<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอ๊ด คาราบาว&#039;ของขึ้น เจอมือดีฉวยโอกาส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่ได้ร่วมกับ นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ไปเปิดบัญชีธนาคารสำหรับการรับบริจาคเพื่อสร้างโรงพยาบาลทางเลือก หรือโรงพยาบาลที่จะรักษาผู้ป่วยด้วยสมุนไพรและกัญชา แต่ล่าสุดก็มีเหตุการณ์ที่ทำเอา แอ๊ด คาราบาว หรือ ยืนยง โอภากุล นักร้องเพื่อชีวิตคนดังถึงกับของขึ้น ออกมาโพสต์ข้อความแจ้งต่อมิตรรักแฟนเพลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประกาศด่วน&amp;hellip;ขอแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบว่า ขณะนี้มีผู้เเอบอ้างนำข่าวสารที่หมอเดชากับผมได้เปิด บ/ช รับบริจาคเพื่อระดมทุนไปสร้างโรงพยาบาลฯ แต่กลับมีผู้แอบอ้างเอากิจกรรมนี้ไปประชาสัมพันธ์ &amp;quot;กิจกรรมร่วมสนุก&amp;quot; ดังรายละเอียดข้างล่างนี้ ผมขอเรียนชี้แจงว่าอย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด เป็นใครก็ไม่ทราบที่ทำเรื่องแบบนี้ ทางเราจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการจับกุมต่อไปครับ ขอบคุณครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ข้อความอีกครั้งว่า &amp;ldquo;เมื่อทำผิดแล้วออกมายอมรับอย่างเปิดเผย ก็ขอให้อภัยละกัน มีเรื่องเดียวเห็นว่ามีผู้โอนเงินไปบ้างเเล้ว ให้จัดการเคลียร์ให้เรียบร้อยด้วยนะครับ จึงขอประกาศมาในที่นี้ด้วยครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, นายเดชา ศิริภัทร, ยืนยง โอภากุล, แอ๊ด คาราบาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d62254bf0179.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอละพ่อ! &#039;อย.&#039; ยืนยันไม่มีแบนน้ำมันกัญชาสูตร&#039;เดชา&#039; ชี้ข่าวคลาดเคลื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าวถึงกรณีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษมีมติไม่รับรองตำรับน้ำมันกัญชาของอ.เดชา ศิริภัทร ว่า ข่าวที่ออกมาเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งคณะอนุกรรมการฯไม่ได้มีวาระการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว จึงไม่มีการแบนตำรับน้ำมันกัญชาของอ.เดชา ตามข่าว เนื่องจากได้มีการพิจารณาในชั้นคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษไปแล้ว ซึ่งขั้นตอนขณะนี้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กำลังอยู่ระหว่างแก้ไขระเบียบการรับรองหมอพื้นบ้าน เพื่อแก้ปัญหาให้หมอพื้นบ้านกว่า 3,000 พันคน ได้เป็นหมอพื้นบ้านตามระเบียบใหม่ได้ทันที จะเสนอรมว.สาธารณสุขลงนามออกระเบียบโดยเร็ว และจะเสนอคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษให้พิจารณาตำรับน้ำมันกัญชาของอ.เดชา อีกครั้ง คาดจะมีการประชุมในเดือนส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อย.จะเสนอปลดล็อกกัญชงออกจากพืชเสพติด ซึ่งจะต้องปรับแก้ไขกฎหมาย 3 ฉลับ โดยจะเร่งแก้ไขเพื่อให้ชาวบ้านทั่วไปปลูกกัญชงได้เร็วขึ้นไม่ต้องรอถึงธ.ค.63 ตามที่กฎกระทรวงเดิมกำหนด โดยจะต้องเสนอเข้าครม. คณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งจะให้กองเครื่องสำอางและกองอาหารของอย.ไปศึกษาด้วยว่าจะต้องเพิ่มเติมอะไรอีกหรือไม่ ซึ่งการปรับแก้กฎหมายจะกำหนดเรื่องสาร THC ว่าจะต้องต่ำกว่าเท่าไร โดยจะยึดตามองค์การอนามัยโลก.