<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือดแน่!&#039;แม่น้องชมพู่&#039;เปิดตัวทีมทนายรวม4คนสู้คดี &#039;อัจฉริยะ&#039;เบรก&#039;สิระ&#039;มากกกอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.64 -มีความคืบหน้าการเสียชีวิตของน้องชมพู่ ด.ญ อรวรรณ วงศ์ศรีชา หลังจากศาลออกหมายจับ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ลุงเขยเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตน้องชมพู่โดยในส่วนของลุงพล มีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เป็นทนายความ ทางด้านฝั่งของ แม่น้องชมพู่ หรือคุณสาวิตรี วงศ์ศรีชา วันนี้ ก็ตั้งโต๊ะ แถลงข่าว เปิดตัวทีมทนายความ ขอเป็นโจกท์ร่วมในการต่อสู้คดีให้น้องชมพู่ โดยทีมทนาย มี4คนประกอบด้วยนาย วินัย ชุมสวัสดิ์ 1 ใน 4&amp;nbsp; ทนายคดีน้องชมพู่
ซึ่งมีนายวินัย ชุมสวัสดิ์&amp;nbsp; เป็นหัวหน้าทีมทนายความ มีทั้งหมดรวม 4 คน โดยคดีนี้ ยังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน รอส่งอัยการ หากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็จะเป็นโจกท์ร่วม แต่ หากอัยการสั่งไม่ฟ้องก็จะยื่นฟ้องเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;nbsp; ประธานชมรมช่วยเหลือ อาชญกรรมเป็นที่ปรึกษาคดีนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนได้รับมอบจากแม่น้องชมพู่ และครอบครัว ให้เป็นที่ปรึกษาและจัดหาทนาย เป็นโจกท์ร่วม ทำในนาม ชมรมช่วยเหลืออาชญกรรม มีทนายความ 4 คน แยกเป็น 2 คน ทำคดีน้องชมพู่ และอีก 2 คนเป็นคนทำคดีการปกป้องสิทธิ์ กับคนที่ละเมิดให้ร้ายกล่าวหาทั้งทางแพ่งและทางอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวินัย ชุมสวัสดิ์&amp;nbsp; ทนายความ กล่าวว่า ไม่ได้หนักใจการต่อสู้คดี เราไม่ใช่อัศวินขี่ม้าขาว คนที่เป็นอัศวินคือตำรวจ และเจ้าหน้าที่ และพนักงานอัยการ ที่ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย กรณีศึกทนาย ไม่ได้สนใจ เป็นวาทกรรม แต่เรื่องจริงคือ แม่คือผู้สูญเสีย ฝ่ายผู้ต้องหาและเสียหายเท่านั้น&amp;nbsp; การโต้แย้ง ไม่ใช่สาระ หลักฐานสำคัญคดีนี้ การทำงานพนักงานสอบสวนจะเปิดออกมาน้อยมาก สิ่งที่เปิดออกมาเป็นหน้าปกสำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา&amp;nbsp; แม่น้องชมพู่&amp;nbsp; กล่าวขอบคุณและดีใจที่มีทีมทนายเข้ามาช่วย ไม่กังวลใจอะไร รวมทั้งหลักฐาน เหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว สบายใจ โล่งอก&amp;nbsp; เรื่องเครื่องซินโครตรอน เรื่องนี้ไม่กังวล ทุกอย่างเป็นมาตรฐาน และเชื่อมั่น ตอนนี้โล่งใจ ดีใจ มีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนไม่อนุญาตให้นายสิระมาพบกับคุณแม่น้องชมพู่ เพราะเชื่อมั่นในหลักฐาน ไม่ใช่คดีการเมือง และขอบคุณ สส.สิระที่จะมา แต่ไม่ใช่คดีการเมือง&amp;nbsp; เชื่อมั่นในผู้บัญชาการตำรวจ ที่เอาผิดคนร้ายคดีนี้ได้แน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีนี้เกิดความผิดเพี้ยน ผู้สูญเสีย กลับถูกกล่าวหาฆ่าลูกตัวเอง ผู้ต้องหา เป็นซุปเปอร์สตา และเชื่อว่า ตลอดเวลาที่ลงพื้นที่ 7 เดือน ตนพอจะรู้ และอีกฝั่งพึ่งลงมาทำคดี ก็ฟังแต่ลูกความของตัวเอง รับไม่ได้ ผู้ต้องหา เป็นดารา ผู้สูญเสียเป็นดารา และช่วยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการยื่นคำร้องขอค้านปล่อยตัวชั่วคราว เป็นหลักทั่วไป ที่ศาลให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหา ถ้ามีการทำผิดเงื่อนไข ก็จะยื่นคำร้องต่อศาล ส่วนสาระการต่อสู้คดีจะไม่ขอเปิดเผย เพราะเป็นการต่อสู้คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศการแถลงข่าวเปิดตัวทนายแม่น้องชมพู่เป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้าน บ้านกกกอกและกลุ่มแฟนคลับคุณแม่น้องชมพู่ ก็พากันนำดอกไม้ มาให้กำลังใจแม่น้องชมพู่และทนายความ โดยชาวบ้านบอกส่งกำลังใจคือสิ่งสำคัญในการต่อสู้คดีนี้ ชาวบ้านกกกอกจะไม่ทิ้งแม่น้องชมพู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลังจากที่ นายไชย์พล ได้ประกันตัวก็ไม่ได้มาข้องเกี่ยวกับชาวบ้านหรือพยาน