<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039;กร้าวยังไม่ลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 63 - นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กระแสข่าวที่ว่าผมจะลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือลาออกไปแล้วด้วย เรียนตรงนี้ว่ายังอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้ลาออกอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างสภาพเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วันนี้ข่าวก็คือข่าว ผมเรียนตามข้อเท็จจริงว่าทำงานเหมือนเดิมตามที่ได้เคยพูดก่อนหน้านี้ เรื่องของพรรคก็เป็นเรื่องของพรรค สถานการณ์ตอนนี้ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร

&amp;ldquo;ตอนนี้เป็นอย่างทีเห็น ไม่ได้มีอะไรมาในเรื่องนั้น เรื่องพรรคก็เดินไปตามนั้น ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม&amp;rdquo;นายอุตตม กล่าว

ทั้งนี้ จากกระแสข่าวความไม่มีเสถียรภาพของพรรครัฐบาล เชื่อว่าไม่กระทบกับการบริหารเศรษฐกิจ เรายังทำหน้าที่ตรงนี้เต็มที่เหมือนเดิม อย่างที่คุยกันเรื่องนี้ใหญ่ที่สุด ไม่ใช่แค่วันนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจเป็นการมองไปข้างหน้า เตรียมการไปข้างหน้าว่าบริหารจัดการอย่างไร ไม่ใช่แค่ผลกระทบเฉพาะหน้าแต่เกี่ยวเนื่องไปข้างหน้าด้วย

นายอุตตม กล่าวว่า ในเรื่องการเมืองมันมีความไม่แน่นอนอยู่แล้ว ในระบบการเมืองเองเป็นเรื่องที่ว่าถ้าเป็นรัฐบาลต้องดูแลให้ทำงานให้ดูแลประชาชนได้ในวิกฤต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็สัมภาษณ์วันนี้เอางานนำทุกอย่างเพื่อให้สามารถดูแลกันได้
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65905</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.), นายอุตตม, หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea190a200bc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุตตม&#039;แจงไม่ใช่เวลาการเมือง!ขอทำงานสู่ภัยโควิด-19เพื่อชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; แจงไม่ใช่เวลาการเมือง หลังยอมรับมีผู้ใหญ่โทรมาบีบออกจากหัวหน้าพรรค พปชร. ยันขอทำงานเพื่อประเทศชาติ-ประชาชน สู้ภัยโควิด-19 ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.2563 ที่กระทรวงการคลัง นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงกระแสข่าวให้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค พปชร. และเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ขอคุยในเรื่องการดูแลสู้ภัยโควิด-19 เพราะการดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ ถือเป็นภารกิจใหญ่ที่ได้รับมอบหมายภารกิจมาในฐานะ รมว.การคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ผมเน้นเรื่องนี้เป็นหลัก ต้องเรียนตามข้อเท็จจริง สมองไม่ได้เอาไว้คิดในเรื่องของการเมืองเป็นหลักในวันนี้ เพราะเหตุการณ์อย่างที่เห็นกระทบในวงกว้างจริง ๆ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์เรื่องการเมือง ถ้ามีมันก็เป็นเรื่องของการเมือง แต่ตัวผมนั้น ผมขอทำงานในเรื่องของที่เรากำลังต้องทำเร่งด่วน คือเรื่องภัยโควิดและที่เกี่ยวเนื่องต่อไป วันนี้ต้องให้ความสำคัญอันนั้นก่อน&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของกระแสข่าวดังกล่าวจะกระทบการทำงานในฐานะ รมว.การคลัง หรือไม่ นายอุตตม ระบุว่า สำหรับผมถือว่าไม่กระทบการทำงาน เพราะผมมุ่งมั่นตรงนั้น ส่วนที่เป็นข่าวจะมีอะไร ใครไปพูดจากับกรรมการบริหารท่านไหน ท่านก็ต้องไปดู ผมก็ได้ข่าวมาเช่นเดียวกัน ว่ามีการพูดจาเช่นนั้นอยู่บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข่าวที่ว่ามีผู้ใหญ่ติดต่อโทรมาหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ได้โทรมาหาผม แต่ว่ากรรมการบริหารบางท่านได้โทรมาเล่าให้ฟังว่ามีการติดต่อไป ในทำนองว่าก็ขอให้ลาออกจากกรรมการบริหาร ในส่วนของผมที่ว่ามีพูดจาบ้างไหม ผมก็เรียนตามตรงว่า ผู้ใหญ่ก็มีมาพูดจา ซึ่งในหลักการผมพร้อมที่จะคุยในทุกเรื่อง แต่ว่าวันนี้ส่วนตัวผมคิดว่างานมาก่อนอย่างเดียว &amp;nbsp;ไม่ใช่เวลาที่จะมาดูในเรื่องของการปรับเปลี่ยนในเชิงการเมืองในพรรค ขอทำงานวันนี้ก่อน เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมได้พูดออกไป เพราะฉะนั้นผมก็ยังอยู่ทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้ความมั่นใจกับนักลงทุน นักธุรกิจอย่างไร เกี่ยวกับกระแสข่าวในพรรค พปชร. ที่อาจกระทบกับการทำงานในฐานะ รมว.