<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 13:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชาว์&#039;ไม่ขัดสส.-สว.ฉีดวัคซีนก่อนเหตุทำงานสาธารณะแต่อย่าทิ้ง&#039;พี่วิน-แท๊กซี่&#039;ไว้ข้างหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 -นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอวัคซีนให้พี่วินมอเตอร์ไซค์ แท๊กซี่ และคนขับรถสาธารณะ มีเนื้อหาระบุว่า เมื่อวานนี้เห็นข่าวส.ส.วีรกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ โวยกลางสภาว่า ส.ว.ได้รับการฉีดวัคซีนก่อน แต่ส.ส.ยังไม่ได้ ผมก็ไม่ได้มีข้อติดใจที่สส.และสว.จะได้รับวัคซีนก่อน ทั้ง ๆ ที่บางท่านอาจไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นผู้ทำงานสาธารณะ มีโอกาสพบปะผู้คนจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงในระดับหนึ่ง ที่มีเหตุผลจะได้รับวัคซีนก่อน แต่สิ่งที่อยากให้รัฐบาลคิดให้มากคือ ไม่ใช่เพียงแค่บุคคลสำคัญควรได้รับการดูแลก่อน แต่คนหาเช้ากินค่ำที่เป็นกำลังหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็คือคนที่รัฐบาลต้องดูแลเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่ารัฐบาลกำลังทิ้ง พี่วินมอเตอร์ไซด์ คนขับรถแท๊กซี่และรถสาธารณะ ไว้ข้างหลัง ทั้ง ๆ ที่คนเหล่านี้เป็นกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากแต่ละวันพบเจอผู้คนจำนวนมาก วินมอเตอร์ไซด์เฉพาะกทม.มีมากกว่าหนึ่งแสนคน เป็นกลุ่มคนที่ทำมาหากินสุจริต ต้องจับรถส่งผู้โดยสารตลอดทั้งวัน แต่คงเข้าถึงวัคซีนได้ยาก เพราะถูกมองข้ามไป จึงอยากให้รัฐบาลกำหนดประเภทกลุ่มที่ควรได้รับวัคซีนก่อนเพิ่มเติมให้กับวินมอเตอร์ไซด์ คนขับแท๊กซี่เพราะโรคโควิด-19 รอบนี้ดูจะรุนแรงมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ที่สำคัญคือระบาดจากความประมาทการ์ดตกของชนชั้นนำ แต่กำลังทำให้คนจนซวยทั้งประเทศ รัฐบาลต้องรีบคลายสถานการณ์ ดูแลคนระดับล่างให้เกิดความรู้สึกเท่าเทียม เพราะหากปล่อยให้เกิดความรู้สึกเลือกปฏิบัติ ท่ามกลางพิษภัยของโรคที่สามารถคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อ ผลที่ตามมาอาจสะเทือนรัฐบาลมากกว่าที่คิด&amp;quot;นายเชาว์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98928</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด19, นายเชาว์ มีขวด, วินมอเตอร์ไชค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606ff80830cdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อดีตเด็ก ปชป.’ งง ‘กกต.’ ปล่อยผีอบจ.23จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.2564 - นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง &amp;ldquo;ปล่อยผี นายก อบจ. 23 จังหวัด ทำไม&amp;rdquo; มีเนื้อหาระบุว่า เมื่อวานนี้ 2 ก.พ.2564 ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;มีมติให้มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพิ่มเติมอีก 23 จังหวัด ให้เหตุผลว่า เรื่องร้องเรียนของนายก อบจ.กลุ่มนี้ ทางสำนักงาน กกต.จังหวัด ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และเมื่อส่งมาถึง กกต.กลาง ก็ยังมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน อีกทั้งระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามที่กฎหมายกำหนด ให้ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ก็ไม่เพียงพอที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่ หาก กกต. วินิจฉัยว่ามีการกระทำทุจริต จึงมีมติให้ประกาศรับรองผลไปก่อนและเร่งให้สำนักงานดำเนินการสอบสวน เรื่องร้องเรียน ให้เสร็จโดยเร็วเพื่อเสนอที่ประชุม กกต. พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์โพสต์อีกว่า หลายคนตั้งคำถามว่าเรื่องร้องเรียนนายก อบจ.