<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 17:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ย้ำเด็ก 12-17 ปี ทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา มีสิทธิรับวัคซีนไฟเซอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ต.ค.64 - &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการฉีดวัคซีนโควิด 19 ในเด็กนักเรียน ว่า ขณะนี้สามารถฉีดวัคซีนได้ตามที่คาดการณ์ ข้อมูลจากหมอพร้อมฉีดแล้วกว่า 2 ล้านราย พร้อมรับการเปิดภาคเรียนในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้ จากการฉีดที่ผ่านมายังไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรงเป็นอันตราย จึงขอให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานมาฉีดวัคซีน เพราะจะทำให้เกิดความมั่นใจทั้งตัวเด็ก ครูอาจารย์ และผู้ใกล้ชิดเด็กในการเปิดเรียน รวมถึงช่วยป้องกันทั้งติดเชื้อและแพร่เชื้อ เนื่องจากหากไม่ฉีดวัคซีน เมื่อไปเรียนเด็กอาจรับเชื้อภายนอกบ้าน และนำกลับมาแพร่ให้คนในครอบครัวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การรับวัคซีนมีประโยชน์มากกว่าไม่ได้รับวัคซีน ช่วยป้องกันตนเองให้ปลอดภัยและป้องกันผู้อื่น สังคมไทยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ถ้าทุกคนได้ฉีดวัคซีน โอกาสติดเชื้อและแพร่เชื้อให้กันจะน้อยลง&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีเด็กอายุ 12-17 ปี นอกระบบการศึกษาที่พบว่าบางส่วนเข้ารับการฉีดวัคซีนไม่ได้นั้น ได้มอบหมายให้ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อกำชับสถานพยาบาลและหน่วยบริการฉีดวัคซีน ให้ฉีดเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยไม่มีการแบ่งว่าเป็นเด็กที่อยู่ในระบบหรือนอกระบบการเรียน แต่ให้ยึดตามเกณฑ์อายุ 12-17 ปี จะมีสิทธิได้รับวัคซีนทุกคนตามความสมัครใจ ซึ่งในกลุ่มนอกระบบการศึกษาให้สถานพยาบาลเปิดรับลงทะเบียนโดยความยินยอมของผู้ปกครอง ส่วนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เข็ม 2 ในเด็กชายอายุ 12-16 ปีที่แข็งแรง อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120341</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, ฉีดวัคซีนนักเรียน, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fecc438014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;เยี่ยมจุดฉีดวัคซีนโควิด-19 จ.ปัตตานี ชื่นชมเด็กหญิง 12 ปี ยกเป็นตัวอย่างการฉีดวัคซีนในเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15ต.ค.64 - ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.ปัตตานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เดินทางตรวจเยี่ยมจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนพร้อมคณะจากกระทรวงสาธารณสุขดีใจที่ได้มาเห็นการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ให้กับชาวปัตตานี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 จังหวัดภาคใต้ที่สถานการณ์ติดเชื้อค่อนข้างสูง นโยบายสำคัญตอนนี้ เราต้องเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้เร็วที่สุดให้ได้ สิ่งที่สำคัญต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกท่าน และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ที่ตอบสนองนโยบายของกระทรวงฯ และรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง&amp;nbsp; ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไทยโดยกระทรวงสาธารณสุข จัดหาวัคซีนที่มีมาตรฐานโลก ส่งตรงมาจากประเทศผู้ผลิต ออกจากสายการผลิตของโรงงาน ก็ขึ้นเครื่องบินส่งตรงมาถึงประเทศไทย และได้รับการเก็บรักษาอย่างดี กว่าวัคซีนจะถึงแขนของประชาชนจะต้องผ่านการตรวจสอบรุ่นการผลิตจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกล็อต พร้อมมีระบบตรวจสอบคุณภาพวัคซีนย้อนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า การติดเชื้อใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉลี่ยวันละ 2 พันราย ซึ่งผู้บริหารสธ. เรามีความกังวล ต้องการจะแก้ไขให้เร็วที่สุด โดยนโยบายต้องเร่งปิดเกมวัคซีน ขณะนี้เรามีความแน่นอนเรื่องการส่งมอบวัคซีนในแต่ละสัปดาห์ ยืนยันว่าฉีดเข็มแรกแล้วจะต้องมีเข็มที่ 2 แน่นอน และด้วยศักยภาพการฉีดวัคซีนของไทย ภาพรวมเฉลี่ยวันละ 7-8 แสนโดส เราจึงต้องจัดหาและบริหารวัคซีนให้มีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจพวกท่าน แต่กลายเป็นว่าได้กำลังใจจากทุกท่านกลับไป ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ทุ่มเท เสียสละเพื่อประชาชน และนโยบายที่เกิดขึ้นคือภายในเดือน ต.