<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการยื่นฟ้อง&#039;อานนท์&#039;ปราศรัยหมิ่นเบื้องสูงชุมนุม14 ต.ค.ปีที่เเล้ว -ฟ้องม็อบรวม 3 สำนวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.64 -&amp;nbsp; ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 7 ต.ค.64 ที่ผ่านมา พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 10 ยื่นฟ้องนายอานนท์ นำภา อายุ 37 ปี เป็นจำเลย ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 83, 91, 112, 358, 385 ฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 4, 10, 14, 15, 16, 19, 21, 28, 30,31 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 114, 148 และ พ.ร.บ.จราจรฯ ฉบับที่ 7 พ.ศ.2550 มาตรา 8 พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 19, 57 พ.ร.บ.ควบคุมโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4, 9 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
กรณีพฤติการณ์กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 14 &amp;ndash; 15 ต.ค.63 จำเลยกับพวกที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า คณะราษฎร 2563 ร่วมกันจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมือง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง โดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และในการชุมนุมดังกล่าวจำเลยได้กล่าวปราศรัยอันมีลักษณะดูหมิ่น ฯสถาบัน โดยโจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งนับโทษจำเลยต่อจากคดีหมายเลขดำ อ.649/2562, อ.1308/2562, อ.287/2564, อ.1629/2564, อ.1668/2564 ของศาลอาญาด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
โดยศาลอาญาประทับรับฟ้องคดีนี้ไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2495/2564
&amp;nbsp;
ในวันเดียวกันพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 ยื่นฟ้อง นายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ กับพวกรวม 19 คน เป็นจำเลย ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 83, 90, 215, 216, 138, 140, 295, 296, ฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34, 35, 51, 52 และฝ่าฝืนประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีพฤติการณ์กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 มีการนัดหมายชุมนุมกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี เพื่อเดินขบวนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ออกจากบ้านพักกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ที่ตั้งอยู่บริเวณ ถ.วิภาวดีรังสิต โดยจำเลยกับพวกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองดังกล่าวอันเป็นการชุมนุม หรือมั่วสุม ณ สถานที่ใด ๆ ที่แออัด มีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ฯ&amp;nbsp; และการมั่วสุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
&amp;nbsp;
โดยศาลอาญาประทับรับฟ้องคดีนี้ไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2499/2564
&amp;nbsp;
เเละคดีที่ พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 3 ยื่นฟ้อง น.ส.เมษา เถื่อนมา กับพวกรวม 3 คน เป็นจำเลย ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 83, 90, 215, 216, 138, 140 ฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และฝ่าฝืนประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฯ &amp;nbsp;
กรณีพฤติการณ์กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 จำเลยกับพวกร่วมกันจัดกิจกรรมรวมตัวบริเวณ ถ.ราชวิถี วงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี และปราศรัยวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในการจัดหาวัคซีนป้องกันการระบาดโควิด-19 และโจมตีการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการใช้มาตรการจับกุมและสลายการชุมนุมวันที่ 10 ส.ค.64 อันเป็นการชุมนุม หรือมั่วสุม ณ สถานที่ใด ๆ ที่แออัด มีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ฯ&amp;nbsp; และการมั่วสุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอาญาประทับรับฟ้องคดีนี้ไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2500/2564
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119132</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มคณะราษฎร, คดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง, นายอานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615fb7489e7a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นฝากขัง‘อานนท์ นำภา’มาตรา112 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค. 2564 - พ.ต.ต.เวียงแก้ว สุภาการณ์ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องฝากขังทางไกลผ่านจอภาพ นายอานนท์ นำภา อายุ 36 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ในความผิดฐาน หมิ่นประมาทดูหมิ่นสถาบันฯ เเละข้อหาอื่นๆ ไปยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งเเรกเป็นเวลา &amp;nbsp;12 วันตั้งเเต่วันที่ 11-22 ส.ค.
เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบสวนปากคำพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ในวันที่วันที่ 3 ส.ค.2564 เวลา 16.00 น.ที่ลานด้านหน้าหอศิลปะกรุงเทพฯ มีกิจกรรมการชุมนุมเสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาชน เวลาประมาณ 17.34 น.-18.09 น. ในระหว่างดำเนินกิจกรรมการชุมชุนดังกล่าว ผู้ต้องหาได้กล่าวปราศรัยดูหมิ่นใส่ความหมิ่นประมาทสถาบันฯ ผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถยนต์กระบะด้วยเจตนาให้เสื่อมพระเกียรติถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต่อมาหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเกิดเหตุผู้กล่าวหาที่ 2 ได้รับชมการถ่ายทอดสดการปราศรัยของผู้ต้องหาผ่านเฟซบุ๊ก และเห็นว่าข้อความที่ผู้ต้องหาปราศรัยในวันเกิดเหตุเป็นการหมิ่นประมาทดูหมิ่นสถาบันฯ จึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายมาตรา 112 อีกฐานหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และขอศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับลงวันที่ 9 ส.ค.2564 และในวันเดียวกันได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ตามหมายจับดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันดำเนินคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้ผู้ต้องหาทราบว่า ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมาตรา 9 (2) ตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงเรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรมการมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวด, ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 36) โดยร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่าห้าคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดที่บริเวณหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 ส.ค.64 ระหว่างเวลาประมาณ 15.30-19.10 น. การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112,83 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 9 (2) ตามประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงเรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;โดยร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, ตามประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องสั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่36) โดยร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่าห้าคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องระบุว่า หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอประกันตัวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหาจะไปทำการก่อเหตุอันตรายประการอื่นเนื่องจากตามเนื้อหาในการปราศรัยของผู้ต้องหาจากบันทึกการถอดเทปกลุ่มผู้ชุมนุมกิจกรรมเสกคาถาแฮรี่พอตเตอร์ เป็นการกล่าวถึงสถาบันฯ อันเป็นที่เคารพรักของประชาชนไทยในลักษณะที่เป็นการดูหมิ่นหมิ่นประมาทอันเป็นการกระทำที่มิบังควรอย่างยิ่ง ในฐานะประชาชนชาวไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารคนหนึ่ง ถือเป็นการกระทำความผิดอันร้ายแรง ผู้ต้องหามีความรู้ด้านกฎหมายและประกอบอาชีพทนายความ ยิ่งต้องเข้าใจว่าการกระทำของตนเองเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันฯ อันเป็นความผิด นอกจากนี้ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากปล่อยไปสามารถกระทำผิดในลักษณะดังกล่าวโดยไม่ได้รับการพิจารณาโทษ จะยิ่งเป็นเยี่ยงอย่างให้บุคคลอื่นกระทำตาม จะยิ่งกระทบถึงพระเกียรติคุณสถาบัน อีกทั้งยังเป็นการกระทำผิดเงื่อนไขของศาลอาญาในคดีหมายเลขดำที่ อ. 287/2564 ที่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหานี้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.64 &amp;nbsp;โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาไม่ไปกระทำกิจกรรมที่กระทำความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ร่วมการชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอีกด้วย &amp;nbsp;และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด &amp;nbsp;อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศ พบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งยังไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อโรคได้ในอัตราเร่งที่สูงมาก และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากได้ทวีความรุนแรงจนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤตด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และในพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศประกอบกับเชื้อโรคได้กลายพันธุ์เป็นหลายสายพันธ์ และสามารถแพร่กระจายได้ง่ายอีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดในต่างประเทศอัจอาจกระทบต่อประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่รุนแรงจนไม่อาจวางใจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากผู้ต้องหาไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครซึ่งจะรับตัวผู้ต้องหาไปทำการคุมขังนั้นก็มีมาตรการ และขั้นตอนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยเรือนจำมีประสานกับสำนักงานสาธารณสุขพื้นที่เพื่อตรวจสอบมาตรฐานในการเตรียมรองรับกรณีมีผู้ติดเชื้อได้ทันที, มีการตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (ศบค.) ประจำเรือนจำ, มีการคัดกรองและตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดในผู้ต้องขังหากพบเชื้อให้ X-ray ปอดทุกรายรวมถึงให้ยา และรักษาให้เร็วเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดในวงกว้าง, มีการใส่คลอรีนผสมในน้ำสำหรับอาบของผู้ต้องขัง, กรณีผู้ต้องขังป่วยมีการแจ้งให้ญาติทราบเป็นการเฉพาะรายทางโทรศัพท์หรือช่องทางอื่นอีกด้วย &amp;nbsp;รวมทั้งเชื่อว่าถ้าผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วก็จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108/1(3) จากเหตุดังกล่าวข้างต้น หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนมีความประสงค์ขอดำเนินการยื่นคำร้องขอฝากขัง โดยขอให้ศาลสอบถามผู้ต้องหาหรือทำการไต่สวนพยานหลักฐานในการออกหมายขังผู้ต้องหาผ่านระบบการประชุมทางจอภาพในการฝากขังครั้งต่อ ๆ ไปทุกครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112931</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ นำภา, พ.ต.ต.เวียงแก้ว สุภาการณ์, พนักงานสอบสวน, สน.ปทุมวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60935940e43b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว!อานนท์ส่งซิกปลุกม็อบแก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.2564 - นายอานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำม็อบราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนไม่เกิดหรอก ถ้าประชาชนไม่มีสิทธิมีเสียงและไม่ออกมาเรียกร้องกันอย่างมีนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106535</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัยสำคัญ, นายอานนท์ นำภา, รัฐธรรมนูญ, แกนนำม็อบราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c963389e991.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาทำความรู้จัก&#039;รางวัลกวางจู&#039; ที่&#039;อานนท์ นำภา&#039;คว้ามาได้ปีนี้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
17พ.ค.64 - คนไทยหลายคนอาจไม่รู้จัก กับรางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชน ( Gwangju Prize for Human Rights) จากประเทศเกาหลีใต้ ที่สดๆร้อนๆ เพิ่งมอบให้กับนายอานนท์ นำภา ทนายคณะราษฎร&amp;nbsp; ว่าคือรางวัลอะไรจึงมาทำความรู้จักกับรางวัลกวางจูนี้กันสักครั้ง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลกวางจู ฯ มาจากมูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้น ในประเทศเกาหลีใต้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีขึ้นเพื่อยกย่อง &amp;quot;บุคคลกลุ่มหรือสถาบันในเกาหลีและต่างประเทศที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และสันติภาพผ่านงานของพวกเขา&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มแรกรางวัลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การก่อการกำเริบกวางจู&amp;nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1980 ซึ่งประชาชนผู้สนับสนุนประชาธิปไตยได้ออกมาต่อต้านรัฐบาลเผด็จการของ ช็อน ดู-ฮวัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; นายไก ราลา ชานานา กุฌเมา จากติมอร์- เลสเต เป็นบุคคลนอกประเทศ รายแรกที่ได้รับรางวัลกวางจู&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อปี ค.ศ.2000 ได้รับรางวัลเป็นคนแรก&amp;nbsp;หลังจากนั้น ก็มีนักต่อสู้อีกหลายประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประเทศในแถบเอเชีย ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล ศรีลังกา ติมอร์ตะวันออก พม่า อินโดนีเซีย เนปาล &amp;nbsp;บ้งคลาเทศ &amp;nbsp;เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ &amp;nbsp; และมีเพียงนักต่อสู้จากอาร์เจนตินา เท่านั้นที่อยู่นอกทวีปเอเชีย ที่ได้รับรางวัลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางอองซาน ซูจี &amp;nbsp;นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย &amp;nbsp;ที่เป็นคนดังระดับโลก ก็เคยได้รับรางวัลนี้เมื่อปี ค.ศ.2004 แต่ต่อมาในปี &amp;nbsp;ค.ศ. 2018 มูลนิธิประกาศยกเลิกรางวัลของอองซานซูจี เนื่องจากเธอเพิกเฉยในการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม และการทารุณกรรมสิทธิมนุษยชนต่อชาวโรฮีนจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนคนไทยที่ได้รางวัลนี้มาแล้วได้แก่ &amp;nbsp; นางอังคณา นีละไพจิตร เมื่อปี2006 นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่า ดาวดิน เมื่อปี ค.ศ.2017 และล่าสุด นายอานนท์ นำภา ในปีนี้่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ได้รับรางวัลกวางจู นอกจากได้รับการยกย่องแล้ว ยังได้เงินรางวัลจำนวน 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (ประมาณ 1.9 ล้านบาท) &amp;nbsp; อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103279</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ นำภา, รางวัลควังจูเพื่อสิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a32d45ea6af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 06:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;โตโต้&#039;เปิดบทสนทนากับ&#039;อานนท์&#039;ในคุกกรณีถูกปล่อยตัวเพราะมีคนเชื่อเรื่องดวงชะตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64 -นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ หัวหน้ากลุ่มการ์ด วีโว่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เข้าใจว่าช่วงนี้ทำไมคนจึงถามกันมามากว่าผมถูกปล่อยตัวเพราะมีคนเชื่อเรื่องดวงชะตาจริงหรือ?
