<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทางหลวงแจ้ง 23-31 ก.ค.นี้ ปิดการจราจร ทล32 เพื่อติดตั้งป้ายจราจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62-นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่าตามที่กรมทางหลวงได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ (Traffic Operations Center) เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการอำนวยความสะดวกการจราจรบนทางหลวงแก่ผู้ใช้ทาง รวมถึงยกระดับความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ที่มีสาเหตุจากการฝ่าฝืนวินัยจราจร เช่น การขับขี่เกินความเร็วที่กำหนด การขับขี่ผิดช่องจราจร เป็นต้น

อย่างไรก็ตามกรมทางหลวงจึงจะดำเนินการติดตั้งโครงสร้างระบบเผยแพร่ข้อมูลจราจร จึงมีความจำเป็นต้องปิดการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 32 จำนวน 2 ช่องจราจร ตั้งแต่เวลา 09.00 น. &amp;ndash; 16.00 น. โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 ที่กม. 37+175 (ขาเข้า) บริเวณพื้นที่ ต.โพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน
จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่รับผิดชอบของแขวงทางหลวงอ่างทอง
2. วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ที่กม. 13+500 (ขาออก) บริเวณพื้นที่ ต.ตลิ่งชัน อ.บางปะอิน
จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่รับผิดชอบของแขวงทางหลวงอยุธยา
3. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ที่กม. 3+400 (ขาเข้า) บริเวณพื้นที่ ต.คลองจิก อ.บางปะอิน
จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่รับผิดชอบของแขวงทางหลวงอยุธยา

อย่างไรก็ตามในระหว่างดำเนินการอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนทั่วไป กรมทางหลวง ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และขอให้ประชาชนใช้เส้นทางอย่างระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางในวันเวลาดังกล่าว รวมทั้ง ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำทางเลี่ยง และสัญญาณจราจรที่ติดตั้งไว้ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้ใช้ทาง

ทั้งนี้ ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวและประชาชนทั่วไปสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุต่างๆระหว่างดำเนินการได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41571</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d351d6044893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดีเดย์20 พ.ค.นี้เก็บค่าผ่านทางวงแหวนด้านใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ค.62-นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่าในวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 เวลา 00.01 น. การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแทนกรมทางหลวงบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง &amp;ndash; บางแค ช่วงพระประแดง &amp;ndash; ต่างระดับบางขุนเทียน ซึ่งเป็นไปตามตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปีพ.ศ.2554 และ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทางเป็นไปตามกฎกระทรวงปีพ.ศ.2555 สำหรับรถ 4 ล้อ, รถ 6 ล้อ และรถที่มีล้อเกิน 6 ล้อขึ้นไป ในอัตรา 15 บาท, 25 บาท และ 35 บาท ตามลำดับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอานนท์ กล่าวว่าค่าธรรมเนียมผ่านทางที่จัดเก็บได้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะนำส่ง เพื่อเข้าบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้เก็บรักษา โดยจะนำไปใช้ในการบำรุงรักษาทางและ สะพาน ตลอดจนระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการจราจรให้แก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;รวมทั้งใช้สำหรับการก่อสร้างขยายโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายทางอื่นๆในอนาคต ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดิน รักษาวินัยทางการเงินการคลังภาครัฐ พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35699</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, วงแหวนด้านใต้, สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน, อธิบดีกรมทางหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd8ebdcdc4e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ลุยระดมทุนทีเอฟเอฟ 5 หมื่นล้านผุดมอเตอร์เวย์สายใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 2561 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่า กรมทางหลวงมีแผนเปิดระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์(ทีเอฟเอฟ)เพื่อนำไปก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่เชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวพร้อมไปกับการลดภาระด้านงบประมาณและเพดานหนี้สาธารณะตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการที่มีความพร้อมในการเข้าแผนระดมทุนทีเอฟเอฟนั้นเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพด้านปริมาณจราจรเบื้องต้นมองไว้ 2 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.โครงการทางยกระดับศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 15 กม. วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิปีละมากกว่า 60 ล้านคนและแก้ปัญหารถติดสะสมบนมอเตอร์เวย์สายกรุงเทพ-พัทยา &amp;nbsp;2.โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงฉะเชิงเทรา-นครราชสีมา วงเงิน 2-3 หมื่นล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและระบบโลจิสติกส์ระหว่างภาคอีสานกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในแผนเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงพิเศษสายชลบุรี-หนองคายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโครงการที่เหมาะสมในการระดมทุนเพิ่มเติม โดยกรมทางหลวงจะทำสัญญาโอนและรับสิทธิ์โอนในรายได้ของมอเตอร์เวย์สาย 7 และ สาย 9 นำส่งกองทุนทุกปี&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
นายอานนท์กล่าวต่อว่าสำหรับแผนดำเนินงานในปีหน้านั้นเตรียมเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจ็กส์ 2 โครงการได้แก่ 1.โครงการเปิดให้เอกชนร่วมทุนพีพีพีดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&amp;amp;M) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงินรวม 6.1 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับบเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) คาดว่าจะเปิดประมูลช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 2.โครงการทางหลวงระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์ ) ช่วงนครปฐม-ชะอำ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอฝ่ายนโยบาย คาดว่าจะส่งให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาเห็นชอบในหลักการของโครงการภายในกลางเดือน ก.พ. หากได้รับความเห็นชอบจะเดินหน้าร่างทีโออาร์และออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินต่อไปในช่วงกลางปีหน้า ก่อนเปิดประมูลโครงการช่วงปลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์กล่าวอีกว่าสำหรับโครงการพัฒนามอเตอร์เวย์สายใหม่โดยการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของภาครัฐ(พีพีพี)ซึ่งฝ่ายนโยบายผลักดันและขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างนั้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายใน 5 ปีนับจากนี้จะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้เพื่อเชื่อมโยงการโครงข่ายถนนและลดระยะเวลาการเดินทางให้กับประชาชน ประกอบด้วย 1.โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ขณะนี้คืบหน้าไปมากกว่า 65% เปิดบริการปี 2563 2.โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา &amp;nbsp;คืบหน้าไปแล้วมากกว่า 50% เปิดบริการปี 2563 3.โครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ขณะนี้คืบหน้า 15% เปิดบริการปี 2564-2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมได้รับมอบแผนยุทธศาสตร์ชาติมาปรับใช้ในการพัฒนาโครงการถนนทางหลวงและเส้นทางมอเตอร์เวย์ เบื้องต้นได้สั่งการให้ทล.ไปจัดลำดับความสำคัญของแผนพัฒนาระยะสั้น 3-5 ปี ว่าเส้นทางไหนเหมาะสมคุ้มค่าแก่การลงทุนพัฒนา อย่างไรก็ตามเบื้องต้นต้องการให้แผนพัฒนาเส้นทางมอเตอร์เวย์ในอนาคตเน้นเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและเส้นทางการค้าตามแนวชายแดนที่มีมูลค่าจำนวนมาก ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาถนนสายหลักตามแนวระเบียงเศรษฐกิจที่มีศักยภาพของประเทศไม่ว่าจะเป็น แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันตก (WEC)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25010</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, อธิบดีกรมทางหลวง, โครงการทางยกระดับศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ, โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงฉะเชิงเทรา-นครราชสีมา, ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a8313aa077c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ลุยเปิดร่วมทุน PPP มอเตอร์เวย์บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว4.8หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทล.เล็งเปิดร่วมทุนพีพีพีเน็ทคอสปั้นมอเตอร์เวย์ 4.8 หมื่นล้านช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดสายลงใต้ คาดกวาดรายได้ปีละ 1 พันล้านตั้งแต่เปิดใช้ ด้านอธิบดีทางหลวงสั่งเร่งเมกะโปรเจ็กส์ 1.5 แสนล้านช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่าทล.ได้จัดงานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน(Market Sounding) โครงการทางยกระดับหมายเลข 35 ช่วงบางขุนเทียน-วังมะนาว แบ่งเป็น 3 เฟส ได้แก่ เฟส 1 ช่วงบางขุนเทียน-มหาชัย ระยะทาง 10 กม. วงเงิน 1.05 หมื่นล้านบาทและเฟส 2 ช่วงมหาชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 15 กม. วงเงินลงทุนรวมกัน 4.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 2.96 หมื่นล้านบาท ค่าดำเนินงานและบำรุงรักษาตลอดอายุสัมปทาน 1.61 หมื่นล้านบาท ค่าก่อสร้างด่านงานระบบ 1.26 พัน ค่าเวนคืนที่ดิน 640 ล้านบาท และอื่นๆ 670 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรูปแบบที่คาดว่าจะนำมาใช้คือการร่วมทุนแบบ PPP Net Cost โดยฝ่ายรัฐจะลงทุนงานก่อสร้างเฟสแรก 1.05 หมื่นล้านบาท ขณะที่เอกชนลงทุนงานก่อสร้างเฟส 2 และงานบริหารรวมถึงบำรุงรักษาตลอดเส้นทางเฟส 1-2 รวมมูลค่า 3.16 หมื่นล้านบาท โดยเอกชนต้องลงทุนเองทั้งหมด พร้อมงานบริหารและรับความเสี่ยงพร้อมแบ่งรายได้ให้รัฐตามสัดส่วนที่ตกลงกัน บนอายุสัมปทาน 33 ปีแบ่งเป็นก่อสร้าง 3 ปีและงานบริหาร 30 ปี โดยมีกรรมสิทธิ์โครงการแบบ BTO คือภาคเอกชนต้องโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้รัฐบาลทั้งหมด เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว คาดว่าจะเปิดประมูลปี ‭2562-2563‬ เริ่มต้นก่อสร้างปี 2566 ทั้งนี้คาดว่าปริมาณยานพาหนะบนถนนเส้นดังกล่าวมากกว่า 1 ใน 3 ของทั้งหมดจะหันมาใช้ทางยกระดับเมื่อเปิดให้บริการ ปัจจุบันมีปริมาณราว 170,000 คัน/วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์กล่าวต่อว่าตัวเลขคาดการณ์ปริมาณจราจรในโครงการนี้ในปีแรกที่เปิดให้บริการอยู่ที่ 48,000 คันต่อวัน แบ่งเป็นสัดส่วนรถยนต์ 4 ล้อ 85% และรถยนต์ขนาด 6 ล้อขึ้นไป 15% ก่อนเพิ่มเป็น 100,000 คันในปี 2036 คิดเป็นปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ก่อนจะเติบโตไปจนถึงระดับ 220,000 คันต่อวัน ในปี 