<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 15:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039;แฉกลับยางพาราในสต๊อก1แสนตันรัฐบาลก่อนหน้าทำเสื่อม ลั่นเข้ามาเพื่อคลายล็อก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03ก.ย.64- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงบ่าย เป็นช่วงที่รัฐมนตรีทะยอยลุกขึ้นชี้แจง โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีความไม่ชอบมาพากลในการระบายยางพาราในสต๊อก และนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กรณีโรคลัมปีสกิน โรคระบาดในวัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยนายเฉลิมชัย กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี เมื่อเดือนก.ค. 2562 และรัฐบาล แถลงนโยบายประกันรายได้ราคาพืชผลการเกษตร 5 ชนิด ยางพาราเป็น 1 ในสินค้า 5 ชนิด ที่รัฐบาลดำเนินโครงการประกันรายได้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการประกันว่าจะมีการรายได้ขั้นต่ำที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และไม่ใช่ว่าเมื่อประกันรายได้แล้วจะไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ราคายางเป็นไปตามยถากรรม เราทำทุกวิถีทางเพราะเราเข้าใจว่าเกษตรกรไทยคือหัวใจของชาติ จนราคายางพารารัฐบาลไม่ต้องจ่ายชดเชยส่วนต่าง จนเรามาประสบวิกฤติโควิดซึ่งภาวะวิกฤตนี้มีผลกระทบไปทั่วโลก ทุกประเทศ ทุกสาขาอาชีพ ภาคการเกษตรก็ไม่เว้น แต่เรามีการบูรณาการการทำงานในทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงต่างประเทศ บูรณาการร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า เรื่องของยางพารา 104,000 ตัน มียางพาราอยู่ในสต๊อก 104,000 ตันเศษ การยางแห่งประเทศไทยทำสัญญาเช่าเริ่มตั้งแต่ปี 2555 โครงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยการซื้อยางเข้าสู่สต๊อก เพื่อให้ยางในตลาดมีปริมาณน้อยลง เพื่อรักษาเสถียรภาพ เพราะขณะนั้นราคายางตกมาก จาก กิโลกรัมละ 180 บาทเหลือ 90 บาท เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2555 จึงรับซื้อยางเข้ามา ปริมาณทั้งหมด 213,492 ตันในราคาเฉลี่ย 98.96 บาทต่อกิโลกรัม งบประมาณ 22,782 ล้านบาท และในปี 2557 มีโครงการมูลพันธ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราเพื่อให้ยางในตลาดขณะนั้นมีราคาไม่ต่ำจนเกษตรกรไม่มีจะกิน&amp;nbsp; ที่ซื้อยางเข้าสต๊อกทั้ง 2 ครั้ง ปี 2555 กับ ปี2557 เพื่อตัดปริมาณยางในตลาดรักษาสถานภาพราคายาง เมื่อมีการนำยางเข้ามาในสต๊อก มีการระบายยางโดยครั้งแรกในปี 2557 โดยลงนามสัญญา 278,000 ตัน เมื่อทำสัญญาแล้วราคายางตกลงอย่างมากบริษัทรับซื้อยางเพียง 37,602 ตัน เนื่องจากราคาตกมากจึงไม่ได้รับซื้อครบ จึงเป็นไปสู่การกำหนด TOR ในการประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า การประมูลครั้งที่ 2 ประมูลในรอบปี 2559-2560 ซึ่งเป็นการประมูลแบบคละเหมาคุณภาพแยกโกดัง ให้พ่อค้าเข้าไปตรวจสอบคุณภาพหากพอใจโกดังไหนที่ประมูลโกดังนั้น พ่อค้าก็เลือกยางดีดีไปหมด การประมูลครั้งที่ 2 เหลือยางในสต๊อกจนถึงปัจจุบัน 104,000 ตันเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 9 ปีเต็ม เป็นยางที่ถูกคัดเลือกของดีไปเรียบร้อยแล้ว ยางในสต๊อกนี้คือฝันร้ายของพี่น้องเกษตรกร ตนมาช่วยคลายล็อกให้พี่น้องเกษตรกรไม่ต้องฝันร้ายต่อไปอีก จะได้ไม่ถูกยางในสต๊อกเป็นข้ออ้างของพ่อค้าบางกลุ่มกดราคา อ้างว่ายางไม่ขาดมีในสต๊อก ทั้งที่ยางในสต๊อกไม่มีสภาพที่พร้อมใช้แล้ว ยางแผ่นดิบปกติเก็บ 6 เดือนสีก็เปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ระหว่างปี 2555-2559 ค่าใช้จ่ายในการซื้อยางเข้ามาในสต๊อก ค่าเช่าโกดัง ค่าประกันภัยยางพาราใช้เงินทั้งสิ้น 2,317 ล้านบาท และปี 2559 ถึงปี 2564 ยาง ค่าใช้จ่ายรวมกัน 925 ล้านบาท โดยเป็นเงินงบรายจ่ายการยางแห่งประเทศไทยจากเงินกองทุนพัฒนายางพาราซึ่งใช้ดูแลพี่น้องชาวเกษตรกร จึงเป็นฝันร้ายที่ 2 ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง คณะกรรมการการยางธรรมชาติจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2563 ให้ระบายยางในสต๊อกนี้ให้หมดโดยเร็ว และนำเข้า ครม.