.
ผมเองก็คงต้องปฏิเสธว่ามันคงไม่ใช่แบบนั้น แต่คำถามพวกนี้ทำให้ผมนึกถึง คนๆหนึ่งที่เขาเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องขังเดียวกับผมที่พิเศษกรุงเทพฯ&amp;nbsp; คนนั้นชื่อว่า อานนท์ นำภา&amp;nbsp; หรือทนายอานนท์นั้นเอง
.
มีคืนหนึ่ง เวลาดึกมากแล้ว อานนท์ ยังไม่หลับ ผมเองก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ เขาลุกขึ้นเดินมานั่งข้างๆผมแล้วถามผมอย่างทีเล่นทีจริงว่า &amp;ldquo;คุณรู้ทำไมเขาถึงจับขังพวกเรา?&amp;rdquo; ผมตอบ อานนท์อย่างไม่ต้องคิดนานว่า &amp;ldquo;ก็มันกลัวเรา&amp;rdquo;
.
อานนท์ :: &amp;ldquo;พวกมันเชื่อเรื่องโหร และดวงชะตา&amp;rdquo;
โตโต้ :: &amp;ldquo;แล้วยังไง&amp;rdquo;
อานนท์ :: &amp;ldquo;คุณเชื่อไม?&amp;rdquo;
โตโต้ :: &amp;ldquo;ผมไม่เชื่อ และก็ไม่ได้ไปหมิ่นความเชื่อใคร&amp;rdquo;
อานนท์:: &amp;ldquo; พวกเขามีคนคอยดูชื่อ ดูวันเดือนปีเกิด พวกเราทุกคนเพื่อเดินเกมส์ คุณลองดูชื่อคุณสิ คุณชื่ออะไร?&amp;rdquo;
โตโต้ :: &amp;ldquo; ปิยรัฐ !!&amp;rdquo;
อานนท์ :: &amp;ldquo;แปลว่า?&amp;rdquo;
โตโต้ :: &amp;ldquo;ผู้ปกครองอันเป็นที่รัก&amp;rdquo;
อานนท์ :: &amp;ldquo; เห็นไม เขาไม่ต้องการให้มีผู้ปกครองไหนจะเป็นที่รักไปมากกว่าเขา&amp;rdquo;
โตโต้ :: &amp;ldquo; พี่ไปนอนเถอะ!! ผมไม่ตลกกับพี่หรอก&amp;rdquo;
.
