<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2020 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2020 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถพล&#039; รอเลขาฯก.อ.สรุปผลสอบชุดวิชา จับตาอัยการใครเอี่ยวคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.63 -&amp;nbsp;นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ กล่าวถึงความคืบหน้าได้รับหนังสือจากเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งหนังสือมีการเเนบรายละเอียดผลการสอบสวนของ นายวิชา มหาคุณ ในคดีการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังในวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ นายวิเชียร สุดรุ่ง อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ในฐานะเลขาฯก.อ.กำลังตรวจรายละเอียดของเอกสารรายงานว่ามีอัยการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีนี้มีกี่คนเเละใครบ้าง แล้วจึงนำเสนอตนในฐานะประธาน ก.อ.เผื่อมีหนังสือแจ้งไปยังเลขาปทท.ภายในวันที่ 16 ก.ย. เนื่องจากหนังสือจากเลขาฯปปท.ได้เเจ้งหน่วยงานที่มีการส่งหนังสือให้ขอตรวจสอบเเละจะต้องรายงานกลับใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากยังทำไม่เสร็จก็จะต้องรายงานความคืบหน้าทุก 7 วัน ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้หากนายวิเชียร ในฐานะ เลขาฯ ก.อ.ได้ทำรายงานสรุปผลเข้ามายังตน ซึ่งขั้นตอนต่อไปเราจะก็จะนำเสนอวิธีการตรวจสอบเพื่อให้ ก.อ.พิจารณาในวันที่ 22 ก.ย.ซึ่งเป็นวันประชุม ส่วนรายละเอียดต้องรอรายงานสรุปผลจาก เลขาฯก.อ.ก่อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77235</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, นายอรรถพล ใหญ่สว่าง, ป.ป.ท., วิชา มหาคุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3ba64454600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 06:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานก.อ.แจงข่าวอัยการเกี่ยวข้องคดีบอสหนีไปต่างประเทศไม่เป็นความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 63- นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงการที่มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้ลงข้อมูลทำนองว่า ตนเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ว่าพนักงานอัยการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนความเร็วคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ได้เดินทางหนีออกนอกประเทศแล้ว ว่า ภายหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวดังกล่าว ปรากฏว่ามีน้องๆ อัยการโทรเข้ามาสอบถามตนเป็นจำนวนมากว่าอัยการคนดังกล่าวเป็นใคร เดินทางหนีออกนอกประเทศไปแล้วจริงหรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนยันตรงนี้ว่าข่าวที่ออกไปดังกล่าวไม่เป็นความจริง คือ 1.ผมไม่เคยไปให้สัมภาษณ์ถ้อยคำหรือข้อความดังกล่าว 2.ผมไม่ทราบและไม่รู้จักว่าอัยการที่ถูกกล่าวอ้างเป็นใคร เมื่อทราบว่ามีสำนักข่าวที่มีชื่อเรื่องสืบสวนสอบสวนแห่งหนึ่งได้รายงานข่าวว่าได้สัมภาษณ์ผม ผมก็ได้โทรศัพท์ไปสอบถามนักข่าวอาวุโสคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวแห่งนั้น ต่อว่าในการนำเสนอข่าวที่ไม่เป็นความจริง โดยผู้อำนวยการสำนักข่าวดังกล่าวยอมรับว่าข่าวดังกล่าวไม่มีต้นตอที่น่าเชื่อถือ โดยคนที่ทำการเผยแพร่ข่าวเป็นลูกน้องในทีม จะดำเนินการลบข่าวให้&amp;quot;
นายอรรถพล กล่าวว่า&amp;nbsp; เนื่องจากข่าวดังกล่าวถูกแพร่กระจาย มีน้องๆ ที่สำนักงานอัยการโทรมาถามเป็นจำนวนมาก จึงต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงตรงนี้ เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76481</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, นายอรรถพล ใหญ่สว่าง, อัยการสั่งไฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3ba64454600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการเลือก &#039;อรรถพล ใหญ่สว่าง&#039; นั่งประธานก.อ.คนแรกตามกฎหมายใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.62 - ที่ห้องประชุม 302-303 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตรวจนับคะแนนเลือกประธานกรรมการอัยการ (ก.อ.) และ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยในส่วนของประธาน ก.อ.มีผู้สมัครเข้ารับเลือกจากอัยการทั่วประเทศยกเว้นอัยการผู้ช่วย จำนวน 5 คนประกอบด้วย 1.นายทวีศักดิ์ วรพิวุฒิ อดีตรองอัยการสูงสุด 2.นายปรีชา วราโห อดีตรองอัยการสูงสุด 3.นายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุด 4.นายสมชาย คูวิจิตรสุวรรณ อดีตอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 5.นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด มีการเริ่มนับคะแนนตั้งแต่เวลา 9.30 น. - 13.13 น. มีบัตรลงคะแนนจำนวน 3,061 ใบ ผลปรากฏว่าผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงลำดับดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 1 นายอรรถพล ใหญ่สว่าง 1,810 คะแนน อันดับ 2 นายพชร ยุติธรรมดำรง 1,036 คะแนน อันดับ 3 นายทวีศักดิ์ วรพิวุฒิ 91 คะแนน อันดับ 4 นายสมชาย คูวิจิตรสุวรรณ&amp;nbsp; 63 คะแนน อันดับ 5 นายปรีชา วราโห 61 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเลือกตั้ง ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการนับคะแนน ซึ่งจะทราบผลในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ก.อ. ตามกฎหมายใหม่จำนวน 15 คนประกอบด้วย ประธาน ก.อ. (ที่มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย ซึ่งกฎหมายเก่าจะเป็นอัยการสูงสุดโดยตำแหน่ง)โดยมีอัยการสูงสุดเป็นรองประธาน &amp;nbsp;ก.