กลุ่มนี้บางสำนวนมีพยานหลักฐานแจ้งชัดแต่ทำไม กกต.ไม่สอยก่อน หรือเพราะไม่อยากยุ่ง เนื่องจากตามกฎหมายแม้จะสอยก่อนก็ต้องส่งสำนวนให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยอีกครั้งอยู่ดี เลยลากยาวรับรองไปก่อนค่อยโยนสำนวนส่งศาลทีเดียว &amp;nbsp;ซึ่งหลังจากนี้หาก กกต.สรุปสำนวนเสร็จและปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผลการเลือกตั้งเกิดจาก การเลือกตั้งที่มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกต.ก็จะยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคเพื่อพิจารณา เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้วให้ นายก อบจ.(รวมทั้งรองนายก อบจ. เลขานุการ และที่ปรึกษานายก) หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น แล้วแต่กรณี หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะพิพากษาว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิด ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยว่า &amp;quot;ผลการเลือกตั้งเกิดจากการเลือกตั้งที่มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ศาลก็จะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และสั่งเพิกถอน สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ที่กระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมเป็นเวลาสิบปี คำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคให้เป็นที่สุด เพราะฉะนั้นคนที่ กกต.รับรองไปก่อนก็อย่าได้ดีใจจนเกินไป เพราะยังมีชนักติดหลังอยู่ ส่วนคนที่ร้องเรียนหรือคนที่ได้คะแนนลำดับหลังก็อย่าสิ้นหวังยังมีโอกาสกลับมาได้อีก มีอุทาหรณ์ให้เห็นมาแล้วหลายคดี อดใจรอครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91847</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเชาว์ มีขวด, ปชป., อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์, อบจ., เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a2b7aecaa0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองโฆษกปชป.จวก&#039;บิ๊กตู่-ลุงป้อม&#039;เล่นสองหน้าปล่อย&#039;สิระ&#039;ลามปาม&#039;มาร์ค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63-นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่อง ยิ่งปล่อยส.ส.&amp;rdquo;แกลบ&amp;rdquo; นอกแถว ชี้หน้าด่าใครต่อใครอยู่ซ้ำซาก ยิ่งเร่งวันถอยหลังพังทลายของ&amp;rdquo;รัฐบาลประยุทธ์&amp;rdquo; ระบุว่า ผมเห็นข่าวนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ทำตามนายสั่ง ออกมาด่ากราดผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีความปรารถนาดีเสนอความเห็นหาทางออกให้กับประเทศ ลามปามให้ร้ายไปถึงทั้งประธานสภาชวน หลีกภัย และอดีตนายกอภิสิทธิ์ แบบระรานไม่เลิก สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ ไม่ว่าจะเป็น &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;พล.อ.ประวิตร&amp;rdquo; กำลังเล่นสองหน้ากับมิตรร่วมรบ ซึ่งพฤติกรรมที่ผ่านมาเป็นตัวบ่งบอกแจ้งชัดอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ กล่าวว่า การหารือกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลของนายกฯ พร้อมแสดงท่าทีไม่พอใจต่อพฤติกรรมของนายสิระ และนางสาวปารีณา เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่ปาหี่ทางการเมือง ก็ยิ่งตอกย้ำว่า พลเอกประยุทธ์คุมนักการเมืองในพลังประชารัฐไม่ได้ และพลเอกประวิตร ก็ปากว่าตาขยิบ พูดอย่างทำอย่าง ปล่อยให้ส.ส.