<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นระทึกคดีเอื้ออาทร! วัฒนาไม่หนีเจอที่ศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วัฒนา&amp;quot; ระทึก! ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร 24 ก.ย.นี้ &amp;quot;เสี่ยไก่&amp;quot; ลั่นไปศาลแน่ มั่นใจบริสุทธิ์ไม่ได้ทำให้การเคหะฯ เสียประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ก.ย. มีรายงานว่า ในวันที่ 24 ก.ย.2563 เวลา 11.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดอ่านคำพิพากษา คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2 สมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548-2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงศ์เรืองรอง อายุ 56 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย เป็นจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เริ่มมีการพิจารณาไต่สวนพยานในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตั้งแต่ปี 2562 เรื่อยมา จนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2563 ขณะที่จำเลยที่ 6-7, 10-12 หลบหนีคดี ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาเสร็จสิ้นแล้ว คดียังไม่ถึงที่สุด คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์ได้อีกครั้ง เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 ให้สิทธิคู่ความในการยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ภายใน 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวัฒนาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;ผมแปลกใจที่ผู้สื่อข่าวหลายสำนักโทร.มาถามว่าผมจะไปฟังคำพิพากษาหรือไม่ ผมยอมรับผลคำพิพากษาที่จะออกมาในทางร้ายได้หรือไม่ เสมือนคาดเดาคำพิพากษาได้ล่วงหน้า คดีนี้ผมถูกกล่าวหาว่า (1) ผมใช้อำนาจในตำแหน่งรัฐมนตรีเข้าแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการและผู้ว่าการการเคหะฯ เพื่อออกประกาศฉบับลงวันที่ 14 ตุลาคม 2548 ให้เป็นไปตามความต้องการของผม แต่ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุไว้อย่างขัดเจนว่าการออกประกาศดังกล่าวเป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าของโครงการ และดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ตามรายงานของ ป.ป.ช. เอกสารหมาย จ. 251 หน้า 46&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(2) ผลการออกประกาศดังกล่าวทำให้การเคหะฯ เสียหาย ต้องรับซื้อโครงการในราคาที่แพงขึ้น แต่ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่าการออกประกาศดังกล่าวเป็นประโยชน์และไม่ทำให้การเคหะฯ เสียประโยชน์ รวมทั้งไม่ทำให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น ตามรายงานของ ป.ป.ช. เอกสารหมาย จ.251 หน้า 47 และ (3) ผมเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดจากผู้ประกอบการเพื่อตอบแทนการอนุมัติหน่วยก่อสร้างและการรับซื้อโครงการจากผู้ประกอบการ แต่ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่าผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติ ทุนจดทะเบียน และหลักประกันถูกต้องได้รับอนุมัติจำนวนหน่วยตามคำขอทุกราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ อัยการสูงสุดยังมีความเห็นว่า พฤติกรรมของคดีคือผมใช้อำนาจครอบงำในลักษณะเป็นการใช้อำนาจกำหนดนโยบายต่างๆ แต่ไม่ปรากฏพฤติการณ์ที่เชื่อมโยงว่าผมใช้อำนาจไปเรียกรับเงิน ตามรายงาน ป.ป.ช. เอกสารหมาย จ.251 หน้า 46 และตามบันทึกการประชุมระหว่างอัยการกับ ป.ป.ช. เอกสารหมาย จ.354 หน้า 940 ผลการไต่สวนยังปรากฏว่าเจ้าหน้าที่การเคหะทุกคนปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ การอนุมัติหน่วยก่อสร้าง การรับซื้อโครงการเป็นไปอย่างถูกต้องทุกโครงการ ไม่มีการเอื้อประโยชน์ใดๆ แก่ผู้ประกอบการ และไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นกับการเคหะฯ ปรากฏตามเอกสารที่ถ่ายมาจากต้นฉบับที่ผมโพสต์มาให้ดูเป็นหลักฐาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคดีอาญาภาระการพิสูจน์เป็นของโจทก์ โจทก์จะต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นจนปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดศาลจึงจะพิพากษาลงโทษจำเลย หลักฐานที่ผมโพสต์มาให้ดูคงเป็นคำตอบว่าเพราะอะไรผมจึงมีความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง ผมสู้คดีตามครรลอง และไปศาลทุกนัดโดยไม่เคยขอเลื่อนคดี ผมเชื่อว่าการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาจะต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่เป็นไปตามความเชื่อหรือเป็นไปตามกระแสทางการเมือง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้ายนายวัฒนาระบุว่า &amp;quot;พรุ่งนี้เวลา 11.00 นาฬิกา เจอผมได้ที่ศาลฎีกาฯ ครับ&amp;quot;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78421</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร, บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน), หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b59b748631.