วันที่ 3 พ.ย. 2563 การระบายต้องดูจังหวะที่เหมาะสมและไม่กระทบกับราคายางในตลาดมากนัก&amp;rdquo; นายเฉลิมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115513</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, ประกันรายได้, สต๊อกยางพารว, เสถียรภาพราคายาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131e06351fb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กว่า 100 องค์กร ผนึกพลัง  ซีพี - ซีพีเอฟ ส่งข้าว 2 ล้านกล่อง “ครัวปันอิ่ม”  พลังใจสู่ชุมชนชาวกรุง สู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย&amp;nbsp; เราได้เห็นธารน้ำใจจากคนไทยที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน&amp;nbsp; โครงการ &amp;quot;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19&amp;quot; เป็นอีกหนึ่งพลังน้ำใจที่ยิ่งใหญ่จากพันธมิตรเครือข่ายมากกว่า 100 องค์กร ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ อาสาแจกจ่าย ข้าวกล่องปรุงสุกใหม่ 2 ล้านกล่อง ให้ถึงมือพี่น้องประชาชนในกว่า 40 ชุมชนทั่วกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การผนึกกำลังของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ องค์กรภาครัฐ พันธมิตรเอกชน มูลนิธิ กลุ่มจิตอาสา หน่วยงานต่างๆ ภาคประชาสังคม ตลอดจนเครือข่ายสื่อมวลชนต่างๆ มากกว่า 100 แห่ง มาร่วมไม้ร่วมมือกันกับซีพี ซีพีเอฟ ข้าวตราฉัตร ซีพี อินเตอร์เทรด ช่วยส่งมอบความอร่อย แบ่งปันความสุขให้ชาวชุมน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล กองทัพเรือ โรงเรียนสุวรรณาราม&amp;nbsp; กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการกองทัพไทย จิตอาสา 904 หมอแล็บแพนด้า เพจเราต้องรอด&amp;nbsp; โรงเรียนสุวรรณาราม การเคหะแห่งชาติ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิธนินท์-เทวี เจียรวนนท์ มูลนิธิิอริยวรารมย์ มูลนิธิพุทธรักษา โรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ MQDC อีอีซี เอ็นจิเนียริ่ง เน็ทเวอร์ค และทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล&amp;nbsp; สื่อมวลชน เครือมติชน เครือเนชั่น สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย เกษตรก้าวไกล เกษตรทำกิน&amp;nbsp; สำนักข่าวท็อปนิวส์&amp;nbsp; ตลอดจนพลังอาสาของชาวชุมชน ร่วมเป็นสะพานบุญ และภาคีเครือข่ายอาสากับซีพี-ซีพีเอฟ ช่วยแจกจ่ายข้าวกล่องจาก &amp;quot;ครัวปันอิ่ม&amp;quot; 2 ล้านกล่อง ให้ถึงชุมชนทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในแต่ละวันได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; เรื่องที่จำเป็นสำหรับทุกชีวิต คือ การได้เข้าถึงอาหารคุณภาพปลอดภัยอย่างเพียงพอ อาหารจากครัวปันอิ่ม ช่วย ชาวชุมชนหลายแห่งในเขตบางกอกน้อยได้อิ่มท้องมีแรงสู้กับวิกฤตครั้งนี้ การมาร่วมด้วยช่วยกันในวันนี้ เป็นปรากฎการณ์ที่น่าประทับใจ และเชื่อว่าพลังของทุกคนที่ช่วยให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม.กล่าวว่า พม.