<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039;ฟาด&#039;ทูตนอกแถว&#039; ทูตคือผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนแห่งรัฐ ไม่ใช่เป็นกระบอกเสียงนักโทษหนีคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ต.ค.64-นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทูตคือผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนแห่งรัฐและพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เป็นกระบอกเสียงให้กับนักโทษหนีคดีหรือม็อบล้มล้างการปกครอง&amp;rdquo;
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;..&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;..
ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองท่านหนึ่ง กล่าวถึงผู้ที่เรียกตัวเองว่า ทูตนอกแถว ว่า&amp;hellip;
&amp;ldquo;...เจ้านี่เคยเป็นทูตได้อย่างไร ประเด็นมิใช่อยู่ที่ว่าได้มีการใช้กระบวนยุติธรรมกลั่นแกล้งทักษิณรึเปล่า
แต่ประเด็นจะอยู่ที่ว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองที่ตัดสินว่า ทักษิณผิดในหลายคดี นั้น มีการบันทึกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นหลักฐานที่สามารถนำมาตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลาว่า ที่มาของคำพิพากษาเหล่านั้นประกอบด้วยพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้ออ้างอีกอย่างที่นักวิชาการชาวอเมริกันคนหนึ่งที่อยู่เมืองไทยร่วม 50 ปีและรู้ภาษาไทยเป็นอย่างดี ได้อ่านคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์ทักษิณเจ็ดหมื่นกว่าล้านบาท พร้อมสรุปว่า เป็นคำพิพากษาที่สมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง
โดยไม่มีข้อสงสัยอย่างที่นักกฎหมายชอบพูดกันเสมอว่า beyond any reasonable doubts หรือปราศจากข้อสงสัยที่พึงมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นักวิชาการคนนั้นระบุว่า beyond all possible doubts altogether หรือปราศจากข้อสงสัยอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว (ว่าคำพิพากษานั้นถูกต้องและสมเหตุผลอย่างที่สุด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ถ้าจะมีผู้ใดสงสัยว่า ทักษิณจะถูกกระบวนยุติธรรมกลั่นแกล้งอย่างที่อดีตทูตคนนี้อ้าง จึงพึงต้องค้นหาจุดอ่อนในคำพิพากษาออกมาตีแผ่ให้เห็นว่า คำพิพากษาทั้งหลายเหล่านั้น บิดเบือนข้อเท็จจริงไปอย่างไร
จึงไม่สมควรให้การยอมรับหรือเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าไม่สามารถทำได้และออกมาอ้างลอย ๆ ดังที่อดีตทูตคนนี้ทำ ว่าทักษิณถูกกระบวนยุติธรรมกลั่นแกล้ง ก็คงจะหลีกเลี่ยงความจริงไปไม่พ้นว่า เป็นการแก้ตัวให้ทักษิณแบบโง่เขลาและไร้เหตุผลที่ไม่ควรออกมาจากปากคนเคยเป็นถึงตัวแทนชาติในฐานะทูตเลย นอกเสียจากเป็นคนที่เคยได้รับประโยชน์จาก รัฐบาลยุคทักษิณหรือน้องสาวเป็นนาย&amp;hellip;&amp;rdquo;
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;..&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;..