โดยหนึ่งในพยานสำคัญคดีนี้ คือนายวัชรินทร์ กงแก่นท้าว อายุ 48 ปี&amp;nbsp; หรือพ่อแบม พยานปากสำคัญ&amp;nbsp; ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้สบายใจไม่ได้กังวลอะไร และก็โล่งใจที่ต่อไปนี้ พวกพยานต่างๆไม่ต้องไปให้ปากคำตำรวจแล้ว ที่ผ่านมาตลอด1ปี ชาวบ้านและพยาน ต้องวนเวียนไปให้ปากคำตำรวจ อยู่หลายครั้ง แต่ทุกคนก็เต็มใจและให้ปากคำตามสิ่งที่เห็นในวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106028</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมทนายคดีน้องชมพู่, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, บ้านกกกอก, ลุงพล, สาวิตรี วงศ์ศรีชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c306b7322ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเด้งแล้ว! 2 นายดาบรีดเงินครึ่งแสน-ขอมีเซ็กส์แลกปล่อยตัวสาวพกยาบ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.63 - จากกรณีเมื่อช่วงหัวค่ำของวานนี้ที่ 17 ธันวาคม 2563 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;nbsp;ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม&amp;nbsp;ได้พา น.ส.แนน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์&amp;nbsp;จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ หลังจากที่ น.ส.แนน ได้ถูกตำรวจยศนายดาบ ซึ่งประจำอยู่ตู้ยามจุดสกัดแห่งหนึ่ง ภายในซอยวัดบางด้วน จับกุมในข้อหามียาบ้าไว้ในความครอบครองจำนวน 2 เม็ดและขอร่วมหลับนอนด้วยเพื่อแลกกับอิสรภาพ แต่ น.ส.แนน ไม่ยอมจึงถูกเรียกเงินจำนวน 5 หมื่นบาทเพื่อแลกอิสรภาพแทน แถมบังคับให้หาเพื่อนสาวมาร่วมหลับนอนแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดวันนี้&amp;nbsp;พล.ต.ต.ชุมพล&amp;nbsp;&amp;nbsp;พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้มีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ที่&amp;nbsp;527/2563&amp;nbsp;ให้ ด.ต.วงษ์ชยาภัทร ชัยพรวุฒิกุล ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ และ ส.ต.อ.เอกชัย เจริญสวัสดิ์ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสมุทรปราการ มาช่วยราชการ ที่ ศปก.ภ.จว.สมุทรปราการ ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;18 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไปโดยขาดจากตำแหน่งเดิม จนกว่าคำสั่งจะเปลี่ยนแปลง หลังจากได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และจากการสอบสวนตำรวจทั้งสองนายเบื้องต้น ด.ต.วงษ์ชยาภัทร ยังปฏิเสธ เกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.เติมรัศมิ์ จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ รับทราบข้อมูลได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.คเณศ งามประเสริฐ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ทำการสอบปากคำผู้เสียหายและพยานรวม 3 คนแล้ว&amp;nbsp;ส่วนคำให้การของ ด.ต.วงษ์ชยาภัทร รายละเอียดขอให้อยู่ในสำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เบื้องต้นพบว่าพฤติกรรมของดาบตำรวจคนดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นไปตามคำพูดของผู้เสียหายทั้งหมด แต่ก็ใกล้เคียงกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมสำนวนการสอบสวนเพื่อส่งให้ ปปช.เป็นผู้พิจารณา ภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ชุมพล&amp;nbsp;พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า หลังได้รับรายงาน ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้ตำรวจทั้งสองนายมาช่วยราชการ ที่ ศปก.ภ.จว.สมุทรปราการ แล้วโดยขาดจากตำแหน่งเดิม และอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ถ้าผู้เสียหายให้การพาดพิงถึงใครก็ต้องนำสอบปากคำด้วย และผู้เสียหายเองก็มีพฤติกรรมเกี่ยวพันกับเรื่องยาเสพติด หากตำรวจผิดจริงก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ไม่ใช่มาเอาอารมณ์มาตัดสิน แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ ส่วนในเรื่องที่จะให้พักราชการหรือออกจากราชการนั้น ต้องรอให้ ปปช. เป็นผู้พิจารณา โทษตามระเบียบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87272</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, ยาบ้า, สภ.เมืองสมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdca4cb11e48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 07:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 07:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตำรวจนอกรีดเรียกเงิน5หมื่นบาทแลกอิสระภาพหลังค้นพบยาบ้า2เม็ดในตัวสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