2051 ส่วนด้านประมาณการรายได้ในปีแรกที่เปิดบริการนั้นอยู่ที่ 1,095 ล้านบาท คิดเป็น 3ล้านบาทต่อวัน ก่อนจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ปีละ 3,650 ล้านบาท ในปี 2036 คิดเป็นการขยายตัว 233% &amp;nbsp;หรือคิดเป็น 10 ล้านบาทต่อวัน ก่อนจะมีรายรับช่วงปลายสัมปทานในปี 2051 จะอยู่ที่ 8,030 ล้านบาท คิดเป็น 22 ล้านบาทต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะที่อัตราค่าผ่านทางของโครงการนี้นั้นสำหรับรถยนต์ 4 ล้อมีค่าแรกเข้า 10 บาทและคิดเพิ่ม 2 บาทต่อกม. ขณะที่รถยนต์ขนาด 6 ล้อจะมีค่าแรกเข้า 16 บาทและคิดเพิ่ม 3.2 บาทต่อกม. ส่วนรถยนต์มากกว่า 6 ล้อจะมีค่าแรกเข้า 23 บาทและคิดเพิ่ม 4.6 บาทต่อกม. ส่งผลให้ประมาณการค่าใช้จ่ายตลอดเส้นทางช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ระยะทาง 25 กม. แบ่งเป็น รถยนต์ 4 ล้อ 60 บาท รถยนต์ 6 ล้อ 96 บาทและรถยนต์มากกว่า 6 ล้อ 138 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รูปแบบโครงการจะเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.6เมตร โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณจุดเชื่อมต่อทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกตะวันตก และมีจุดสิ้นสุดโครงการช่วงบ้านแพ้ว ทั้งนี้ตามแผนนั้นจะต่อขยายเฟส 3 ไปวังมะนาวเพื่อบรรจบกับมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์กล่าวต่อว่าสำหรับโครงการที่ต้องเร่งเปิดประมูลในช่วงสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้นั้นมีทั้งหมด 3 โครงการได้แก่ 1.โครงการทางยกระดับหมายเลข 35 เฟส 1 วงเงิน 1.05 หมื่นล้านบาท แบ่งประมูล 3 สัญญา จะประกาศเชิญชวนเอกชนในเดือนนี้ ก่อนเปิดประมูลปลายเดือนธ.ค.นี้ 2.โครงการบริหารงานระบบและบำรุงรักษามอเตอร์เวย์สองสาย ช่วงบางปะอิน-นครราชสีมา และช่วงบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาทนั้นจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน และเปิดประมูลภายในเดือนธ.ค.นี้ คาดว่าจะได้ตัวเอกชนต้นปีหน้า ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556 อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดทีโออาร์ใหม่หลังปรับแก้ไขใหม่ 3.โครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ วงเงิน 7.9 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนเข้าสู่การร่างทีโออาร์ต่อไป คาดว่าจะเร่งประมูลในปี 2562 ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเปิดเวทีในครั้งนี้ทีเอกชนเข้าร่วมอย่างคึกคักทั้งจากในประเทศและนอกประเทศ รวมเอกชนเจ้าใหญ่ 19 ราย แบ่งเป็น งานก่อสร้าง 16 ราย อาทิ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD บริษัทบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน)และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เป็นต้น ส่วนด้านงานระบบ มีสนใจ 3 ราย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสถาบันการเงินอย่างธนาคารญี่ปุ่นอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21591</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, พีพีพีเน็ทคอส, มอเตอร์เวย์บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว, อธิบดีกรมทางหลวง, แก้ปัญหารถติดลงภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a8313aa077c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2018 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2018 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอร์พอร์ตลิงค์ยังไร้ข้อสรุปว่าจะเช่าหรือซื้อรถไฟฟ้ามาให้บริการประชาชนเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอร์พอร์ตลิงก์ขอศึกษาแผนเล็งเช่ารถไฟฟ้าเพิ่ม 5 ปี รับผู้โดยสารเพิ่ม 5 หมื่นคน เผยใช้เวลาปรับปรุง 6 เดือนก่อนออกวิ่ง มอบเอกชนชี้ชะตาเคาะโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มสายงานปฏิบัติการและซ่อมบำรุง