ที่เล่ามาจะบอกว่า &amp;ldquo;คิดถึงอานนท์ และเพื่อนๆทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102856</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ นำภา, เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, แกนนำ3นิ้ว, โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_609356b7489db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96349</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’อานนท์’ขอเทปวงจรปิดแดน2ยืนยันเนื้อหาจดหมายน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค. 2564 - ที่ศาลอาญา นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์หลังการไต่สวนของศาลช่วงเช้ากรณีนายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร ยื่นจดหมายคำร้องต่อศาลบรรยายเหตุการณ์เกรงจะถูกทำร้ายในเรือนจำ ว่าศาลไต่สวนนายอานนท์โดยละเอียดถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วงบ่ายศาลจะให้ตัวแทนของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งน่าจะเป็นนายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ ที่ปรากฏในคำแถลงของกรมราชทัณฑ์ให้มาไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอานนท์ได้ขอให้ทนายความไปขอเทปกล้องวงจรปิดในเรือนจำแดน 2 ทั้งหมด และห้องขังขณะเกิดเหตุ ตอนนี้กรมราชทัณฑ์ยังไม่จัดส่งให้ เราขอให้ศาลพิจารณาเรียกภาพกล้องวงจรปิด เพราะเรากังวลว่าอาจมีการทำลาย ลบทิ้ง หรือทำให้เสื่อมค่าไป นายอานนท์ยืนยันต่อศาลขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งหมดซึ่งเป็นนักโทษการเมืองเกรงจะได้รับอันตรายถึงชีวิต จึงพยายามไปยืนหน้ากล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ดังนั้นภาพในกล้องวงจรปิดเห็นแน่นอน ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนขอสอบถามศาลเกี่ยวกับการไม่อนุญาตให้สื่อเข้าห้องพิจารณาคดีนั้น ไม่ใช่การพิจารณาคดีลับ แต่ศาลจำกัดจำนวนผู้เข้าฟัง ให้เฉพาะทนายความ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ มารดาและภรรยาของจำเลย ตอนนี้ยังพิจารณาไม่ให้สื่อเข้าอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎางค์ กล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุที่นายอานนท์รู้สึกไม่ปลอดภัยว่า นายอานนท์เบิกความต่อศาลว่ามีคำเตือนมาก่อนแล้วว่ามีบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งนายอานนท์เอ่ยเป็นชื่อเล่นในห้องพิจารณา ว่าเขาจะส่งคนมาจัดการนายอานนท์และคนอื่นๆ ที่เรือนจำ นายอานนท์ยังยกตัวอย่างผู้ต้องหาคดีการเมืองหลายคนที่เสียชีวิต ขอให้ศาลได้โปรดคุ้มครองเพราะมีตัวอย่าง นอกจากนี้ในวันจันทร์ที่ 22 มี.ค. นี้ ศาลจะไต่สวนนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำราษฎร ในเรื่องนี้ด้วย เพราะอยู่ในบรรยากาศนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงความคาดหวังในมาตรการคุ้มครองความปลอดภัย นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า จำเลยคงทำอะไรไม่ได้ นายอานนท์แถลงขอให้ศาลช่วยชีวิต เนื่องจากเป็นผู้ถูกคุมขังตามหมายศาล ศาลก็พูดชัดเจนดูแลเหมือนกันทุกคน เห็นความจำเป็นก็ไต่สวนเพื่อปกป้องดูแล ศาลกังวลถึงความปลอดภัยของผู้ต้องขังหรือจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่ากรณีอย่างนี้เคยมีตัวอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ว่าจะคุ้มครองดูแลอย่างไร นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ตนนึกไม่ออก ท่านจะมีมาตรการดำเนินการหลังจากฟังแล้ว ไม่เคยมีตัวอย่าง ส่วนใหญ่มักจะตายก่อนที่ศาลจะทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีเรือนจำอ้างเป็นการตรวจไวรัสโควิด นายอานนท์เบิกความอย่างไร นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตอนเวลา 21.30 น. ไม่มีการพูดว่าจะตรวจโควิด แต่จะแยกไมค์กับไผ่ไปขังไว้ที่อื่น ตอนเวลา 23.30 น. เจ้าหน้าที่จึงบอกจะมาตรวจโควิด นายอานนท์บอกจริงๆ ไม่เคยมีการตรวจโควิดเลย เพราะนายอานนท์เข้าออกศาลหลายครั้ง เนื่องจากเป็นทนายและจำเลยในคดีอื่น จะถูกกักในแดนกักโรค ตรวจอุณหภูมิ กักครบ 14 วัน ตรวจโควิดแล้วแยกไปแดนอื่น ไม่เคยมีการตรวจกลางคืน หลังเวลา 