การคลัง นายอุตตม กล่าวว่า ในส่วนของผม อย่างที่เรียนขอให้มั่นใจว่าผมทำเต็มที่ ทำต่อเนื่อง ในสิ่งที่วันนี้ประชาชนคนไทยสมควรต้องได้รับการดูแล เยียวยาจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นให้ความมั่นใจว่าตรงนี้ผมทำต่อเนื่อง เรื่องของการเมืองวันนี้ ผมถือว่าในส่วนตัวผม ใครเห็นอย่างอื่นผมไม่ทราบ แต่สำหรับผมแล้ววันนี้ต้องเอาเรื่องของประเทศชาติ ของประชาชนมาเป็นหลัก ก็ขอให้ทราบกัน ใครจะทำอะไรอย่างอื่น ผมไม่ทราบ ท่านต้องไปสืบถามกัน ว่าใครพูดอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กรณีมีผู้ใหญ่มีมาขอให้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคนั้น ยืนยันว่าไม่มีใครโทรมาหาผม แต่ผมคิดเองว่า ถามว่ามีการพูดจากันบ้างไหม ผมก็ต้องพูดข้อเท็จจริงว่ามี แต่ผมก็เรียนไปว่า วันนี้เรื่องของงานเป็นเรื่องงาน ผมทำงานให้ประเทศเป็นเรื่องหลัก คงไม่ใช่เวลามาปรับเปลี่ยนทางการเมือง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64421</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอุตตม, นายอุตตม​ สาวนายน​, ลาออกจากตำแหน่ง, หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e7757b61c957.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุยชงแพคเก็จกระตุ้นท่องเที่ยวฟุ้งชิมช้อปใช้คุ้มค่างบ1.9หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค. 2563 นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาชุดมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว หลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในช่วงที่ผ่านมา โดยได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเห็นตรงกันว่ามาตรการดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการดูแลภาคการท่องเที่ยวของไทยในขณะนี้ และจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะการจ้างงาน โดยชุดมาตรการดังกล่าวจะเน้นดูแล และการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน ซึ่งเป็นการกระตุ้นทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานในภาคการท่องเที่ยว เช่น หากบริษัท ห้างร้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงแรม รีสอร์ท หรือสถานท่องเที่ยวต่าง ๆ มีการปรับปรุงสถานที่ให้ดีขึ้น ก็สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ และจะมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำจากสถานบันการเงินให้กู้เพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมด้วย โดยรายละเอียดต้องรอให้ผ่านการพิจารณาของ ครม. ก่อน

นอกจากนี้ อาจจะมีการเสนอให้ ครม. พิจารณาปรับลดอัตราภาษีน้ำมันเครื่องบินด้วย เพราะทราบว่าที่ผ่านมามีข้อเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบกำลังดูอยู่ แต่จากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ ที่กำลังส่งผลกระกับภาคการท่องเที่ยวและภาคเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องพิจารณาในส่วนนี้

สำหรับกรณีที่มีการประเมินว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตที่ถดถอยนั้น รมว.การคลัง ระบุว่า เรื่องผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวรัฐบาลมีการติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนการประเมินของสำนักต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องของแต่ละองค์กร แต่ประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลดำเนินมาตรการต่าง ๆ ในการรับมือปัจจัยเสี่ยงได้ทันการ มีการพิจารณาถึงช่วงจังหวะที่เหมาะสมและมีการออกมาตรการดูแลออกมา พร้อมทั้งมีการขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เอกชน ผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และมีการติดตาม ประเมินผลมาโดยตลอด และดูว่าอะไรที่ควรดำเนินการก็เร่งทำทันที โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ไว้วางใจอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนนั้น คงต้องไปถามไถ่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

