<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มึน!ทนายอนันต์ชัยพร้อมองค์กรคนพิการยื่นหนังสือผบ.ตร.ปม’ปารีณา’ฟ้องหมิ่นฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก และตัวแทนจาก 7 องค์การคนพิการ นำเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมนำรายชื่อประชาชนที่แสดงความคิดเห็นทางโชเชียลมีเดียและผู้มีความบกพร่องทางด้านร่างกายรวม 3,106 รายชื่อ ยื่นขอความเป็นธรรม กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายอนันต์ชัย ไชยเดช, น.ส.อรัชภร โภคินภากร, น.ส.เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์ และนายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ที่ สภ.โพธาราม หลังได้โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์ น.ส.ปารีณา ที่โพสต์ต่อว่าดาราสาวก้อย อรัชพร ว่าเป็นดาราหน้าแบ๊วหรือออทิสติกกันแน่ &amp;nbsp;ซึ่งต่อมากลุ่มตัวแทนผู้พิการ และออทิสติก แสดงความไม่พอใจต่อการแสดงความคิดเห็น ทำให้ น.ส.ปารีณา เข้าแจ้งความ แต่เมื่อต้องการนำเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงไปมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.โพธาราม ทางพนักงานสอบสวนกลับแจ้งว่า คดีดังกล่าวถูกโยนให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. ไปแล้วและไม่มีอำนาจสอบสวน จึงไม่ทราบว่าตกลงตำรวจหน่วยไหนมีหน้าที่รับผิดชอบกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึง ผบ.ตร.เนื่องจากมีปัญหาข้อกฎหมายและต้องการความชัดเจนว่า คดีหมิ่นประมาททางโซเชียลมีเดียตกลงแล้วจะขึ้นกับตำรวจไซเบอร์ หรือตำรวจท้องที่ เพราะคดีที่ถูกแจ้งข้อหาพนักงานสอบสวนแจ้งว่าไม่อยู่ที่ สภ.โพธารามแล้ว ทำให้สับสนไม่สามารถส่งพยานหลักฐานพร้อมรายชื่อประชาชนที่ลงชื่อคัดค้าน กรณี น.ส.ปารีณาบูลลี่ออทิสติกเพื่อใช้ในการสอบสวนได้ ทั้งที่หลักฐานดังกล่าวหากมีการสอบสวนและไม่พบความผิดตนเองและพวกก็ไม่ต้องตกเป็นผู้ต้องหา วันนี้จึงนำหลักฐานต่างกล่าวมามอบให้ ผบ.ตร. เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้ยื่นหลายหน่วยงาน อาทิ รัฐสภา เพื่อสอบจริยธรรม ส.ส.ปารีณาด้วย และขอท้าให้ ส.ส.ปารีณา ดำเนินการฟ้องแพ่งเรียกเงิน 1 ล้านตามที่เคยพูดไว้ได้เลย เพราะผมเองก็พร้อมต่อสู้จนถึงที่สุดเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชูศักดิ์ เรียกร้องให้ผู้ที่ชอบเอาความพิการของผู้อื่นมาล้อเล่น พูดสนุกปาก หรือเปรียบเทียบขอให้เลิก และหยุดกระทำการกับเรื่องอย่างนี้เพราะผู้พิการหรืออทิสติกก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน หากได้ยินจะรู้สึกอย่างไร และผู้พิการเหล่าก็ไม่ได้สร้างความเสียหายให้สังคมจึงไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติหรือแบ่งแยก &amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่พูดเป็นถึง ส.ส.ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนได้ไม่ใช่ไม่พอใจก็จะดำเนินคดีผู้อื่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94090</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายชูศักดิ์ จันทยานนท์, นายอนันต์ชัย ไชยเดช, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ส.ส.ราชบุรี, โชเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035ecec6fdb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มึน!ทนายอนันต์ชัยพร้อมองค์กรคนพิการยื่นหนังสือผบ.ตร.ปม’ปารีณา’ฟ้องหมิ่นฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.64 - นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ พร้อมด้วย นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก และตัวแทนจาก 7 องค์การคนพิการ นำเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมนำรายชื่อประชาชนที่แสดงความคิดเห็นทางโชเชียลมีเดียและผู้มีความบกพร่องทางด้านร่างกายรวม 3,106 รายชื่อ ยื่นขอความเป็นธรรม กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายอนันต์ชัย ไชยเดช, น.ส.อรัชภร โภคินภากร, น.ส.เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์ และนายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ที่ สภ.โพธาราม หลังได้โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์ น.ส.