อ. ส่วน ก.อ.ประกอบด้วย รองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโส จำนวน 5 คน กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 คน ซึ่งมาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย &amp;nbsp;ประกอบด้วย อัยการชั้น 5 ขึ้นไปจำนวน 4 คน อัยการที่เกษียณอายุราชการ จำนวน 2 คน รวมเป็น 6 คน และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นอัยการมาก่อนและเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ การพัฒนาองค์กร หรือการบริหารจัดการ (มาจากการเลือกของอัยการยกเว้นอัยการผู้ช่วย) โดยให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นเลขานุการ ก.อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ คุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นประธาน ก.อ. จะเป็นผู้รับบำเหน็จบำนาญตามกฏหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และเคยรับราชการเป็นข้าราชการมาแล้วในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการหรืออธิบดีอัยการภาค หรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า ทั้งนี้ต้องไม่เคยเป็นสมาชิกหรือเป็นเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองในระยะสิบปีก่อนได้รับเลือกโดยประธาน ก.อ. มีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเก้าโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ส่วน ก.อ. ผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปีนับแต่วันที่อัยการสูงสุดประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็น &amp;nbsp;ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยประธาน &amp;nbsp;ก.อ. และ &amp;nbsp;ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุดคนที่ 11 ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดจากอัยการทั่วประเทศเลือกเข้ามาเป็นว่าที่ ประธาน ก.อ.เมื่อครั้งสมัยดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด เคยถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเข้ายึดอำนาจในช่วงแรกสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และให้นายตระกูล วินิจนัยภาค รองอัยการสูงสุดในขณะนั้น ที่ต่อมาเป็นผู้ฟ้องคดีโครงการรับจำนำข้าวขึ้นดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดแทน ซึ่งต่อมาได้กลับมานั่งในตำแหน่งอัยการอาวุโส โดยในช่วง พ.ย. 2557 ได้มีการเลือกตั้งซ่อม ก.อ.สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ แทนตำแหน่ง นายเรวัตร จันทร์ประเสริฐ ว่างลง ปรากฏว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งที่อัยการทั่วประเทศที่มีสิทธิลงคะแนนกว่า 3,100 คนแล้วส่งกลับมามีจำนวนกว่า 2,400 ใบ ปรากฎว่า นายอรรถพล ได้คะแนนสูงถึง 1,677 คะแนน ซึ่งเกินจำนวนกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิและผู้ลงคะแนนไปจำนวนมาก และการเลือกตั้ง ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิหลังจากนั้น นายอรรถพลก็ยังได้คะแนนมากกว่าครั้งแรก ซึ่งนับเป็นปรากฎการณ์ว่าไม่เคยมีผู้ใดได้รับคะแนนคัดเลือกจำนวนมากเช่นนี้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้มีการพูดคุยกันมากว่าการเลือกตั้งซ่อม ก.อ.ใน 2 ครั้งนั้น สะท้อนความเป็นเอกภาพในการบริหารงานของการสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป เนื่องจากนายอรรถพล พ้นจากตำแหน่งอัยการสูงสุดในช่วง คสช. มีอำนาจ แต่ได้กลับมาลงแข่งขันเลือกตั้งเป็น ก.อ.สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ และได้รับเลือกในคะเเนนที่สูงลิ่วยังคงได้รับความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ถือว่าได้รับคะแนนนิยมจำนวนมาก มีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งจากบัตรลงคะแนนจากอัยการทั่วประเทศ โดยสำหรับนายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุดคนที่ 8 ที่แม้ได้คะแนนอันดับ 2 ในครั้งนี้ก็ถือว่าได้คะแนนที่สูงเกินความคาดหมาย ซึ่งคะแนนที่ได้น่าจะมาจากฐานเสียงอัยการรุ่นเก่า จึงเชื่อว่าในการเลือก ก.อ.คราวหน้าหากนายพชรยังอาสาตัวเองอีก ก็มีโอกาสได้รับเลือกเป็นประธาน ก.อ.สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายอรรถพล จบการศึกษาปริญญาตรี สาขานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (กิตติมศักดิ์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติการทำงานที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 2515 -2518 ตำแหน่งอาจารย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 2518 ตำแหน่งอัยการผู้ช่วย (พ.ศ. 2518) สำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 2548 - 2549 ตำแหน่งอธิบดีอัยการฝ่ายคณะกรรมการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 2549 - 2550 ตำแหน่งผู้ตรวจราชการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 2550 - 2552 ตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจราชการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 2552 - 30 ก.ย. 2556 ตำแหน่งรองอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 2556 - 2557 ตำแหน่งอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 2555 - ปัจจุบัน ตำแหน่งเนติบัณฑิตยสภา เนติบัณฑิตยสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 2555 - ปัจจุบัน ตำแหน่งสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง&amp;nbsp; เนติบัณฑิตยสภา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., นายอรรถพล ใหญ่สว่าง, สำนักงานอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c8a13ff3f8f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