สำหรับมาตรการชิมช้อปใช้ เฟส 4 นั้น ยังไม่มีแผนและยังไม่ได้กำหนดว่าจะเสนอ ครม. เมื่อไหร่ และจะเสนออย่างไร โดยขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างขึ้นตอนการพิจารณาถึงรูปแบบการดำเนินการที่เหมาะสม

&amp;ldquo;ถามว่าทำไมต้องมีชิมช้อปใช้ เฟส 4 ก็เพราะหลังจากที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในระดับโลก และของไทย จะเห็นว่าแม้เศรษฐกิจโลกจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่การค้าขายของโลกก็ยังวางใจไม่ได้ ยังต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าความต้องการในระดับโลกจะกลับมา อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงใหม่ คือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรันสโคโรนา และความล่าช้าของงบประมาณปี 2563 ทั้งหมดนี้ชี้ถึงความจำเป็นของรัฐบาลที่จะต้องพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสมออกมาเพิ่มเติม โดยเรื่องชิมช้อปใช้ เฟส 4 ก็กำลังพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมอยู่&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว

ทั้งนี้ จากการประเมินผลของมาตรการชิมช้อปใช้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการใช้งบประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท เพราะสามารถช่วยดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศให้หมุนเวียนได้ผ่านการกระตุ้นการใช้จ่าย ผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็กในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศสามารถเดินได้ และยังเป็นผลดีกับภาคการท่องเที่ยวด้วย อีกทั้งยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการด้วยว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังมีปัญหาและส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยนั้น รัฐบาลได้มีมาตรการที่เหมาะสมออกมาดูแล

&amp;ldquo;นอกจากจะบรรลุเป้าหมายในการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศแล้ว มาตรการชิมช้อปใช้ ยังเป็นการพัฒนาและต่อยอดโครงข่ายดิจิทัลทางการเงินของประเทศ ผ่านระบบพร้อมเพย์ให้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลยังได้ข้อมูล จากผู้ที่เข้าร่วมมาตรการกว่า 12 ล้านคน ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่จะใช้ในการพิจารณาออกนโยบายและมาตรการที่ตอบโจทย์ประชาชนและผู้ประกอบการในระยะต่อไปได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย&amp;rdquo; นายอุตตม กล่าว

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กระทรวงการคลังจะเสนอครม. พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะเสนอให้มีการขยายการยืนแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;จากเดิมที่ต้องยื่นภาษีดังกล่าวภายในเดือน มี.ค.2563&amp;nbsp;ให้ขยายเวลาออกไปอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน โดยสามารถชำระและยื่นแบบภาษีไปถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.2563&amp;nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาให้กับผู้มีรายได้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และในช่วงนี้จะได้มีเงินเหลือในการใช้จ่ายเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56147</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.), ดร.