18.00 น. ความจริงต้องใส่กุญแจนอนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงต้องการจัดคนดูแลเป็นพิเศษเป็นคุกวีไอพีหรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ไม่มี เราไม่เรียกร้อง ขอให้เป็นมาตรการปกติ อยู่สงบสุขเท่ากับคนอื่น อย่าหาคนมาทำร้าย เป็นหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ อยู่แล้ว มีหน้าที่คุ้มครองดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงล่าสุดทุกคนที่ถูกคุมขังเป็นอย่างไร นายกฤษฎางค์ ระบุทุกคนกังวลเรื่องการถูกทำร้าย ส่วนนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ก็อ่อนแรงจากการประท้วงอดอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจะขอศาลไต่สวนโรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือไม่ นายกฤษฎางค์ ตอบว่าอยู่ที่ศาล เพราะศาลเริ่มไต่สวนเพื่อป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถามถึงการประกันตัวทั้งหมดจะมีเงื่อนไขได้ประกันแล้วไม่ออกมาชุมนุมอีกได้หรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ศาลไม่มีเงื่อนไขนี้มา ขอให้มีเงื่อนไขออกมาก่อน ขณะนี้ติดเรื่องเดียวคือกลัวกระทำซ้ำอีกกับที่ถูกกล่าวหา เช่นชุมนุมอีก หรือถูกกล่าวหาว่าผิด ป.อาญา ม.112 ก็ไปปราศรัยอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96349</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดหมาย, ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายกฤษฎางค์ นุตจรัส, นายอานนท์ นำภา, แกนนำราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60519f08b9f40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟซบุ๊กอานนท์เผยค่าใช้จ่ายในเรือนจำมากกว่าการใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกเสียอีก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ก.พ.64 - เฟซบุ๊กของนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์ข้อความระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ความคืบหน้าประจำวันที่ 25 ก.พ. 64 | ทนายได้ซื้อของและอาหารให้ทั้ง 4 คน โดยฝากใน 2 ชื่อ เนื่องจากทั้ง 4 คน ยังคงอยู่ในแดนเดียวกันแต่แยกห้องนอน ทำให้ยังสามารถเจอกันและแบ่งปันสิ่งของกันได้ ช่วงหยุดยาวมาถึงอีกครั้ง ทนายจะได้เข้าเยี่ยมอีกทีคือวันจันทร์ที่ 1 มี.ค. 64&amp;nbsp;
.
คนคิดว่าถูกขังในเรือนจำไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร สลิ่มค่อนแคะว่าข้าวฟรี น้ำฟรี ที่นอนฟรีแต่อันที่จริงสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงวาทกรรมที่เอาไว้ลดทอนความยากลำบากของการใช้ชีวิตภายในนั้น อย่าว่าแต่บางคนจะแปลกใจเมื่อเห็นใบเสร็จ ทางครอบครัวก็รู้สึกแปลกใจที่ต้องซื้อของที่รวมกันแล้วราคามหาศาล แทบจะวันเว้นวัน ดูเหมือนค่าใช้จ่ายในเรือนจำมากมายกว่าการใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกเสียอีก ทางครอบครัวรู้สึกขอบคุณการสนับสนุนจากทุกๆคนอีกครั้งเพราะหากไม่ได้เงินที่สมทบทุนเข้ามา คงไม่สามารถซื้อของขนาดนี้ได้บ่อยๆ&amp;nbsp;
.
อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์การเมืองยังคงผันผวน ทางครอบครัวคงต้องนำเงินจำนวนหนึ่งช่วยแบ่งฝากหรือช่วยสนับสนุนการซื้อของรายวันให้กับผู้ที่อาจจะถูกขังระหว่างพิจารณาเพิ่มเติมในอนาคต โดยในปี 64นี้ เฉพาะคดีที่สืบเนื่องจากการแสดงออกทางการเมือง ทำให้มีผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำแล้ว จำนวน 12 คน ประกอบด้วยกลุ่มอาชีวะซึ่งถูกจับกุมและคุมขังอยู่ในเรือนจำ 3 คนจากเหตุชุมนุมสามย่านและประชาชนจำนวน 5 คน ซึ่งถูกขังระหว่างพิจารณาและศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จากเหตุทุบรถซึ่งวิ่งออกจากเรือนจำไปสน.ประชาชื่นซึ่งเข้าเรือนจำมาเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา และท้ายที่สุดคือ อานนท์ เพนกวิน สมยศและแบงค์ ผู้ปราศรัยในคดี19 ก.ย. 63 ที่ธรรมศาสตร์และสนามหลวง จำนวน 4 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าใช้จ่ายในเรือนจำ, นายอานนท์ นำภา, เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033ae91adaa9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