อ่านข่าวประกอบ ณะอนุกรรมการยาเสพติดให้โทษ แบนน้ำมันกัญชาสูตร&amp;#39;เดชา&amp;#39;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41942</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเดชา ศิริภัทร, นโยบายกัญชาเสรี, น้ำมันกัญชา, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39762d23ea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอ๊ด คาราบาว&#039; ร่วมขบวนเดินรณรงค์กัญชารักษาโรค เจ้าอาวาสเดินหน้าแจกยาหวั่นผู้ป่วยอาการทรุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเดินเท้าเพื่อผู้ป่วยถึงจุดหมาย ประชาชนนับพันรอรับแน่นวัด 12 เครือข่ายแถลงเรียกร้อง 4 ข้อ เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอเดินหน้าแจกยา-หวั่นผู้ป่วยอาการทรุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.62 - ขบวนเดินเพื่อผู้ป่วย:กัญชารักษาโรค ที่นำโดยนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ได้เริ่มออกเดินเท้าจากวัดป่าเลไลย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ไปยังวัดบางปลาหมอที่อยู่ห่างออกไปราว 4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการเดินในวันสุดท้าย หลังจากเริ่มออกเดินจากจังหวัดพิจิตรตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม โดยมีประชาชนเข้าร่วมมากกว่า 500 คน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้นายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพื่อชีวิตได้ร่วมเดินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวกับคณะก่อนเคลื่อนขบวนว่า ตนผูกพันกับแอ๊ดเพราะสนิทกับนายมนัส โอภากุล บิดาของแอ๊ดมานาน ซึ่งก่อนออกเดินเท้าในครั้งนี้แอ๊ดได้แสดงน้ำใจด้วยการสนับสนุนซึ่งนอกจากการเดินแล้ว ได้ขอให้แอ๊ดจัดคอนเสิร์ต เพราะตามประเพณีไทยแล้วหลังจากเสร็จสิ้นงานบุญก็มักฉลอง ดังนั้นในค่ำวันอาทิตย์นี้คาราบาวจึงได้จัดคอนเสิร์ตขึ้น นอกจากนี้ยังได้บอกแอ๊ดว่าอยากให้แก้ไขเพลงกัญชาซึ่งตอนท้ายจบว่า &amp;ldquo;นอนตายใต้ต้นกัญชา&amp;rdquo; ทำให้ภาพของกัญชาไม่ดี ซึ่งแอ๊ดรับปากและได้แต่งเพลงกัญชาให้ใหม่ โดยได้ปรึกษาตนและถามว่าความหมายของการปฎิวัติกัญชาคืออะไร ตนได้บอกว่าคือการปฎิวัติความคิด เพราะกัญชาเป็นยาวิเศษและมหัศจรรย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายยืนยง กล่าวว่า ได้แก้ไขเนื้อหาที่บอกว่า &amp;ldquo;นอนตายใต้ต้นกัญชา&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;มหัศจรรย์กัญชา&amp;rdquo; โดยตนมีญาติที่ป่วยและใช้กัญชารักษา ดังนั้นจึงขอเดินเคียงข้างอาจารย์เดชาซึ่งทำเพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 10.30 น.คณะเดินเท้าได้มาถึงวัดบางปลาหมอโดยทั้งหมดได้ร่วมกันถวายเพล และมีพิธีบายศรีรับขวัญอาจารย์เดชาและผู้ป่วย ขณะที่มีประชาชนหลายพันคนมาร่วมงานโดยได้มีการลงชื่อเพื่อรับน้ำมันกัญชากันอย่างเนืองแน่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 14.00 น.แกนน้ำเครือข่ายที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ทั้ง 12 องค์กรได้ร่วมกันอ่านคำแถลง ซึ่งระบุว่าการเดินเพื่อผู้ป่วยได้ก้าวมาถึงจุดหมายปลายทางแล้วในวันนี้ นับตั้งแต่ได้ย่างเท้าก้าวแรกจากวัดป่าวชิรโพธิญาณ อ.โพทะเล จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 รวมระยะทาง 268 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลาแห่งการเดินทางนี้ มีประชาชนจำนวนมากที่ได้หมุนเวียนร่วมกันเดินสู่จุดหมายโดย 32,049 คน ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมายการใช้กระท่อมและกัญชาเพื่อการแพทย์ และผู้ป่วยจำนวน 40,145 คน ร่วมลงชื่อเข้าร่วมโครงการวิจัยการใช้กัญชาสูตรน้ำมันเดชาเพื่อรักษาโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีประชาชนระหว่างเส้นทางเดินที่บอกว่าไม่มีอะไรมากพอจะสนับสนุนและเป็นกำลังใจได้นอกเหนือจากหนูนาย่างเพื่อร่วมสมทบเป็นอาหาร หลายคนที่โอนเงินเข้าบัญชีร่วมทำบุญผลิตยากัญชา และผู้ใจบุญบางท่านขอบริจาคมากถึงหนึ่งล้านบาทเพื่อผู้ป่วย