<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อัจฉริยะ”หอบ1,000รายชื่อบริษัทผลิตหน้ากาก ให้“บิ๊กปั๊ด” แฉทหารมีเอี่ยว สั่งแอลกอฮอล์ขาดตลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 24 มี.ค.63 -ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำบัญชีรายชื่อโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยและบริษัทที่นำเข้าวัตถุดิบทั่วประเทศกว่า 1,000 บริษัท มอบให้กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.เพื่อสืบสวนติดตามจับกุมบริษัทที่ฝ่าฝืนกฎหมายลักลอบส่งออกหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอัจฉริยะ เผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 สนธิกำลังเข้าตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายชื่อ 11 บริษัทที่กรมการค้าภายในควบคุม สามารถตรวจยึดหน้ากากอนามัยได้ 45,000 ชิ้น หลังจากจับผู้ค้าได้และซัดทอดว่าโรงงานดังกล่าวเป็นผู้ผลิตให้ &amp;nbsp;โดยบริษัทเหล่านี้จะผลิตหน้ากากจำหน่ายตลาดในมืด จากเดิมที่ขายให้กับร้านธงฟ้าในภาคเหนือแต่กลับพบว่าจำหน่ายทางออนไลน์ กล่องละ 800 บาท &amp;nbsp;ส่วน 11 บริษัทที่กรมการค้าภายในกำกับอยู่พบว่า 1 บริษัทลักลอบจำหน่ายให้กับตลาดออนไลน์จำนวนมาก และแจ้งยอดการผลิตไม่ตรงกับความจริง เช่นแจ้งยอดให้กับกรมการค้าภายในผลิตได้ 200,000 ชิ้นต่อวัน แต่ความจริงคือผลิตได้ 500,000 ชิ้นต่อวัน ส่วนต่าง 300,000 ชิ้นลักลอบนำไปจำหน่ายให้กับแก๊งนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี หรือบอย รวมทั้งกลุ่มข้าราชการจากกรมการค้าภายใน 3-4 ราย &amp;nbsp;กลุ่มการเมือง นอกจากนี้ยังมีทหารเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีได้รับรายงานว่ามีทหารเข้าไปสั่งโรงงานไม่ให้ผลิตแอลกอฮอล์เพื่อให้ขาดตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มนักการเมืองก็เป็นกลุ่มที่เคยพูดมาก่อนอยู่ในการะทรวงพาณิชย์ หลักฐานเริ่มปรากฏขึ้นเรื่อยๆ โรงงานที่จับได้ก็เป็นหนึ่งใน 11 บริษัทที่นำมาขาย โดยเฉพาะวันที่ 29 ม.ค.เอามาขายให้กับนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ จำนวน 1 ล้านชิ้น โดยนายพันธ์ยศ ได้ส่วนแบ่งไป 400,000 บาท ระหว่างเดือน ก.พ.ยังมีการขายอีกหลายล้านชิ้น หนึ่งในการกำกับของกรมการค้าภายใน และ 11 บริษัทที่กล่าวอ้างมายังไม่รวมอีก 242 บริษัทที่ทำเรื่องขอมายังกรมการค้าภายในเพื่อส่งออก อนุมัติเพียง 7 &amp;nbsp;บริษัท ทำไมอีก 200 &amp;nbsp; กว่าบริษัท ไม่ยอมเปิดเผยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยงานที่ขอข้อมูลไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60754</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตุนหน้ากากอนามัย, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79b8d294421.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เป็นเรื่อง!&#039;เทพไท&#039;ท้า&#039;อัจฉริยะ&#039;เปิดชื่อที่ปรึกษารมต.เอี่ยวงาบหน้ากากลั่นหากผิดจริงรมต.ต้องรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 63 - นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ออกมาเปิดโปงถึงนักการเมืองหญิงเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี มีเอี่ยวกับการส่งออกหน้ากากอนามัยว่า เป็นข้อมูลที่น่าสนใจในภาวะที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด มีการขาดแคลนหน้ากากอนามัย แต่ยังมีบุคคลบางกลุ่มฉวยโอกาสแสวงหาประโยชน์บนความเดือดร้อน และความเป็นความตายของผู้คนอยู่ แต่การที่นายอัจฉริยะ ออกมาเปิดโปงแบบครึ่งๆกลางๆ อาจจะทำให้สังคมสับสนและเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงได้ ซึ่งอาจจะพาดพิงไปยังตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองอื่นๆ ที่อาจจะได้รับความเสียหายได้ จึงขอเรียกร้องให้นายอัจฉริยะเปิดเผยความจริง โดยระบุชื่อ นามสกุล บุคคลที่เกี่ยวข้อง กับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากนายอัจฉริยะมั่นใจในข้อมูลของตัวเอง ก็ไม่ต้องเกรงกลัวการถูกฟ้องร้องหรือดำเนินคดีทางศาล เพราะนายอัจฉริยะก็เป็นนักกฎหมาย น่าจะรู้ว่าการพูดความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะย่อมสามารถกระทำได้ การที่บุคคลใกล้ชิดของรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์การส่งออกกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย จะเป็นการสร้างความเสียหายให้แก่รัฐมนตรีและสร้างความเสื่อมเสียต่อรัฐบาลโดยรวม ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างเฉียบขาด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีคนไหน กระทรวงใด พรรคการเมืองอะไร ก็ไม่ควรที่จะละเว้นการตรวจสอบ&amp;rdquo;นายเทพไท กล่าว
&amp;nbsp;