แอร์พอร์ตลิงก์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการเช่ารถไฟแอร์พอร์ตลิงก์เพื่อแก้ปัญหาความแออัดนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างการเช่าตู้รถไฟเพิ่มกับการจัดซื้อตู้รถไฟใหม่เลย 7 ขบวนทั้งด้านความคุ้มค่าในการใช้งานตลอดจนเรื่องค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวว่าที่ผ่านมาหารือกับบริษัทซีเมนต์เพื่อถามถึงแนวทางเช่าตู้รถไฟเพิ่ม เบื้องต้นได้ข้อสรุปการเจรจาด้านเทคนิคว่าขั้นตอนการเช่าควรจะอยู่ที่ 5 ขบวนโดยมีสัญญาเช่ารวม 5 ปีด้วยกัน ซึ่งหากรวมรถเดิมจะทำให้รองรับผู้โดยสารได้ 120,000 คน จากปกติ 72,000คนต่อวัน ส่วนเรื่องวงเงินจะสูงถึงหลักพันล้านบาทหรือไม่ยังอยู่ระหว่างการตกลงกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากดำเนินการเช่ามาแล้วจะทยอยส่งมอบเป็นล็อต โดยต้องนำรถใหม่เข้ามาปรับปรุงกายภาพเพื่อให้เข้ากับบริบทประเทศไทย อาทิ ตู้โดยสารและระบบปรับอากาศเป็นต้น ขณะที่การเชื่อมต่อระบบสัญญาณรถไฟนั้นสามารถเข้ากันได้เลยโดยไม่ต้องปรับปรุงระบบ จึงคาดว่าแอร์พอร์ตลิงก์จะใช้เวลาเตรียมการรถไฟขบวนใหม่ที่นำเข้ามาราว 6 เดือนก่อนนำออกวิ่งบริการประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่าแต่ทั้งนี้โครงการดังกล่าวขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากต้องใช้เวลาศึกษาอีกมากกว่า 1 ปีเพื่อทบทวนความคุ้มค่าระหว่างการเช่าหรือซื้อใหม่ ซึ่งน่าจะใช้ระยะเวลาการส่งมอบไม่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังคงมีปัจจัยด้านรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี ที่ต้องรอให้เอกชนผู้บริหารโครงการเข้ามาร่วมตัดสินใจว่าจะดำเนินการจัดหารถไฟใหม่หรือไม่ และโครงการนี้จะทับซ้อนกับการเปิดให้บริการรถไฟไฮสปีดหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาความแออัดในปัจจุบันนั้นมีความก้าวหน้าดีขึ้นเป็นลำดับหลังเปิดตัวโปรโมชั่นลดราคาและมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้โดยสารที่ใช้บริการในตอนเช้าช่วง 05.30-06.00 สามารถจูงใจให้คนหันมาใช้บริการตอนเช้าได้มากขึ้น ปัจจุบันแอร์พอร์ตลิงก์วิ่งให้บริการ 7 ขบวนและอยู่ระหว่างซ่อมบำรุง 2 ขบวนคาดว่าจะแล้วเสร็จเพื่อวิ่งบริการได้ 1 ขบวนภายในเดือนส.ค.ขณะที่อีกขบวนต้องรออะไหล่นำเข้ามาช่วงเดือนธ.ค.คาดว่าจะนำออกมาวิ่งได้ช่วงต้นปี 2562 ทั้งนี้หากอนาคตสามารถซ่อมขบวนรถไฟฟ้าที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานได้ครบทั้ง 9 ขบวน จะทำให้ความถี่ในการให้บริการลดลงเหลือเพียง 8 นาทีต่อขบวนจากปัจจุบันความถี่ 10 นาทีต่อขบวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)กล่าวว่าโครงการจัดเช่ารถไฟแอร์พอร์ตลิงก์เพิ่มนั้นต้องรอได้ตัวเอกชนโครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบินที่จะประมูลในปีนี้เสียก่อนเพราะในเงื่อนไขประกวดราคาระบุว่าแอร์พอร์ตลิงก์จะตกเป็นสมบัติของเอกชนที่ชนะโครงการ โดยระบุว่าเอกชนต้องจัดหารถเพิ่มเพื่อยกระดับงานบริการประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนประเด็นเรื่องการจัดซื้อหรือเช่าใหม่ไปก่อนแล้วค่อยให้เอกชนเคลียร์ค่าใช้จ่ายทีหลังเพื่อเร่งแก้ปัญหาแออัดให้ประชาชนนั้นไม่สามารถทำได้เพราะระบบอาณัติสัญญาณรถไฟมีความแตกต่างกันในแต่ละแบรนด์ไม่สามารถวิ่งรวมกันได้ จึงต้องรอเจ้าของใหม่เข้ามาตัดสินใจว่าจะเลือกใช้แบรนด์ไหนเพื่อปรับเปลี่ยนอาณัติสัญญาณของรถไฟเดิมให้เข้ากันได้&amp;rdquo;นายสุเทพ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9516</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, รถไฟฟ้า, สุเทพ พันธุ์เพ็ง, แอร์พอร์ตลิงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff64005a523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ทยอยกลับ ถ.มิตรภาพแน่น เพิ่มบขส.-รถไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประชาชนทยอยกลับกรุงหลังเทศกาลสงกรานต์ ขนส่งทางบกสั่งทุกจังหวัดจัดรถโดยสารให้เพียงพอ พร้อมมาตรการคุมเข้มคนขับ บขส.