ขณะนี้ยอดเงินบริจาคทุกบัญชีรวมกันแล้วมากถึง 4.9 ล้านบาท&amp;rdquo;คำแถลงระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคำแถลงระบุด้วยว่า แต่น่าเศร้าสลดที่ผู้ป่วยเหล่านี้หลายแสนคน และอาจมากถึงหลายล้านคน กลับไม่สามารถเข้าถึงยาจากกัญชาได้ จากกฎหมายและระเบียบล้าหลัง ตลอดจนแนวปฏิบัติของรัฐที่เอื้ออำนวยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ เช่น การเปิดโอกาสบริษัทยาข้ามชาติยื่นขอสิทธิบัตรผูกขาด และอ้างเหตุนำเข้าผลิตภัณฑ์กัญชาจากต่างชาติ กีดกันหมอพื้นบ้านไม่ให้ผลิตยา และไม่สามารถเข้าถึงวัตถุดิบกัญชาได้ จึงขอประกาศอิสรภาพการใช้กัญชารักษาโรค เพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้ป่วยในการเข้าถึงยาและเลือกวิธีการรักษาโรค เคารพภูมิปัญญาและการส่งเสริมบทบาทของหมอยาพื้นบ้าน ต่อต้านการผูกขาดยาและเสริมสร้างการพึ่งพาตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุข้อเรียกร้องดังกล่าว เพื่อให้ผู้ป่วยนับแสนนับล้านคนที่รออยู่สามารถเข้าถึงยากัญชาโดยเร็วที่สุด หากรัฐเพิกเฉย ผู้ป่วยและประชาชนจากทุกจังหวัด จะร่วมกันเคลื่อนไหวเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน&amp;rdquo;คำแถลงระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระปลัดธนิต จนทิโก เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ กล่าวว่าน้ำมันกัญชาและยาที่เป็นผลิตภัณฑ์กัญชาที่นำมาแจกนั้น ส่วนใหญ่เป็นของเดิมที่อาจารย์เดชาทำไว้ก่อนที่จะถูกจับ สาเหตุที่ต้องแจกเพราะภายหลังจากทราบผู้ป่วยทราบข่าวว่าทีมงานของอาจารย์ถูกจับและจะไม่มีการแจกยาอีก ทำให้หลายคนอาการทรุดเพราะกลัวจะไม่มียากินโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งเท่าที่สังเกตผู้ป่วยมะเร็ง 90% มีอาการดีขึ้นหลังจากรับยาไปแล้ว โดยก่อนรับยาทางวัดจะให้รับศีลและตั้งสัจจะ นอกจากนี้ในทุกสัปดาห์สิ้นเดือนจะมีการทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถามว่ากลัวถูกจับมั้ย จะให้อาตมาทำอย่างไรได้ในเมื่อผู้ป่วยมาหา ถ้าเขาไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านก็ยิ่งอาการทรุด เขามาวัดบางปลาหมอต้องได้ยาติดไม้ติดมือกลับบ้าน คนเป็นมะเร็งเรายังพอหาน้ำมันกัญชาให้ได้ โรคอื่นๆ เช่นปวดเมื่อย เราแจกยาหม่องอารมณ์ดีให้ไปใช้ คนเป็นโรคผิวหนังก็ใช้สบู่ แค่นี้เขาก็มีกำลังใจแล้ว เรารู้ว่ากัญชายังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จนบางคนมองว่าอาตมาเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน จริงๆไม่ใช่ เพียงแต่อาตมากลัวคนป่วยไม่มีคนดูแลมากกว่า&amp;rdquo;เจ้าอาวาส กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38079</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, จังหวัดสุพรรณบุรี, นายยืนยง โอภากุล, นายเดชา ศิริภัทร, ปฏิวัติกัญชา, มหัศจรรย์กัญชา, มูลนิธิข้าวขวัญ, วัดบางปลาหมอ, เดินเพื่อผู้ป่วย, เพลงกัญชา, แอ๊ด คาราบาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfcf89fde335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2019 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม.รังสิตประกาศจุดยืนพร้อมเข้าร่วมวิจัยกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ของอ.เดชา ศิริภัทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12เม.ย.62-ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arthit Ourairat เผยแพร่แถลงการาณ์ ม. รังสิต แสดงจุดยืนพร้อมเข้าร่วมวิจัยการใช้กัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ของ อ.เดชา ศิริภัทร มีรายละเอียด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุม อ.