากการติดต่อตามปกติเพื่อสอบถามอาการประจำวันของบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งจะมีการส่ง &amp;quot;กล่อง อว. พารอด&amp;quot; ที่มียาสมุนไพรและอุปกรณ์ที่จำเป็นเพิ่มเติมจากที่โรงพยาบาลมีให้ โดยจะเริ่มนำร่องกับผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลในเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) ภายใต้ อว. โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการรวมพลังของทุกภาคส่วนของ อว. เพื่อให้กำลังใจและสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตโควิดไปได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ตนยังได้รับรายงานว่าสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ระดมทุนเพื่อสร้างระบบห้องความดันลบ ซึ่งใช้แบบพิมพ์เขียวที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน หน่วยงานภายใต้ อว.&amp;nbsp; โดยมีแผนการสร้างเครื่อง High Flow ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเบื้องต้น สามารถระดมทุนสร้างระบบได้ถึง 50 ห้อง ซึ่งตามสถิติแล้ว หากสถานพยาบาลมีห้องความดันลบเพิ่มขึ้นหนึ่งห้อง จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยโควิดได้ไม่น้อยกว่า 5 คนต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ จะมีการส่งมอบห้องความดันลบห้องแรกจากการระดมทุนนี้ในวันที่ 26 ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่สำคัญ ยังได้รับการติดต่อจากนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 แสดงความจำนงในการบริจาคระบบบริหารจัดการผู้ป่วยรอเตียง ซึ่งสามารถปรับเป็นระบบบริหารจัดการผู้ป่วย Home Isolation ที่พัฒนาโดยบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นส่วนสนับสนุนให้ประเทศไทยรอดพ้นวิกฤตโควิดไปได้ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นตัวอย่างของความพยายามและการร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วนเพื่อช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตโควิดในครั้งนี้ให้ได้&amp;rdquo; ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110964</URL_LINK>
                <HASHTAG>CCRT, Community Isolation, Comprehensive Covid-19 Response Team, Home Isolation, UHosNet, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กล่อง อว. พารอด, จ้างงานบัณฑิตจบใหม่, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด, รวมจิตอาสาและอาสาสมัคร, ลดค่าเล่าเรียน, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน, สถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย, สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล, ห้องความดันลบ, อว., อว. พารอด, เครื่อง High Flow, เปิดโรงพยาบาลสนาม, โครงการ U2T, โทรศัพท์ให้กำลังใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fbc7ec1d681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลประจานชัด ทั่นนักการเมือง คือ‘อภิสิทธิ์ชน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นิด้าโพล&amp;quot; เผย ปชช.มอง &amp;quot;นักการเมือง-คนใกล้ชิด&amp;quot; ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน เจอจับได้ชอบแก้ตัวรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่เชื่อจะแก้ให้หมดไปจากสังคมไทยได้ &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; ฮึ่ม! ฟันกลุ่มคาร์ม็อบหลายข้อหา &amp;quot;ไทยไม่ทน&amp;quot; ปรับยุทธศาสตร์ไล่ประยุทธ์ช่วงโควิดระบาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพลร่วมกับคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่องอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,312 หน่วยตัวอย่าง พบว่า กลุ่มในสังคมที่ชอบทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.80 ระบุ เป็นนักการเมืองระดับชาติ/คนใกล้ชิด รองลงมา ร้อยละ 46.88 ระบุ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น/คนใกล้ชิด ร้อยละ 27.13 ระบุ เป็นเศรษฐี คนมีเงิน/คนใกล้ชิด ร้อยละ 20.27 ระบุ เป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ/คนใกล้ชิด ร้อยละ 10.52 ระบุ เป็นคนในวงการบันเทิง/คนใกล้ชิด ร้อยละ 6.55 ระบุ เป็นนักธุรกิจ เจ้าของกิจการขนาดใหญ่/คนใกล้ชิด ร้อยละ 6.33 ระบุ เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง สังคม ร้อยละ 2.67 ระบุ เป็นสื่อมวลชน ผู้บริหารองค์กรสื่อ/คนใกล้ชิด ร้อยละ 1.83 ระบุ เป็นนักวิชาการ ผู้มีการศึกษาสูง/คนใกล้ชิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้มีคนชอบทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 68.75 ระบุ เชื่อว่าตนเองมีตำแหน่ง