<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายใยกลมเกลียวหนึ่งเดียวในโลก ชวนเที่ยวประเพณีรับบัวเมืองปากน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ประเพณีรับบัว กิจกรรมสำคัญประจำจังหวัดสมุทรปราการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเทศกาลออกพรรษา เกือบทุกพื้นที่ในประเทศไทยมีงานประเพณีที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ เช่นเดียวกับที่สมุทรปราการ เมืองใหญ่ในเขตปริมณฑล ก็มีงานประเพณีรับบัวซึ่งจัดต่อเนื่องมายาวนาน มีความสวยงาม และสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานฉะเชิงเทรา (รับผิดชอบพื้นที่เมืองฉะเชิงเทราและเมืองสมุทรปราการ) กล่าวว่า&amp;nbsp; ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา ขอเชิญชวนประชาชนไปร่วมชมงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2563 ของชุมชนชาวมอญในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยปีนี้จัดต่อเนื่อง 4 วัน ระหว่างวันที่ 28&amp;nbsp; กันยายน - วันที่&amp;nbsp; 1&amp;nbsp; ตุลาคม 2563 ที่วัดบางพลีใหญ่ใน หรือวัดหลวงพ่อโต&amp;nbsp; ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เรือพาหนะในการรับบัวในประเพณีรับบัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเพณีรับบัว เป็นประเพณีเก่าแก่สืบทอดกันมาแต่โบราณของชาวอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ประเพณีดังกล่าวเปรียบเสมือนเครื่องแสดงสายใยแห่งความกลมเกลียว อันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเสมือนเพื่อน เสมือนญาติ ระหว่างชาวไทย ชาวลาว ชาวรามัญ ที่พำนักอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้บุญบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตแห่งวัดบางพลีใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามตำนานเล่าว่า มีพระพุทธรูป 3 องค์ลอยลงมาจากทางเหนือตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ได้แสดงอภินิหารลอยตามลำแม่น้ำ องค์หนึ่งลอยไปแม่น้ำท่าจีนประดิษฐานอยู่ที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จังหวัดสมุทรสงคราม คือ หลวงพ่อบ้านแหลม อีกองค์หนึ่งก็ลอยไปแม่น้ำบางปะกง&amp;nbsp; ประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา คือ หลวงพ่อโสธร และอีกองค์หนึ่งคือหลวงพ่อโต ก็ได้ลอยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา และเข้ามาในลำคลองสำโรง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ประชาชนจากทั่วสารทิศมาร่วมประเพณีรับบัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่พบเห็นต่างก็โจษจันกันไปทั่ว พร้อมกับได้ร่วมกันพยายามอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นที่ปากคลองสำโรง แต่ไม่สำเร็จ &amp;nbsp;จนผู้มีปัญญาดีคนหนึ่งได้ให้ความเห็นว่าคงเป็นเพราะบุญญาอภินิหารของท่าน จึงควรจะเสี่ยงทายต่อแพผูกชะลอกับองค์ท่านแล้วใช้เรือพายฉุดท่านให้ลอยไปตามลำคลองสำโรง พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานว่าหากท่านประสงค์จะขึ้นที่ใดก็ขอให้แสดงอภินิหารให้แพที่ลอยมาหยุด ณ บริเวณที่นั้น ครั้นเมื่อแพลอยมาถึงบริเวณหน้าวัดบางพลีใหญ่ใน แพที่ผูกชะลอองค์ท่านมาก็เกิดหยุดนิ่ง ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันอาราธนาอัญเชิญองค์ท่านขึ้นจากน้ำ ประดิษฐานวัดบางพลีใหญ่ในเรื่อยมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรากล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมภายในประเพณีรับบัว ในแต่ละวันมีกิจกรรมหลากหลายให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ดีๆ แบบโบราณ โดยวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ทำพิธีเปิดงานประเพณีรับบัว บริเวณปะรำพิธี วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง ตั้งแต่ช่วง 10.00 น. จากนั้นก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงาน สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บัวจำนวนมากในประเพณีรับบัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอังคารที่ 29 กันยายน ช่วงเช้า 08.00 น. เชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนมาร่วมพิธีแห่หลวงพ่อโตทางบก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 ต้อนรับบรรยากาศยามเช้าด้วยการเชิญชวนไปร่วมพิธีตักบาตรพระทางเรือได้ในช่วงเวลา 