&amp;rdquo;แกลบ&amp;rdquo;อย่างนายสิระและนางสาวปารีณาออกมาชี้หน้าด่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอยู่ซ้ำซาก ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น เพราะผู้มีอำนาจต้องเปิดใจกว้าง รับฟังทุกข้อเสนอ กลั่นออกมาเป็นทางออกให้บ้านเมือง ไม่ใช่คอยยื่นด้ามธงให้ลิ่วล้อ ไล่ตีคนเห็นต่างที่เสนอทางออกไม่ถูกใจตัวเอง ทัศนคติแบบนี้ มีแต่พาชาติพัง ไม่มีวันเห็นแสงสว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นบรรยากาศเดียวกับปลายยุคทักษิณไม่มีผิด ผมก็แค่หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่มีจุดจบในต่างแดนเหมือนนายทักษิณ &amp;nbsp;แต่ถ้าวันนี้พวกท่านยังติดอยู่ในวังวนแห่งอำนาจ กับดักของความสอพลอ ไม่มองดูความเป็นจริงว่า สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องคนรุ่นก่อนกับคนรุ่นใหม่ แต่มันเป็นการต่อสู้กับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่าน ถ้าไม่กุมบังเหียนให้ดี มันก็ออกนอกลู่ นอกทาง ตกเหวกันไปทั้งหมด อดีตนายกอภิสิทธิ์ พยายามสร้างทางสายกลาง ชี้ให้เห็นปัญหาว่าสุดโต่งทั้งสองทางมีแต่พาชาติล่มสลาย ซึ่งในวันเลือกตั้งผู้คนยังมองไม่เห็น จึงไม่ได้เสียงสนับสนุนที่มากพอ แต่วันนี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่อดีตนายกอภิสิทธิ์ เตือนไว้แล้วทั้งสิ้น ก่อนเลือกตั้งทุกคนกลัว จึง&amp;rdquo;เลือกความสงบจบที่ลุงตู่&amp;rdquo; แต่วันนี้มาไกลถึงสถาบันแล้ว ถ้าพวกท่านยังไม่ยอมตบปากส.ส.&amp;rdquo;แกลบ&amp;rdquo;นอกแถวพวกนี้ให้หยุดลามปาม ไม่ให้เกียรติผู้หลักผู้ใหญ่ ผมคิดว่าสักวันหนึ่งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็จะไม่ทนอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวเหมือนกัน เพราะจิตวิญญาณแห่งประชาธิปัตย์คงไม่ใช่มีบทบาทเป็นแค่ลูกไล่ให้กับพรรคพลังประชารัฐและผู้มีอำนาจ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83915</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายเชาว์ มีขวด, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ปชป., สิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b983f2f811.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กปชป.ทนไม่ไหว!จี้นายกฯสอบหน้ากากผ้าก.อุตฯสุดห่วย สงสัยมีใครได้ประโยชน์จากงบ 65 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63- &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊ค เรื่อง &amp;ldquo;ชาวบ้านร้อง หน้ากากอนามัยกระทรวงอุตฯ สุดห่วย ซักหนเดียวย้วย คือความเฮงซวยจากการใช้งบโควิด-19 อีกแล้ว&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า &amp;ldquo;ผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในกรุงเทพจำนวนหนึ่ง ด้วยปัญหาที่เหมือนกันคือได้รับหน้ากากอนามัยผ้าตามโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมส่งให้ทางไปรษณีย์ ซึ่งโครงการนี้มีการแจกจ่ายรวม 10 ล้านชิ้น ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 65 ล้านบาท เท่ากับราคา 6.5 บาทต่อชิ้น แต่วัสดุที่นำมาผลิตกลับด้อยคุณภาพ เนื้อผ้าบางจนไม่สามารถป้องกันอะไรได้ เพราะใช้ผ้าเกรดต่ำ เมื่อนำไปซักเพียงแค่ครั้งเดียวเนื้อผ้าจะหลุดหด ย้วย พอง นำไปใช้ซ้ำไม่ได้ เนื่องจากมีใยผ้าขนผ้าหลุดยุ่ยออกมาเข้าจมูกรำคาญต่อระบบหายใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ กล่าวต่อว่า โครงการนี้ครม.มีมติเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2563 เห็นชอบจัดสรรงบประมาณรายจ่ายจากงบกลาง จำนวน 65 ล้านบาท เพื่อผลิตหน้ากากผ้าแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตกรุงเทพฯ &amp;nbsp;และและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่เสี่ยงอื่น จำนวน 10 ล้านชิ้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เคยกล่าวไว้ว่าร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและภาคเอกชน คัดเลือกโรงงานที่มีความพร้อมและมีศักยภาพสามารถจัดหาวัตถุดิบในการผลิตที่มีคุณภาพ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนด ในเรื่องข้อแนะนำคุณลักษณะผ้าที่ใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัยสำหรับประชาชน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ COVID-19 &amp;nbsp;โดยผ่านการรับรองมาตรฐานจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ มีกระบวนการตรวจสอบคุณลักษณะและคุณภาพทั้งก่อนและหลังการผลิต เพื่อให้สามารถผลิตหน้ากากผ้าที่ได้มาตรฐานมีคุณภาพและปลอดภัยจากสารเคมี ซักแล้วใช้ซ้ำได้ แต่ทำไมเมื่อมีการนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนกลับกลายเป็นของด้อยคุณภาพ ไม่เป็นไปตามคำโฆษณา ถือเป็นการตบตาประชาชน กระทรวงอุตสาหกรรมต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และชี้แจงเรื่องนี้โดยด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ตั้งคณะกรรมการจากคนกลางตรวจสอบเรื่องนี้ทันที มีกรอบเวลาที่ชัดเจนเพื่อสรุปผลสอบ อย่าปล่อยให้มีการนำความทุกข์ของประชาชนไปเป็นข้ออ้างแสวงหาประโยชน์ งบประมาณ 65 ล้านบาท ไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ต้องทำให้เกิดความกระจ่างว่าถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า เพราะนอกจากปัญหาวัสดุด้อยคุณภาพ อาจเป็นอันตรายต่อการใช้งานแล้ว ยังมีคนกทม.จำนวนมากที่ร้องเรียนว่า ไม่ได้รับหน้ากากผ้าแต่อย่างใด ทั้ง ๆ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแถลงไว้ว่าจะแจกในกทม.จำนวน 10 ล้านชิ้น ได้รับทุกบ้านภายในเดือนเมษายน แต่จนถึงเดือนพฤษภาคมแล้ว คนกรุงเทพฯจำนวนมากยังไม่ได้รับหน้ากากผ้าดังกล่าว ท่านนายกฯต้องไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปเฉย ๆ แต่ต้องหาคนผิดมาลงโทษให้ได้&amp;rdquo;นายเชาว์ กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65718</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, นายเชาว์ มีขวด, ประชาธิปัตย์, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba3b3ba33ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่ไม่เป็น!เด็กปชป.ชำแหละ&#039;ธนาธร&#039;เป็นเพียงหุ่นเชิดชุดความคิดทางการเมืองของ&#039;ปิยบุตร&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟสบุคชื่อ Chao Meekhuad หัวข้อ ถอดบริบทการพิจารณาคดีถือหุ้นสื่อ ถอดหน้ากากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และบริวาร ว่า ในวันที่ 20 พ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดฟังคำตัดสินคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยกรณีนายธนาธร ถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย ที่ประกอบกิจการสื่อ เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์รับสมัครเลือกตั้ง จนเป็นเหตุให้สถานภาพความเป็นส.ส.สิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อคืนเลยนั่งดูเทปย้อนหลังการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 อีกครั้ง คดีนี้เป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศเชื่อว่าทุกคนที่ติดตามคงจะมองออกว่าคำชี้แจงของนายธนาธรมีน้ำหนักเชื่อถือหรือไม่ เพียงใด ตนจะไม่ลงในรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ถ่ายทอดสดการพิจารณาให้พี่น้องประชาชนได้เห็นบรรยากาศสดๆ ทำให้หลายคนได้รู้จักตัวตนของนายธนาธรมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าเรื่องคำให้การในทำนองไม่รู้ ไม่ทราบ จำไม่ได้แทบทุกเรื่องแม้จะเป็นเรื่องพื้นฐานใกล้ตัวซึ่งขัดต่อหลักแห่งความเป็นจริง การแสดงพฤติกรรมให้เห็นถึงวุฒิภาวะทางอารมณ์เมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขันพูดจาต่อรองแลกเปลี่ยนข้อเสนอต่อศาล