อำนาจ รองลงมา ร้อยละ 48.48 ระบุ เชื่อว่าตนเองมีเงิน ร้อยละ 21.80 ระบุ มีนิสัยเห็นแก่ตัว ร้อยละ 20.35 ระบุ เชื่อว่าตนเองมีเส้นสายดี ร้อยละ 14.33 ระบุ เชื่อว่าตนเองเป็นคนมีชื่อเสียง เด่นดัง ร้อยละ 4.73 ระบุ เชื่อว่ามีคนกลัว/เกรงใจตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสิ่งที่จะทำหากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่มีคนทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชนนั้น ส่วนใหญ่ร้อยละ 49.39 ระบุ ขอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจ รองลงมา ร้อยละ 31.86 ระบุ อยู่นิ่งๆ เฉยๆ เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของเราเอง มีเพียงร้อยละ 11.36 ระบุ ขัดขวาง ไม่ยอมปล่อยให้มีใครทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน และร้อยละ 7.01 ระบุ ถ่ายคลิปหรืออัดเสียงเพื่อประจานลง social media
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อคำแก้ตัวของอภิสิทธิ์ชนที่น่ารังเกียจที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 37.73 ระบุ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ รองลงมา ร้อยละ 26.52 ระบุ ไม่รู้ว่าผิด ร้อยละ 18.45 ระบุ ไม่มีเจตนา และท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาการมีอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย พบส่วนใหญ่ร้อยละ 36.82 ระบุ อาจจะแก้ไขได้ แต่ร้อยละ 33.08 ระบุ แก้ไขไม่ได้แน่นอน และร้อยละ 22.94 ระบุ แก้ไขได้แน่นอน และร้อยละ 7.16 ระบุอาจจะแก้ไขไม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงถึงกรณีการชุมนุม 3 กลุ่มขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า การชุมนุมทั้ง 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มประชาชนคนไทย นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ กลุ่มไทยไม่ทน นำโดย นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ และกลุ่มคาร์ม็อบที่นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ซึ่งในความผิดทั้ง 3 กลุ่ม พนักงานสอบสวนจะมีการประชุมในวันที่ 12 ก.ค.นี้ เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะกลุ่มคาร์ม็อบจะต้องมีการพิจารณาว่ามีใครถูกดำเนินคดีบ้าง ความผิดชัดเจน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ &amp;nbsp;และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ร.บ.ความสะอาด พ.ร.บ.เครื่องกระจายเสียง ถ้าพบการเดินทางของกลุ่มคาร์ม็อบมีการกีดขวางการจราจรก็จะผิดข้อหาขับรถยนต์กีดขวางการจราจร ถ้าขับรถโดยไม่ระมัดระวังกีดขวางคนอื่นอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่นก็จะเป็นความผิดข้อหาขับรถไม่คํานึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ที่จะต้องร่วมกันพิจารณา&amp;quot; โฆษก บช.น.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และแกนนำกลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวขอบคุณประชาชนทุกกลุ่มที่ออกมารวมพลังขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยระบุว่า แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่สามารถหยุดยั้งประชาชนที่ไม่สามารถทนทุกข์กับความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียนประชาชนที่เคารพทุกท่านว่า ไทยไม่ทนกำลังปรับยุทธศาสตร์ยุทธวิธีในการเคลื่อนไหวเพื่อรุกคืบขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ลาออกไปให้ได้ภายใต้สถานการณ์โควิดระบาดหนัก กิจกรรมต่างๆ จึงกำลังพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อความปลอดภัยจากโควิดในช่วงล็อกดาวน์ โดยมีมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เพราะประชาชนต้องดูแลตัวเองและพึ่งรัฐบาลไม่ได้แล้ว เราพยายามจะไม่รวมกลุ่มจำนวนมาก แต่ใช้คนจำนวนน้อยเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลตามสถานการณ์ ซึ่งการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาทำให้ประชาชนตื่นตัวเห็นถึงความล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์มากขึ้นเป็นลำดับ&amp;quot; นายอดุลย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ประกาศนัดหมายหน้าทำเนียบรัฐบาล เดินหน้าขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ในวันอาทิตย์ เวลา 16.00 น. ก่อนการล็อกดาวน์ ในวันที่ 12 ก.ค.