เดชา ศิริภัทร ผู้ที่แจกเมล็ดกัญชา ต้นกัญชา และน้ำมันกัญชาให้กับผู้ป่วยฟรี โดยยังอยู่ในช่วงเวลาไม่เกิน ๙๐ วันที่มีการเปิดโอกาสให้มีการลงทะเบียนนิรโทษกรรมผู้ยื่นขอครอบครองกัญชานั้น ต่อมามีข่าวปรากฏจากเจ้าหน้าที่รัฐกล่าวหาว่า อ.เดชา ศิริภัทร ไม่ได้เป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะผลิตและครอบครองกัญชาได้ตาม มาตรา ๒๖/๕ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ ทางสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ขอแสดงจุดยืนดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. เนื่องด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนดบทเฉพาะกาลเอาไว้ในมาตรา ๒๒ ว่า &amp;quot;ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ เฉพาะกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการศึกษาวิจัย อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษสำหรับการกระทำนั้น&amp;quot; โดยมาตรา ๒๒ (๑) บัญญัติว่า หากเป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๖/๕ จะต้องยื่นขออนุญาตครอบครองต่อคณะกรรมการอาหารและยาภายในไม่เกิน ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) บังคับใช้ คือไม่เกินวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็จะสามารถครอบครองได้โดยไม่ต้องรับผิด และหากกรณีไม่ได้รับอนุญาตก็ให้ยาเสพติดให้โทษนั้นตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุขหรือให้ทำลายเท่านั้นโดยไม่ต้องรับโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้ว ในมาตรา ๒๒ (๒) บัญญัติก็ยังเปิดช่องให้ผู้ป่วยที่ยื่นขออนุญาตครอบครองและปฏิบัตตามหลักเกณฑ์ได้ยื่นขออนุญาตเช่นกันด้วย และหากสมมุติว่าในกรณีที่ผู้ยื่นขอไม่มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๖/๕ และไม่ใช่ผู้ป่วย แต่มายื่นคำขอในเวลา ๙๐ วัน ก็ให้ยาเสพติดให้โทษดังกล่าวตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุขหรือให้ทำลายโดยไม่ต้องรับโทษเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นทางสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต พิจารณาแล้วเห็นว่าการเข้าจับกุมทีมงานยึดของกลางของ อาจารย์เดชา ศิริภัทร ทั้งๆที่เป็นประโยชน์เพื่อการแพทย์นั้น ยังอยู่ในช่วงกรอบเวลา ๙๐ วันตามกฎหมายที่จะนิรโทษกรรมได้ การเข้าจับกุมดังกล่าวอาจขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติต่อบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๒ ของ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ และอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. กรณีการแจกเมล็ดกัญชา ต้นกัญชา หรือน้ำมันกัญชา ของ อ.เดชา ศิริภัทร ให้กับผู้ป่วยฟรีนั้น เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการผูกขาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ของผู้ป่วยให้สามารถเข้าถึงการรักษาโดยใช้กัญชาได้ ทั้งนี้ได้มีการลงทะเบียนจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วยจำนวนมาก จึงย่อมแสดงให้เห็นว่าในกรณีดังกล่าวนี้เป็นไปเพื่อหลักมนุษยธรรมเพื่อผู้ป่วยและเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือเพื่อประโยชน์ส่วนตน จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่การทำลายล้าง จับกุม กวาดล้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าจับกุมและกวาดล้างในกลุ่มประชาชนที่แจกฟรีเพื่อผู้ป่วยโดยที่ไม่ใช่เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการค้า ย่อมทำให้ประชาชนยิ่งหวาดระแวงถึงวัตถุประสงค์การเชิญชวนให้ประชาชนยื่นขอลงทะเบียนในการครอบครองกัญชาใน ๙๐ วันนั้น ว่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยให้มีสิทธิได้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอนเมื่อพ้นเวลา ๙๐ วันไปแล้ว หรือเมื่อพ้นเวลา ๙๐ วันไปแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐจะกวาดล้าง ทำลาย จับกุมประชาชนที่พึ่งพาตัวเองได้ ให้มาซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์ของกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่งที่อาจมาพร้อมกับสิทธิบัตร ไม่ว่าจะเป็น เมล็ดพันธุ์ เทคโนโลยีเครื่องมืออุปกรณ์วิธีการเพาะปลูก วิธีการสกัด น้ำมันสกัด ฯลฯ ความหวาดระแวงต่อหลักประกันสิทธิในการใช้กัญชาต่อเนื่องหลัง ๙๐ วันของช่วงเวลานิรโทษกรรมนี้ ปรากฏผลเป็นหลักฐานโดยมีผู้ยื่นคำขออนุญาตครอบครองเพียง ๘๐๐ กว่าคน จากคนโทรศัพท์สอบถามกว่า ๘,๐๐๐ คน อีกทั้งยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ไม่มาติดต่อและแอบใช้กัญชาใต้ดินต่อไป แสดงให้เห็นว่าในขณะนี้ผู้ป่วยและผู้ครอบครองจำนวนมากที่แอบใช้กัญชาเพื่อประโยช์ทางการแพทย์ขาดความไว้วางใจต่อการดำเนินการของภาครัฐอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าจับกุมทีมงาน อ.เดชา ศิริภัทร และคณะในครั้งนี้ โดยที่ภาครัฐไม่ได้มีทางออกหรือหลักประกันว่าผู้ป่วยที่ใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาฟรีอยู่นั้นจะมีสภาพอย่างไร จะหาผลิตกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ต่อเนื่องได้อย่างไร และรัฐก็ไม่ได้มีผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อมาทดแทนแต่ประการใดด้วย ย่อมเป็นการบีบให้ผู้ป่วยต้องไปหาซื้อผลิตภัณฑ์กัญชาใต้ดินที่มีการขายอยู่จำนวนมาก ซึ่งยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ความปลอดภัยและการปนเปื้อนได้เมื่อเทียบกับการที่เครือข่ายผู้ป่วยปลูกเพื่อดูแลสุขภาพของตนเองโดยไม่มีการขายเพื่อประโยชน์ทางการค้า การเข้าจับกุมดังกล่าวจึงย่อมเกิดโทษต่อผู้ป่วยและสังคมมากกว่าประโยชน์ที่จะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต เห็นว่ารัฐควรส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้และสามารถเข้าถึงการใช้ประโยชน์ทางกัญชาทางการแพทย์ได้อย่างแท้จริง อันจะเป็นการป้องกันมิให้ประชาชนต้องใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาใต้ดินซึ่งไม่มีองค์กรใดจะมาตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยได้ ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของภาครัฐ อันเป็นหลักประกันว่าจะไม่ให้เกิดการผูกขาดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่งผ่านการดำเนินการผูกขาดของภาครัฐ ดังที่ประชาชนมีความหวาดระแวงแต่เดิมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสุขภาพไทย ได้มีโอกาสส่งตัวแทนเข้าฝึกอบรม โดยสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ส่งทีมงานแพทย์แผนไทยประยุกต์ ได้เข้าฝึกอบรมร่วมกับ อ.เดชา ศิริภัทร ก่อนหน้านี้แล้ว มีความเห็นว่าปริมาณการใช้น้ำมันกัญชาของทีมงาน อ.เดชา ศิริภัทรนั้น ได้ใช้ปริมาณน้ำมันกัญชาต่ำมากคือเพียงร้อยละ ๓ เท่านั้น เพื่อเน้นในเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ไม่ให้มีอาการมึนเมา ในขณะเดียวกันผู้ที่จะมีสิทธิใช้ผลิตภัณฑ์กัญชานั้น จะต้องผ่านการฝึกอบรมโดยเน้นใช้ปริมาณน้อยๆเพื่อความปลอดภัยเป็นหลักเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีการเก็บข้อมูลผู้ป่วยจริงจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะมีคุณค่าและจะมีประโยชน์ในการพัฒนาการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ให้กับประชาชนจำนวนมากอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต มีความยินดีที่เริ่มสถาบันการศึกษาและภาครัฐได้ประกาศเข้าร่วมงานวิจัยกับการทำงานของ อ.