ค. จะต้องปิดเกมวัคซีนใน 4 จังหวัดภาคใต้ ฉีดให้ได้ 70% เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติเช่นเดิม&amp;quot; นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมกลุ่มประชากรในภาคใต้ โดยเฉพาะ 4 จังหวัดที่มีการระบาดสูงอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 1 ล้านโดสลงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อฉีดให้กับประชาชน โดยเฉพาะนักเรียนอายุ 12-18 ปี&amp;nbsp; ลูกๆ หลานๆ&amp;nbsp; จะได้เปิดเรียน วันนี้มาเยี่ยมจุดบริการวัคซีน ก็ถามนักเรียนที่มาฉีดวันนี้ ก็ได้คำตอบว่า เด็กๆ อยากไปเรียนที่โรงเรียน&amp;nbsp; ดังนั้น ขอให้ทุกคนมารับวัคซีน เพื่อให้เรากลับไปใช้ชีวิตอย่างมีปกติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อกี้ผมได้เข้าไปให้กำลังใจน้องนักเรียนผู้หญิง อายุ 12 ปี ที่กำลังจะรับการฉีดวัคซีน ต้องขอชื่นชมน้องมากๆ ที่มาร่วมกันควบคุมโรค ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ รวมถึงฝากขอบคุณผู้ปกครองที่ให้น้องเข้ามารับวัคซีน จึงขอให้น้องเขาเป็นตัวแทนการรับวัคซีนในเด็กอายุ 12 ปีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองคนอื่นๆ โดยเราจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนเข้าใจว่าวัคซีนมีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพป้องกันโรค แต่ก็ยังขอให้ทุกคนยึดหลักการป้องกันตัวเองอย่างสูงสุด ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ&amp;quot; นายอนุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าจะมีการล็อกดาวน์พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มาตราล็อกดาวน์พื้นที่ เป็นดุลยพินิจของผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ที่มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) เป็นเลขานุการฯ รวมถึงเราต้องดูปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น อัตราการติดเชื้อ จำนวนผู้ป่วยหนัก ซึ่งหากเราได้รับวัคซีนก็จะช่วยลดความรุนแรงของโรคเมื่อติดเชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจุดฉีดวัคซีนมหาวิทยาลัยสงขลานครรินทร์ ปัตตานีเป็นศูนย์ฉีดขนาดใหญ่ มีความสามารถในการฉีด 5,000-6,000 คนต่อวัน ในวันนี้มีการนัดหมายฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 1 สำหรับประชาชนทั่วไป 300 โดส แอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 2 จำนวน 1,600 โดส และวัคซีนไฟเซอร์สำหรับนักเรียนอายุ 12-18 ปี ประมาณ 1,600-2,000 โดส โดยศูนย์ฉีดวัคซีนนี้จะฉีดให้กับผู้ที่จองและลงทะเบียนล่วงหน้า รวมถึงนัดหมายในรูปแบบองค์กร เป็นหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งผู้นำชุมชนได้ส่งรายชื่อเข้ารับบริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นายอนุทิน เดินตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนตั้งแต่จุดลงทะเบียน จนถึงห้องสังเกตอาการหลังฉีด พร้อมได้เข้าไปให้กำลังใจนักเรียนที่มารับวัคซีนไฟเซอร์ และพบปะกล่าวมอบกำลังใจให้กับบุคลากรสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้น นายอนุทิน เดินทางต่อไปที่ ท่าเทียบเรือปัตตานี อ.เมือง ปัตตานี เพื่อพบปะกับ อสม. ก่อนจะเดินทางต่อไปที่ จ.นราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119791</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อสม., การฉีดวัคซีนเด็ก, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, ศูนย์ฉีดวัคซีนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616900f886b28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชายแดนใต้หนัก&#039;อนุทิน&#039;อัด&#039;ไฟเซอร์&#039; หนึ่งล้านโดส ระดมฉีด 70 %ของประชากร ภายในต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14 ต.