เสริมรถเกือบ 2 พันเที่ยว รองรับ 1.8 แสนคนต่อวัน รฟท.เพิ่มรถไฟ 11 ขบวน มิตรภาพ-เอเชียจราจรหนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อม &amp;ldquo;รับคนกลับจากบ้าน&amp;rdquo; หลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ 2561 กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งจัดเตรียมรถโดยสารและรถเสริมให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง รถโดยสารทุกคันต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยตาม Checklist จากเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถต้องพักผ่อนเพียงพอ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไร้สารเสพติด และระดับแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ส่วนมาตรการเข้มข้นระหว่างทาง ตรวจสอบความปลอดภัยรถโดยสารเช่าเหมาบนเส้นทางหลัก 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ พร้อมติดตามการเดินรถโดยสารผ่านระบบ GPS Tracking ออนไลน์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าสกัดทันทีหากพบพฤติกรรมเสี่ยง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในช่วงที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครหลังสิ้นสุดวันหยุดยาว กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) อำนวยความสะดวกจัดพื้นที่ภายในกรมการขนส่งทางบก จตุจักร เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 16-18 เม.ย.นี้ เวลา 04.00-07.00 น. สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถโดยสารของ บขส. เส้นทางจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาความแออัด ลดปัญหาจราจรทั้งภายในและภายนอกสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือสถานีขนส่งหมอชิต 2 รวมทั้ง ขสมก. จัดรถโดยสารประจำทางให้บริการรับ-ส่งฟรี และประสานสหกรณ์แท็กซี่ ให้จัดเตรียมรถรอรับให้บริการประชาชนอย่างเพียงพอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมผู้ตรวจการขนส่งทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทั้งที่กรมการขนส่งทางบก สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต สายใต้ เอกมัย ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เป็นต้น ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสาร บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายการลงโทษเข้มข้นจริงจังทันที กับผู้ให้บริการผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1584&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส.คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 15-18 เม.ย. โดย บขส.ได้จัดเที่ยววิ่ง (เที่ยวกลับ) จากปกติวันละประมาณ 6,095 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละประมาณ 1,987 เที่ยว รวม 8,082 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละประมาณ 181,547 คน นอกจากนี้ ขสมก.จัดรถโดยสารให้บริการรับผู้โดยสารที่ลงรถ บขส.บริเวณชานชาลาขาเข้าเพื่อต่อรถ ขสมก. ระหว่างวันที่ 15-18 เม.ย. เวลา 04.00-09.00 น. และ เวลา 15.00-20.00 น. วิ่งในสายประจำทาง 12 สาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดรถตู้โดยสารรองรับประชาชนประชาชนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ในช่วงวันที่ 15-17 เม.ย. ณ บริเวณหน้าสถานีขนส่งหมอชิต 2 จำนวน 20 คัน ระหว่างเวลา 04.00-09.00 น. และ 16.00-20.00 น. เดินทางไปยัง 2 จุด คือ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งจัดจิตอาสามาช่วยประชาชนขนสัมภาระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า มีผู้โดยสารใช้บริการเดินทางที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย. รวมทั้งสิ้น 342,898 คน เฉลี่ยวันละ 114,300 คน ซึ่งไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานี และคาดว่าเย็นวันที่ 15 เม.