<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พลาสติก&#039;ความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ในสถานการณ์โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ขยะพลาสติกในช่วงโควิด

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงปี 2563 ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ ของขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นพุ่งพรวด และเมื่อโควิดกลับมาระบาดในระลอกใหม่อีกครั้งตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน จนถึงขณะนี้ &amp;nbsp;ยิ่งเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ปัญหาขยะพลาสติกให้หนักหน่วงมากขึ้น &amp;nbsp;จึงเป็นเหตุให้ โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (Public Private Partnership for Sustainable Plastic and Waste Management:(PPP Plastics)) &amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมเสวนาออนไลน์ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก และวันทะเลโลก &amp;nbsp;หัวข้อ &amp;ldquo;ขยะพลาสติก : การจัดการและโอกาส Post COVID-19&amp;rdquo; เพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงประชาชนผู้ที่สนใจ ได้ตระหนักถึงสถานการณ์การ จัดการขยะพลาสติกของไทยและประโยชน์ของพลาสติกช่วงโควิด-19 ในมิติต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาขยะและขยะพลาสติก สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัมนาออนไลน์ ถกปัญหาขยะพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ให้ภาพรวมสถานการณ์ของขยะพลาสติกไทยว่า ในช่วงก่อนโควิด-19 ไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ย 2 ล้านตัน/ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 90 กรัม/คน/วัน(ม.ค.-ธ.ค. 2562) โดยคิดเป็น 0.5 ล้านตัน/ปี นำกลับไปใช้ประโยชน์ และ 1.5 ล้านตัน/ปี นำไปกำจัด โดยวิธีฝังกลบหรือเตาเผา และในช่วงต้นปี 2563 การรณรงค์ลดใช้พลาสติก ประชาชนก็ได้ให้ความสนใจและหันมาใช้ถุงผ้ากันมากขึ้น &amp;nbsp;แต่หลังจากที่มีสถานการณ์โควิด -19 ขยะพลาสติกลดลงไม่ถึง 10% &amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลปี 2563-2564 พบว่าปริมาณของคนที่ผลิตขยะพลาสติกในประเทศไทย ใช้ขยะพลาสติกมากขึ้น ในปี 2563 มีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น 40% โดยเฉลี่ยประมาณ 134 กรัม/คน/วัน(ม.ค.-ธ.ค. 2563) และในสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ เพิ่มขึ้นเป็น 45% เฉลี่ยประมาณ 139 กรัม/คน/วัน (เม.ย.2564) และคาดว่าอาจจะมากกว่าเดิม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต รวมไปถึงความจำเป็นในการใช้พลาสติก ดังนั้นหลังจากสถานการณ์โควิด-19 จะต้องมีการวางแผนเพิ่มเติมถึงแนวทางในการจัดการขยะพลาสติก

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวอีกว่า ในปี 2565 จะเริ่มดำเนินการลดการนำเข้าเศษพลาสติกประมาณ 20% หรือประมาณ 2 แสนตัน &amp;nbsp;และคาดว่าจะห้ามนำเข้าเศษพลาสติก 100% ในวันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะต้องทำการหารือกับผู้ประกอบการที่นำเข้าเศษพลาสติกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปริมาณขยะพลาสติกในช่วงโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกในปี 2561-2573 โดยมีเป้าหมายแรก คือ เลิกใช้ขยะพลาสติก 4 ชนิดในปี 2565 คือ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง กล่องโฟม แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายว่าจะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ &amp;nbsp;สวนทางกับขยะกล่องโฟมที่ลดลงไปมากถึง 70-80% ในเป้าหมายที่ 2 คือในปี 2565 ต้องการนำขยะพลาสติก 7 ชนิด ได้แก่ ถุงพลาสติก ถาด/กล่องอาหาร ฝาขวด ช้อน/ส้อม/มีดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ฟิล์ม ขวดพลาสติก แก้วพลาสติกแบบหนา กลับมาใช้ใหม่ให้ได้50% หรือประมาณเกือบ 7 แสนตัน และคาดว่าจะนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ 100% ในปี 2573&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตั้งแต่โควิด19 &amp;nbsp;ระบาดเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ ทำให้คนต้องทำงานที่บ้านเป็นหลัก จนกระทั่งมาถึงปี2564 ที่มีการระบาดเป็นระลอก และหนักสุดในระลอก 3 ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ถึงแม้จะไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ แต่รัฐบาลก็ขอร้องให้มีการทำงานที่บ้านทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน &amp;nbsp; จึงทำให้กรุงเทพฯ ที่เป็นศูนย์กลางของประเทศ มีขยะพลาสติกพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;จากการที่คนหันมานิยมสั่งอาหารเดลิเวอร์รี่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวโน้มปริมาณขยะในกทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ภาณุวัฒน์ อ่อนเทศ ผู้อํานวยการส่วนบริการจัดการมูลฝอย สํานักงานจัดการมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สํานักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่าสัดส่วนของขยะพลาสติกในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ &amp;nbsp;25% &amp;nbsp;มีสัดส่วนขยะพลาสติกในเดือน เม.ย. 2564 เพิ่มขึ้นจากเดือนมี.ค. 2564 ร้อยละ 7.61 ทั้งนี้ได้มีการคิดสัดส่วนของขยะในการนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเมื่อเทียบกับช่วงปี 2562 ขยะพลาสติกสภาพดีประมาณ 5% และขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้ประมาณ &amp;nbsp;15% &amp;nbsp;ในทางกลับกันช่วงโควิด-19 ขยะสภาพดีเพิ่มขึ้นปี 2563 เดือนเม.ย.2564 ขยะพลาสติกสภาพดีเพิ่มขึ้น 7% และขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้เพิ่มขึ้น 29% หรือเฉลี่ย 3,500 ตัน/วัน จากเดิม 2,000 ตัน/วัน ซึ่งคาดว่าหากโควิด-19 สถานการณ์ดีขึ้นปริมาณขยะพลาสติกก็อาจจะลดลงไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านแผนจัดการขยะ ผอ.ส่วนบริการจัดการมูลฝอย กทม. กล่าวว่า &amp;nbsp;ยืนอยู่บนแนวคิดทำให้เหลือศูนย์ (Zero Waste) โดยส่งเสริมทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมนําขยะหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ลดปริมาณขยะที่ต้องกําจัดให้เหลือน้อยที่สุด และกําจัดขยะที่เหลือด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยภายในปี 2570 คาดว่าจะสามารถกําจัดขยะด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีการเผาผลิต ไฟฟ้า (Incinerator) เทคโนโลยีเชิงกล-ชีวภาพ (MBT) และเทคโนโลยีการหมัก (Composting) แทนการฝังกลบจากปัจจุบันร้อยละ 29 ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และในปี 2575 มีเป้าหมายลดปริมาณขยะให้ได้ร้อยละ 20 และเพิ่มการนําขยะไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 50 จากปีฐาน 2556 &amp;nbsp;ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการลดและคัดแยกขยะ เพื่อใช้ประโยชน์ที่แหล่งกําเนิด โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ปริมาณขยะปลายทางที่กำจัด
		
	


&lt;p&gt;

ในความจริงสถานการณ์โควิด-19 พลาสติกกลายเป็นสิ่งที่คนต้องการ วีระขวัญ เลิศจิตต์ ผู้อํานวยการสถาบันพลาสติก ได้ให้มุมมองว่า ในภาวะการณ์ปัจจุบันของการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบค่อนข้างมากและส่วนที่มีการเติบโตขึ้น แบ่งเป็น 4 ด้านหลัก คือ ด้านเศรษฐกิจ อย่าง ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์(E-Commerce) ในอดีตมีการเติบโตเพียง 11% ต่อมาในช่วงปี 2560-2562 มีการเติบโตเพิ่มประมาณ 20% และการคาดการณ์ในปี 2563 โตขึ้นกว่าปี 2562 ถึง 35% ขณะเดียวกันการทำงานที่บ้านหรืออยู่เพื่อความปลอดภัย ทำให้ธุรกิจ Food Delivery เติบโตขึ้นถึง 70-80% อีกธุรกิจที่มีเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ E-Commerce ก็คือ ธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกปกติเติบโตในแต่ละปีเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% แต่ช่วงปี 2563 เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 9% สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการพลาสติกเกิดขึ้นขณะนี้ ส่วนด้านสังคม ทุกคนต้องใช้ชีวิตแบบ New N ormol ทำให้พลาสติกมีความจำเป็นสำหรับ 4 ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นถุงมือ ขวดใส่เจลล้างมือ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผอ.สถาบันพลาสติก กล่าวต่อว่า ด้านสาธารณสุข พลาสติกถูกนำมาผลิตเป็นอุปกรณ์การแพทย์ ด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา สะอาดปลอดภัย ใช้งานได้หลาสภาวะ และสามารถผลิตได้จำนวนมากได้ในเวลาอันรวดเร็ว เช่น ชุด PPE หน้ากาก N-95, Face Shield, PVC Boot และเข็มฉีดยา ที่ประเทศไทยมีการวางแผนในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชากร 50 ล้านคน คนละ 2 ล้านโดส เท่ากับว่าต้องมีเข็มฉีดยา 100 ล้านเข็ม นั้นก็หมายถึงปริมาณขยะพลาสติกจะเพิ่มปริมาณขึ้นด้วย ด้านสิ่งแวดล้อม จากการประเมิน Life Cycle Assessment(LCA) คือการประเมินวัฏจักรของผลิตภัณฑ์โดยดูจากการใช้ทรัพยากร การก่อให้เกิดมลพิษและการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากผลการเปรียบเทียบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการใช้ถุงแต่ละชนิดคิกเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทั้งนี้ในการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตครอบคลุมทั้งวงจรของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เริ่มผลิตไปจนถึงหลังบริโภค การยกระดับและประสิทธิภาพของการรีไซเคิล โดยเฉพาะในประเทศ ขณะนี้การสร้างมาตรฐานการรับรองวัตถุดิบหรือผลิตภัณพลาสติก Post Consumer Recycled(PCR) อยู่ในระหว่างการสร้างมาตรฐาน ที่กล่าวมาทั้งหมดสิ่งสำคัญคือ การสื่อสารออกไปให้สังคมได้รับรู้ และตระหนักถึงการรีไซเคิล การจัดการ จนเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง&amp;rdquo; ผอ.ได้บอกถึงแนวทางจัดการขยะพลาสติก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการลดปริมาณนำเข้าเศษพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) กล่าวว่า มีการคาดการณ์ได้ว่าทั่วโลกภายในอีก 20 ปีข้างหน้านี้ จะส่งผลทําให้มีขยะหลุดรอดออกสู่สิ่งแวดล้อมมากถึง 700 ล้านตัน โดยวิธีการ แก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด คือ การลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมบูรณาการความร่วมมือกันในการลดการใช้งานพลาสติก ที่ไม่จําเป็น โดยเฉพาะการลด ละ เลิก การใช้พลาสติกแบบใช้คร้ังเดียวท้ิง (Single-Used Plastic) และการนําหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ตามวาระแห่งชาติขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG มาปรับใช้ในการจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบและครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขยะคัดแยก การนำรีไซเคิล การใช้ซ้ำ เพื่อสร้างรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
-----------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106333</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, กรมควบคุมมลพิษ, ขยะพลาสติก, ดร.ภาณุวัฒน์ อ่อนเทศ, ดร.วิจารย์ สิมาฉายา, นายอรรถพล เจริญชันษา, วีระขวัญ เลิศจิตต์, สถาบันพลาสติก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c709a8dbdb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.วิจัยใช้ยานยนต์มลพิษต่ำ-ไร้PM2.5 แทนรถดีเซล  กลุ่มรถยนต์ใหม่ร้องขอนโยบายชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 11 มิ.ย. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า คพ. ได้เข้าร่วมการสัมมนาโครงการวิจัย &amp;ldquo;การศึกษาความเป็นไปได้ในการทดแทนรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบันด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ และยานยนต์ที่ได้มาตรฐานค่าไอเสีย EURO 6 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในบรรยากาศ &amp;rdquo;ซึ่งเป็นโครงการวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และ คพ. ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ร่วมสัมมนา จำนวน 171 คน ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามเทคโนโลยียานยนต์ คือ กลุ่มรถยนต์ EURO 6 กลุ่มรถยนต์ NGV และกลุ่มรถยนต์ EV&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวว่า ในการสัมมนาดังกล่าวผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นด้วยที่จะแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ต้องการให้ภาครัฐกำหนดนโยบายที่ชัดเจน ทั้งเรื่องทิศทางการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและมาตรการส่งเสริม โดยมีข้อคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม เช่น 1.