ค.64 - &amp;nbsp;ที่ โรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โควิด 19 ของจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส หลังมีรายงานผู้ติดเชื้อสูงขึ้นเพื่อร่วมกันวางแนวทางแก้ไขปัญหา ควบคุมการแพร่ระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ภาพรวมเขตสุขภาพที่ 12 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ย 7 วันย้อนหลังอยู่ที่ 2,400 กว่าราย ตั้งแต่ 1 เมษายน - 12 ตุลาคม 2564 มีผู้ติดเชื้อสะสม 138,261 ราย เสียชีวิต 1,133 ราย อัตราตาย 0.8% สาเหตุการติดเชื้อเป็นการระบาดในครอบครัวและชุมชน มีระบาดเป็นกลุ่มเล็กๆในโรงงาน ตลาด และในกิจกรรมการรวมกลุ่ม ไม่มีคลัสเตอร์ใหญ่ มีบางส่วนมาจากการลักลอบเข้าประเทศผ่านพรมแดนธรรมชาติ และประชาชนบางส่วนยังไม่มารับการฉีดวัคซีน จึงได้ส่งทีมในเขตสุขภาพที่ 12 กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต รพ.สต.ต่างๆ ช่วยลงพื้นที่พบผู้นำชุมชนและประชาชน เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจให้เข้ารับการฉีดวัคซีน พร้อมกับให้ความรู้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การดำเนินวิถีชีวิตตามปกติที่ต้องเน้นการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด (Universal Prevention) โดยได้สนับสนุนวัคซีนไฟเซอร์ให้ 1 ล้านโดส ฉีดให้ครอบคลุมประชากรเป้าหมาย 70% ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน โดยในสัปดาห์นี้จะส่งวัคซีน 4 แสนโดส และสัปดาห์หน้าอีก 6 แสนโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังสนับสนุนยาฟาวิพิราเวียร์ให้จังหวัดนราธิวาส 200,000 เม็ด ปัตตานี 50,000 เม็ด สงขลา 1,200,000 เม็ด ส่วนยะลาส่งให้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 350,000 เม็ด พร้อมส่งชุดตรวจ ATK ให้กับบุคลากรทางการแพทย์อีก 140,000 ชุด มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด 19 เขตสุขภาพที่ 12 มีเตียงทั้งหมด 28,451 เตียง เป็นเตียงสำหรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดง 401 เตียง กลุ่มสีเหลือง 3,167 เตียง และกลุ่มสีเขียวรวมโรงพยาบาลสนาม 24,883 เตียง ขณะนี้ใช้ไปแล้ว 79.9% มีผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยดูแลรักษาตัวเองที่บ้านประมาณ &amp;nbsp;2,400 ราย ได้ให้เพิ่มระบบ HI/CI เพื่อให้โรงพยาบาลมีเตียงดูแลผู้ป่วยที่มีอาการระดับปานกลางขึ้นไป และให้โรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นแม่ข่ายสนับสนุนจังหวัดต่างๆ ทั้งการรับส่งต่อผู้ป่วย บุคลากร ยาและเวชภัณฑ์ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด รวมถึงเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่มขึ้น โดยกองทัพภาคที่ 4 ยินดีให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับจังหวัดยะลา ยังพบการระบาดต่อเนื่องใน 5 อำเภอ ได้แก่ เมืองยะลา บันนังสตา รามัน ยะหา และ กรงปินัง นอกจากการใช้มาตรการหลัก 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสาธารณสุข ด้านองค์กร ด้านบุคคล และด้านสังคม ได้เพิ่มมาตรการ Universal Prevention และ COVID-Free setting ในหน่วยงาน องค์กร และสถานประกอบการต่างๆ หลังจากพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ได้เพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย ATK ในพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนและส่งเข้าระบบ HI/CI เร่งรัดฉีดวัคซีนเชิงรุกทั้งในและนอกสถานพยาบาลให้ได้วันละ 9,500 โดส ล่าสุดฉีดสะสม 271,370 คน คิดเป็น 60.07%, จำกัดพื้นที่ที่พบการระบาด เช่น ปิดหมู่บ้าน/ชุมชน ส่วนเตียงรับผู้ป่วย ปัจจุบันมีทั้งหมด 3,540 เตียง ใช้ไปแล้ว 94.12% ได้เพิ่ม CI/HI ในทุกอำเภอ ติดตามดูแลที่บ้านโดยทีมสหวิชาชีพ ปรับการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ให้เร็วขึ้น เพื่อลดอาการรุนแรงและการเสียชีวิต นอกจากนี้ ได้เปิดสายด่วนโควิด 19 จังหวัดยะลา 1567 ตอบคำถามและอำนวยความสะดวกประชาชนเวลา 06.00 -21.00 น. ทุกวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119744</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, #วัคซีนไฟเซอร์, #โควิด19, 4จังหวัดชายแดนใต้, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6168095c3e521.