เวลาที่คนทั่วไปเรียกใครว่า &amp;ldquo;ทูต&amp;rdquo; ปกติจะหมายถึง&amp;rdquo;เอกอัครราชทูต&amp;rdquo;
แต่ความจริง&amp;rdquo;นักการทูต&amp;rdquo; มีหลายระดับ เริ่มตั้งแต่นักการทูตปฏิบัติการ นักการทูตชำนาญการ
นักการทูตชำนาญการพิเศษ (อัครราชทูตที่ปรึกษา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักบริหารการทูตระดับต้น(อัครราชทูต) ไปจนถึงตำแหน่งสูงสุดอย่างนักบริหารการทูตระดับสูง (เอกอัครราชทูต)
นักการทูต มีบทบาทเป็นตัวแทนที่ดูแลส่งเสริมผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยในสนามต่างประเทศ ตั้งแต่ภาพลักษณ์สังคมความเป็นอยู่ของประเทศ ไปจนถึงเป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการทูตมีหน้าที่รวบรวมและรายงานข้อมูลซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ และนำมารายงานให้กับรัฐบาลไทย เพื่อเสนอแนะแนวทางให้รัฐบาลเพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการทูตมีหน้าที่การถ่ายทอด นำเสนอ ชักจูง นโยบายของรัฐบาลประเทศต้นสังกัดให้แก่รัฐบาลประเทศที่ประจำอยู่ โดยจะต้องมีวิธีโน้มน้าวที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งกับประเทศของเราและประเทศที่เราไปประจำการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการทูตเป็นตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างประเทศ เป็นผู้เจรจาประสานงานนโยบายและเศรษฐกิจ เป็นผู้รับสาร นำเสนอสารต่อรัฐบาลในประเทศและใช้วาทศิลป์และความสามารถในการคิด วางแผน ชักจูงและโน้มน้าวให้อีกประเทศประเทศ เห็นด้วยตามข้อเสนอของรัฐบาลเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการทูตทั้งเป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของวงจรในกระบวนการนโยบายต่างประเทศ
สรุปได้ว่า&amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการทูต คือผู้แทนเจรจาและปกป้องผลกระโยชน์ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
นักการทูต คือผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนแห่งรัฐ และ
นักการทูต คือผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพระมหากษัตริย์
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;..&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;..
มีผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองในวงการทูตเสนอว่า&amp;hellip;
ผู้ที่เรียกตัวเองว่า&amp;rdquo;ทูตนอกแถว&amp;rdquo;อย่าใช้ชื่อคำว่า &amp;ldquo;ทูต&amp;rdquo; นำหน้าเลย
เพราะคำว่า ทูต คือตำแหน่งเกียรติยศที่หมายถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนพระเจ้าแผ่นดิน หรือ กษัตริย์ ที่ทรงเป็นพระประมุขของชาติในการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่างๆ
แต่พฤติกรรมของเขานั้นกลายเป็นตัวแทนให้กับนักโทษที่มีคดีอย่างนายทักษิณ และมีพฤติกรรมราวกับม๊อบ 3 กีบที่กำลังบ่อนทำลายประเทศอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียกร้องให้เขาให้ชื่อ นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ในการแสดงออกหรือเขียนบทความต่างๆ อย่าใช้คำว่า &amp;ldquo;ทูตนอกแถว&amp;rdquo; อีกต่อไปเลย
&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;..&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;..
อัษฎางค์ ยมนาค
รวบรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจทูตนอกแถว และอดีตเอกอัครราชทูตไทยใน​หลายประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118400</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตนอกแถว, นักโทษหนีคดี, นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์, นายอัษฎางค์ ยมนาค, ม็อบล้มการปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61565a01eedb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แชร์ว่อน!ชุมนุม24 มิ.ย.ติดโควิดระนาว&#039;อัษฎางค์&#039;ถามจะรู้ตัวกันบ้างมั้ยว่าเป็น&#039;ม็อบทำลายชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64- &amp;nbsp;นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จะรู้ตัวกันบ้างมั้ยว่าตัวเองเป็น&amp;rdquo;ม็อบทำลายชาติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายอัษฎางค์ นำภาพแชทไลน์ที่มีการแชร์กันอย่างกว้างขวางในโซเชียล เป็นการสนทนากันของคนที่ไปร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ได้บอกกับเพื่อนว่า หลังการชุมนุมรู้สึกไปสบาย พบว่าตัวเองติดโควิด-19 พร้อมแนะนำให้เพื่อนไปตรวจและบอกเพื่อนคนอื่นๆด้วย &amp;nbsp;และยังแสดงความกังวลเพราะที่บ้านมีคนแก่คือแม่กับยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อีกรายโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า สรุปผลตรวจโควิดเป็นบวกนะคะ ขอโทษเพื่อนๆที่ร่วมชุมนุม 24 มิ.