อุตตม สาวนายน, นายอุตตม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26e26476bc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2018 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2018 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดวิสัยทัศน์ &#039;อุตตม&#039; นำทัพพลังประชารัฐชู 7 อุดมการณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.61 - &amp;nbsp;ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ได้เปิดตัวหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) โดยนายอุตตม สาวนายน กล่าวหลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค ว่าการมาทำงานการเมืองเป็นการตัดสินใจที่ไม่ง่ายเลย แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว ตนตัดสินใจด้วยความภาคภูมิใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ที่อาสาเข้ามาทำงานการเมืองอย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก โดยได้รับความไว้วางใจจากคณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่เราก็มีการปรึกษากัน ถ้าเราจะมาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใหม่ให้ประเทศไทย เราจำเป็นต้องกู้บัลลังก์คนดีและคนเก่งรวมทั้งคนที่ไม่กล้าก้าวเข้ามาในทางการเมือง แต่มีใจให้ประเทศอยากรับใช้บ้านเมืองทั้งหมดนี้ต้องให้มาร่วมกันทำงานครั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐจึงจะเกิดขึ้นด้วยอุดมการณ์ที่จะรวมพลังของประชาชนเข้ามาช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวข้ามอุปสรรคปัญหา ที่ทำให้ประเทศเต็มไปด้วยความขัดแย้งกว่าทศวรรษ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวว่า ตนเชื่อว่า เราทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเราเสียเวลาและเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศของเราให้ก้าวหน้ามานานพอแล้ว วันนี้เป็นโอกาสที่เราจะทำหลายๆอย่างให้ประเทศสามารถก้าวพ้นความขัดแย้งให้ได้อย่างจริงจัง พลังประชารัฐจะรวมประเทศไทยให้กลับมาเป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวเราจะจับมือเดินด้วยกันไปข้างหน้าและเราจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์โปร่งใสเพื่อความรับผิดชอบที่มีเป้าหมายเดียวคือรับใช้แผ่นดินเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมทราบดีว่าการรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมือง งานหนักแน่ๆจากนี้ไปชีวิตต้องเปลี่ยน แต่ผมสัญญาว่าจะใช้ความรู้ความสามารถใช้ประสบการณ์และคำแนะนำจากทุกๆท่านในการขับเคลื่อนพลังประชารัฐให้เป็นทางออกของประเทศไทยเน้นการแก้ไขปัญหาเราจะเน้นการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่ทำได้จริงและยั่งยืนจะไม่ฉาบฉวยเพื่อนำประโยชน์สุขคนไทยครอบคลุมทุกกลุ่มทุกภาคส่วน และขอโอกาสเรียนเลยว่า ให้ท่านมั่นใจให้สังคมมั่นใจได้ว่าตัวผม จะอยู่ในตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีในรัฐบาล แต่รับรองได้ว่าจะไม่มีการใช้เวลาและทรัพยากรของรัฐมาใช้ประโยชน์เอารัดเอาเปรียบคนอื่นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมตระหนักดีว่าผมมีความรับผิดชอบมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ต่อการปฏิบัติที่ได้รับมอบหมายในทุกๆเรื่องเพราะฉะนั้นการวางตนการปฏิบัติตัวของผมและเพื่อนๆที่ร่วมอุดมการณ์ที่อยู่ในสถานภาพเดียวกันเป็นที่จับตามองเป็นที่ติดตามของสังคมตลอดเวลาและเราพร้อมที่จะให้ตรวจสอบการทำงานเพราะเรายึดมั่นในสิ่งซึ่งเราถือปฏิบัติในสิ่งที่เราตระหนักว่าต้องทำให้ถูกต้อง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมพวกเรารับรองได้ว่าเราจะใส่หมวกใบเดียวคือหมวกของพลังประชารัฐไม่ต้องห่วงถึงเวลาไปแน่พรรคนี้มีเจ้าของร่วมกัน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง&amp;quot; หัวหน้าพปชร. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา กล่าวด้วยว่าสำหรับอุดมการณ์พรรคพลังประชารัฐ 7ข้อ. ประกอบด้วย 1.ยึดมั่นการปกครองระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. พรรคเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน บ่มเพาะพลเมืองที่ตื่นรู้มุ่งเน้นการพัฒนาประชาธิปไตยวิถีไทย3. น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง สร้างความเข้มแข็งจากฐษนรากอย่างยั่งยืน ชูประเทศสู่ประชาคมโลกอย่างสมศักศรี 4.ก้าวข้ามความขัดแย้ง ฟื้นความสมานฉันท์ 5. สร้างสังคมที่เป็นธรรม ยึดนิติรัฐ นิตธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสที่เป็นจริง ขจัดความยากจน สร้างความมั่นคงในสังคม และ7.