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 18:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลาโหม สหรัฐ มอบตู้เย็นเก็บวัคซีน 200 ตู้ ให้ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ต.ค.64 ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รับมอบตู้เย็นเก็บวัคซีนจำนวน 200 ตู้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานกระจายวัคซีนโควิด 19 ในประเทศไทย จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา โดยมีพลเรือเอก จอห์น ซี อะกิลีโน ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก และคณะ เป็นผู้แทนส่งมอบ พร้อมด้วย นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมีการผ่อนคลายกิจกรรม กิจการต่างๆ มากขึ้น และเตรียมพร้อมที่จะเปิดประเทศอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งฉีดวัคซีนให้กับทุกคนในประเทศไทยตามความสมัครใจ ตั้งเป้าให้ได้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน รวมถึงสร้างความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว และเป็นที่น่ายินดีที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาได้สนับสนุนตู้เย็นเก็บวัคซีนซึ่งเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข ในการกระจายวัคซีนไปยังส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ โดยก่อนหน้านี้ยังได้สนับสนุนวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่ประเทศไทยจำนวน 1.5 ล้านโดส เพื่อนำไปฉีดในบุคลากรด่านหน้า และประชาชนกลุ่มเสี่ยง รวมถึงให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาโควิด 19 ด้วยดีตลอดมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับตู้เย็นเก็บวัคซีนที่ได้รับมอบในวันนี้ จะช่วยเก็บวัคซีนตามอุณหภูมิมาตรฐาน 2-8 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาคุณภาพของวัคซีน มีสัญญาณเตือนอัตโนมัติเมื่อการทำงานของเครื่องผิดปกติ รวมถึงสามารถเก็บรักษายา เวชภัณฑ์ และวัคซีนชนิดอื่น ๆ ให้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม โดยได้จัดส่งไปยัง 12 เขตสุขภาพ และกทม. รวมทั้งหน่วยบริการสังกัดกรมควบคุมโรค รวมทั้งสิ้น 114 แห่ง เพื่อให้การจัดบริการฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119544</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., กระทรวงกลามโหมสหรัฐอเมริกา, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, พลเรือเอก จอห์น ซี อะกิลีโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61656b0146c03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 15:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ลงพื้นที่พังงาเร่งฉีดวัคซีนโควิดฟื้นการท่องเที่ยว ให้กำลังใจจนท.รพ.สนามศูนย์อันดามัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8ต.ค.64- ที่ จ.พังงา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เดินทางไปเยี่ยมชมจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อบต.ถ้ำน้ำผุด พร้อมเดินทางเยี่ยมให้กำลังใจให้เจ้าหน้าที่บุคลากรแพทย์ที่ รพ.พังงา และ รพ.สนามศูนย์อันดามัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนและคณะผู้บริหารสธ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของชาวพังงา พร้อมส่งมอบวัคซีนไฟเซอร์สำหรับฉีดเด็กนักเรียนอายุ 12 - 18 ปี ซึ่งตามนโยบายแล้วจะต้องเร่งฉีดให้หมดภายในเดือนนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับเปิดเทอมในเดือน พ.ย.64&amp;nbsp; จากที่เห็นวันนี้ นักเรียนทุกคนมีความพร้อมอย่างมาก รวมถึงผู้ปกครองที่บ้านต่างก็ได้รับวัคซีนกันอย่างครบถ้วนแล้ว นั่นหมายถึงว่าชาวพังงาจะมีความปลอดภัยจากโควิด-19 มากขึ้น แต่ที่สำคัญคือทุกคนยังคงต้องป้องกันตัวเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือตลอดเวลา เพราะนอกจากป้องกันโควิดได้แล้ว ก็ยังสามารถป้องกันโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร หรือโรคระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.สาธารณสุข&amp;nbsp; กล่าวว่า จ.พังงา เป็น 1 ใน 4 จังหวัดเปิดเมืองการท่องเที่ยวของไทย ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงาและระนอง โดยขณะนี้ จ.พังงา ฉีดวัคซีนแล้วเกือบ 1.6 แสนโดส ครอบคลุม 60% ของจำนวนประชากร ซึ่งเหลืออีกประมาณ 100,000 โดส ก็จะครอบคลุม 70% ตามเป้าหมายการฉีด รองรับแผน กระตุ้นการท่องเที่ยว วันนี้ตนจึงขอให้กรมควบคุมโรค จัดส่งวัคซีนมาเพิ่มเติมอีก 110,000 โดส เพื่อเร่งให้บริการ ให้เป็นไปตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ส่วนการตรวจเยี่ยม รพ.สนามศูนย์อันดามัน ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมบุคลากรเจ้าหน้าที่ที่นี่มีความเข้มแข็งอย่างมาก นอกจากจะดูแลผู้ป่วยใน รพ.พังงา แล้วยังผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลผู้ป่วยที่ รพ.สนามศูนย์อันดามัน ที่มีรองรับผู้ติดเชื้อโควิดจากทุกอำเภอในจังหวัด ทั้งกลุ่มอาการสีเหลืองและเขียว รวม 330 เตียง ครองเตียงอยู่ที่ 251 ราย และมีผู้ป่วยสะสม 651 ราย และมีรพ.พังงา เป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเจ้าหน้าที่ทำงานแบ่งเป็น 3 กะ ทำงานกะละ 6 คน เป็นเวลา 8 ชั่วโมง แต่สิ่งที่น่ายืนดีคือเจ้าหน้าที่ทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดสแล้ว 100% ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนทำงาน และสร้างความปลอดภัยจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119157</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกุล, รพ.สนามศูนย์อันดามัน, อบต.ถ้ำน้ำผุด, เปิดเมืองท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615ffb9317c25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยเบื้องหลังข่าวดีไทยหลุดบัญชีประเทศเสี่ยงโควิด Red List จากอังกฤษ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64 - นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยเบื้องหลังกรณี ที่ประเทศอังกฤษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถอดไทยออกจากประเทศเสี่ยงโควิด Red List ทำให้คนไทยเดินทางเข้าประเทศอังกฤษได้โดยไม่ต้องกักตัว และจะมีผลในวันที่ 11 ตุลาคม 2564&amp;nbsp; โดยมีข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เบื้องหลังข่าวดี ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ทางการอังกฤษปลดรายชื่อประเทศไทยออกจาก &amp;ldquo;บัญชีแดง&amp;rdquo; แล้ว นี่ถือเป็นพัฒนาการด้านการควบคุมโรคโควิด - 19 ไปจนถึงการกระจายวัคซีนของประเทศไทย ซึ่งน่าพอใจ จนนานาชาติยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ย้อนกลับไป เมื่อครั้งที่ไทย ยังอยู่ในบัญชีดังกล่าวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จะทำให้ผู้ที่ไม่มีถิ่นพํานัก (นักเดินทางทั่วไป) ที่เดินทางจากประเทศไทยหรือผ่านประเทศไทยในรอบ 10 วันที่ผ่านมา จะไม่สามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในขณะที่ผู้ที่มีถิ่นพำนัก (ศึกษาต่อหรือทํางาน) ยังสามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้ แต่จะต้องกักตัวในโรงแรมที่กําหนดเป็นระยะเวลา 10 วัน โดยจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000-3,000 ปอนด์/ราย หรือประมาณ 89,000-135,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นี่คือภาพสะท้อนความกังวลที่มีต่อประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แต่แล้ว ความกลัว และความกังวลนั้น ก็ค่อยๆ หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อมี &amp;ldquo;ข่าวดี&amp;rdquo; เพราะทุกอย่างมาคลี่คลายเอาเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งทาง H.E. Mr. Mark Gooding OBE&amp;nbsp; เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ได้มีโอกาสหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งผู้บริหารอีกหลายท่าน