กลุ่มรถยนต์ EURO 6 เห็นว่าควรบังคับใช้มาตรฐาน EURO 5 ทั้งของรถยนต์และน้ำมันต้องพร้อมกัน เนื่องจากปริมาณกำมะถันในน้ำมันดีเซลตามมาตรฐาน EURO 5 ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์และอุปกรณ์ลดมลพิษน้อยกว่าการใช้น้ำมันไบโอดีเซล และการติดตั้งตัวกรองเขม่าไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล(Diesel Particulate Filter หรือ DPF) ในรถยนต์เก่าอาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการเปลี่ยนเป็นรถยนต์ใหม่ที่เทคโนโลยีดีกว่า 2.&amp;nbsp;กลุ่มรถยนต์ NGV เห็นว่า นโยบายของภาครัฐยังไม่ชัดเจน ความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจทั้งในส่วนของรถยนต์และสถานีบริการมีต้นทุนที่สูงขึ้น และราคา NGV ไม่สะท้อนต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น และ 3.&amp;nbsp;กลุ่มรถยนต์ EV เห็นว่านโยบายส่งเสริมของภาครัฐไม่ครอบคลุมเรื่องการดัดแปลงรถยนต์เก่าไปเป็น EV ให้มีราคาที่ถูกลง ต้องการให้มีสถาบันการเงินเข้ามาสนับสนุนทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้รถยนต์ และการจัดการกับแบตเตอรี่ใช้แล้วยังไม่มีความชัดเจนและเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผลจากการสัมมนา คพ. จะนำไปประมวลเพื่อประกอบการจัดทำนโยบายสาธารณะด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากภาคการขนส่งต่อไป ทั้งนี้ หากดำเนินการทดแทนรถยนต์เก่าที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลด้วยรถยนต์ EURO 6 เปลี่ยนมาใช้รถ EV รถ NGV และมีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกำมะถันต่ำ ส่งผลให้การปล่อยฝุ่น PM2.5 จากไอเสียรถยนต์ลดลงได้กว่า 15 กิโลตัน ภายในปี 2573 &amp;nbsp;ซึ่งแต่ละมาตรการจะได้รับการพิจารณาจาก คพ. ภายใต้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106037</URL_LINK>
                <HASHTAG>EURO6, คพ., นายอรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c30f3579067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่าไม้เงื้อดาบรอฟัน&#039;ปารีณา&#039; รอแค่กฤษฎีกาไฟเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 62 &amp;ndash; ที่รัฐสภา นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยก่อนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ว่า วันนี้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเพื่อให้ทราบในรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งในส่วนข้อเท็จจริงที่เป็นพื้นที่ของรัฐและในส่วนของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวว่า กรณีที่กรมป่าไม้ทำเรื่องสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกที่ดินนั้น ได้ทำเรื่องสอบถามครบทุกประเด็น ทั้งสถานภาพของพื้นที่ เนื่องจากฝ่ายกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการดำเนินการต่างๆ ถ้าเป็นการดำเนินการภายใต้กฎหมาย หากดำเนินการไปแล้ว แต่ไม่ได้ทำให้ชัดเจนจะเกิดปัญหา ดังนั้น เพื่อความถูกต้องต้องสอบถามกฤษฎีกา ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินการมีอยู่แล้ว แต่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติสบายใจว่าที่ดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ ถ้าตัดสินใจแล้วไม่ครบถ้วนจะมีผลต่อการดำเนินการกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรมป่าไม้ดำเนินคดีที่ดิน จำนวน 682 ไร่ ของ น.ส.ปารีณาได้หรือไม่ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขอสงวนความเห็นไว้ก่อน แต่เรามีความเห็นแตกต่างจาก ส.ป.ก. ยืนยันแม้ความเห็นจะต่างกันแต่ที่ดินได้คืนเป็นของรัฐอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหา ประเด็นอยู่ที่ว่าสถานภาพที่ดินทางกฎหมายเป็นป่าหรือไม่ และถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายต้องใช้กฎหมายฉบับใด และผู้ที่บังคับใช้กฎหมายคือหน่วยงานใด จะเป็น ส.ป.ก. กรมป่าไม้ หรือทั้ง 2 หน่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการครอบครองที่ดินมาก่อนสามารถดำเนินคดีได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ต้องดูว่าครอบครองตั้งแต่ช่วงเวลาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า หากครอบครองแล้วภายหลังส่งคืนถือว่าความผิดสำเร็จแล้วใช่หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ขอให้รอกฤษฎีกา ซึ่งต้องเคารพและให้เกียรติ&amp;nbsp; กฤษฎีกาตีความอย่างไร เราพร้อมดำเนินการทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., กมธ.