<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์ เพิ่มตำแหน่งนักจิตวิทยา หลังผู้คุมเรือนจำพิจิตรก่อเหตุฆ่า 4 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดพิจิตรก่อเหตุยิงผู้อื่นด้วยอาวุธปืน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย ซึ่งเป็นคนในครอบครัวและญาติของภรรยา เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2564 ว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายพุทธวรรณ &amp;nbsp;มั่นปาน เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงาน ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานสูทกรรม สังกัดเรือนจำจังหวัดพิจิตร โดยใช้อาวุธปืนส่วนตัวยิงคนภายในครอบครัวเสียชีวิต 4 ราย ได้รับบาดเจ็บ 3 &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันก่อเหตุ นายพุทธวรรณ อยู่ระหว่างการพักเวรปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 7 วัน (วันที่ 3-9 ก.ย ) &amp;nbsp;ในบ้านพักของตนเองตามปกติ ตามแผนบริหารกำลังพลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าเกิดจากปัญหาภายในครอบครัว เนื่องจากที่ผ่านมาไม่พบว่ามีปัญหาหรือขัดแย้งกับผู้ใดในการทำงาน กรมราชทัณฑ์ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อผู้สูญเสียทุกฝ่าย และขณะนี้ได้ดำเนินการรวบรวมพยานเอกสารหลักฐาน และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง พร้อมทั้งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และจะเร่งดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการเรือนจำ และผู้อำนวยการทัณฑสถานทั่วประเทศ &amp;nbsp;ให้ดูแลบุคลากรในสังกัดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติงานที่ตรากตรำมากกว่าปกติ การบริหารกำลังพลจึงต้องพิจารณาให้มีความเหมาะสม &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียทั้งต่องานที่ทำและต่อผู้ปฏิบัติงานได้ โดยในส่วนของการเยียวยาผู้เสียหาย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการไปยังสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพิจิตร เพื่อเข้าช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายเป็นการเร่งด่วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นประเด็นที่กรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญและมีความห่วงใยอยู่เสมอ&amp;nbsp; ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการปรับเพิ่มตำแหน่งนักจิตวิทยาให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และดูแลในด้านสุขภาพจิตของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เพื่อให้สามารถสร้างสมดุลในการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม ไม่ให้เกิดผลเสียต่อประสิทธิภาพในการทำงาน หรือสุขภาพกาย สุขภาพจิต รวมถึงการดำเนินชีวิต และครอบครัวของผู้ปฏิบัติงานได้ในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116145</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอายุตม์ สินธพพันธุ์, ผู้คุมเรือนจำ, พิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139a747627a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039;กลับมาพีค!ยอดติดเชื้อใหม่1,015ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 &amp;nbsp;- นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ &amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 16.00 น. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,049 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 1,015 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 34 ราย) หายป่วยเพิ่ม 95 ราย รวมยังมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 3,824 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตต่อเนื่องเป็นวันที่ 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่า วันนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อแตะหลักพันครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ซึ่งเกิดจากการเร่งตรวจหาเชื้อเชิงรุก เพื่อคัดแยกเรือนจำสีขาวที่ปลอดเชื้อและเรือนจำสีแดงที่แพร่ระบาดให้ชัดเจน อันจะเป็นประโยชน์ในด้านการควบคุมโรค และเพื่อให้ผู้ติดเชื้อได้รับการรักษาโดยเร็ว ทั้งนี้ เป้าหมายหลัก คือ ลดความรุนแรงของโรค ลดจำนวนผู้ป่วยหนัก และลดอัตราการเสียชีวิต โดยพบว่าปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวประมาณ 81.4% เมื่อได้รับการดูแลรักษาและให้ยาฟ้าละลายโจร จะสามารถหายได้ในระยะเวลา 14 วัน ขณะที่กลุ่มสีเหลืองมี 17.9% และสีแดง 0.7% โดยมีผู้ป่วยที่รักษาหายสะสมแล้ว 36,615 ราย หรือ 89.7% ของผู้ติดเชื้อสะสม 40,821 ราย และมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.1% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ เสริมต่อว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อภายนอกที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น กรมราชทัณฑ์ ได้ยกระดับการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้ออย่างเคร่งครัด นอกจากการตรวจเชื้อก่อนและกักโรคผู้ต้องขังเข้าใหม่ตามระบบแล้ว