ปารีณา ที่โพสต์ต่อว่าดาราสาวก้อย อรัชพร ว่าเป็นดาราหน้าแบ๊วหรือออทิสติกกันแน่ &amp;nbsp;ซึ่งต่อมากลุ่มตัวแทนผู้พิการ และออทิสติก แสดงความไม่พอใจต่อการแสดงความคิดเห็น ทำให้ น.ส.ปารีณา เข้าแจ้งความ แต่เมื่อต้องการนำเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงไปมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.โพธาราม ทางพนักงานสอบสวนกลับแจ้งว่า คดีดังกล่าวถูกโยนให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. ไปแล้วและไม่มีอำนาจสอบสวน จึงไม่ทราบว่าตกลงตำรวจหน่วยไหนมีหน้าที่รับผิดชอบกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึง ผบ.ตร.เนื่องจากมีปัญหาข้อกฎหมายและต้องการความชัดเจนว่า คดีหมิ่นประมาททางโซเชียลมีเดียตกลงแล้วจะขึ้นกับตำรวจไซเบอร์ หรือตำรวจท้องที่ เพราะคดีที่ถูกแจ้งข้อหาพนักงานสอบสวนแจ้งว่าไม่อยู่ที่ สภ.โพธารามแล้ว ทำให้สับสนไม่สามารถส่งพยานหลักฐานพร้อมรายชื่อประชาชนที่ลงชื่อคัดค้าน กรณี น.ส.ปารีณาบูลลี่ออทิสติกเพื่อใช้ในการสอบสวนได้ ทั้งที่หลักฐานดังกล่าวหากมีการสอบสวนและไม่พบความผิดตนเองและพวกก็ไม่ต้องตกเป็นผู้ต้องหา วันนี้จึงนำหลักฐานต่างกล่าวมามอบให้ ผบ.ตร. เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้ยื่นหลายหน่วยงาน อาทิ รัฐสภา เพื่อสอบจริยธรรม ส.ส.ปารีณาด้วย และขอท้าให้ ส.ส.ปารีณา ดำเนินการฟ้องแพ่งเรียกเงิน 1 ล้านตามที่เคยพูดไว้ได้เลย เพราะผมเองก็พร้อมต่อสู้จนถึงที่สุดเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชูศักดิ์ เรียกร้องให้ผู้ที่ชอบเอาความพิการของผู้อื่นมาล้อเล่น พูดสนุกปาก หรือเปรียบเทียบขอให้เลิก และหยุดกระทำการกับเรื่องอย่างนี้เพราะผู้พิการหรืออทิสติกก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน หากได้ยินจะรู้สึกอย่างไร และผู้พิการเหล่าก็ไม่ได้สร้างความเสียหายให้สังคมจึงไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติหรือแบ่งแยก &amp;nbsp;โดยเฉพาะผู้ที่พูดเป็นถึง ส.ส.ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนได้ไม่ใช่ไม่พอใจก็จะดำเนินคดีผู้อื่น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94089</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายชูศักดิ์ จันทยานนท์, นายอนันต์ชัย ไชยเดช, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, ส.ส.ราชบุรี, โชเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035ecec6fdb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2019 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายพาชายสติไม่สมประกอบร้องกองปราบเอาผิดตร.สุพรรณฯ ยัดข้อหาพรากผู้เยาว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.62 - จากกรณีการตามหาเด็กชายซูลุยผิว หรือ น้องต้าแง วัย 2 ขวบ เด็กชายชาวพม่าที่หายตัวไปกลางไร่อ้อยในพื้นที่หมู่บ้านสุวรรณวัฒน์ หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นเวลา 9 วัน กระทั่งพบศพน้องต้าแงในร่องน้ำ ไกลจากจุดที่หายประมาณ 800 เมตร ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับนายฝน ชายสติไม่ดี ในข้อหาพรากผู้เยาว์ โดยศาลได้มีคำสั่งให้นำตัวนายฝนเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอาการทางจิตที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เป็นเวลา 30 วัน ต่อมา ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีคำสั่งปล่อยตัวนายฝนกลับสู่ความดูแลของพ่อแม่เมื่อวันที่ 2 ก.พ.62 ที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านได้เตรียมทำบุญทำพิธีรับขวัญนายฝนในวันเสาร์ที่ 9 ก.พ. ที่จะถึงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความได้พานายทองขวัญ ฉิมมา หรือ ฝน พร้อมด้วยนายสมจิตร ฉิมมา และ นางพะยูง สร้อยทอง พ่อและแม่ของนายฝนที่ตกเป็นผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์ คดีการเสียชีวิตของ ด.ช.ซูลุยผิว หรือต้าแง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร &amp;nbsp;ผู้บังคับการจังหวัดสุพรรณบุรี (ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี) พ.ต.อ.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สมเดช เกษมสุข ผกก.สอบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี &amp;nbsp;พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี &amp;nbsp;ผกก.สภ.