ย. จะเริ่มกลับมาคึกคักจากการเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จึงได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมนอกเหนือจากขบวนรถที่เดินประจำในเส้นทางต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 15-17 เม.ย. อีก 11 ขบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (รอง ผบก.ตม.2) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยว่า พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ ตม.เตรียมกำลังรับมือสถานการณ์ผู้โดยสารช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีคนไทยที่อาศัยวันหยุดยาวไปต่างประเทศ เดินทางกลับเข้าประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางออกหลังจากเข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาล คาดว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะมียอดพุ่งราววันละ 1.5 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 ตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางไปซื้อตั๋วรอขึ้นรถโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กันอย่างต่อเนื่อง ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา โดยนายศิระ บุญธรรมกุล ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่ง จ.นครราชสีมา ได้สั่งให้เพิ่มเที่ยวรถโดยสารสาย 21 นครราชสีมา-กรุงเทพฯ จากเดิมปกติที่วิ่งให้บริการวันละ 200 เที่ยว เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็นวันละ 400 เที่ยว พร้อมเตรียมรถโดยสารสำรองไว้อีกจำนวน 60 คัน ให้บริการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมามุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เริ่มมีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณตามแยกสัญญาณไฟจราจรในเขตชุมชนต่างๆ ทำให้ตำรวจทางหลวงได้เปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายปริมาณรถที่สะสมมาก 2 จุด คือที่บริเวณถนนมิตรภาพเขตอำเภอโนนสูง และบริเวณทางขึ้นเขาเขตตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว และคาดว่าจะหนาแน่นต่อเนื่องไปถึงช่วงค่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านถนนสายเอเชีย บริเวณจังหวัดอ่างทอง เส้นขาเข้ากรุงเทพฯ ปริมาณรถยนต์เริ่มหนาแน่น มี การชะลอตัวตามทางแยกทางโค้งและตามคอสะพาน &amp;nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่นำป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดสายเอเชีย ให้เลี้ยวเข้าตัวเมืองอ่างทอง ผ่านไปยังอำเภอป่าโมก ตรงไปสี่แยกกำนันดิเรก และตรงไปสี่แยกวรเชษฐ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7171</URL_LINK>
                <HASHTAG>1584, GPS Tracking, ขสมก., จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, นายสนิท พรหมวงษ์, นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, บขส., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, มิตรภาพ-เอเชีย, สตม., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad354a6075b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อค้าไล่ผู้โดยสารรถไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การรถไฟฯ จนหนัก ถึงขนาดให้พ่อค้าเช่าม้านั่งโดยสารขบวนรถไฟวางสินค้าที่จะเอาไว้ขาย อ้างเป็นขบวนรถที่ไม่มีตู้เสบียง ถูกถ่ายรูปเอามาประจานในโลกออนไลน์หลังไล่เด็กไปนั่งกับพื้น แถมประกาศข้องใจให้โทร.ถามผู้ว่าการการรถไฟฯ ต้องเรียกมาปรับแก้เกี้ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ผู้ใช้นามว่า &amp;quot;นายอู สุทธิศักดิ์&amp;quot; ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ลงในสังคมออนไลน์ เป็นภาพชายคนหนึ่งไล่ผู้โดยสารที่กำลังนั่งอยู่บนขบวนรถไฟ เพื่อที่จะใช้เบาะที่นั่งนั้นวางของ สินค้าต่างๆ ที่ใช้สำหรับขายให้ผู้โดยสารคนอื่นบนรถไฟ โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;ไล่เด็กไล่ผู้โดยสารให้ลุกไม่ให้นั่ง บอกว่าเช่าไว้ขายของ แล้วพี่แกยังบอกว่าถ้าข้องใจให้โทร.