ดีใจที่ได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในการแจกจ่าย อาหารกล่อง จาก &amp;quot;ครัวปันอิ่ม&amp;quot; และสิ่งของจำเป็นให้ถึงมือพี่น้องประชาชน และผู้ป่วยโดยตรง เป็นการแก้ปัญหาได้ตรงจุด นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องชาวชุมชนทั่วกรุงเทพแล้ว ยังมีส่วนช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ดี ความร่วมมือของคนไทยทุกภาคส่วน จะช่วยให้สังคมไทยสามารถเดินหน้าต่อไปโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขณะที่ ตัวแทนสื่อมวลชนที่มาร่วมนำส่งมอบความอิ่มท้องให้กับชาวชุมชน อย่าง นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผู้อำนวยการใหญ่ เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เครือเนชั่นยินดีที่เครือซีพี-ซีพีเอฟ นำอาหารอุ่นร้อนพร้อมทานมาร่วมกับโครงการ &amp;quot;เนชั่นปันน้ำใจ&amp;quot; เพื่อช่วยเหลือสังคมที่ในวันนี้ได้รับความเดือดร้อนในทุกมิติ และดีใจเห็นพลังน้ำใจของคนไทยที่ออกมาช่วยเหลือคนที่ลำบาก เชื่อว่าอีกไม่นานประเทศไทยจะก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ นายรัฐวิทย์ มงคลสกุลพัชร์ ผู้แทนชุมชนบ้านเอื้ออาทรสุวรรณภูมิ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ส่งอาหารการกินมาช่วยบรรเทาทุกข์ให้ชาวชุมชนของเราได้อย่างมาก&amp;nbsp; ในชุมชนมีทั้งคนไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ รวมทั้งคนที่กักตัวอยู่ในบ้าน อาหารพร้อมทานช่วยชาวชุมชนมีกำลังใจมากขึ้นที่ได้เห็นหลายภาคส่วนเห็นใจและกองหนุนในยามวิกฤตนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า วิกฤติในวันนี้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องคนไทยรุนแรงมาก ซีพี-ซีพีเอฟ ขอขอบคุณพันธมิตรที่ร่วมโครงการฯ อาสาแจกจ่ายอาหารที่ปรุงสุกใหม่ทุกวันให้ถึงมือพี่น้องชาวชุมชนได้อย่างรวดเร็วในภาวะวิกฤติ เป็นการรวมพลังของคนไทยที่มาช่วยกันแบ่งปันความสุขจากการได้รับประทานอาหารดี อร่อย มีคุณค่า ซึ่งเป็นกำลังใจที่สำคัญให้กับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โครงการ &amp;quot;ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19&amp;quot; เป็นการผนึกพลังจากพันธมิตรภาคีเครือข่ายกว่า 100 องค์กร นำข้าวกล่องอุ่นร้อนพร้อมทาน 2 ล้านกล่อง ซึ่งประกอบด้วย 1 ล้านกล่องแรกมาจากร้านอาหารรายย่อยในกทม. และปริมณฑล และอีก 1 ล้านกล่องสมทบอาหารปรุงสุกจากเครือซีพี - ซีพีเอฟ เป็นอาหารที่ปรุงใหม่ สุก สะอาด ถูกสุขอนามัย รวม 2 ล้านกล่อง เพื่อให้ชุมชนได้อิ่มอร่อย และมีคุณค่า พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนให้ร้านอาหารรายย่อยในชุมชนอยู่ได้ โดยมีภาคีเครือข่ายทำหน้าที่แจกจ่ายอาหารในพื้นที่เพื่อให้เข้าถึงชุมชนและลดการแออัด โดยประชาชนไม่ต้องออกจากที่พักอาศัย ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดได้ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115293</URL_LINK>
                <HASHTAG>100 องค์กร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ข้าวกล่องปรุงสุกใหม่ 2 ล้านกล่อง, ข้าวตราฉัตร, ครัวปันอิ่ม, ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19, ซีพี, ซีพี อินเตอร์เทรด, ซีพีเอฟ, นายจุติ ไกรฤกษ์, นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ, นายรัฐวิทย์ มงคลสกุลพัชร์, นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​, พันธมิตรเครือข่าย, พันธมิตรเอกชน, องค์กรภาครัฐ, เครือข่ายสื่อมวลชน, เครือเจริญโภคภัณฑ์, เนชั่นบรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น, เนชั่นปันน้ำใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f31ec750d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’ยันไม่ต้องตั้งวอร์รูมช่วย‘เฉลิมชัย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์กรณีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ได้ตั้งวอร์รูม เพราะมั่นใจว่าท่านสามารถชี้แจงได้ และตอบได้ทุกคำถาม