สร้างสังคมที่เกื้อกูลแบ่งปัน เติมเต็มศักยภาพ และโอกาสของผู้คน เตรียมความพร้อมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 โดยมีโลโก้พรรค เป็นแถบสีแดง ขาว และน้ำเงินคราม ของกรอบหกเหลี่ยม สื่อความหมายว่าเป็นการรวมพลังความสมัคคี ของทุกคนในชาติ ให้เป็นหนึ่งเดียวปราศจากความขัดแย้ง เปนความร่วมมือ ร่วมใจของประชาชน ร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ามั่งนคงและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18690</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอุตตม, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180929/image_big_5baf5d3541d5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.จับตาพลังดูดผิดกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างพลังประชารัฐยังไม่ใช่พรรคการเมือง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ตอกกลับเพื่อไทย ทีตั้งก๊วนไปตีกอล์ฟทำไมไม่บอกว่าดูดบ้าง ยันไม่ลำเอียง ไม่รู้จักสุริยะ-สามมิตร ขณะที่เลขาฯ กกต.ยันจับตามองอยู่ว่าเป็นความผิดซึ่งต้องรับโทษตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ ขณะที่เด็กแม้วฟ้องแหลกจะเอาถึงคุกทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองออกมาโจมตี คสช.ลำเอียง กรณีกลุ่มสามมิตรนำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน สามารถเดินสายพบอดีต ส.ส.ได้ว่า เขาไปเคลื่อนไหวอะไร แล้วพรรคอื่นไม่พบหรือ ที่ไปตีกอล์ฟแล้วทำไมไม่โจมตี ลำเอียงอย่างไร &amp;quot;ผมยังไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครเลย แล้วไปทำอะไร ไปหาใคร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่กลุ่มสามมิตรไปดูดอดีต ส.ส.นั้น รองนายกฯ ถามกลับว่า &amp;quot;ไปดูดอย่างไร ไปดูดให้ใคร พรรคใคร ส่วนที่ระบุว่าหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย สนับสนุนก็เรื่องของเขา &amp;nbsp;จะไปรู้เรื่องได้อย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการปฏิบัติของกลุ่มสามมิตรยังคงต้องอยู่ภายใต้คำสั่ง คสช.แบบพรรคอื่นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เหมือนกัน ก็ที่ไปคุยกัน ไปเล่นกอล์ฟกัน ไม่เห็นมีอะไรเลย ตอนที่เขาไปตีกอล์ฟกันทำไมไม่บอกว่าไปดูดบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่กลุ่มสามมิตรอ้างว่าไม่ใช่พรรคการเมือง การกระทำจึงไม่ขัดคำสั่ง คสช. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาคุยของเขาไปเอง ตนไม่รู้เรื่องเลยว่าจะมาสนับสนุน เขาประกาศว่าอะไร ถ้าเขาสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมองว่าทุกกลุ่มทุกหน่วยก็ทำได้อยู่แล้ว ไปตีกอล์ฟกันไม่เห็นมีอะไรเลย ที่ไปตีกอล์ฟทำไมไม่มาถามผม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าอย่างนี้นักการเมืองก็จะไปตีกอล์ฟกันหมด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ก็ตีเลย ตีไปเลย ก็ตีไปสิ&amp;quot; ส่วนกรณีกลุ่มสามมิตรเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่การเคลื่อนไหวหรอก เขาดูดให้ใคร ตนยังไม่เห็นเขาดูด พรรคก็ยังไม่ได้ตั้ง กฎหมาย ส.ส.-ส.ว.ก็ยังไม่เสร็จ ถ้าเสร็จแล้วก็ดำเนินการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าสุดท้ายแล้วลำเอียงหรือไม่ &amp;quot;สุริยะ ผมยังไม่รู้จักเลย&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว และเมื่อซักต่อว่าแต่นายสุริยะบอกว่ารู้จัก พล.อ.