สระยายโสม พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนและผู้ปฏิบัติรวม 12 นาย ข้อหา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ม.166 ปลอมแปลงเอกสาร ม.200 กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษและ ม.135 หน่วงเหนี่ยวกักขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า&amp;nbsp;คดีนี้ ผลการตรวจวินิจฉัยของแพทย์ จากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ สรุปว่า นายฝน ปัญญาอ่อนระดับกลาง หรือเทียบเท่ากับเด็กอายุ 7 ปี มีโรคทางอารมณ์ จากอาการทางระบบสมองโรคลมชัก จากภาวะทางจิตเวชและระบบสมองทำให้ ผู้รับการตรวจไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ไม่สามารถตอบคำถามได้ตรงตามคำถามไม่สามารถคิดอะไรซับซ้อน การตัดสินใจไม่ดีคล้ายเด็กและมีปัญหาการควบคุมอารมณ์เมื่อถูกกระตุ้นเห็นควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาจากอารมณ์ และควรได้รับการดูแลจากญาติอย่างใกล้ชิด โดยนายฝน ได้อยู่ในการดูแลวินิจฉัยของแพทย์ ที่ประกอบไปด้วยจิตแพทย์พยาบาลจิตเวชนัก สังคมสงเคราะห์นักจิตวิทยาคลินิกและนักกิจกรรมบำบัด เป็นเวลากว่า 38 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานผิดพลาดหลังเกิดเหตุ แทนที่จะนำตัวส่งแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยทั้งที่รู้ว่านายฝนสติไม่สมประกอบ แต่กลับเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์ โดยไม่มีประจักษ์พยานหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงว่านายฝนเป็นผู้ก่อเหตุ หลังเกิดเหตุวันที่ 25 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายฝนไปสอบปากคำก่อนที่จะปล่อยตัวกลับมา วันที่ 26 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจนำนายฝนพร้อมพ่อไปสอบสวนอ้างบอกสอบในฐานะพยาน แต่กลับนำตัวนายฝนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีการบันทึกวีดีโอทั้งที่ตอนแรกบอกว่าสอบในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม ได้ไปขอศาลออกหมายจับคดีพรากผู้เยาว์ โดยมี พล.ต.ต.คมศักดิ์ ผู้บังคับการจังหวัดสุพรรณบุรี หัวหน้าเจ้าพนักงาน ก่อนนำหมายจับไปแจ้งให้นายฝนทราบที่สถาบันกัลยาฯ โดยอ้างว่านายฝนได้อ่านหมายจับด้วยตัวเองพร้อมพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งเป็นการบันทึกการจับกุมโดยมิชอบ กระทั่งวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วีรยุทธ สุขแสง พนักงานสอบสวน.สภ.สระยายโสม ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอเลิกคำร้องฝากขังและปล่อยตัวผู้ต้องหาออกมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 12 นายแล้ว ยังมีแพทย์ที่ต้องแจ้งความเพิ่มเนื่องจากลงความเห็นว่า นายฝนสามารถให้การได้ทั้งที่สมองพัฒนาการเท่ากับเด็กอายุ 5 ขวบ ตำรวจไทยเก่งที่สุดในโลก รู้ถึงไหนอายถึงนั่นตำรวจสอบสวนคนปัญญาอ่อนรู้เรื่อง ต้องไปเรียนการสอบสวนใหม่ หรือไม่ก็เลิกไปเลย นอกจากนี้ยังพบว่า มีการข่มขู่ โดยมีคนในหมู่บ้านแจ้งมาที่ตนว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงโทรมาถามพ่อของนายฝนว่าคดีไปถึงไหนแล้ว ถ้าเป็นคดีความระวังจะเดือดร้อน หลังจากนี้จะฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย โดยเรียกค่าเสียหายจำนวน 10 ล้าน เพราะคดีนี้ครอบครัวของนายฝนได้จ้างตนเป็นทนายแล้วในราคา 1 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ ถ้านายอนันต์ชัย &amp;nbsp;ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวสอบถามนายฝน ถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อให้ทราบว่านายฝนไม่สามารถตอบคําถามได้ อย่างเช่น รู้จักกับ ด.ช.ต้าแงมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว&amp;nbsp;ด.ช.ต้าแงเป็นตำรวจ แต่ขณะเดียวกันนายฝนอ้างว่าในวันที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับไปนั้นถูกใส่กุญแจมือถูกตบหน้าและถูกเอาบุหรี่จี้ที่แขนจนรู้สึกเจ็บ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษ, กองบังคับการปราบปราม, คดีต้าแง, คดีเด็กหายในไร่อ้อย, จังหวัดสุพรรณบุรี, นายอนันต์ชัย ไชยเดช, ปลอมแปลงเอกสาร, ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, แจ้งความเอาผิดตำรวจสุพรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5bcd348b83e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