ไม่ได้มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อกล่าวหาในรายละเอียดที่ฝ่ายค้านยื่นนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ และต้องถามฝ่ายค้าน บางครั้งถ้าเราติดตามตัวญัตติกับคำอภิปรายก็อาจไม่ตรงกันเป๊ะก็ได้ เพราะฉะนั้นก็ไม่ทราบว่าประเด็นเนื้อหาสาระสำคัญจริงๆ นั้นเป็นอย่างไร แต่ว่าถ้าจะตั้งข้อหาว่าบริหารเกษตรล้มเหลวนั้น คิดว่ามันไม่น่าใช่ เพราะที่ผ่านมาต้องถือว่ากระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงหนึ่งที่สามารถบริหารงานเป็นที่พอใจของพี่น้องเกษตรกร และพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศได้ดีที่สุดกระทรวงหนึ่ง และมั่นใจว่ารัฐมนตรีสามารถตอบได้ทุกคำถาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่สามารถตอบได้หรอกครับ ต้องถามฝ่ายค้าน แต่เราทำงานด้วยกันมา อยู่ด้วยกันมาเราก็มั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ท่านชี้แจงอธิบายได้ แล้วก็ไม่มีข้อสงสัยในส่วนของพรรค เราก็มั่นใจในตัวเลขาธิการพรรค พวกเรามั่นใจครับ มั่นใจในตัวเลขาธิการพรรคในการปฏิบัติหน้าที่&amp;rdquo;นายจุรินทร์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงเรื่องราคาพืชผลการเกษตร และการแก้ไขปัญหาทางการเกษตร ว่าในเรื่องของตลาดในประเทศ ในเรื่องของการส่งออก ทุกอย่างก็สามารถคลี่คลายไปได้ แม้ว่าต้องมาเผชิญวิกฤติปัญหาหน้างาน ในเรื่องสถานการณ์โควิดอยู่ในบางช่วง บางเวลาก็ตาม แต่ทั้งหมดก็ไปได้ดี คลี่คลายได้ เช่นล่าสุดมังคุดจากภาคใต้ซึ่งมาออกในช่วงล็อกดาวน์พอดี ทำให้ติดปัญหาทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ เพราะสำหรับต่างประเทศนั้นการที่จะเคลื่อนย้ายมังคุดข้ามแดนลาว เวียดนาม เพื่อไปยังจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญ ก็ติดขัดในบางช่วงบางเวลา แต่ทูตเกษตรก็ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีเกษตร รวมทั้งทูตพาณิชย์ก็สามารถแก้ไขปัญหาคลี่คลายไปได้ ตลาดในประเทศ ล้งไม่สามารถเคลื่อนย้ายจากภาคตะวันออกไปรับซื้อที่ชุมพร นครศรีธรรมราช และภาคใต้ได้ ก็มีการประชุมร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด และประชุมร่วมกันกับฝ่ายต่างๆ รวมทั้งล้งทั่วประเทศ จนในที่สุดตอนนี้สถานการณ์ก็คลี่คลาย เพราะล้งก็สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาคตะวันออกไปรับซื้อที่ชุมพร นครศรีธรรมราช และภาคใต้ได้ รวมทั้งโมเดิร์นเทรดต่างๆ ก็ช่วยกันกระจาย กระทรวงเกษตรก็มีโครงการเกษตรแฮปปี้ ในการช่วยกระจายมังคุด ตอนนี้สถานการณ์ก็คลี่คลายดีขึ้น ราคาก็ขยับดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้แต่ทุเรียนตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่าจีนปฏิเสธการรับซื้อ เรื่องนี้กระทรวงเกษตร โดยทูตเกษตร กับทูตพาณิชย์ ได้มีการประสานงานเจรจากับทางจีน สุดท้ายได้รับข้อมูลว่าที่พบเชื้อโควิดนั้น พบที่บรรจุภัณฑ์ในตลาดแห่งหนึ่งของจีน ไม่ได้พบที่ด่าน เพราะฉะนั้นยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าทุเรียนไทยนั้นติดโควิด และขณะนี้จีนไม่ได้ปฏิเสธการรับซื้อ การส่งออกยังสามารถเดินหน้าไปได้ โดยเฉพาะที่เอกชนเป็นห่วงว่า จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นที่ตั้งด่านไทยข้ามไปลาว ผู้ว่าราชการจังหวัดมีการตรวจเข้มซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งทุเรียนส่งออกไปยังเวียดนาม เพื่อไปประเทศจีนนั้น ตนได้รับรายงานว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้มีมาตรการใดในลักษณะที่จะเป็นการสกัดการส่งทุเรียนข้ามแดนจากนครพนมไปฝั่งตรงข้ามแต่อย่างใด และที่มีข่าวว่าล้งที่ชุมพรปฏิเสธการรับซื้อทุเรียนนั้น ก็ปรากฏแต่เพียงว่าล้งที่รับซื้อเพื่อการส่งออกหยุดรับซื้อเพียง 3 วัน ระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคมเท่านั้น และจากการเจรจาแล้วก็จะเปิดรับซื้อในวันพรุ่งนี้ แต่ส่วนการรับซื้อเพื่อตลาดในประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องราคาข้าว รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ก็มีช่วงระยะเวลาที่ราคาสูง และราคาต่ำ ปีที่แล้วราคาแตะหมื่น แต่ปีนี้ราคาหย่อนลงมาพอสมควรทีเดียว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะตลาดส่งออกของเรานั้นมีปัญหาในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เพราะค่าเงินบาทแข็งในช่วงก่อนหน้านั้น ขณะเดียวกันราคาของเราไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ประกอบกับติดปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ และค่าระวางเรือที่สูงมาก บางกรณีสูงกว่าราคาข้าว จึงทำให้เราไม่สามารถแข่งขันได้ ส่งผลให้ราคาหย่อนลงมา แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรที่จะเข้ามาช่วยประกันให้กับชาวนาว่า ถ้าข้าวเปลือกเจ้าราคาต่ำกว่า 1 หมื่น ก็จะมีเงินส่วนต่าง โดยเอา 1 หมื่นลบด้วยราคาตลาด หากราคาตลาดเหลือ 7,000 บาท ในส่วน 3,000 บาทนี้ก็จะเป็นเงินส่วนต่างที่จะโอนให้กับเกษตรกรโดยตรงไม่หายหกตกหล่น ก็จะทำให้เกษตรกรได้รับ 7,000 + 3,000 และได้ 1 หมื่นตามรายได้ที่ประกัน ซึ่งถือเป็นตัวช่วยให้ชาวนายังยืนอยู่ได้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ครึ่งปีหลังในปี 64 จะมีสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยจะดีขึ้น เพราะเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้เราสามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113702</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c86e5bfbb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯติดตามงานพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มล้านกว่าไร่ลุยโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.64 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม ได้ติดตามความคืบหน้าการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน และมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อภาคการเกษตรที่จะได้รับผลกระทบจากสภาวะอากาศที่แปรปรวนมากขึ้นในแต่ละปี ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม ระบบชลประทานจึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเพาะปลูกในพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลได้กำหนดแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561 ถึง 2580) ที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพและเพิ่มปริมาณผลผลิตทางการเกษตร ลดความเสียหายของพื้นที่ เกษตรกรจะได้มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รายงานความก้าวหน้าว่า ในปี 2562 มีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2561 ถึง 1.06 ล้านไร่ กระทรวงฯได้ดำเนินการก่อสร้างแหล่งน้ำทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก สร้างระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท และที่สำคัญ ได้สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านแหล่งน้ำทั้งหมด 3,522โครงการ ทั่วประเทศ เก็บกักน้ำรวมเกือบ 7พันล้าน ลูกบาศก์เมตร สร้างพื้นที่ชลประทาน 3.4 ล้านไร่ มีครัวเรือนได้รับประโยชน์ 6 แสนครัวเรือน พื้นที่รับประโยชน์ 4.912 ล้านไร่ โครงการฯที่แล้วเสร็จในปี 2563 มี 24 โครงการ เพิ่มการเก็บกักน้ำได้ 1.4 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นพื้นที่ชลประทาน 2,400 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์ 5,700 ไร่ และโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดจะแล้วเสร็จปี 