ประวิตร รองนายกฯ ตอบว่า &amp;quot;ถ้ารู้จัก ก็รู้จักไปสิ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแล้วหรือ ใครเป็นคนจองชื่อกับ กกต. แล้วนายชวน ชูจันทร์ อยู่ที่ไหน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิดปฏิเสธว่าไม่ทราบเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ติดตามนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนอังกฤษและฝรั่งเศส จากนั้นก็มีภารกิจต่อ เพิ่งเดินทางกลับมาในคืนวันที่ 1 กรกฎาคม จึงได้เห็นข่าวที่ปรากฏเยอะแยะและยังงงๆ อยู่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกนี้เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น พรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็รู้จักกันหมด ที่มีการประกาศรวมตัวเพื่อสนับสนุนท่านประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกสมัยนั้น เป็นการคิดและตัดสินใจของแต่ละคน และกลุ่มสามมิตรคงเห็นว่าผมสนับสนุนท่านประยุทธ์อยู่ ส่วนตัวเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ต่างก็สนับสนุนท่านประยุทธ์ แต่ไม่รู้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร เพราะดูแลด้านเศรษฐกิจ ไม่ได้ดูแลด้านการเมือง&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงว่า ในฐานะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวข้างต้น ได้เฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยรวบรวมพฤติการณ์ ของพรรคการเมือง บุคคล และกลุ่มการเมืองที่ได้ดำเนินกิจกรรมอันอาจเป็นการฝ่าฝืนทุกกรณี ส่วนผลการดำเนินการในเรื่องนี้จะเป็นประการใด ย่อมต้องขึ้นอยู่กับว่าได้มีการกระทำดังกล่าวจริงหรือไม่ และการกระทำนั้นเป็นความผิดซึ่งต้องรับโทษตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ และหากเป็นความผิดการกระทำดังกล่าวครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำนักงาน กกต.ในฐานะหน่วยงานธุรการของนายทะเบียนพรรคการเมือง จะได้ประมวลรวบรวมข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งความเห็นประกอบกับข้อกฎหมายเพื่อเสนอต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต.ตามลำดับทุกกรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อประธานและเลขาฯ กกต.เพื่อให้ระงับและไม่อนุญาตให้จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่มีนายชวน ชูจันทร์ เป็นผู้ยื่นขอจดจัดตั้งพรรค พร้อมทั้งดำเนินคดีและตรวจสอบกรณีกลุ่มสามมิตรที่นำโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีการดูดอดีต ส.ส.เพื่อไปร่วมพรรคพลังประชารัฐและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวว่า แม้วันนี้พรรคพลังประชารัฐจะยังไม่เป็นพรรคการเมือง แต่ก็เอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น โดยแกนนำของกลุ่มที่ในแวดวงพรรคการเมืองก็รู้ว่าคือนายสมคิด, พล.อ.ประวิตร, นายอุตตม &amp;nbsp;สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยู่เบื้องหลัง มีการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะข้าราชการการเมืองไปเดินสายพูดคุยเพื่อดูดอดีต ส .ส.ให้เข้าพรรค ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (4) ที่บัญญัติห้ามมิให้คณะรัฐมนตรีใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงมีการใช้ให้นายสมศักดิ์และนายสุริยะไปเสนอผลประโยชน์แก่อดีต ส.ส.ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งก็จะเข้าข่ายผิดมาตรา 30, 31 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่กำหนดว่าห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม เพื่อจูงใจ &amp;nbsp;ให้บุคคลหนึ่งบุคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค และห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากพรรคการเมือง หรือจากผู้ใด เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก โดยจะมีโทษตามมาตรา &amp;nbsp;109 จำคุก 5-10 ปี ปรับ 1-2 แสนบาท ทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติยังกล่าวอีกว่า นายสมคิดใช้ทำเนียบฯ ในการยกร่างนโยบายของพรรค แล้วยังมีการนัดพบอดีต ส.ส.ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. โดยมีการเสนอผลประโยชน์ให้ พร้อมทั้งให้ดูนโยบาย 10 ข้อที่พรรคพลังประชารัฐจะดำเนินการให้เสร็จ โดยอ้างว่าถ้าทำไม่เสร็จก็จะไม่มีการเลือกตั้ง ซึ่งนายสุชาติได้มีการอ้างถึงนายพิชัย เกียรติวินัยสกุล อดีต ส.ส.ลพบุรี &amp;nbsp; และนายภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลของกลุ่มสามมิตร พร้อมกับมีการนำข้อความการพูดคุยในไลน์มามอบให้ กกต.ไว้เป็นหลักฐาน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิธีการชักชวนของกลุ่มสามมิตรจะถามว่ามีหนี้เท่าไหร่ อยากได้เงินเดือนเดือนละเท่าไหร่ และอยากได้เงินก้อนเพื่อทำมาหากินเท่าไหร่ และมีการแบ่งเกรดของ ส.