เดชา ศิริภัทรแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ร่วมกับวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โดยความเห็นชอบของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีในฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีคุณสมบัติที่จะครอบครองเพื่อวิจัยได้ตาม มาตรา ๒๖/๕ (๒) ของ พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมูลนิธิสุขภาพไทย ร่วมกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ มีความยินดีที่จะร่วมวิจัยเก็บข้อมูลการดำเนินงานของ อ.เดชา ศิริภัทร และยินดีที่จะดำเนินการให้ อ.เดชา ศิริภัทร และทีมงานอยู่ในฐานะผู้ร่วมวิจัยตามมาตรา ๒๖/๕ (๒) ในโครงการดังกล่าวนี้ตามเจตนารมณ์เพื่อมิให้เกิดการผูกขาด อันจะนำไปสู่ประโยชน์ต่อประชาชนโดยภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์สำหรับประชาชนอย่างแท้จริง สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ขอสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายทั้งปวงที่จะเป็นอุปสรรคการเข้าถึงการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ของประชาชนได้จริงในทางปฏิบัติ และไม่ให้เกิดการผูกขาดโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และเห็นว่าพืชสมุนไพรดังกล่าวนี้ได้ทยอยมีการจดสิทธบัตรจากต่างชาติจำนวนมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมในพืชสมุนไพรดังกล่าวให้ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนเป็นการทั่วไปอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความปรารถนาดี
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย
มหาวิทยาลัยรังสิต
๑๑ เมษายน ๒๕๖๒&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชาเพื่อการแพทย์, ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์., นายเดชา ศิริภัทร, มหาวิทยาลัยรังสิต, สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e4162a18ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ.เดชา&#039; หมอพื้นบ้านเปิดใจแจกน้ำมันกัญชาช่วยผู้ป่วย เป็นเรื่องศีลธรรมที่ต้องทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.62 - เพจ BIOTHAI มูลนิธิชีววิถี โพสต์ข้อความคำแถลงอย่างเป็นทางการของอาจารย์เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ หลังกลับจากการเดินทางไปต่างประเทศ กรณีการจับกุมการมีกัญชาทางการแพทย์ในครอบครอง&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ผมขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่มาต้อนรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยซึ่งแม้ป่วยไข้แต่ก็ยังเดินทางมาเพื่อเป็นประจักษ์พยานว่า การเข้าถึงยาจากกัญชาเป็นเรื่องสำคัญเพียงใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเสียใจที่ไม่สามารถเดินทางกลับมาก่อนหน้านี้ได้ ด้วยภารกิจที่องค์กรในประเทศลาวได้เชิญไปศึกษา เรียนรู้ แลกเปลี่ยนกับหมอสมุนไพรพื้นบ้านของลาว จึงไม่สามารถยื่นขอประกันตัว และเดินทางไปรับตัวคุณพรชัย ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญออกจากที่คุมขังด้วยตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวว่า ขอยืนยันว่าการแจกจ่ายน้ำมันกัญชาเพื่อรักษาผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็ง พาร์กินสัน โรคข้อ ลมชัก และอื่นๆนั้นเป็นเรื่องศีลธรรมที่ต้องทำ เรื่องนี้อยู่เหนือกฎระเบียบล้าหลังใดๆ เพราะสิทธิของผู้ป่วยที่จะได้รับยาและการรักษาเป็นสิทธิพื้นฐาน และศีลธรรมพื้นฐานของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจาก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับปรับปรุงแก้ไข มีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2562 