2564-2567 อีก 69 โครงการ เพื่อการเก็บกักน้ำ 337 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นพื้นที่ชลประทาน 146,000 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์ 2แสนกว่าไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในภาพรวมของภาคการเกษตรแม้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 รัฐบาลมองเห็นโอกาสเติบโตอีกมาก จึงมีนโยบายให้การสนับสนุนคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำการเกษตรในการเข้าถึงแหล่งที่ดินทำกิน การขยายโครงข่ายแหล่งน้ำ และการสนับสนุนนวัตกรรมทางการเกษตรและพัฒนาทักษะทางธุรกิจ เพื่อยกระดับภาคเกษตรกรรมตามหลักคิดเกษตรทฤษฎีใหม่สู่การพัฒนาอย่างยังยืน ซึ่งขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯกำลังขับเคลื่อนโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ผ่านโครงการ 1 ตำบล 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ เป้าหมายพัฒนาพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ จำนวน 4,009 ตำบล 75 จังหวัด คิดเป็นพื้นที่ 1.9 แสนไร่ โดยเปิดรับสมัครเกษตรกร ถึง 31 มี.ค.นี้ จำนวนทั้งหมด 32,000 คน ทั่วประเทศ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้ว​ 20,583 คน ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการฝึกอบรมความรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ อีกทั้งกรมพัฒนาที่ดิน จะไปขุดบ่อเก็บน้ำให้ ช่วยปรับปรุงดิน และสนับสนุนปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น พืช สัตว์ สัตว์น้ำ เกษตรกรที่สนใจ สมัครที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94317</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พื้นที่ชลประทาน, เกษตรทฤษฎีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb1279cfac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรเมิน&#039;ยุบ-ไม่ยุบพรรค&#039;ขอ&#039;บิ๊กตู่-รมว.เกษตรฯ&#039;ลุยแก้ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.63-ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความสุขเกษตรกรไทย กรณีศึกษาตัวอย่างเกษตรกรทั่วประเทศ จำนวน 1,096 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 15 - 20 ก.พ.2563 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.6 มองว่า การยุบพรรคการเมืองต่าง ๆ หรือไม่ยุบ เป็นเรื่องไกลตัวเกษตรกร ในขณะที่เพียงร้อยละ 4.4 ระบุเป็นเรื่องใกล้ตัว เมื่อถามถึงการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเรื่องใกล้ตัวหรือไกลตัวเกษตรกร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.8 ระบุเป็นเรื่องใกล้ตัว ในขณะที่ร้อยละ 15.2 ระบุเป็นเรื่องไกลตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาเมื่อถามว่า อะไรบ้างที่รัฐบาลทำแล้วเป็นเรื่องใกล้ตัวเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.3 ระบุแก้ปัญหาภัยแล้ง ทำระบบส่งน้ำ เกษตรกรมีน้ำใช้ รองลงมาคือ ร้อยละ 62.4 ระบุ ส่งเสริมปลูกพืชรายได้สูง ร้อยละ 55.1 ประกันรายได้ เช่น ยางพารา ร้อยละ 49.8 สนับสนุนเกษตรอินทรีย์ ลดละเลิกสารเคมี ร้อยละ 44.6 ส่งออกสินค้าเกษตรไปต่างประเทศ เช่น จีน อินเดีย ร้อยละ 39.5 แก้ปัญหา อหิวาตกโรคในหมู ร้อยละ 36.2 ส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ร้อยละ 34.1 ยกระดับมาตรฐานเกษตรกที่ดีระดับสากล ร้อยละ 29.7 ปลูกต้นไม้ลดปัญหาฝุ่น และร้อยละ 16.5 อื่น ๆ เช่น แก้ปัญหาม็อบ แก้โรคปากเท้าเปื่อย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระดับความสุขในชีวิตเกษตรกรไทย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.2 มีความสุขในชีวิตเกษตรกรไทยมากถึงมากที่สุด รองลงมาคือร้อยละ 