ยังป้องกันเชื้อที่อาจติดผ่านเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จึงได้จัดการปฏิบัติหน้าที่ออกเป็นชุดๆ เพื่อแต่ละชุดจะได้ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นระยะเวลา &amp;nbsp;7 วันติดต่อกัน และหมุนเวียนสลับกันตามจำนวนของบุคลากรในเรือนจำแต่ละแห่ง โดยระหว่างการพักเวร ห้ามออกนอกพื้นที่หรือเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงโดยเด็ดขาด ตลอดจนมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความสะอาด การปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T และการป้องกันเชื้อโรคจากการสัมผัสสิ่งของโดยต้องทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในทุกขั้นตอนแบบ 100% ซึ่งกรมราชทัณฑ์เชื่อมั่นว่าการดำเนินการต่างๆ เหล่านี้ จะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อในเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนในผู้ต้องขังเพื่อป้องกัน และลดความรุนแรงของโรค โดยได้ดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้ว เข็มที่ 1 จำนวน 53,554 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 51,581 ราย รวม 105,135 โดส ทั้งจากที่ได้รับจากกรมควบคุมโรค วัคซีนพระราชทาน และจากแหล่งอื่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างประสานขอรับวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อเร่งฉีดแก่ผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเรือนจำสีขาวที่ไม่พบการระบาดในพื้นที่สีแดง ก่อนจะกระจายจนครบทุกราย ตามแผนการฉีดวัคซีนของประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110565</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัณฑสถาน, นายอายุตม์ สินธพพันธุ์, อธิบดีกรมราชทัณฑ์, เรือนจำ, โควิด-19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a795883e5f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด19ใกล้13,000ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.64 -นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ว่าข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ค.2564 เวลา 11.00 น. มีผู้ต้องขังติดเชื้ออยู่ระหว่างการรักษา 12,767 ราย จากเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ จำนวน 11 แห่ง โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันนี้ จำนวน 1,117 ราย อีก 2 แห่ง ไม่พบผู้ติดเชื้อแล้ว คือ เรือนจำจังหวัดนราธิวาส และเรือนจำอำเภอแม่สอด ดังนั้นจะพบเรือนจำที่มีผู้ต้องขังติดเชื้อ 1.เรือนจำกลางเชียงใหม่ 2.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 3.ทัณฑสถานหญิงกลาง 4.เรือนจำกลางคลองเปรม 5.เรือนจำพิเศษธนบุรี 6.เรือนจำกลางฉะเชิงเทรา7ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง 8.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี 9.เรือนจำพิเศษมีนบุรี10.เรือนจำกลางสมุทรปราการ และ 11.เรือนจำกลางบางขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอายุตม์ กล่าวว่าได้สั่งการให้เรือนจำตั้งศูนย์แก้การระบาดโควิดประจำเรือนจำ มอบนโยบายให้ทุกแห่งจัดโรงพยาบาลสนาม ให้ตรวจหาเชื้อโดยเร็วหากพบเชื้อเอ็กเรซย์ ปอดจัดหายารักษาป้องกันไม่ให้เชื้อลงปอด จำกัดวงการแพร่กระจาย ให้เพิ่มคลอรีนที่อาบน้ำเพื่อความสะอาด ให้ตรวจหาเชื้อทุกคนค้นหาผู้ต้องขังที่ไอ มาตรวจก่อน ส่วนกรณีการปล่อยตัวผู้ต้องขัง ทั้งพักการลงโทษ ลดวันต้องโทษ หรือได้รับการประสานงานจากศาลยุติธรรมในการประกันตัว หรือปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งก่อนการปล่อยตัวจะให้เรือนจำประสานงานกับสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อส่งต่อพี่น้องผู้ต้องขังไปยังพื้นที่สาธารณสุขโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนการแพร่ระบาด โควิดที่เข้าสู่เรือนจำ อาจเกิดจากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบการเฝ้าระวัง และการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากกรมราชทัณฑ์ได้สั่งการมาโดยตลอด เกี่ยวกับมาตรการ &amp;ldquo;คนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า&amp;rdquo; โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่อาจเป็นพาหะนำเชื้อเข้ามาสู่เรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเจ้าหน้าที่บางคนอาจต้องไปเฝ้าผู้ป่วยที่โรงพยาบาลและติดเชื้อมา ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานข้างนอกเข้าไปยังแดนต่าง ๆ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในแดน หากเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงและไม่ปฏิบัติตามมาตรการของกรมราชทัณฑ์ จะดำเนินการสอบสวนและลงโทษทางวินัยตามขั้นตอน ทั้งนี้ ได้สั่งการไปยังเรือนจำทั่วประเทศ ให้แจ้งข้อมูลกับญาติผู้ต้องขังเป็นระยะ รวมทั้งความคืบหน้าอาการป่วยของผู้ต้องขัง โดยสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ หรือช่องทางอื่น ๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103426</URL_LINK>
                <HASHTAG>11 เรือนจำ, นายอายุตม์ สินธพพันธุ์, อธิบดีกรมราชทัณฑ์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f615e3f5c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