06.30 น. บริเวณที่ว่าการอำเภอบางพลี โดยชาวบ้านสองฝั่งคลองจะโยนบัวลงเรือในขบวนแห่หลวงพ่อโต เป็นบรรยากาศความสุขที่สัมผัสได้จากงานนี้ทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นวันปิดท้าย มีการแสดงให้ชมอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ 07.00 น. ชมการแสดงเพลงพื้นบ้านชาวสมุทรปราการ (เวทีหน้าอำเภอ) จากนั้นช่วง 08.00 น. ตื่นตากับขบวนเรือหลวงพ่อโตทางน้ำ และประกวดเรือประเภทต่างๆ จากศูนย์ราชการเทศบาลตำบลบางพลี ถึงวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อมการแสดงดนตรีไทย โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่ใน (เวทีหน้าอำเภอ) ต่อเนื่อง มอบของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุน ผู้ชนะการประกวดประเภทต่างๆ อำลากันด้วยกิจกรรมจัดการแข่งขันกินข้าวต้มมัด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ททท.ขอให้ประชาชนทุกคนที่จะเดินทางเข้ามาร่วมงาน ร่วมมือกันสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด พกแอลกอฮอล์เจลติดตัวเพื่อล้างมือ และเว้นระยะห่างระหว่างอยู่ในสถานที่จัดงานด้วย เพื่อความปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 อีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ หากมาเยือนจังหวัดสมุทรปราการแล้วควรไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ของจังหวัดด้วย เช่น &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ&amp;rdquo; ประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือนำมาเรียงต่อกันด้วยความประณีตนับแสนชิ้น ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง 43.60 เมตร หรือสูงขนาดตึก 14-17 ชั้นโดยประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เพดานอาคารเสมือนหลังคาโลกในพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในประกอบไปด้วยอาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ แสดงวัตถุมีค่า เช่น ภาพวาดสีฝุ่นรูปจักรวาล พระพุทธรูปปางลีลา บริเวณท้องช้างปูด้วยไม้มะเกลือสีออกดำ และยังมีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ พระพุทธรูป เทวรูปสมัยต่างๆ และเครื่องลายครามของจีน เป็นต้น
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วัดอโศการาม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัดอโศการาม&amp;rdquo; วัดสำคัญแห่งจังหวัดสมุทรปราการ เป็นสถานที่ของผู้เลื่อมใสศรัทธาในธรรม พากันนุ่งขาวห่มขาวเดินจงกรมรอบพระธุตังคเจดีย์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้ภายในตัววัดยังมีต้นศรีมหาโพธิ์จากประเทศอินเดีย ลานอนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช และวิหารสุทธิธรรมรังสี ให้ได้เยี่ยมชมและสักการะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กิจกรรมปั่นจักรยานที่คุ้งบางกะเจ้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์ (คุ้งบางกะเจ้า) และตลาดบางน้ำผึ้ง&amp;rdquo; แหล่งโอโซนขนาดใหญ่ราวๆ ประมาณ 12,000 ไร่ ที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่สีเขียวของอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ &amp;nbsp;มีสถานที่สำหรับการพักผ่อนและท่องเที่ยวมากมาย อาทิ เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ด้วยการปั่นจักรยาน บ้านธูปหอมสมุนไพร พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย บ้านลูกประคบธัญพืช จุดชมหิ่งห้อย โบราณสถานในวัดวาอาราม รวมถึงสวนป่าและสวนผลไม้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ขนมไทยในตลาดบางน้ำผึ้ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง มีสินค้าหลากหลาย ทั้งของกินของใช้มาจำหน่าย อาทิ ห่อหมกหมู ไก่สะเต๊ะ หอยทอดขนมครก และผลิตภัณฑ์ของชุมชน อาทิ ดอกไม้จากเกล็ดปลา ธูปสมุนไพร &amp;nbsp;สินค้า OTOP ของสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังมีเรือพายให้เช่าเที่ยวชมบรรยากาศโดยรอบ โดยจะเปิดบริการวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระปรางค์เอนวัดสาขลา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อด้วย &amp;ldquo;ชุมชนบ้านสาขลา&amp;rdquo; อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ความพิเศษของที่นี่คือเป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ &amp;nbsp;ริมปากอ่าวไทย มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย วัดสาขลา วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง สำหรับไปสักการะหลวงพ่อโต และชมพระปรางค์เอนที่ไม่เหมือนใคร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในโบสถ์และวิหารมีความสวยงามสะดุดตา มีพิพิธภัณฑ์และห้องจัดแสดงที่ให้ความรู้ และยังมีคาเฟ่เล็กๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ กับการตกแต่งร้านสไตล์วินเทจ ที่เหมือนพาย้อนเวลากลับไปในวันวาน มีมุมน่ารักๆ ให้ถ่ายรูป และยังมีดาดฟ้าให้นั่งรับลมชมวิวกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งยังมีมาตรการป้องกันทางด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิ การติดตั้งจุดล้างมือ การเว้นระยะห่าง ที่สำคัญ ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย เพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระสังกัจจายน์มหาลาภ ที่วัดสาขลา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและสมุทรปราการ โทร. 0-3851-4009 และเฟซบุ๊ก TAT Chachoengsao&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:144.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77953</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดบางน้ำผึ้ง, นายอรรถพล วรรณกิจ, ประเพณีรับบัว, พระปรางค์เอนวัดสาขลา, พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ, มองเมือง, วัดบางพลีใหญ่กลาง, วัดอโศการาม, สวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200919/image_big_5f65eb4e9b762.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิม... ส้มโอขาวแตงกวา  Check- In เมืองชัยนาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส้มโอขาวแตงกวา&amp;rdquo; เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อของเมืองชัยนาท กลายเป็นสินค้าที่สามารถสร้างรายได้และทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านดีขึ้น กลายเป็นของดีของเด่นประจำจังหวัด ดึงดูดผู้คนที่เข้ามาท่องเที่ยวเมืองรองแห่งนี้ ควบคู่กับจุด Check-In อื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ&amp;nbsp; วัดวาอาราม และเมนูอาหารพื้นถิ่นมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี (รับผิดชอบพื้นที่ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และชัยนาท) กล่าวว่า&amp;nbsp; ททท. สำนักงานลพบุรี ขอเชิญเที่ยวชมงาน &amp;ldquo;วันส้มโอขาวแตงกวาชัยนาท&amp;rdquo; ครั้งที่ 35 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่บัดนี้ ไปจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2561 บริเวณเขื่อนเรียงหิน หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ส้มโอขาวแตงกวาของชัยนาท ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทำให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาทให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับ &amp;ldquo;ส้มโอขาวแตงกวา&amp;rdquo; เป็นผลไม้ท้องถิ่นที่สำคัญทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดชัยนาท มีการปลูกกันมายาวนานกว่า 100 ปี ส้มโอขาวแตงกวามีลักษณะผลกลมโต รสชาติหวานฉ่ำซ่อนเปรี้ยว เกล็ดส้มมีสีเหลืองใสค่อนข้างแห้งและกรอบ จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคและมีชื่อเสียงในอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ส่งผลให้เกษตรกรชาวจังหวัดชัยนาทมีรายได้ดี และมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภายในงาน &amp;ldquo;วันส้มโอขาวแตงกวาชัยนาท&amp;rdquo; มีเกษตรกรที่ปลูกส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวาในจังหวัดชัยนาท จำนวน 20 ราย นำส้มโอขาวแตงกวาที่มีเนื้อแห้งกรอบหวานอมเปรี้ยว อันเป็นรสชาติแท้ของส้มโอสายพันธุ์ขาวแตงกวา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จำนวนกว่า 70 ตัน มาจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 60 บาท ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชิม นอกจากนี้ยังมีกิ่งพันธุ์ส้มโอขาวแตงกวาชัยนาทแท้ จำนวนกว่า 10,000 กิ่ง นำมาจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจต้องการนำไปเพาะปลูกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ภายในงานยังมีกิจกรรมเสริมที่น่าสนใจ อาทิ การออกร้านจำหน่ายส้มโอขาวแตงกวา ราคาหน้าสวน ของชมรมเกษตรกรชัยนาท, การประกวดส้มโอขาวแตงกวาชัยนาท, การประกวดธิดาส้มโอเมืองชัยนาท, สวนสนุกชุดใหญ่, การจำหน่ายสินค้าราคาถูก สินค้า OTOP, มหกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ชมฟรีตลอดงาน!