18 ธ.ค.63 - เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้พา น.ส.แนน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พ.ต.อ.เติมรัศมิ์&amp;nbsp; จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมือง สมุทรปราการ หลังจากที่ น.ส.แนน ได้ถูกตำรวจยศนายดาบ ซึ่งประจำอยู่ตู้ยามจุดสกัดแห่งหนึ่ง ภายในซอยวัดบางด้วน จับกุมในข้อหามียาบ้าไว้ในความครอบครองจำนวน 2 เม็ดและขอร่วมหลับนอนด้วยเพื่อแลกกับอิสรภาพ แต่ น.ส.แนน ไม่ยอมจึงถูกเรียกเงินจำนวน 5 หมื่นบาทเพื่อแลกอิสรภาพแทน แถมบังคับให้หาเพื่อนสาวมาร่วมหลับนอนแทน
น.ส.แนน ผู้เสียหาย ได้เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมาขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะไปเยี่ยมลูกที่บ้านแม่ในย่านสำโรงใต้ ระหว่างที่ขี่รถจักรยานยนต์เข้าในซอยปลาป่น ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.สำโรงใต้&amp;nbsp; ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 2 นายและอาสาอีก 2 นาย ได้เรียกตรวจค้น ซึ่งในการตรวจค้นครั้งนั้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวจะพาตนไปตรวจค้นที่ในตู้ยามจุดสกัดโดยให้ตนถอดเสื้อชั้นในออกทำให้ยาบ้าจำนวน 2 เม็ดที่ตนซุกซ่อนไว้หล่นลงมา&amp;nbsp; การเจรจาจึงเริ่มขึ้น โดยตำรวจยศนายดาบคนดังกล่าว ได้ขอร่วมหลับนอนกับตนเพื่อแลกอิสระภาพ แต่ตนไม่ยอมตำรวจคนดังกล่าวจึงบอกให้ตนหาเงินมาให้แต่ไม่ได้บอกจำนวน ตนจึงโทรไปหาพี่ชายและแม่เพื่อขอเงินซึ่งก็มีเงินอยู่ประมาณ 5 พันบาท แต่นายตำรวจคนดังกล่าวไม่ยอมรับบอกตนว่าต้อง 5 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.แนน เล่าต่อว่า ตนไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนจึงโทรไปหานายจ้างซึ่งตนช่วยขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดอยู่ให้หาเงินจำนวนดังกล่าว จนนายจ้างต้องเอารถยนต์กระบะไปจำนำกับเพื่อนได้เงินมา 3 หมื่นบาท ก่อนที่นายจ้างจะนำเงินจำนวน 25,000 บาทมาให้ดาบตำรวจคนดังกล่าวที่ตู้ยาม หลังจากที่เจรจากันจนตำรวจคนดังกล่าวยอมรับเงินจำนวนดังกล่าว โดยให้อาสาเป็นคนรับเงินที่บริเวณซอยข้างตู้ยามก่อนที่จะปล่อยตัวตนกลับไป และในวันนี้ดาบตำรวจคนดังกล่าวได้นัดให้ตนมาพบที่ตู้ยามดังกล่าวอีก เพื่อให้ติดต่อเพื่อนสาวให้มาร่วมหลับนอนด้วย ระหว่างที่เจรจาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ สภ.เมือง สมุทรปราการได้นำกำลังเข้ามามาพอดีก่อนเชิญตัวดาบตำรวจคนดังกล่าวไปทำการสอบสวนที่โรงพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.เติมรัศมิ์&amp;nbsp; จินดาวัฒน์ ผกก.สภ.เมือง สมุทรปราการ กล่าวว่า หลังรับเรื่องได้สั่งการณ์ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปเชิญตัวตำรวจนายดังกล่าวมาทำการสอบสวน และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และจะทำหนังสือรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามระดับชั้น ส่วนตำรวจนายดังกล่าวจะถูกพักหรือออกจากราชการหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาจะสั่งการณ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87201</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตำรวจนอกรีด, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, พ.ต.อ.