ถามผู้ว่าการรถไฟ ที่นั่งบนรถไฟเช่าวางขวดน้ำ ถังน้ำแข็งใหญ่ไว้ขายได้ด้วย แบบนี้ก็ได้เหรอ พี่เช่ากับใคร ใครให้พี่เช่ากันครับ? อยากรู้จัง&amp;rdquo; อีกทั้งยังระบุอีกว่า เขาบอกเช่าไว้ 8 ที่นั่ง ไว้วางของขาย ห้ามผู้โดยสารนั่ง สงสารเด็กน้อยต้องนั่งพื้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัทร์ วรวัฒน์นุทัย รอง ผอ.ฝ่ายบริการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา บนขบวนรถด่วนรถดีเซลราง เส้นทาง กทม.-หนองคาย โดยบริเวณที่นั่งที่เกิดเหตุไล่ผู้โดยสารนั้น เป็นพื้นที่ที่ รฟท.ให้สิทธิ์แก่ผู้ประกอบการในการเช่าเพื่อจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มบนขบวนรถดังกล่าวจริง ซึ่งให้เช่าพื้นที่รวมจำนวน 8 ที่นั่งต่อ 1 ขบวน สาเหตุที่ต้องให้เช่าเนื่องจากรถไฟดีเซลรางที่วิ่งระยะไกลจะไม่มีตู้เสบียง รฟท.จึงจำเป็นต้องนำที่นั่งบางส่วนมาให้ผู้ประกอบการเช่าเพื่อเก็บสินค้า เช่น อาหาร และน้ำจำหน่าย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางระยะไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพัทร์กล่าวว่า แม้ผู้ประกอบการจะมีสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ก็ไม่ควรที่จะแสดงวาจาหรือพฤติกรรมที่ไม่สุภาพต่อผู้โดยสารรายอื่น ควรชี้แจงให้ผู้โดยสารรับทราบด้วยถ้อยคำที่สุภาพ ซึ่งกรณีนี้พบว่ามีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ไม่เหมาะสม ถือว่าเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไขสัญญาให้เช่าสิทธิ์บนขวนรถไฟ ดังนั้นในวันที่ 4 เม.ย. ทาง รฟท.ได้เชิญเจ้าของสิทธิ์พื้นที่เช่ามาสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งชี้แจงว่าพนักงานของผู้ประกอบการมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รฟท.จึงได้ดำเนินการลงโทษปรับเป็นเงินจำนวน 2 พันบาท พร้อมทั้งตักเตือนห้ามไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีก ซึ่งผู้ประกอบการก็ยอมรับผิด นอกจากนี้ รฟท.จะทำหนังสือขอให้ผู้ประกอบการรายดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงมาเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ รฟท.ยังเตรียมทำหนังสือไปยังผู้ประกอบการที่เช่าสิทธิ์ขายอาหารบนขบวนรถไฟทั้งหมดซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 17 ขบวน ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการพูดจากับผู้โดยสารให้สุภาพ รวมทั้งให้ผู้ตรวจบนขบวนรถกวดขันดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้นำป้ายมาติดแสดงให้ผู้โดยสารรับทราบว่าเป็นที่นั่งที่ไว้ใช้สำหรับการขายอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวยอมรับเช่นกันถึงการให้เอกชนเช่าที่นั่งวางสินค้า ทั้งนี้ อนุญาตให้ผู้เช่าใช้พื้นที่ในรถโดยสารได้ไม่เกิน 2 ช่องหน้าต่างด้านตรงข้ามกัน (8 ที่นั่ง รวมทั้งบนหิ้งและใต้ม้านั่งบริเวณนั้นเท่านั้น) ติดกับที่ทำการพนักงานรักษารถ โดยผู้เช่าจะมีพนักงานบริการไปกับขบวนรถเพื่อจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้กับผู้โดยสารบนขบวนรถ ปัจจุบันการรถไฟฯ ได้ทำสัญญาเช่าสิทธิ์ดังกล่าวกับขบวนรถที่ไม่มีตู้เสบียง จำนวน 17 ขบวน และในพื้นที่ที่กำหนดให้จะต้องมีป้ายบอกสำรองที่ให้ชัดเจน จัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ และมีบัตรประจำตัวให้ตรวจสอบ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6478</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, นายอู สุทธิศักดิ์, ประจานในโลกออนไลน์, รฟท., สังคมออนไลน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไล่เด็กไปนั่งกับพื้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac4d885d4102.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