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์พิพากษาแก้ &#039;สุธี-แก๊งเสี่ยเปี๋ยง&#039; ร่วมชดใช้โกงจีทูจีเพิ่มเป็นกว่า 2 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กรณีของนายสุธี เชื่อมไธสง จำเลยที่ 16 คดีหมายเลขดำ อม.อธ. 3/2562 คดีหมายเลขแดง อม.อธ. 3/2563 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง&amp;nbsp;นายสุธี เชื่อมไธสง เป็นจำเลยที่ 16&amp;nbsp;ในคดีทุจริตจีทูจี เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาวินิจฉัยในส่วนแพ่งว่า ผู้ร้องที่ 1-4 ไม่เป็นผู้เสียหาย ให้นายสุธี เชื่อมไธสง จำเลยที่ 16 ร่วมกับ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่ 10, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 14 และนายนิมล รักดี จำเลยที่ 15 ชำระเงินแก่กระทรวงการคลัง ผู้ร้องที่ 5 จำนวน 16,912,128,273.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ต่อมาผู้ร้องทั้งห้าซึ่งเป็นหน่วยราชการผู้เสียหาย อุทธรณ์ว่า ผู้ร้องที่ 1 -4 เป็นผู้เสียหาย ขอให้จำเลยที่ 16 ชำระค่าเสียหายเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ เห็นว่าผู้ร้องที่ 1 เป็นคู่สัญญา ผู้ร้องที่ 2-3 มีหน้าที่สำคัญตั้งแต่การรับจำนำข้าวเปลือก แปรสภาพข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร และผู้ร้องที่ 4 มีหน้าที่กำกับให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์การระบายข้าว ผู้ร้องที่ 1-4 จึงเป็นผู้เสียหาย เมื่อจำเลยที่ 1-6 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต วางแผนกันมาเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การเสนอกรอบยุทธศาสตร์การระบายข้าว เพิ่มถ้อยคำ &amp;ldquo;รัฐวิสาหกิจ&amp;rdquo; ในวิธีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เพื่อให้ บ.สยามอินดิก้า จำเลยที่ 10 โดย น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง จำเลยที่ 11, น.ส.เรืองวัน เลิศลารักษ์ จำเลยที่ 12 และนายอภิชาติ จำเลยที่ 14 นำบริษัท กว่างตงฯ และบริษัท ห่ายหนานฯ ซึ่งเป็นเพียงรัฐวิสาหกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน ไม่ใช่ตัวแทนโดยตรงของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาเป็นคู่สัญญาในการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ รวม 4 สัญญา เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม สัญญาที่ทำขึ้นเป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะและเป็นการกระทำละเมิด สัญญาดังกล่าว จึงไม่ผูกพันผู้ร้องทั้งห้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเสียหายตามสัญญาแต่ละฉบับที่ไม่จำต้องนำค่าใช้จ่ายใดๆ มาปรับลด และผู้ร้องทั้งห้าได้รับความเสียหาย นับแต่วันทำสัญญาแต่ละฉบับ ให้จำเลยที่ 16 ร่วมกับจำเลยที่ 10, 14, 15 ชำระค่าเสียหายตามสัญญาทั้ง 4 ฉบับ รวมเป็นต้นเงิน 20,057,723,761.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินแต่ละยอด ประกอบด้วย ดอกเบี้ยของต้นเงินในยอด 10,991,736,253.54 บาท ให้ชำระนับตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. 2554, ของต้นเงินในยอด 2,197,070,607.79 บาท ให้ชำระนับตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. 2554,&amp;nbsp;ของต้นเงินในยอด&amp;nbsp;6,687,421,374.73 บาท ให้ชำระนับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2555 และของต้นเงินในยอด&amp;nbsp;199,495,525.60 บาท ให้ชำระนับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. 2555 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่หน่วยงานผู้ร้องที่เสียหายทั้งห้า ซึ่งดอกเบี้ยที่นับถึงวันยื่นคำร้องนั้น ต้องไม่เกินจำนวนตามที่ผู้ร้องทั้งห้าขอ นอกจากที่แก้แล้ว ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งนี้ ศาลยังให้ออกคำบังคับสำหรับค่าเสียหายส่วนแพ่งที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ กรณีจำเลยที่ 16 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง เป็นนักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่และคนสนิทของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเสี่ยเปี๋ยงเป็นหนึ่งในจำเลยที่ถูกพิพากษาจำคุก 48 ปี ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตจีทูจี&amp;nbsp;ซึ่งคดีของเสี่ยเปี๋ยงถึงที่สุดไปเมื่อเดือน ก.ย. 2562 จากที่องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้พิพากษาแล้ว&amp;nbsp;นอกจากนี้ เขายังเป็นหนึ่งในจำเลยร่วมคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ที่อยู่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายสุธี เป็นคนสนิทของเสี่ยเปี๋ยง ได้หลบหนีคดีไปตั้งแต่ช่วงต้นที่มีการฟ้องคดีเข้าสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แล้วต่อมาเมื่อมี พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ออกมาบังคับใช้ ให้พิจารณาคดีที่ไม่มีตัวจำเลยซึ่งได้มีการออกหมายจับไว้แล้วได้ โดยในส่วนของคดีอาญา นายสุธีถูกพิพากษาให้จำคุก 4 กระทง เป็นเวลารวม 32 ปี และให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าวจีทูจี, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร, สุธี เชื่อมไธสง, เสี่ยเปี๋ยง, โครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c357e2aa94d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 08:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ๊ว่าไง!