ปราบโกง, นายอรรถพล เจริญชันษา, ปารีณา, สปก., สภา, อธิบดีกรมป่าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d625ce10b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทวี&#039;บุกฟังกรมป่าไม้แถลงคดีฟัน&#039;ปารีณา&#039;รุกป่าจี้&#039;อธิบดี&#039;ชี้แผนที่จุดใดรุกป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62-ที่กรมป่าไม้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ สำนักงานป่าไม้ที่ดินจังหวัดราชบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวสรุปผลการแจ้งความดำเนินคดี ฟาร์มไก่&amp;rdquo;เขาสนฟาร์ม 2&amp;rdquo;ของ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวว่า อาจมีการเข้ารังวัดพื้นที่ผิดพลาดในครั้งแรก มีความจำเป็นต้องให้ความเป็นธรรมต้องมีการรังวัดเกิดขึ้นใหม่ จนมาถึงวันที่ 29 พ.ย. ที่ได้ข้อเท็จจริงใหม่ที่ถูกต้อง ซึ่งหลังจาก 24 พ.ย.ที่ผ่านมาที่เริ่มทำงานเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ของนางสาวปารีณา ที่ผ่านมากรมป่าไม้ยังตกเป็นจำเลยว่ามีการช่วยเหลือในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต้องมีความละเอียดรอบคอบมีคสามจำเป็นต้องยืดระยะเวลาออกไปเล็กน้อย โดยสรุปพบความผิดรุกพื้นที่ป่าของนางสาวปารีณา พื้นที่ที่จะดำเนินคดี มีทั้งหมด 46 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา อยู่ในเขตป่าตาม พราราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จำนวน 4 ไร่ 3 งาน 81 ตารางวา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรคพลกล่าวว่า ไม่ขอแถลงถึงพฤติการณ์การครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณาเนื่องจากเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อสำนวนคดี หลังจากนี้จะขอให้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่จะเข้าแจ้งความกับนางสาวปรีณาในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เบื้องต้นแจ้งข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 4 พระราชบัญญัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันเราไม่ได้ช้า กรมป่าไม้ได้รับคำสั่งมาตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. เริ่มทำงานวันที่ 24 พ.ย. จนเสร็จสิ่นครบถ้วนสมบูรณ์ในวันที่ 29 พ.ย. ขอ ย้ำว่ากรมป่าไม้ยังมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าทวงคืนพื้นป่า และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการครอบครองที่ดินที่เป็นพื้นที่ป่า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าวนายทวี ไกรคุปต์ บิดานางสาวปารีณา ได้เดินทางมารับฟังการแถลงข่าวแจ้งของกรมป่าไม้ พร้อมนำแผนที่จากกรมที่ดินที่มีการแนบท้ายกฎทางกระทรวงฯ อัตราส่วน 1 ต่อ 400,000 มาสอบถามกับอธิบดีกรมป่าไม้เพื่อขอให้ชี้จุดที่ชัดเจนที่อ้างว่ามีการบุกรุกป่า ว่าอยู่บริเวณใดของแผนที่เนื่องจากไม่เชื่อว่าแผนที่ที่ดินผืนเดียวจะสามารถทำผิดกฏหมายได้ถึง 3 ฉบับ ซึ่งหากเป็นไปตามที่อธิบดีกรมป่าไม้แถลงจะทำให้มีพื้นที่ที่ทำผิดกฎหมายกว่าอีก 10,000 ไร่ที่จะได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมป่าไม้ ได้ชี้แจงว่าทั้งหมดตามสเกลที่กรมป่าไม้อ้างอิงมีการตรวจวัดอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ถึงได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดซึ่งก็เป็นหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาจะมีสิทธิ์โต้แย้งอ้างอิงตามหลักฐานที่มี ซึ่งหลังจากแจ้งความดำเนินคดี ต่อ บก.ปทส. จะเข้าพื้นที่ติดป้ายพื้นที่ตรวจยึดต่อไป และหากผู้ถูกกล่าวหาจะฟ้องกลับกรมป่าไม้ ขอให้ฟ้องเฉพาะอธิบดีกรมป่าไม้เพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากข้อความถึงน.ส.ปารีณา ลูกสาวอย่าฟ้องร้องหรือฟังทนายความที่จะฟ้องกลับกรมป่าไม้ เพราะทุกคนปฏิบัติตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา&amp;quot;นายทวีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51572</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีรุกป่า, นางสาวปารีณา ไกรคุปต์, นายทวี ไกรคุปต์, นายอรรถพล เจริญชันษา, อธิบดีกรมป่าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de4940638d57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