ทำนองว่าถ้าศาลตัดสินเป็นคุณกับตนออกไปจะทำเรื่องบลายทรัสต์ตามที่สัญญาไว้กับประชาชนถึงขั้นโยนความผิดใส่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในอดีตนายธนาธรไม่เคยให้ร้ายแม้แต่น้อย ยังไม่รวมถึงการแสดงกริยามารยาทที่ไม่สมควร เช่น นั่งไขว่ห้างขณะให้การต่อศาล การใช้วาจาหรือถ้อยคำที่ไม่ยำเกรงต่อศาล เถียงทุกประโยคเมื่อไม่พอใจ เหมือนเด็กที่ถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ เมื่อมีอะไรขัดใจก็จะแสดงอาการกราดเกรี้ยวให้เห็นทันที ซึ่งศาลท่านก็อลุ้มอล่วยปล่อยให้นายธนาธรทำตามใจชอบ ถึงแม้จะเป็นวิธีการที่ผิดๆแต่นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมที่ได้เห็นตัวตนอีกมุมหนึ่งของนายธนาธรได้ชัดยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เรายังได้เห็นปรากฏการประหลาดๆของบรรดากองเชียร์บริวารนายธราธรที่เข้าไปฟังการถ่ายทอดสดบริเวณศาล แสดงอาการปรบมือส่งเสียงโห่ร้องเหมือนกับกำลังเชียร์การแข่งขันอะไรสักอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควรถือเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมอันเป็นการละเมิดอำนาจศาล เพราะการพิจารณาคดีของศาลว่ากันด้วยเหตุผลไม่ใช่เอามันเหมือนการเชียร์กีฬา พฤติกรรมดังกล่าวจึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าวันพรุ่งนี้หากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาไม่ถูกใจฝ่ายตนเองบรรดากองเชียร์อาจจะออกมาโจมตีใส่ร้ายป้ายสีศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งโดยขาดหลักและเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ กล่าวต่อว่า การเคารพคำตัดสินของศาลไม่ใช่การ&amp;rdquo;อยู่เป็น&amp;rdquo;หรือ&amp;rdquo;อยู่ไม่เป็น&amp;rdquo;แต่เป็นการ&amp;rdquo;อยู่เป็นที่&amp;rdquo;ตามกติกาสังคม จึงอยากให้บรรดากองเชียร์ของนายธนาธรตั้งสติให้ดี ส่วนนายธนาธรนั้น คิดว่านายธนาธรได้แสดงธาตุแท้ถอดหน้ากากให้สังคมเห็นตัวตนที่แท้จริงแล้วว่านายธนาธรไม่ได้เพียบพร้อมดั่งที่พยายามสร้างภาพ การไม่พูดความจริงของนายธนาธรถือเป็นความบกพร่องทางจริยธรรมของผู้ที่จะมาเป็นนักการเมืองที่ดี ซึ่งต้องยึดสัจจะวาจาเป็นสำคัญ การใช้วาจาหรือถ้อยคำพูดเยาะเย้ยถางถางไม่ยำเกรงต่อศาลเถียงทุกประโยคเมื่อไม่พอใจ ประเภทเอามันเข้าว่าโดยขาดสาระและเหตุผล การต่อรองแลกเปลี่ยนข้อเสนอต่อศาลและการโยนขี้ใส่นายทักษิณเพื่อเอาตัวรอด แสดงให้เห็นว่าเขาไม่มีไหวพริบปฏิภาณในการตอบคำถามเมื่ออยู่นอกบท จึงสอดคล้องกับที่สังคมตั้งคำถามมาโดยตลอดว่านายธนาธรเป็นเพียงหุ่นเชิดชุดความคิดทางการเมืองของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ใช่หรือไม่ แล้วเราจะให้บุคคลเช่นนี้นำพาชาติบ้านเมืองได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร, นายเชาว์ มีขวด, ประชาธิปัตย์, หุ้นสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3a6acbf34d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชาว์&#039;อัด&#039;บิ๊กตู่&#039;ใช้ม.44อุ้มสามบริษัทมือถือเอื้อนายทุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.62-นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหัวหน้าคสช.