ที่ได้ใช้เวลาอันมีค่าในการชี้แจงสถานการณ์การระบาดในประเทศไทย ไปจนถึงความคืบหน้าในการให้บริการวัคซีนซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ซึ่ง ณ วันนั้น สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ กำลังประสบผลสำเร็จรูปธรรม เรารับมือกับวิกฤติได้แล้ว ด้วยความรู้ ความสามารถ การตัดสินใจ และการลงมือทำ ของคนทำงานที่ช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จนทำให้จำนวนผู้ป่วยรายวันลดน้อยลงเรื่อยๆ ยอดความสูญเสีย ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกนับเท่าตัว และการฉีดวัคซีน ที่พุ่งไปถึง 46-47 ล้านโดส (ปัจจุบันมากกว่า 55 ล้านโดส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อมูลเหล่านี้ สร้างความยอมรับให้กับทางอังกฤษ นำมาซึ่งการทบทวนมาตรการที่มีต่อประเทศไทย ไปจนถึงการปรับให้ไทยพ้นจาก Red List ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แน่นอนว่า ท่าทีของทางอังกฤษนั้น ได้สะท้อนความสำเร็จจากการลงมือทำงานอย่างมุ่งมั่นตั้งใจในการควบคุมโรคระบาดของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และเป็นเครื่องยืนยันความสามารถของกระทรวงสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
#ระยะทางพิสูจน์ม้า_กาลเวลาพิสูจน์คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119137</URL_LINK>
                <HASHTAG>Red List, นายศุภชัย ใจสมุทร, นายอนุทิน ชาญวีรกุล, สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d563031dbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; เผยต้องเร่งทำความเข้าใจทางการแพทย์กับผู้ปกครอง ยินยอมให้นร.อีก1ล้าน ฉีดวัคซีน /ศธ. อ้าแขนรับฉีดให้ นร.ที่วอล์กอินเข้ามา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6ต.ค.64-ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คุณหญิงกัลยา โสภณพาณิชย์ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.และสธ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด 19 สำหรับเด็กอายุ 12-17 ปี โดยรร.สุรศักดิ์ มีนักเรียนทั้งหมด 2,929 คน แจ้งความประสงค์ฉีด 2,505 คน เพื่อรองรับการเปิดเรียนอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอนุทิน กล่าวว่า สธ.และ ศธ.ร่วมกันจัดวัคซีนมาฉีดนักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป เร่งระดมฉีดทั่วประเทศให้ทันเปิดภาคการศึกษาในพฤศจิกายน คือมีเวลา 1 เดือนที่ต้องเร่งฉีด โดยเด็กอายุ 12-17 ปี สามารถรับวัคซีนได้ 5 ล้านคน ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ 3.8 ล้านคน อีก 1 ล้านต้องทำความเข้าใจพ่อแม่ ผ่านทางการแพทย์ ผู้บริหารโรงเรียนให้มั่นใจ ให้ผู้ปกครองอนุญาตให้มาฉีด การรับวัคซีนถ้วนหน้าจะป้องกันการติดและแพร่เชื้อในโรงเรียน โดยจะมีการจัดฉีดในสถานศึกษา ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าจะวัคซีน Pfizer เข้ามาอีก 1.5 ล้านโดส และจะเข้ามาทั้งหมด 8 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอกับการฉีดในนักเรียน ส่วนที่เหลือจะฉีดในคนทั่วไปจะเป็นเข็มแรกหรือบูสเตอร์ก็อยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์ ทั้งนี้ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เรายังไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล เรื่อง ผลข้างเคียง ซึ่งผลข้างเคียงมีได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย บางคนมีไข้ เพลีย ก็แนะนำแล้วว่า ช่วงฉีดวัคซีน วันนั้นก็พยายามพักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับการขึ้นทะเบียนฉีดอายุ 3 ขวบขึ้นไปของซิโนแวคและซิโนฟาร์ม เราได้ขอให้ส่งเอกสารการวิจัยเข้ามามากที่สุด ซึ่งผู้ผลิตเองก็ยังไม่ได้ขอ อย.