เติมรัศมิ์  จินดาวัฒน์, ยัดข้อหายาบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdbef566ef4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039;ยันไม่ติดโควิด-19โวยโดนนำภาพเก่าเข้าสนามมวยมาโจมตี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.63-นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ภาพและข้อความระบุเป็นห่วงนายอัจฉริยะไม่มาศาลอาจจะกลัวคนอื่นติดโควิด-19 เพราะมีคนบอกอยู่ที่สนามมวยแทบทุกนัดว่า ภาพที่มีการแชร์กันเป็นภาพเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2562 เป็นการดิสเครดิตเพื่อต้องการทำลายตน เขารู้อยู่แล้วช่วงนี้เป็นช่วงที่ตนกำลังไปที่หน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อไปหาข้อมูลหน้ากากอนามัย เขารู้อยู่แล้วว่าตนไม่ได้เป็น ไม่ได้ติดเชื้อโควิด ไม่ได้ไปที่สนามมวยนานแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เอาภาพเก่ามาเพื่อให้คนเข้าใจผิดว่าผมมีเชื้อโควิด-19 พอไปลงวันนี้ผมถูกยกเลิกงานทุกงาน ที่สำคัญคือเขารู้อยู่แล้วว่าวันจันทร์ (23 มี.ค.) ต้องมีการขึ้นศาลระหว่างคดีเขากับคดีผม ที่ศาลจังหวัดอยุธยา วันอังคาร (24 มี.ค.) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เขาต้องการบีบผมทุกทางให้คนรังเกียจผม ให้ใครไม่กล้าเข้าใกล้ผม กลัวติดเชื้อ ถ้าผมไปที่ศาล ศาลอาจจะไม่ให้ผมเข้า แล้วเขาก็จะไปร้องได้ว่าผมไม่สามารถไปที่ศาลได้ ให้ศาลออกหมายจับผม นี่คือวิธีการเทคนิคของเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ ยืนยันตนไม่มีเชื้ออะไรทั้งสิ้น ผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานราชการทุกหน่วยงานที่ตนไปมา ทุกหน่วยงานมีเอ็กซเรย์อยู่แล้ว วันนี้ 20 กว่าวันแล้ว การมีโควิดต้องเป็นไข้ ไอจาม ตนไม่เป็นสักอย่าง ปกติ อยู่ๆ มาลง ตนเสียหาย ตนก็ชี้แจงในเพจแล้วว่าไม่เป็น อยากขอความเป็นธรรม ยืนยันว่าตนไม่มีเชื้อโควิดอะไรทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;คนกำลังหวั่นเกรงเรื่องโควิดถูกไหมครับ เขาเลยเอาตรงนี้มาเล่น ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเล่นนะ วิธีนี้เขาไม่เล่นกันหรอก มันสกปรก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60386</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e689a1ba8b82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ษิทรา&#039;ห่วง&#039;อัจฉริยะ&#039;บอกโควิดร้ายแรงแต่เชื้อที่อยู่ในตัวพี่ระวังนะครับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.63-นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันนี้พี่อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ไม่ไปศาลคดีที่ฟ้องผม เรื่องหมิ่นประมาท ตอนแรกก็เป็นห่วงว่าที่ไม่มาอาจจะกลัวคนอื่นติดโควิด-19 มีคนบอกพี่เค้าอยู่ที่สนามมวยแทบทุกนัด ได้ข่าวว่าคนที่ติดเชื้อจากสนามมวยมีเป็นจำนวนมาก ไม่รู้ว่าพี่จะเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า ดูแลตัวเองด้วยนะ กักตัวเอง อย่าไปแพร่ให้ชาวบ้าน ได้ข่าวว่าตอนนี้ตามหาหน้ากากอยู่ ยังไงก็หามาใส่ให้ตัวเองก่อน รักษาร่างกายให้แข็งแรง โดนฟ้องหลายคดีจะได้สู้เค้าได้ ถ้าร่างกายอ่อนแอ จะสู้เค้าไม่ไหวนะ พลาดแพ้คดีขึ้นมาจะยุ่ง หลายคดีที่พี่ฟ้องผมมาแล้วศาลยกฟ้องทั้งหมด แม้พี่จะไม่มาศาล ผมไม่ถือสานะครับ รักษาสุขภาพก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื้อโควิด-19 มันร้ายแรงมากระบาดได้ทั่วโลก ไม่ว่ายากดีมีจน แต่เชื้อที่อยู่ในตัวของพี่ระวังนะครับ&amp;nbsp;
#เป็นห่วง ไม่ได้ห่วงพี่นะครับ แต่ห่วงคนบริสุทธิ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จะมาติดเชื้อพี่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60297</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e736fdd9325e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039; หอบหลักฐานแฉขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย มีทั้งนักการเมือง-ที่ปรึกษารมต.กินส่วนต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำหลักฐานข้อมูลการกักตุนหน้ากากอนามัย มามอบให้ พล.