นั้น ทำให้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. มีการนำลวดหนามหีบเพลง รวมถึงแผงเหล็กกั้นจุดต่างๆ ใกล้ทำเนียบรัฐบาล ทั้งบนผิวจราจรและบันไดทางขึ้น-ลงสะพานลอยในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ &amp;lsquo;ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย&amp;rsquo; ได้แชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก &amp;lsquo;Pimtha Cartoon&amp;rsquo; เผยให้เห็นภาพบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐก่อนข้ามมายังทำเนียบรัฐบาล รวมถึงสะพานลอยบริเวณดังกล่าวมีการตั้งหีบเพลงแผงเหล็กปิดทางขึ้นสะพานลอยเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. กลุ่มไทยไม่ทนพร้อมรถเครื่องเสียงตั้งเวทีบรรเลงเพลง รอมวลชนเดินทางมาร่วมการชุมนุมครั้งสุดท้ายครั้งนี้ ขณะเดียวกันมีการจัดพ่นแอลกอฮอล์ ตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเข้าพื้นที่ฟังปราศรัย ด้านพ่อค้าแม่ค้าได้มาตั้งร้านขายของเตรียมพร้อมรับผู้ชุมนุมเช่นเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109398</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม, ทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, นิด้าโพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eaef8859aea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ถอย!ไทยไม่ทนฯเดินหน้าจัดม็อบไล่&#039;ประยุทธ์&#039;ต่อหลัง&#039;จตุพร&#039;นอนคุก ประเดิม10ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
09 ก.ค.64 - กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ออกแถลงการณ์มีเนื้อหาว่า เนื่องด้วยศาลสถิตยุติธรรมมีคำสั่งให้จำคุกต่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. และหนึ่งในแกนนำคณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ในคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางข้อกังขาที่ว่า นายจตุพร ได้จำคุกมาครบแล้วใน 2 คดี ซึ่งเป็นคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ทั้ง 2 คดี โดยเป็นการนับพร้อม จำคุกพร้อมกันทั้งสองคดีซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อจำคุกจนครบและได้หมายบริสุทธิ์จนปล่อยตัวมากว่า 3 ปี แล้ว กลับมีเหตุให้ต้องกลับไปจำคุกอีกครั้งเนื่องจากนับวันขังไม่ครบและให้นับต่อใหม่ ซึ่งคดีเช่นนี้แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในกระบวนการยุติธรรมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอยืนยันว่า แม้นายจตุพร พรหมพันธุ์ หนึ่งในแกนนำจำเป็นต้องหยุดพักภารกิจชั่วคราว แต่การเคลื่อนไหวของ ไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จะยังเดินหน้าต่อไปเพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมือง ภายใต้การนำของนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และคณะเหมือนเดิมทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาที่รัฐบาลทรรัฐใช้กระบวนการยุติธรรมกลั่นแกล้งคุกคามแกนนำคณะสามัคคีฯ ไม่สามารถหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนได้ และข้อครหาที่มีผู้มีอำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อเตะตัดขาการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน ไม่อาจประสบความสำเร็จ เพราะการต่อสู้เพื่อขับไล่รัฐบาลที่ชั่วช้า ทุจริตคอร์รัปชั่นอำนาจและเงินตรา ค้าความตายของพี่น้องประชาชน เป็นฉันทานุมัติของคนไทยทั้งประเทศแล้ว ไม่มีใครที่กลัวการถูกดำเนินคดีใดๆ ที่ไม่ชอบธรรม เพราะภารกิจการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ และพวก เป็นภารกิจเพื่อชาติบ้านเมืองและส่วนรวมอย่างแท้จริง แม้แกนนำคนใดต้องถูกดำเนินคดี ก็จะมีแกนนำคนใหม่ออกมานำการต่อสู้ไม่มีสิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชะตาขาดแล้ว เนื่องจากบริหารบ้านเมืองล้มเหลว ไร้ซึ่งภาวะผู้นำ เห็นแก่ตัวเอง พวกพ้อง ผลประโยชน์ และนายทุน มิได้คำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชน ดังที่ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีควรทำ และยังใช้ความเป็นความตายของประชาชนในการรักษาอำนาจไว้ ตามการต่อ พรก.ฉุกเฉินฯ ออกไปไม่สิ้นสุด แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิดได้ จนการระบาดกว้างขวาง พี่น้องประชาชนทุกข์ยากลำเค็ญไปทั่วทุกหัวระแหง วัคซีนที่นำเข้ามาก็ถูกกล่าวหาว่ามีการคอร์รัปชั่นอย่างชัดเจนด้วยการผูกขาดการนำเข้าวัคซีนอย่างเป็นระบบ หากพล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในอำนาจต่อไป ปัญหาประเทศไทยก็จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ เสียหายทั้งชีวิต เศรษฐกิจ สังคมของประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จึงขอประกาศว่า จะก้าวข้ามความขัดแย้งในหมู่ประชาชนและสามัคคีประชาชนทุกฝ่าย เพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี ลาออกโดยเร็วที่สุด ก่อนชาติบ้านเมืองจะพังทลาย และความเสียหายจะยากเกินเยียวยามากไปกว่านี้ โดยขอส่งสาสน์ฉบับนี้ ไปถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี อย่าได้ใช้สถานการณ์ระบาดโควิด-19 เป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจและหลอกลวงประชาชนอีกเลย เพราะปัจจุบันนี้ บุคลากรทางการแพทย์เริ่มจะรับมือกับสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ไม่ไหวแล้ว เพราะการขาดความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ชั่วช้าสามานย์ อย่าให้ประเทศต้องถูกทำลายเพราะผู้มีอำนาจที่ฉ้อฉลไม่กี่คนอีกต่อไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2564 นี้ คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ขอประกาศเข้าร่วมกิจกรรม Car Mob กับเครือข่ายนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ สมบัติ (ทัวร์) เพื่อร่วมกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109149</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย, คาร์ม็อบ, จตุพร พรหมพันธุ์, นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ม็อบไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e7f7b848da7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดุลย์&#039;ข้องใจ&#039;ประสิทธิ์&#039;ตุ๋นพันล้าน โยง&#039;ประยุทธ์&#039;อยู่ในตำแหน่งทำสถาบันมัวหมอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64 -&amp;nbsp; นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535&amp;nbsp; กล่าวว่า กรณีการจับกุม นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชนมูลค่าเป็นพันล้านบาท โดยแอบอ้างเป็นคนรักสถาบันแล้วอาศัยเป็นเครดิตสร้างภาพหลอกลวงประชาชน เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ คือการทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์มัวหมอง ยังมีคนแอบอ้างสถาบันเพื่อผลประโยชน์ตัวเองอีกมาก หากพล.อ.ประยุทธ์ ยังดื้อด้านทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ยังจะมีเหตุการณ์ที่สร้างมลทินให้กับสถาบันตามมาอีก
&amp;nbsp;
นายอดุลย์ ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงอย่างนายประสิทธิ์ เข้ามามีความสัมพันธ์กับกองทัพได้อย่างไร จนได้เป็นประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน และแอบอ้างว่ามีความสนิทสนมกับบุคคลระดับสูง ยังอ้างว่ามีคนระดับสูงมาร่วมลงทุน และบริษัทได้นำเงินที่ได้ไปมอบให้อีกด้วย สร้างภาพลักษณ์การทำดีเป็นคนเสียสละจนทำให้คนหลงเชื่อ ที่สำคัญ บริษัทในเครือของนายประสิทธิ์ ได้ให้หน่วยปฏิบัติการข่าวสาร หรือ ไอโอ ของกองทัพ ใช้พื้นที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ในเครือบริษัทนายประสิทธิ์ เพื่อปฏิบัติการณ์ไอโอ และยังใช้นายประสิทธิ์ เป็นอาจารย์พิเศษโรงเรียนจิตอาสา อบรมเจ้าหน้าที่ของกองทัพด้วย เมื่อความแตกว่านายประสิทธิ์เป็นนักต้มตุ๋นกองทัพจะอธิบายต่อสังคมอย่างไร นอกจากดำเนินการทางกฎหมายแล้ว ต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเชิงลึกด้วย เพราะทำให้กองทัพและสถาบันเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์รู้ดีว่าการจะดำรงรักษาระบอบประยุทธ์เอาไว้จำเป็นต้องใช้คนแบบนายประสิทธิ์ ใช้รัฐมนตรีแบบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ใช้นั่งร้านแบบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และใช้ ไอโอ ปั่นหัวประชาชนให้เกิดความแตกแยก และยังมีบางคนที่โหนเจ้าอ้างว่าทำเพื่อสถาบันแต่แท้จริงแล้วเพื่อการดำรงอยู่เพื่อระบอบประยุทธ์มากกว่า ปัญหาคือ ความพยายามรักษาระบอบประยุทธ์ กับความอดทนของประชาชนที่ไม่อาจมองเห็นสถาบันต้องมัวหมองเพราะพล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; กำลังถึงจุดระเบิด ซึ่งแน่นอนว่าย่อมหมายถึงบาดแผลของประเทศครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง และขอทำนายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีบั้นปลายชีวิตที่ไม่ปกติสุขอย่างแน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอดุลย์ กล่าวว่า เกียรติยศสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ หมดสิ้นความสง่างามไปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ควรถอนคำปฏิญาณ ข้าจะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยเสีย ตนไม่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ เคยอ่าน พันท้ายนรสิงห์ หรือไม่ ที่แม้เพียงแค่ความผิดถือท้ายเรือพระที่นั่งและทำให้โขนเรือพระที่นั่งกระทบกิ่งไม้หัก ก็ยังยอมถวายหัวเป็นราชพลี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103658</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, แอบอ้างสถาบัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606afe4bafea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