ย.64 ที่สกายวอล์คด้วยนะคะ #เราต้องรอด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107989</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอัษฎางค์ ยมนาค, ม็อบติดโควิด, ม็อบทำลายชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60da74de2aa81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 08:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 08:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ติ่งโทนี่&#039;รู้ยังผู้ที่จะติดต่อขอซื้อวัคซีนโควิดได้มีเพียงรัฐบาลเท่านั้นที่ผู้ผลิตจะคุยด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 เม.ย.64 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
วัคซีนป้องกันโควิดนั้นเป็นที่ต้องการอย่างมากจากทุกประเทศทั่วโลก ในขณะที่มีผู้ผลิตได้เพียงไม่กี่ราย
เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะติดต่อขอซื้อวัคซีนป้องกันโควิดได้ มีเพียงรัฐบาลของประเทศนั้นๆ เท่านั้น
ย้ำว่า เท่านั้น
นักธุรกิจ นักการเมือง หรือนักธุรกิจการเมือง และนักโทษหนีคดี จะใหญ่โตแค่ไหน มีคอนเน็ตชั่นแค่ไหน มีอำนาจบารมีแค่ไหน
ก็ไม่สามารถจะไปเจรจา ให้บริษัทผู้ผลิตจำหน่ายให้ได้
ย้ำว่า ต้องเป็นรัฐบาลของประเทศเท่านั้น ที่บริษัทผู้ผลิตจะยอมคุยด้วย
ตัวอย่างเช่น โอบาม่า (อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา) ผู้โด่งดังคับฟ้ายิ่งกว่า นักโทษหนีคดี(ชาวไทยสัญชาตดูไบดูต้นดูราก) จะไปเจรจาเพื่อช่วยรัฐบาลอเมริกันสั่งซื้อวัคซีนป้องกันโควิด บริษัทที่ผลิตวัคซีนป้องกันโควิดไม่ว่าจะเป็นของประเทศใด เขาก็จะไม่คุยด้วย
เหลือเชื่อจริงๆว่ามีคนโง่ที่ดมตดที่ออกจากปากทักษิณแล้วรู้สึกหอมกรุ่นนุ่มลึก
ประเทศจะพัฒนาไปได้อย่างไร ถ้ามีคนโง่งมงายมากมายได้ขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โนโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกรณีนายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp; หรือ โทนี่ อดีตนายกฯ กล่าวผ่านคลับเฮาส์ เสนอตัวช่วยรัฐบาลเจรจากับ &amp;#39;ปูติน&amp;#39; เพื่แอจัดหาวัคซีนสปุตนิก วี ให้ไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100400</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายอัษฎางค์ ยมนาค, จัดหาวัคซีนโควิด, ทักษิณ ชินวัตร, สปุตนิกวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c4ac4d2c0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อัษฎางค์&#039;อธิบายชัด&#039;ก้าวหน้าก้าวหลังกับระบอบธนาบุตรธิปไตย&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.64-​นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง &amp;ldquo;ก้าวหน้าก้าวหลัง กับระบอบธนาบุตรธิปไตย&amp;rdquo; ระบุว่า ระบอบธนาบุตรธิปไตย คือสิ่งที่ท่านผู้นำและเพื่อนคิดและทำเท่านั้นที่ถูกต้อง ส่วนสิ่งที่คนอื่นคิดและทำไม่ว่าเหมือนหรือต่างจากสิ่งที่ท่านผู้นำและเพื่อนทำ ย่อมถือเป็นสิ่งที่ผิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99154</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายอัษฎางค์ ยมนาค, ระบอบธนาบุตรธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_607294e45b8f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 06:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 06:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งง!ในหลวงร.5เลิกทาสแล้วแต่ยังมีการปลุกระดมล้างสมองเยาวชนว่าคนไทยยังคงเป็นไพร่เป็นทาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 เม.ย.64 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า
1 เมษายน พ.ศ. 2448
&amp;ldquo;เลิกทาส&amp;rdquo;
ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงประกาศเลิกทาสมานานถึง 116 ปีแล้ว แต่ยังมีนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหลอกลวงและปลุกระดมล้างสมองเยาวชนและประชาชนว่า คนไทยเป็นไม่เป็นไท ยังคงเป็นไพร่เป็นทาส ทั้งที่ความจริงคนไทยทุกคนมีสิทธิเสรีภาพและมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขมาตลอดเวลา
ที่น่าแปลกใจคือ ทำไมและอะไรทำให้เยาวชนและประชาชนคิดว่าตนเองเป็นไพร่และเป็นทาส ที่ขาดสิทธิเสรีภาพ และอิสรภาพ
............................................................................