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; ททท. สำนักงานลพบุรี กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิเศษสุดๆ ภายในงานนี้!! ระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2561 พบกับกิจกรรม &amp;ldquo;ชิมอาหารถิ่น Check- In #ชัยนาทเมืองน่ารัก&amp;rdquo; โดย ททท.สำนักงานลพบุรี ได้ทำการคัดเลือกเมนูอาหารถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละอำเภอในจังหวัดชัยนาททั้ง 8 อำเภอ ประกอบด้วย&amp;nbsp; อำเภอเมืองชัยนาท อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอสรรพยา อำเภอสรรคบุรี อำเภอหันคา อำเภอหนองมะโมง&amp;nbsp; และอำเภอเนินขาม มาร่วมออกร้าน เพื่อจำหน่ายและสาธิตให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบข้อมูลเมนูอาหารถิ่น รสชาติอร่อยต้องห้ามพลาดของจังหวัดชัยนาท อาทิ ข้าวเหนียวหน้าควายลุย, น้ำพริกปลามัจฉะ, ขนมหน้างากุยหลี, ต้มปลาร้าหน่อไม้, แจ่วหม้อไก่บ้าน, น้ำพริกแจ่วหม้อ, ขนมเข่งไส้หน่อไม้ ฯลฯ มานำเสนอในรูปแบบตลาด Green Market ลดใช้ภาชนะพลาสติกเพื่อลดปัญหาขยะ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากกิจกรรมภายในงานดังกล่าวแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณใกล้เคียงพื้นที่จัดงาน อาทิ นมัสการ &amp;ldquo;หลวงพ่อธรรมจักร&amp;rdquo; พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชัยนาท&amp;nbsp; ที่ &amp;ldquo;วัดธรรมามูลวรวิหาร&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วัดมหาธาตุ&amp;rdquo; วัดเก่าแก่โบราณคู่เมืองแพรกหรือเมืองสรรค์ ซึ่งเมื่อ พ.ศ.2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสต้นและทรงมีลายพระหัตถ์บันทึกไว้ว่า มีโบราณสถานที่น่าสนใจ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้แก่ พระปรางค์กลีบมะเฟือง (พูมะเฟือง) สร้างด้วยอิฐถือปูน 3 องค์ พระปรางค์มีลักษณะคล้ายกลีบมะเฟือง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม (ฐานเขียง) เป็นศิลปะสมัยลพบุรี กรมศิลปากรได้บูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2526 และยังมีพระพุทธรูปศิลปะแบบลพบุรีและแบบอยุธยาตอนต้น ตลอดจนมีพิพิธภัณฑ์ภายในวัดซึ่งเก็บรักษาสิ่งของโบราณต่างๆ ให้ได้ชมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ไม่ควรพลาดการไปนมัสการ &amp;ldquo;หลวงปู่ศุข&amp;rdquo; อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดชัยนาท ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า หรือนั่งจิบกาแฟ ถ่ายรูปชิคๆ ที่ร้านกาแฟชื่อดังที่มีอยู่หลายร้าน เช่น ร้าน Sunset Caf&amp;eacute;&amp;rsquo; กาแฟริมแม่น้ำเจ้าพระยา, ร้านกาแฟสดทวดพัน, ร้าน Kwanruen Caf&amp;eacute;&amp;rsquo; &amp;amp; bistro เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;รับรองว่าหากใครได้มาชิมส้มโอขาวแตงกวา ส้มโอสายพันธุ์เก่าแก่ ที่ได้รับการบำรุงรักษาและพัฒนาสายพันธุ์มายาวนานนับเป็นร้อยปี ควบคู่กับการได้สัมผัสวิถีชีวิตผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ และได้ลองลิ้มอาหารถิ่นที่แสนอร่อย มั่นใจว่าจะทำให้ทุกคนหลงรักเมืองรองเล็กๆ แห่งนี้อย่างแน่นอน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานลพบุรี กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน การท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดชัยนาท โทร. 0-5641-2684 และ ททท.สำนักงานลพบุรี โทร.0-3677-0096-7 ได้ทุกวันเวลา 08.30-16.30 น. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:10.0pt; margin-left:180.0pt&quot;&gt;/-/-/-&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:10.0pt; margin-left:180.0pt&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17108</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครั้งที่ 35, ชัยนาท, ท่องเที่ยว, นายอรรถพล วรรณกิจ, ส้มโอขาวแตงกวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180908/image_big_5b93cb1d8b076.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