ส.เป็น เอ บี ซี เหมือนนักฟุตบอล เพื่อเป็นข้อเสนอในการต่อรองเข้าพรรค ทั้งนี้การที่ตนเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อบ้านเมืองนี้ &amp;nbsp;ไม่ได้บาดหมางกับพรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวปฏิเสธว่าไม่เคยไปติดต่อกับกลุ่มสามมิตรตามที่เป็นข่าว ไม่เคยคิดจะย้ายพรรคเพราะเพื่อไทยมีนโยบายที่ดี ประชาชนชื่นชอบ ที่ผ่านมาก็ชนะใจคนอีสานอย่างมากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตัวผมนอกจากเป็น ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทยในภาคอีสานแล้ว พรรคเพื่อไทยยังให้โอกาสผมได้เป็นถึง รมช.เกษตรฯ ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงขอยืนยันและขอปฏิเสธว่าไม่เคยคิดที่จะย้ายพรรคไปไหน ผมเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ มีอุดมการณ์ ไม่คิดทรยศหรือเนรคุณพรรคเพื่อไทยที่มีบุญคุณกับผมแน่นอน เพราะฉะนั้นบอกไว้ก่อนเลยว่าหากใครมาติดต่อหรือมาดูดผม ไม่ต้องมา ถ้ามาผมจะด่ากลับด้วยซ้ำ&amp;quot; นายยุทธพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประวิตรระบุว่ากลุ่มสามมิตรเคลื่อนไหวเหมือนพรรคการเมืองอื่นที่นัดกันตีกอล์ฟว่า เรื่องตีกอล์ฟเป็นเรื่องที่ทางเพื่อไทยตั้งชมรมขึ้นมาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้อาวุโสภายในพรรค เราเล่นมานานแล้ว นัด 2-3 เดือนต่อครั้ง ล่าสุดก็ที่สนามกอล์ฟอัลไพน์จำนวน 36 คน ไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง กินข้าวแล้วก็แยกย้าย &amp;nbsp;ไม่ได้เป็นการเช็กรายชื่อสมาชิก การเล่นกอล์ฟจะมีการนัดกันต่อไปโดยไม่เกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง เรื่องตีกอล์ฟใครๆ ก็น่าจะทำได้ แต่พอเป็นพรรคเพื่อไทยก็จะถูกจับตามอง ถูกเฝ้าระวังตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวอดีตแกนนำ นปช.บางคนไปร่วมกับกลุ่มสามมิตรว่า เท่าที่เห็นมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ที่มีตำแหน่งเป็นอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย ซึ่งความสัมพันธ์กับ นปช.หมดไปนานแล้ว เพราะเขาหนีไปหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 ความสัมพันธ์ได้จางหายไปตั้งแต่ช่วงปี 2554&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีข่าวนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกลุ่มสามมิตรดูดว่า มั่นใจว่านายอภิรักษ์ไม่มีกรณีที่จะย้ายพรรค ตนพูดได้เลยโดยไม่ต้องพูดกับเจ้าตัว เพราะทำงานกับนายอภิรักษ์มา 14-15 ปีแล้ว นายอภิรักษ์เป็นคนมีความมั่นคง เป็นสมาชิกพรรคก่อนที่จะเข้ามาสู่การเมืองนาน และก่อนลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. และวันที่นายอภิรักษ์เข้ามาพรรคอยู่ในภาวะที่ลำบากมาก เรียกว่าระดับชาติก็แพ้การเลือกตั้ง เป็นที่คาดหมายว่ายังต้องเป็นฝ่ายค้านอยู่ และการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยได้เป็นผู้ว่าฯ &amp;nbsp;กทม. ตนจึงมองว่าความมั่นคงตรงนี้วางใจได้ และหลังจากที่ตนให้สัมภาษณ์ไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ก็ได้โทรศัพท์ไปหานายอภิรักษ์ว่าไม่ได้คุยกันก่อน แต่ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าไม่ย้าย นายอภิรักษ์ก็บอกว่าถูกต้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่ามีความไม่แน่นอนกว่าจะถึงวันเลือกตั้งและสถานการณ์หลังการเลือกตั้งอีกหลายเรื่อง เพราะฉะนั้นตนยังไม่ได้มองไปไกลว่าภารกิจสำเสร็จแล้วจะไปมีปัญหากันทีหลัง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12602</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน ชูจันทร์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, นายอุตตม, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ภิรมย์ พลวิเศษ, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุชาติ ลายน้ำเงิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a37ce3b76a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