ป.ป.ง.มีมติอายัดทรัพย์สิน&#039;เสี่ยเปี๋ยง&#039;เพิ่ม180รายการกว่า 5 ร้อยล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.62- จากนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรคปะชาธิปัตย์ เปิดเผยผ่าน &amp;nbsp;Warong Dechgitvigrom ถึงการยึดทรัพย์เสี่ยเปี๋ยงและเครือข่าย ในคดีทุจริตจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบจีทูจี ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าการอายัดทรัพย์สินทรัพย์สิน นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง โดย ปปง. ยังมีกรณีเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมาซึ่ง พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสำนักงาน ปปง. ได้รับหนังสือจากคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เรื่องร้องเรียน กรณีให้ตรวจสอบการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตงบประมาณจำนำข้าว และหนังสือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน กรณีมีการทุจริตจากนโยบายการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการทุจริต ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(5)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้คณะกรรมการธุรกรรมและเลขาธิการ ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน เสี่ยเปี๋ยง กับพวก ไปแล้ว จำนวน 10 คำสั่ง รวมทรัพย์สินที่อายัดไปแล้วทั้งสิ้น 2,323 รายการ รวมมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2561 ได้มีมติให้อายัดทรัพย์สินเพิ่มอีก 180 รายการ รวมมูลค่ากว่า 518,803,421 บาท พร้อมดอกผลไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27749</URL_LINK>
                <HASHTAG>72ปีประชาธิปัตย์, จำนำข้าว, จึทูจึเก๊, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร, ยึดทรัพย์, รัฐบาลยิ่งลักษณ์, หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม, อายัดทรัพย์, เสี่ยเปี๋ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190129/image_big_5c4fa65021382.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีการับฟ้อง วัฒนา-กี้ร์-เปี๋ยง คดีบ้านเอื้ออาทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วัฒนา-กี้ร์-เสี่ยเปี๋ยง&amp;rdquo; ไม่รอด ศาลฎีกาประทับรับฟ้องคดีบ้านเอื้ออาทรแล้ว ใช้อำนาจทุจริตพ่วงมาตรา 157 อึ้ง! ตัวละครทีมจำนำข้าวจีทูเจี๊ยะติดร่างแหมาเพียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลได้นัดฟังคำสั่งหมายเลขดำ อม.42/2561 คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2 และแกนนำพรรคเพื่อไทย, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการ กคช. และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548-2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, &amp;nbsp;นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง&amp;nbsp;
น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด, น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ, บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และบริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ โดยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86 และ 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์คณะพิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่า คดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 จึงให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำพิพากษาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ศาลยังได้นัดฟังคำสั่งคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรอีกสำนวน หมายเลขดำ อม.102/2561 ที่ อสส.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และสนับสนุนนายมานะ ซึ่งเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 &amp;nbsp;และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 และ 91 ซึ่งศาลก็ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้เช่นเดียวกัน โดยหลังจากนี้ ทั้งสองคดีศาลก็จะได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลยต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15631</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ, น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์, นายวัฒนา เมืองสุข, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b76d52964c06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