20.5 สุขปานกลาง และร้อยละ 13.3 สุขน้อยถึงไม่มีความสุขเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า โพลชี้ชัดเกษตรกรส่วนใหญ่มองความวุ่นวายทางการเมือง การยุบหรือไม่ยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว แต่การทำงานของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯต่างหากที่ใกล้ตัวและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของเกษตรกรโดยเฉพาะเรื่องปัญหาภัยแล้งระบบส่งน้ำเพื่อเกษตรกรทั้งประเทศที่รัฐบาลควรลงทุนขนาดใหญ่ให้เห็นเป็นรูปธรรมมากกว่าผลงานสร้างรถไฟฟ้าของคนในเมืองที่ต้องรักษาจุดแข็งของประเทศไทยด้านการเกษตรไว้เพื่อให้การทำงานของฝ่ายการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวของเกษตรกรที่มีจำนวนกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศในเวลานี้ฝ่ายการเมืองควรมุ่งทำงานแก้ปัญหาตรงเป้าโดนใจใกล้ตัวเกษตรกรให้มากขึ้นที่สะท้อนให้เห็นในผลโพลครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เกษตรกรไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4f8dd096ebf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039;ยัน&#039;เพทไท&#039;ไม่แตกแถวโหวตญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.63- นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงประเด็นการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ที่หมายถึงต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันระดับหนึ่ง ซึ่งต้องทำตัวให้เหมาะสมกับการเป็นพรรคร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากเสียงการลงมติของพรรคร่วมแตกจะมีมาตรการอย่างไร นายเฉลิมชัย กล่าวว่า มั่นใจว่าไม่มี &amp;nbsp;จึงไม่ต้องมีมาตราการอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าจะต้องกำชับ นายเทพไทย เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช อีกหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เขาไม่เคยแหกโผ หรือแหกมติ แต่ด้วยความที่เป็นนักการเมือง เขาอาจจะพูดหรือวิจารณ์บ้าง แต่ให้อยู่ในกรอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า แม้นายเทพไท ไม่เคยแหกโผ แต่การออกให้ข่าวบ่อยๆ ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าเหมาะสมหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า &amp;quot;ช่วงนี้ก็น้อยจนแทบไม่มีแล้ว เพราะเราคุยกัน ผมว่าไม่มีปัญหา&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56258</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, นายเทพไท เสนพงศ์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เสียงไม่แตกแถว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e391f0fc0790.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมชัย&#039;เผยหารือ&#039;จุรินทร์&#039;แล้ว มีมาตรการจัดการ&#039;เทพไท&#039;แน่นอนให้รอดู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค.63- &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์​ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝากให้พรรคประชาธิปัตย์ตักเตือนนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ว่า เรามีมาตรการอยู่แล้วให้รอดูแล้วกัน ทั้งนี้​ได้มีการหารือกับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์​ รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.พาณิชย์​ ในฐานะหัวหน้าพรรคแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54520</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, นายเทพไท เสนพงศ์, เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d68efc3434.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