ในจีน มีแต่ไปทดลองในประเทศที่จำเป็นมากๆ ซึ่งการขึ้นทะเบียนต้องพิจารณาตามมาตรฐาน ดูเปเปอร์ต่างๆ ความปลอดภัย จะใช้ความรู้สึกมาพิจารณาการตัดสินใจสุขภาพ ความปลอดภัย การรับยาวัคซีนไม่ได้ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ส่วนการบูสเตอร์ในเด็ก ถ้ามีข้อมูลว่าควรรับเข็มสามเมื่อไรก็จะจัดให้ไม่รอช้า ซึ่งการจัดหาจัดซื้อวัคซีนปีนี้เราทำได้ครบถ้วน และจัดหานำมาเป็นบูสเตอร์เพียงพอสำหรับปีหน้า ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วลงนามจัดซื้อแอสตร้าเซนเนก้า 60 ล้านโดส และอยู่ในการเจรจาอีกหลายราย รวมถึงไฟเซอร์ก็เจรจา อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ซึ่งคงไม่วุ่นวายเหมือนปีนี้ เพราะจะมีวัคซีนในท้องตลาดอีกมามายหลายเทคโนโลยี วัคซีนของไทยเองก็จะมีการพัฒนา ซึ่งทุกสถาบันวิจัยก็ให้กำหนดการมาว่าในปีหน้า น่าจะเห็นวัคซีนไทยเอามาใช้ได้ เพราะการทดลองตามขั้นตอนต่างๆ เป็นไปตามคาดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวตรีนุช กล่าวว่า สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ศธ. ได้กำหนดให้มีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ระยะ คือ ระยะแรก สำหรับโรงเรียนพักนอน ซึ่งดำเนินการตามโครงการ Sandbox: Safety zone in School มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2564 และระยะที่สอง สำหรับโรงเรียนประเภทไป-กลับ ที่มีความพร้อมและผ่านเกณฑ์การประะเมิน &amp;nbsp;ซึ่งการจะเปิดโรงเรียนได้ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินหลายด้าน เช่น ด้านกายภาพ ด้านการมีส่วนร่วม ด้านการประเมินความพร้อมสู่การปฏิบัติ สำหรับสถานศึกษา ครู-บุคลากรต้องฉีดวัคซีนครบโดสไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85 ในขณะที่นักเรียน-ผู้ปกครอง ควรได้รับวัคซีนตามมาตรการที่ ศธ.และกระทรวงสาธารณสุขกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างการเปิดภาคเรียนไปแล้ว ต้องปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และสามารถจัดการเรียนการสอนแบบ Onsite หรือ Online หรือแบบผสมผสานทั้งประจำและไปกลับก็ได้ หรือการสลับวันมาเรียน โดยแต่ละห้องเรียนไม่เกิน 25 คน เว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ทั้งนี้เมื่อนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี ได้รับวัคซีน Pfizer ครอบคลุมหมดแล้วก็ถือว่ามีความมั่นใจทางด้านสุขภาพระดับที่จะลดการแพร่เชื่อ &amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นเท่าที่รับรายงาน มีนักเรียนแจ้งรายชื่อขอฉีดวัคซีนเพิ่มอีกกว่า 1 แสนราย โดยมีนักเรียนทั้งหมด 5,048,081 คน และเดิมประสงค์แจ้งฉีดวัคซีน จำนวน 3,618,166 คน &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นมาอีก ร้อยละ 80 อย่างไรก็ตาม การเปิดภาคเรียน ศธ.และ สธ.ได้จัดเตรียมแผนเชิญเหตุไว้เรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับรายงานนักเรียนแจ้งขอฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีกรณีที่นักเรียนไม่ได้แจ้งรายชื่อขอฉีดวัคซีนแต่วอล์กอิน เข้ามาในโรงเรียน โดยทางโรงเรียนและสาธารณสุขจังหวัดได้บริการจัดฉีดวัคซีนให้ เพราะเจตนารมณ์เราต้องการให้เด็กได้รับวัคซีนครบทุกอยู่แล้ว นอกจากนี้จะสพฐ.จะสำรวจการฉีดวัคซีนของนักเรียนรอบสองอีกครั้งว่า &amp;nbsp;ยังมีนักเรียนคนไหนตกหล่นอีกหรือไม่ โดยรอบสองจะบริการให้นักเรียนไปฉีดที่โรงพยาบาลในพื้นที่ที่อาศัยอยู่แทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขณะที่นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาฯ กพฐ.กล่าวว่า ศธ.จะประสานกับกรมการแพทย์ของสธ.จับครูโรงเรียนและโรงพยาบาลในพื้นที่กทม.ในการเพิ่มหน่วยบริการฉีดวัคซีนให้แก่นักเรียน เพื่อดำเนินการให้เสร็จทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ส่วนครูและบุคลากรทางการศึกษาจสำรวจว่ามีครูและบุคลากรทางการศึกษาเหลืออยู่จำนวนเท่าไหร่ที่ยังได้รับวัคซีน โดยจะแบ่งเป็น ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย ได้รับวัคซีนเข็มแรก และได้รับวัคซีนครบสองเข็มรอบูทเตอร์เข็มสาม เพื่อระดมให้ครูได้รับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง และเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118968</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ฉีดวัคซีนนักเรียน, นายอนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d624aa3e20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