การเลิกทาสและเลิกไพร่ เป็นพระราชกรณียกิจอันสำคัญยิ่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ประมาณว่าไทยมีทาสเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสามของพลเมืองของประเทศ เพราะเหตุว่าพ่อแม่เป็นทาสแล้ว ลูกที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นทาสก็ตกเป็นทาสอีกต่อ ๆ กันเรื่อยไป ทาสนั้นจะต้องหาเงินมาไถ่ตัวเอง มิฉะนั้นแล้วก็จะต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต เพราะตามกฎหมายถือว่ายังมีค่าตัวอยู่
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศ &amp;quot;พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย&amp;quot; เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่
โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ มีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 เป็นต้นมา และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก
เมื่อถึง พ.ศ. 2448 ก็ทรงออก &amp;quot;พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124&amp;quot; ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ส่วนทาสประเภทอื่นที่มิใช่ทาสในเรือนเบี้ย ทรงให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2448 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติป้องกันมิให้คนที่เป็นไทแล้วกลับไปเป็นทาสอีก และเมื่อทาสจะเปลี่ยนเจ้าเงินใหม่ ห้ามมิให้ขึ้นค่าตัว
............................................................................
&amp;bull; การเลิกไพร่
ขนบไพร่นี้บังคับให้ราษฎรอายุตั้งแต่ 15-16 ปี จนถึง 70 ปี ต้องทำงานรับใช้หรือส่งส่วยให้แก่ชนชั้นปกครอง แบ่งออกเป็นไพร่หลวง ไพร่สมและไพร่ส่วย ไพร่มีกำหนดรับราชการเดือนเว้นเดือน ในสมัยอยุธยา ปีละ 6 เดือน ลดลงมาเหลือปีละ 4 เดือนในสมัยรัชกาลที่ 1 และเหลือ 3 เดือนในรัชกาลที่ 2 หากไม่อยากรับราชการก็ต้องจ่าย &amp;quot;ค่าราชการ&amp;quot; เดือนละ 6 บาท
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) กราบทูลเสนอความคิดเห็นว่า ควรให้ราษฎรเสียค่าราชการปีละ 6 บาทโดยเท่ากัน และให้งดการเกณฑ์แรงชั่วคราว ใช้วิธีเกณฑ์จ้างแทน
พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหารนี้ ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการยกเลิกขนบไพร่ ประกาศใช้ในมณฑลนครศรีธรรมราช ปัตตานี สุราษฎร์ ภูเก็ตและเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2458 (สมัยรัชกาลที่ 6)
ด้วยความที่ว่าการยกเลิกขนบไพร่เป็นการปลดทุกข์ของราษฎรทุกตำบลทั่วราชอาณาจักร จึงมีความเห็นว่าการยกเลิกขนบไพร่สำคัญยิ่งกว่าการยกเลิกขนบทาสเสียอีก
เพราะราษฎรได้รับการส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจ มีเวลาทำมาหากินได้เต็มที่ และไม่มีใครรังเกียจเหมือนแต่ก่อน
อย่างไรก็ตาม การเสียเงินรัชชูปการ (ภาษีรายหัว) ซึ่งใช้แทนการเกณฑ์แรงงานนั้นมาสิ้นสุดลงในปี 2482
............................................................................