ต อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกักตุน และเกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก หน้ากากอนามัยจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า เอกสารที่นำมาทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าหน้ากากอนามัยทั้งในและต่างประเทศ โดยเชื่อมโยงกับนักการเมืองหลายกลุ่ม โดยมีหญิงสาวที่เป็นปรึกษารัฐมนตรีในรัฐบาลเป็นคนรับส่วนต่างจากบริษัทที่มีการส่งออกหน้ากากอนามัยไปยังต่างประเทศ และมีข้อมูลว่า 14 บริษัทเอกชนเกี่ยวข้องกับการหายไปของหน้ากากอนามัยจำนวนมาก และข้อมูลขวนการขายหน้ากากออนไลน์ ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ผมมีข้อมูลว่ามีพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกลุ่มการเมืองหนึ่งในรัฐบาล จับมือกับอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่พยายามสร้างสถานการณ์ให้เกิดผลกระทบต่อรัฐบาล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายอัจฉริยะ ยังตั้งข้อสังเกตว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมต.กระทรวงพานิชย์ ออกมาแถลงข่าวยืนยันว่ามีหน้ากากอนามัยในสต๊อกกว่า 200 ล้านชิ้น และสามารถผลิตได้กว่า 100 ล้านชิ้นต่อเดือน เหตุใดจึงมีการเปลี่ยนตัวเลขกำลังการผลิตเเหลือเพียง 36 ล้านชิ้นต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งจำนวนหน้ากากอนามัยที่หายไปสอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกที่กรมศุลกากรมีการแถลงไปเมื่อวานนี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นการให้ข้อมูลขัดแย้งกันของหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า หลังจากรับข้อมูลจากนายอัจฉริยะ&amp;nbsp;ก็จะนำหลักฐานที่ได้ไปทำการสืบสวนต่อ หากมีอะไรเพิ่มเติมก็จะประสานกับนายอัจฉริยะโดยตรง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59570</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตุนหน้ากากอนามัย, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, ส่งออกหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200312/image_big_5e69ca19dc35a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง4ข้อหาทวี-ปารีณารุกป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;อธิบดีกรมป่าไม้&amp;quot; แถลงพบ &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; บุกรุกป่า 46 ไร่จริง แจ้งตำรวจ ปทส.ดำเนินคดี 4 &amp;nbsp;ข้อหาหนัก &amp;quot;ทวี&amp;quot; โผล่กลางวงแย่งไมค์ยกแผนที่ตัวเอง จี้ถาม &amp;quot;อรรถพล&amp;quot; ให้ชี้จุดไหนที่รุกป่า ก่อนพ้อ &amp;quot;ลูกเอ๋&amp;quot; ไม่เชื่อฟังพ่อ &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; พาชาวบ้านสวนผึ้งร้องโดนฮุบที่ดินด้วย &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; เล็งชง ครม.แก้รวมแผนที่บังคับใช้ผืนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมป่าไม้ วันที่ 2 ธ.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ สำนักงานป่าไม้ที่ดินจังหวัดราชบุรี แถลงข่าวสรุปผลการตรวจสอบฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม 2 อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวว่า ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการเป็นประธานในการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมคณะกรรมการทุกภาคส่วนลงไปตรวจสอบ กระทั่งวันที่ 29 &amp;nbsp;พ.ย.62 จึงได้ข้อเท็จจริงใหม่ที่ถูกต้อง โดยสรุปผลพบความผิดรุกพื้นที่ป่าของ น.ส.ปารีณาจริง ซึ่งพื้นที่ที่จะดำเนินคดีมีทั้งหมด 46 ไร่ 1 งาน 40 ตารางวา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี 41 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา และอยู่ในเขตป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 จำนวน 4 ไร่ 3 &amp;nbsp;งาน 81 ตารางวา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้กล่าวว่า หลังจากนี้จะขอให้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่จะเข้าแจ้งความเอาผิด น.ส.ปารีณา ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ซึ่งเตรียมแจ้งความทั้งหมด 4 ข้อหา คือ 1.กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐาน &amp;quot;ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า เข้ายึดถือและครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot; ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 &amp;quot;ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต&amp;quot; ต้องระวางโทษตามมาตรา 31 3.กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ฐาน &amp;quot;เข้าไปยึดถือครอบครองก่นสร้าง เผาป่า ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ 4.พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 &amp;nbsp;การกระทำหรือละเว้นกระทำด้วยประการใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ มีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหายหรือเสียหายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาเริ่มทำงานเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ของ น.ส.ปารีณามาโดยตลอด แต่กรมป่าไม้ยังตกเป็นจำเลยว่ามีการช่วยเหลือในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งต้องมีความละเอียดรอบคอบและมีความจำเป็นต้องยืดระยะเวลาออกไปเล็กน้อย แต่เราไม่ขอแถลงถึงพฤติการณ์การครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา เนื่องจากเกรงจะมีผลกระทบต่อสำนวนคดี ซึ่งถ้าหากจะมีการฟ้องร้องกลับก็ให้มาฟ้องผม ไม่ต้องฟ้องลูกน้อง ฟ้องผมคนเดียวพอเพราะลูกน้องทำตามคำสั่งผม&amp;quot; อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่แถลงข่าวอยู่นั้นนายทวี ไกรคุปต์ บิดา น.ส.ปารีณาได้มานั่งฟังการแถลงข่าวด้วย พร้อมกับนำแผนที่จากกรมที่ดินที่มีการแนบท้ายกฎทางกระทรวง อัตราส่วน 1 ต่อ 400,000 มาให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย เพื่อขอความชัดเจนที่ถูกกล่าวหาบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติ
&amp;#39;ทวี&amp;#39; ข้องใจแผนที่เขตป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเมื่ออธิบดีกรมป่าไม้แถลงข่าวเสร็จ นายทวีได้ลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวว่า เรื่องการฟ้องร้องนั้น ตนบอกลูกสาวแล้วว่าอย่าไปฟ้องท่านอธิบดีเลย เขามีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย เราหาหลักฐานมาสู้คดีจะดีกว่า ถ้ามีการฟ้องเราก็เสียเงินค่าทนาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าไปฟังทนายมาก ขอให้ฟังพ่อ แต่ก็เป็นสิทธิ์ของเขา เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ฟังใคร &amp;nbsp;แม้แต่พ่อแม่ก็ไม่เชื่อ ผมคิดผิดที่ส่งให้ลูกทั้ง 3 คนไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ อยู่อเมริกา &amp;nbsp;14 ปีจนจบปริญญาโท กลับมาเมืองไทยเมื่อปี 47 เพื่อลงสมัคร ส.ส.เขายังพูดไทยไม่ชัดเลย&amp;quot; นายทวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิดา น.ส.ปารีณากล่าวว่า ที่มาวันนี้อยากถามท่านอธิบดีกรมป่าไม้ว่าแผนที่ที่ตนถืออยู่นี้เป็นแผนที่ ประกาศท้ายกฎกระทรวง เป็นแผนที่ที่ประกาศพระราชกฤษฎีกา มาตราส่วน 1 ต่อ 400,000 ในประกาศท้ายกระทรวงอันนี้ได้เขียนบอกว่าให้ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี อำเภอจอมบึง พื้นที่ 6 ตำบล และ 3 &amp;nbsp;ตำบลในอำเภอปากท่อประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และที่มีการขีดเส้นทับว่าพื้นที่ของตนรุกป่า ถ้ามีการรุกป่าจริงพื้นที่ข้างๆ ก็ผิดกฎหมายเป็น 10,000 ไร่ จึงอยากทราบว่าพื้นที่ที่มีปัญหานี้ 46 ไร่ อยู่ตรงไหนช่วยชี้แจงให้ทราบที ทำไมแผนที่เดียวถึงผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ป่าไม้ถึง 3 ฉบับ ตนเห็นว่ามันผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวีได้นำแผนที่ไปให้อธิบดีกรมป่าไม้ช่วยชี้จุดไหนผิดกฎหมาย พร้อมเอาไมค์ยื่นให้ตอบคำถาม ซึ่งอธิบดีกรมป่าไม้ได้ชี้แจงว่าทั้งหมดตามสเกลที่กรมป่าไม้อ้างอิงมีการตรวจวัดอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ถึงได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิด พร้อมกับนำแผนที่ที่ถ่ายทางอากาศมาชี้แจง แต่นายทวีไม่ดูก่อนจะเดินออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีให้สัมภาษณ์ว่า ตนจบวิศวะมา จุดเหลืองๆ ที่ขีดไว้นั้นมันเป็นหมื่นๆ ไร่ อัตรา 1 ต่อ &amp;nbsp;400,000 ความคลาดเคลื่อนมันสูงมาก ที่หลายสิบล้านไร่ในเขตป่าสงวนฯ และที่ในเขต ส.