นายเทพไท กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเห็นว่าเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ 3ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อ3 ที่ระบุถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น จะต้องได้รับการจะปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นกับรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ หรือรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดก็ตาม จะต้องได้รับการตรวจสอบและต่อต้านจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับข้อมูลที่นายอัจฉริยะเอาออกมาแฉนั้นถ้าเป็นความจริง ผมเชื่อว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน เพราะรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนนั้น ทางพรรคได้เน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบในหน้าที่ และต้องมีความรับผิดชอบต่อบุคคลที่ตนเองแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา,เลขานุการ และทีมงานรัฐมนตรีทุกคนด้วย เพราะเชื่อว่าได้มีการกลั่นกรองคุณสมบัติของบุคคลเหล่านั้นมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่หากคนใกล้ชิดรัฐมนตรีคนใดก็ตาม มีพฤฒิกรรมที่สร้างความเสียหาย หรือมีการทุจริตต่อหน้าที่ รัฐมนตรีผู้ที่ลงนามแต่งตั้ง จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองไม่ทางใดก็ทางหนึ่งให้เป็นที่ยอมรับของสังคมด้วย&amp;quot;นายเทพไท กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59643</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักตุนหน้ากากอนามัย, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์, นายเทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f7703402a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039;พาผู้เสียหายร้องตร.ป่าไม้แจ้งจับ&#039;ทวี-ปารีณา&#039;ฮุบที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.62-ที่กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.)นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อม น.ส.ปราณี นำพา อายุ 49 ปี เข้าพบ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส.เพื่อร้องขอให้ดำเนินคดีต่อ นายทวี ไกรคุปต์ รมช.กระทรวงคมนาคม และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ข้อหาบุกรุกป่าสงวน ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2507 ม.14 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี 2484 ม.54 &amp;ldquo;ห้ามไม่ให้บุคคลใดยึดถือครองทำประโยชน์ อาศัยในที่ดิน แผ้วถางทำลายป่า หรือกระทำการใดอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าฯ&amp;rdquo; ในพื้นที่ ม.6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ได้พาครอบครัว น.ส.ปราณี มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายทวี ฐานบุกรุกที่ดินของ น.ส.ปราณี กว่า 30 ไร่ และบุกรุกที่ดินป่าสงวนย่านสวนผึ้งกว่า 1,000 ไร่ และดำเนินคดีต่อ น.ส.ปารีณา กรณีบุกรุกที่ดินย่านจอมบึง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ยืนยันว่าตนมีหลักฐานเอาผิดทั้งสองคนได้ ซึ่งนับเป็นสิทธิของประชาชนที่สามารถร้องทุกข์ตามกฎหมาย เพราะเป็นความผิดอาญาแผ่นดินจึงไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่รัฐหรือกรมป่าไม้เป็นเจ้าทุกข์ สำหรับประเด็นที่ น.ส.ปารีณา เตรียมแจ้งความกลับกับตนและนายวีระ นั้น ไม่มีความกังวล ขอให้รีบไปแจ้ง ตนต้องการหมายศาลเพื่อที่จะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ปราณี ชาวบ้านหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า พ่อตนได้ยกที่ดินให้ตนและน้องสาวกว่า 50 ไร่ เป็นผู้ครอบครองเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ปรากฎว่าถูกนายทวี บุกรุกล้อมรั้วปลูกต้นมะพร้าวไปกว่า 30 ไร่ และอ้างว่าเป็นที่ดินของนายทวี เอง ซึ่งที่ผ่านมา พ่อได้ใช้ที่ดินผืนทำมาหากินมากว่า 50 ปี ทั้งนี้ได้นำเอกสารหลักฐานใบเสียภาษี ภ.บ.ท.5 ที่ ตนเองเสียภาษีมาตั้งแต่ ปี 2517-2557 และเอกสารการตรวจสอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 10 จ.ราชบุรี ที่ยืนยันการครอบครองที่ดินตามโครงการสำรวจถือครองเพื่อการจัดการที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ และเอกสารกรมป่าไม้ที่มีลายเซ็นเจ้าหน้าที่กำกับ ซึ่งก็เคยได้แจ้งความที่ สภ.สวนผึ้ง พร้อมกับร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า แม้เจ้าหน้าที่ได้ประสานให้นายทวี เข้ามาไกล่เกลี่ยแต่เจ้าตัวไม่ยอมเข้ามาพบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.วิวัฒน์ กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องทุกข์ก็จะต้องสอบปากคำก่อนไปตรวจสอบว่าผู้ร้องทุกข์เคยไปร้องทุกข์ในพื้นที่ใดไปแล้วบ้าง ส่วนเรื่องทางคดีหากพบว่าเป็นคดีเดียวกันกับที่กรมป่าไม้จะเข้าแจ้งความ ก็จะรวมสำนวนเป็นคดีเดียวกัน ซึ่งตำรวจต้องประสานรับข้อมูลจากทุกฝ่าย ทั้งเรื่องการรังวัดและอื่นๆ สำหรับการใช้แผนที่รังวัดที่ดินที่ยังไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ ทางกรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่าระวางตรงกันหรือไม่ หากไม่ตรง มีสาเหตุจากอะไร เพราะประเทศไทยมีแผนที่เพียงฉบับเดียว ยืนยันว่าคดีนี้ไม่กังวลแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นนักการเมือง ก็ขอให้ว่ากันตามกฎหมาย ใครผิดก็ติดคุก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51573</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายทวี ไกรคุปต์, นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์, บก.ปทส., ฮุบที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de496224f267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