ที่มา: วิกิพีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98065</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอัษฎางค์ ยมนาค, ปลุกระดมเยาวชน, วันเลิกทาส, ในหลวงรัชกาลที่5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c4ac4d2c0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039;งัดที่มาหลักการ&#039;The king can do no wrong&#039;สอนอาจารย์ส้มเน่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 มี.ค.64 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า
&amp;quot;The king can do nothing&amp;quot; มาๆๆ จากไหน?
ผมมีคำตอบ!
............................................................................
&amp;ldquo;The king can do no wrong&amp;rdquo;
พระมหากษัตริย์ทรงกระทำผิดมิได้ หรือ พระมหากษัตริย์ไม่สามารถกระทำความผิดได้&amp;rdquo;
สาเหตุที่พระมหากษัตริย์ไม่สามารถกระทำความผิดได้ เพราะพระมหากษัตริย์ไม่มีพระราชอำนาจอยู่จริง ไม่มีพระราชอำนาจที่จะกระทำสิ่งต่างๆ ด้วยพระองค์เอง ต้องมีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
เช่นการออกกฎหมายหรือแต่งตั้งรัฐบาล ข้าราชการ ฯ ล้วนต้องมีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
หรืออธิบายด้วยภาษาชาวบ้านได้ว่า ความจริงผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ คือผู้ที่มีอำนาจตัวจริง
เช่นกฎหมายที่พระราชบัญญัติที่ผ่านสภา ประธานรัฐสภาก็เป็นรับสนองพระบรมราชโองการ
กฎหมายที่พระราชกำหนดที่ผ่านคณะรัฐมนตรี ก็มีนายกรัฐมนตรีเป็นรับสนองพระบรมราชโองการ
ซึ่งโองการที่ว่า มิได้ออกมาจากพระราชประสงค์ส่วนพระองค์ แต่มาจากสมาชิกรัฐสภา หรือคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย
แต่ด้วยความที่ประเทศมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข เราจึงถวายพระเกียรติว่าเป็นพระราชโองการ และมีข้าราชการเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
............................................................................
&amp;ldquo;The King Can Do No Wrong&amp;rdquo; นี่เองที่เป็นที่มาของกฎหมายมาตรา 6&amp;nbsp; ด้วยเหตุผลว่าพระมหากษัตริย์ทรงกระทำผิดมิได้ จึงมีกฎหมายเพื่อคุ้มครองกษัตริย์ ห้ามมิให้บุคคลฟ้องพระมหากษัตริย์ได้
นอกจากนี้ยังเป็นกฎหมายที่มีไว้เพื่อกำกับควบคุมพระราชอำนาจอีกด้วย
เพราะฉะนั้นถ้าใครคิดจะล้ม กฎหมายมาตรา 6&amp;nbsp; เพราะหวังจะหาเรื่องฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ อาจไม่รู้ว่า กำลังจะยกเลิกกฎหมายกำกับควบคุมพระราชอำนาจอีกด้วย
............................................................................
หลักการ The King Can Do No Wrong&amp;nbsp; มิใช่ของใหม่ที่เพิ่งปรากฏในยุคปัจจุบัน แต่มีมาตั้งแต่สามวันหลังจากอภิวัฒน์สยามแล้ว และคณะราษฎร์ผู้ตรากฎหมายนี้ก็มิได้คิดขึ้นมาเอง แต่เลียนแบบมาจากประเทศอังกฤษ ต้นแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
อาจารย์ปรีดีได้เคยอธิบายหลักการ &amp;ldquo;The king can do no wrong&amp;rdquo; เอาไว้ในหนังสือ คำอธิบายกฎหมายปกครอง ตั้งแต่สมัยที่อาจารย์ยังเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนกฎหมายก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
............................................................................