ป.ก.เกินร้อยล้านไร่ ทำไมความผิดทั้ง 3 ฉบับมาอยู่ในพื้นที่ 600 ไร่นี้ แม้กระทั่ง 4 ไร่ยังรู้เลยว่าอยู่ในเขตป่าไม้ 40 &amp;nbsp;ไร่ ยังรู้ได้เลยว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นอกนั้นอยู่ในพื้นที่ของ ส.ป.ก. วัดสเกลได้เลยไม่ใช่แค่ 600 &amp;nbsp;ไร่ อันนี้เป็นหมื่นไร่ การวัดผิดแค่นิดเดียวพื้นที่คลาดเคลื่อนเป็นพันไร่เป็นหมื่นไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันพื้นที่ตรงนี้ผมได้รับการโอนสิทธิ์ครอบครองจากชาวบ้านมาก่อนปี 2523 โดยซื้อจากชาวบ้านที่ทำไร่ทำนา โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเขตป่าสงวนฯ หรือเป็นเขตป่าไม้หรือเป็นเขตของ ส.ป.ก. เพราะไม่มีป้ายปักแม้แต่ป้ายเดียวว่าเป็นเขตป่าอะไรกันแน่ ไม่มีหลักหมุดและที่มีการโอนสิทธิ์มาไม่มีป่าแม้แต่ตารางเมตรเดียว เป็นชุมชนเป็นอะไรไปหมดแล้ว ปารีณาลูกสาวเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ ไม่รู้เรื่องการซื้อที่มาที่ไป จะเป็นมือหนึ่ง มือสอง มือสาม มือสี่ก็ไม่รู้ และที่ผ่านมาก็มีการเสียภาษีมาโดยตลอด และที่ตรงนี้ซื้อมาก่อนที่ปารีณาเกิด เขาไม่รู้ขอบเขตด้วยซ้ำ&amp;quot; นายทวีกล่าว
ป่าไม้แจ้งจับ &amp;#39;ทวี-ปารีณา&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายธวัชชัย ลัดกรูด ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เดินทางไปที่ บก.ปทส. นำหลักฐานเข้าพบ พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.ปทส. รับผิดชอบงานสอบสวน และคณะพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดนายทวีและ น.ส.ปารีณา ข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและป่าไม้รวม 4 ฉบับ กรณีที่ดินเขาสนฟาร์ม ในพื้นที่ อ.จอมบึง &amp;nbsp;จ.ราชบุรี รุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิกล่าวว่า จากนี้จะตรวจสอบว่ากรณีของกรมป่าไม้กับคดีที่นายวีระ สมความคิด ร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี เป็นมูลคดีเดียวกันหรือไม่ หากใช่ก็จะตรวจสอบว่าได้รับเลขคดีแล้วหรือยัง หากดำเนินการแล้วจะส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าจะให้หน่วยงานใดดำเนินการสอบสวน หรือให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องตรวจสอบว่าเป็นที่ดินข้อพิพาท เป็นที่ดิน ส.ป.ก. หรือเป็นป่าไม้ หรือป่าสงวนฯ หรือไม่ และจะแจ้งไปยังผู้ครอบครองเพื่อขอลงพื้นที่ตรวจสอบว่ามีหมุดหลักปักไว้อย่างไร และเป็นเขตพื้นที่ใด หากเป็นป่าสงวนฯ ตามคำร้องทุกข์ก็จะตรวจสอบหาผู้ครอบครองและแจ้งความดำเนินคดีต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน&amp;quot; รอง ผบก.ปทส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำ น.ส.ปราณี &amp;nbsp;นำพา อายุ 49 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เข้าพบ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส. เพื่อร้องขอให้ดำเนินคดีเอาผิดนายทวีและ น.ส.ปารีณาข้อหาบุกรุกป่าสงวนฯ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2507 ม.14 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี 2484 ม.54 &amp;quot;ห้ามไม่ให้บุคคลใดยึดถือครองทำประโยชน์ อาศัยในที่ดิน แผ้วถางทำลายป่า หรือกระทำการใดอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าฯ&amp;quot; ในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปราณีกล่าวว่า บิดาได้ยกที่ดินให้ตนและน้องสาวกว่า 50 ไร่เป็นผู้ครอบครองเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าถูกนายทวีบุกรุกล้อมรั้วปลูกต้นมะพร้าวไปกว่า 30 ไร่และอ้างว่าเป็นที่ดินของนายทวีเอง ซึ่งที่ผ่านมาบิดาได้ใช้ที่ดินผืนนี้ทำมาหากินมากว่า 50 ปี โดยได้นำเอกสารหลักฐานใบเสียภาษี ภ.บ.ท.5 ที่ตนเองเสียภาษีมาตั้งแต่ปี 2517-2557 และเอกสารการตรวจสอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 10 จ.ราชบุรี ที่ยืนยันการครอบครองที่ดินตามโครงการสำรวจถือครองเพื่อการจัดการที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ และเอกสารกรมป่าไม้ที่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่กำกับมาเป็นหลักฐาน ซึ่งก็เคยได้แจ้งความที่ สภ.สวนผึ้ง พร้อมกับร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า&amp;nbsp;