เป็นต้นมา และเปิดโอกาสให้ &amp;ldquo;หมอพื้นบ้าน&amp;rdquo; สามารถยื่นขอนิรโทษกรรมการมีกัญชาเพื่อครอบครองทางการแพทย์ได้นั้น ก่อนการเดินทางไปประเทศลาวผมได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรม แต่กลับมาถูกจับกุมเสียก่อนทั้งๆที่ยังอยู่ในระยะเวลา 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา กล่าวอีกว่า ตนเพิ่งทราบด้วยว่า หลังจากที่ตัวแทนของผมได้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอนิรโทษกรรมเมื่อวานนี้ แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่าการยื่นขอนิรโทษกรรมต้องมีหลักฐานว่าได้ครอบครองกัญชา ซึ่งตำรวจได้ริบไปหมดแล้ว อีกทั้งอ้างว่าไม่มีหลักฐานยืนยันว่าผมเป็นหมอพื้นบ้าน ซึ่งจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ทั้งๆที่มีหนังสือรับรองจากมูลนิธิสุขภาพไทยที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายหมอพื้นบ้านทั่วประเทศ ได้แสดงหลักฐานยืนยันก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอยืนยันว่านอกเหนือจากการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนที่ไม่ใช้สารเคมีใดๆและเป็นครูสอนการปรับปรุงพันธุ์ข้าวแล้ว ผมยังทำหน้าที่เป็นหมอพื้นบ้านในการแนะนำการใช้สมุนไพร การปลูกพืชที่มีคุณค่าทางอาหารและยา มานานกว่า 20 ปี ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ในหนังสือ เทคโนโลยีชาวบ้าน หมอชาวบ้าน เป็นต้น เป็นประจักษ์พยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวเฉพาะในช่วงกว่า 10 ปีมานี้ผมได้สนใจค้นคว้าทดลองยาจากกัญชามาโดยต่อเนื่อง ทั้งจากตำราต่างประเทศ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการทดลองใช้ด้วยตนเองและคนใกล้ชิด เมื่อเห็นว่าสามารถโรครักษาผู้คนได้จึงเริ่มแจกจ่ายยาจากกัญชาเพื่อหวังให้ผู้ป่วยเหล่านั้นพ้นทุกข์จากความป่วยไข้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานมูลนิธิขวัญข้าว กล่าวว่า&amp;nbsp;ยืนยันว่าหมอพื้นบ้านทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับอนุญาตให้มีการปรุงยาจากกัญชาเพื่อการรักษาผู้คน โดยในส่วนของผมเองนั้น ได้หารือในเบื้องต้นกับ ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลอภัยภูเบศร ซึ่งจะหาโอกาสแถลงข่าวร่วมกันอีกครั้งหนึ่งหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน ผมและทีมทนายความจะเดินทางไปแสดงตัวต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ถนนดินแดง ในเวลาประมาณ 10.00 น. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนั้นจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อกำหนดนัดหมายวันเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสุดท้ายนี้&amp;nbsp;ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงต่อประชาชนเป็นจำนวนมากที่ได้บริจาคเงินผ่าน มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และมูลนิธิชีววิถี(BIOTHAI) ที่ได้ร่วมรณรงค์ #SaveDecha #SaveSong #RightToMedicne เพื่อเรียกร้องสิทธิในการเข้าถึงยากัญชาของประชาชน ซึ่งทราบว่าล่าสุดเกิน 1 ล้านบาทแล้ว สำหรับการขอประกันตัวคุณพรชัย ชูเลิศ และสำหรับการต่อสู้คดีของทั้งผมและคุณพรชัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณคุณอนุทิน ชาญวีรกูล และผู้ที่ได้ประกาศสนับสนุนการต่อสู้คดี เช่น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ที่ประกาศใช้ตำแหน่งของตนเพื่อประกันตัวผม รวมทั้งอดีตรัฐมนตรีบางท่านที่ไม่ประสงค์จะออกนามเตรียมใช้หลักทรัพย์ เพื่อใช้ในการประกันตัว เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันพุธที่ 10 เมษายน 2562