***โดยอาจารย์ปรีดีได้อธิบายไว้ว่า &amp;ldquo;&amp;lsquo;The king can do no wrong&amp;rsquo; นี้ใช้กับระบอบที่พระเจ้าแผ่นดินไม่มีอำนาจในการบริหารแผ่นดินนอกจากอำนาจในทางพิธีการและลงพระนามและยอมให้อ้างพระนามในกิจการต่าง ๆ แต่ไม่ได้ใช้อำนาจด้วยพระองค์เอง แต่ตกอยู่ที่คณะเสนาบดี
............................................................................
ดังเช่นระบบการปกครองของประเทศอังกฤษที่มีสุภาษิต &amp;ldquo;The king can do no wrong&amp;rdquo; ว่าเพราะเหตุที่กษัตริย์ทรงทำอะไรไม่ได้นี่เอง กษัตริย์จึงไม่อาจทำผิด&amp;rdquo;
จึงเป็นเหตุผลให้เกิดการออกกฎหมายมาตรา 6 ที่บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;กษัตริย์จะถูกฟ้องร้องคดีอาชญายังโรงศาลไม่ได้&amp;rdquo;
...........................................................................
และด้วยหลักการที่อาจารย์ปรีดีได้ให้ไว้ว่า &amp;ldquo;The king can do no wrong&amp;rdquo; ว่าเป็นเพราะเหตุที่พระมหากษัตริย์ทรงทำอะไรไม่ได้นี่เอง
ที่อาจารย์นักสำเร็จความใคร่ทางวิชาการ บิดเบือนคำอธิบายของอาจารย์ปรีดี เอาไปสอนกฎหมายผิดๆ ให้กับลูกศิษย์และคนไทย เอามาแปลกลับไปเป็นภาษาอังกฤษว่า
&amp;quot;The king can do nothing&amp;quot; หรือ &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์ทรงทำอะไรไม่ได้ หรือ กษัตริย์ไม่ทรงทำอะไรเลย&amp;quot;
แล้วสาวกที่มีการศึกษาแต่ไม่มีสติ ก็แห่ตามกันไป เอาไปพูดทุกทีทุกเวลาว่า &amp;quot;The king can do nothing&amp;quot;
ซึ่งประโยคคำพูดนี้ และหลักการนี้ไม่เคยมีปรากฎที่ใดในโลกเลยนับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
อาจารย์ส้มเน่าได้สำเร็จความใคร่ทางวิชาการแล้วส่งต่อให้สาวกได้สำเร็จความใคร่ทางวิชาการต่อๆ กันไปอย่างเมาส์และภาคภูมิใจ
............................................................................
อัษฎางค์ ยมนาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95059</URL_LINK>
                <HASHTAG>The King Can Do No Wrong, นายอัษฎางค์ ยมนาค, ปรีดี พนมยงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c4ac4d2c0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039;แนะจะจับโจร ต้องจับหัวหน้าโจร ยกเว้นผู้มีอำนาจหน้าที่คือไส้ศึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64- นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เล่นหมากรุก&amp;nbsp;ต้องกินขุน&amp;nbsp;
แต่ถ้ามัวแต่กินเบี้ย หมากกระดานนั้นจะไม่มีวันจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะจับโจร ต้องจับหัวหน้าโจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะจบสงคราม ต้องจับแม่ทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกเว้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าคุณ ,ผู้มีอำนาจหน้าที่, คือไส้ศึกของเขา ที่ต้องการให้เราแพ้สงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณถึงไล่กินแต่เบี้ย และปล่อยขุนลอยนวลสร้างความวุ่นวายต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าพวกคุณจะชนะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94718</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายอัษฎางค์ ยมนาค, จับโจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603d9a149ae70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