ออกคำสั่งที่ 4/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ยืดระยะเวลาจ่ายเงินค่าประมูลคลื่นของกลุ่มโทรคมนาคม (ค่ายมือถือ) อนุญาตให้ผู้ประกอบการทีวีดิจทัลคืนใบประกอบกิจการได้ ยกเว้นค่าธรรมเนียมประมูลสามงวดและอุดหนุนค่าเช่าโครงข่ายกระจายสัญญาณ ว่า เป็นการใช้อำนาจที่ชี้ให้เห็นว่าขาดธรรมาภิบาลเอื้อทุนใหญ่ ไม่แตกต่างจากสิ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร เคยกระทำทุจริตเชิงนโยบายจากการแแปลงสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิตเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งในขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการทุจริตเชิงนโยบายดังกล่าวยังนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าหุ้นของบริษัทชินคอร์ปฯจนขายให้เทมาเสกได้สูงถึง 7.6 หมื่นล้านบาท ทำให้ศาลฎีกาฯพิพากษายึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ กล่าวว่า สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างพฤติกรรมของพล.อ.ประยุทธ์กับนายทักษิณ คือ กรณีทุจริตเชิงนโยบายของนายทักษิณ ยังมีกลไกตรวจสอบจนนำไปสู่การฟ้องร้องในชั้นศาล แต่การใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 เป็นการมัดมือชกประชาชน ยับยั้งไม่ได้ ฟ้องร้องไม่ได้ ไม่สามารถเรียกคืนความเสียหายที่จะเกิดต่อรัฐกลับมาได้ ตัวพล.อ.ประยุทธ์พ้นความรับผิดโดยสิ้นเชิง กฎหมายเอื้อมไปไม่ถึงเนื่องจากมีมาตรา 44 คุ้มกะลาหัวอยู่ จึงถือว่าเลวร้ายกว่ายุคนายทักษิณเสียอีก ซึ่งในความเป็นจริงหาก กสทช.ต้องการช่วยทุนโทรคมนาคม ก็สามารถใช้อำนาจของตัวเองดำเนินการได้ แต่กลับเลือกที่จะเสนอให้ใช้อำนาจมาตรา 44 และพล.อ.ประยุทธ์ก็สนองตอบเสียด้วย จึงมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากต้องการใช้อำนาจพิเศษเพื่อหนีความรับผิดชอบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์ อาจอ้างว่าตัวเองไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเพราะไม่ใช่เจ้าของกิจการที่ได้ประโยชน์จากการออกคำสั่งนี้ แต่ท่านต้องตอบคำถามคนไทยให้ได้ว่า เหตุใดจึงต้องยกผลประโยชน์นับหมื่นล้านให้นายทุน 3 ราย คือ เอไอเอส ทรู และดีแทค ทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัททั้งสามแห่งพุ่งสูงขึ้น ไม่แตกต่างจากบริษัทชินคอร์ปของนายทักษิณในอดีต ทั้งนี้จากการคำนวณของนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ทั้งสามบริษัทจะได้ผลประโยชน์ใกล้เคียงกัน แม้ว่าหนี้ก้อนสุดท้ายที่ยืดออกไปจะใหญ่ไม่เท่ากัน แต่การปรับระยะเวลาในการยืดหนี้ที่แตกต่างกันทำให้สุดท้ายได้ตัวเลประมาณ 8 พันล้านบาท ใกล้เคียงกันอย่างน่ามหัศจรรย์ เสมือนมีการหารือกันมาก่อนเพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบกัน ตนเห็นด้วยกับนายสมเกียติว่าทั้งสามบริษัทล้วนได้ประโยชน์มีเพียงประชาชนที่เสียเปรียบ จากการยกผลประโยชน์ 2.4 หมื่นล้านให้กับนายทุน อีกทั้งไม่มีอะไรการันตีว่าทั้งสามบริษัทจะเข้าประมูลคลื่น 5 จี ตามที่ยกมาอ้างในคำสั่งหัวหน้าคสช. เพราะไม่ได้มีการทำสัญญาล่วงหน้าว่าเมื่อได้ประโยชน์จากการยืดหนี้แล้ว ทั้งสามบริษัทมีพันธะต้องยื่นประมูล 5 จี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามจะดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่กระแสสังคมต่อต้าน ประกอบกับพล.อ.ประยุทธ์ มีท่าทีชัดเจนที่จะเข้าสู่สนามการเมือง ทำให้ชะลอไว้ก่อน เมื่อจบการเลือกตั้งค่อยดำเนินการต่อ และยังเลือกทำในช่วงใกล้วันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ส่อให้เห็นว่าเป็นการฉกฉวยจังหวะที่ผู้คนกำลังหยุดพักผ่อน ซึ่งไม่เพียงเป็นการลักหลับประชาชนทีเผลอ แต่ยังเป็นพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบทางการเมืองด้วย เพราะหากพล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจพิเศษเอื้อกลุ่มทุนโทรคมนาคมอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง แรงสนับสนุนประชาชนที่ท่านได้อาจแตกต่างไปจากในปัจจุบัน เพราะประชาชนจะทราบความจริงล่วงหน้าว่า &amp;ldquo;ความสงบที่ท่านอ้างว่าจะได้นั้นต้องแลกด้วยประโยชน์ที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ไปยกให้กับกลุ่มทุน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33511</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายมือถือ, นายเชาว์ มีขวด, บริษัทมือถือ, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb07c67ce56c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ระส่ำหนัก!