ชงแก้รวมแผนที่ผืนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ได้ตั้งกระทู้สดถาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เรื่องการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดิน ส.ป.ก.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงว่า ได้มีโอกาสไปตรวจราชการหลายจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ พบว่ามีพื้นที่ที่เป็นที่ดินของรัฐที่เป็นเขตปฏิรูปที่ดินในหลายจังหวัดถูกกลุ่มนายทุน ผู้นำท้องถิ่น และนักการเมือง เข้าครอบครองเป็นที่ดินแปลงใหญ่ โดยเฉพาะ จ.กระบี่ เป็นจังหวัดที่กลุ่มนายทุนถือครองที่ดิน ส.ป.ก.เยอะที่สุดในประเทศไทย ตนจึงมีความจำเป็นต้องมอบหมายให้เลขาธิการ ส.ป.ก.และเจ้าหน้าที่ยึดคืนสถานเดียว โดยไม่มีข้อยกเว้นให้บุคคลใดทั้งนั้น และประกาศต่อประชาชนที่มาเรียกร้องที่ดินทำกินว่า จำเป็นต้องยึดคืนที่ดินแปลงใหญ่ทั้งหมดเพื่อจัดสรรให้เกษตรกร โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติจะต้องถูกลงโทษสถานเดียว ในฐานะที่ไม่กำกับดูแลปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อย ซึ่งหลังจากรัฐบาลได้เข้ามาทำงานเป็นเวลากว่า 4 เดือน สามารถยึดคืนที่ดินได้แล้ว &amp;nbsp;33,443 ไร่ และจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรแล้ว 20,541 ไร่ ในพื้นที่ 8 จังหวัด 21 แปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้แผนที่ที่บังคับใช้ในประเทศไทยมีหลายฉบับเกินไป ทุกส่วนราชการมีแผนที่ของตัวเองหมด &amp;nbsp;แล้วถามว่าเราจะบังคับใช้แผนที่ผืนไหนกับประชาชน อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วพยายามแก้ปัญหาให้มีแผนที่ผืนเดียวเท่านั้น ผมจึงมีเจตนารมณ์แน่วแน่ในการจะทำให้มีแผนที่แค่ผืนเดียวในการบังคับใช้ จึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือต่อนายกฯ ได้ข้อสรุปชัดเจนว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเดินหน้าให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการใช้แผนที่เดียวเท่านั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขที่อาจกระทบต่อประชาชนบางข้อเท่านั้น เมื่อมีแผนที่เดียวบังคับใช้ปัญหานี้ก็จะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม&amp;quot; รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ปารีณามอบอำนาจให้นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระ สมความคิด อายุ 62 ปี ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อายุ 52 ปี &amp;nbsp;ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เป็นจำเลย โดยแยกฟ้องคดีเป็น 2 สำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งสองคนดังกล่าวเชื่อว่า น.ส.ปารีณาถือครองที่ดิน 3 แปลงย่อย มีการแบ่งแยกออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกยึดคืน ตนเองจึงอยากทราบว่าที่ดิน 3 แปลงย่อยที่อ้างถึงนั้นอยู่ที่ใดบ้าง&amp;quot; ทนายความ น.ส.ปารีณากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความได้ยื่นคำฟ้องและศาลรับคำฟ้องคดีฟ้องนายวีระไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3199/2562 โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 3 ก.พ.63 เวลา 09.00 น. และคดีฟ้องนายอัจฉริยะ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3201/2562 นัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 ก.พ.63 เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัชชัย ลัดกรูด, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, ปราณี  นำพา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de51d5f4c12d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