รองโฆษกพรรคไล่&#039;หมอวรงค์&#039;ไปอยู่พรรคอื่น อย่าเนรคุณเผาบ้านตัวเอง แฉเคยตามก้น&#039;เจ๊แดง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.62- &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลกของพรรค โพสต์ข้อความโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค กำหนดแนวทางการเมืองผิดพลาดที่ไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จนทำให้พรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ว่า พรรคการเมืองไม่ได้มีหน้าที่แค่เพียงชนะเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่อำนาจบริหารประเทศเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ในการรักษาอุดมการณ์ ความถูกต้อง เพื่อเป็นหลักให้กับบ้านเมืองด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าเป็นแนวทางที่อดีตหัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ได้นำเสนอต่อประชาชนและได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องคนไทยมากกว่า 3 ล้านเสียง ที่พรรคต้องให้ความเคารพ และไม่ดำเนินการใด ๆ ที่จะทำให้ประชาชนที่สนับสนุนผิดหวัง แม้จะเป็นคะแนนเสียงที่ทำให้พรรคได้ส.ส.ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งอย่างเดียว ต้องมองด้วยว่าแนวทางที่พรรคเสนอไม่เอาทั้งเผด็จการและคนโกงเพื่อเป็นทางออกให้ประเทศไม่ต้องกลับเข้าสู่วังวนการทุจริตจนนำไปสู่การรัฐประหารอีก ได้รับการยอมรับจากประชาชนด้วยเช่นเดียวกัน แม้ว่าจะยังมีคนอีกส่วนหนึ่งเห็นแตกต่างออกไปก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชาว์ กล่าวด้วยว่า ความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเป็นความเจ็บปวดของผู้สมัครส.ส.ทุกคน แต่ผู้สมัครที่มีสปิริต มีความรับผิดชอบทางการเมืองไม่ควรโทษคนอื่นหรือหาแพะเพื่อรองรับอารมณ์ตัวเอง โยนความผิดให้หัวหน้าพรรคตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากอึดอัดที่พรรคยึดอุดมการณ์ หมอวรงค์ก็มีทางเลือกที่จะย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองไหนก็ได้ที่ถูกจริตกับตัวเอง แต่อย่ากินบนเรือนขี้รดบนหลังคา หรือคิดเผาบ้านตัวเอง เพราะพฤติกรรมแบบนั้นถือว่าเนรคุณพรรคที่ให้กำเนิดทางการเมือง แต่ผมไม่แปลกใจกับจุดยืนเช่นนี้ของหมอวรงค์ เพราะก่อนที่จะได้รับโอกาสจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ลงสมัครที่พิษณุโลก หมอวรงค์ เคยเดินตามก้นนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะที่เกือบจะได้เป็นผู้สมัครของพรรคไทยรักไทย ก่อนที่จะโดนปฏิเสธจากพรรคดังกล่าว จนต้องมาพึ่งใบบุญพรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; นายเชาว์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า คนเป็นนักการเมือง ไม่ควรคิดคำนวณแต่ตัวเลข หรือคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวที่จะได้จากการเป็นตัวแทนของประชาชน แต่ต้องคิดถึงการหาทางออกให้ประเทศ การกำหนดทิศทางที่ถูกต้องให้บ้านเมืองด้วย เพราะถ้าคิดได้แค่เรื่องตัวเลขในสภาก็เป็นได้แค่นักเลือกตั้งเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32266</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายเชาว์ มีขวด, รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์, เผาบ้านตัวเอง, แพ้เลือกตั้ง, ไล่ไปอยู่พรรคอื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c99b0d3eebf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