ท่าอากาศยานดอนเมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33365</URL_LINK>
                <HASHTAG>#SaveDecha, กฎหมายกัญชา, กัญชารักษามะเร็ง, ครอบครองกัญชา, นายเดชา ศิริภัทร, มูลนิธิขวัญข้าว, สมุนไพรกัญชา, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cadaa1d7d6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักกฎหมายชี้จับกัญชา ผิดหลักการนิรโทษกรรม 90 วันถึง 20 พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.62 - นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Komsarn Pokong เกี่ยวกับข้อสงสัยทางกฎหมายกรณีการครอบครองกัญชาของมูลนิธิข้าวขวัญ โดยมีเนื้อหาบางตอนระบุว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ได้มีผลใช้บังคับโดยในบทบัญญัติมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดหลักการสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายไว้ในลักษณะของบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดในกฎหมายดังกล่าวเป็นเวลา 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสัน กล่าวว่า บทบัญญัติในมาตรา 22 ระบุว่า ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการศึกษาวิจัย อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษสำหรับการกระทำนั้น เมื่อดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26/5 ให้สามารถครอบครองยาเสพติดให้โทษดังกล่าวได้ต่อไปจนกว่าการพิจารณาอนุญาตจะแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ในกรณีนอกจาก (1) ให้แจ้งการครอบครองต่อเลขาธิการ อย.ภายในกำหนด 90 วัน ทั้งนี้ หากเป็นผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสัน กล่าวว่า บทเฉพาะกาลดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 5 เฉพาะกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ ไม่ต้องรับโทษ หากได้ดำเนินการตามที่กำหนดในบทบัญญัติมาตรา 22 ดังกล่าว ภายในช่วงเวลา 90 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ คือ ในช่วงเวลาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ -วันที่ 20 พฤษภาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักการของบทเฉพาะกาลนี้ เป็นบทกฎหมายที่มีลักษณะพิเศษเป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำความผิด ซึ่งเป็นการยกเว้นการรับโทษในช่วงกฎหมายใช้บังคับ ซึ่งการมีกฎหมายใหม่จะทำให้ผู้ครอบครองกัญชาไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องได้รับผลกระทบจากการมี พรบ.ฉบับนี้ และจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ซึ่งกระทำการที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดจะได้ปฏิบัติตนให้เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใหม่ทันทีที่กฎหมายใช้บังคับ รวมทั้งจะมีผลทำให้เป็นการลดการกระทำความผิดกฎหมายและได้ผลในการสมัครใจเข้าสู่การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการลดการก่ออาชญากรรมในรูปแบบมาตรการทางกฎหมายเชิงบวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสันกล่าวว่า บทบัญญัติมาตรา 22 ดังกล่าว มีลักษณะเดียวกับการกำหนดการนิรโทษกรรมตามบทเฉพาะกาลที่พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง ซึ่งเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายแต่ละครั้ง ก็ได้มีการนิรโทษกรรมเกือบทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อเราพิจารณาเปรียบเทียบบทบัญญัติของการตราบทเฉพาะกาลเพื่อนิรโทษกรรม ให้แก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนดังกล่าวข้างต้น กับบทบัญญัติมาตรา 22 แห่งพรบ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7)แล้ว ก็จะพบหลักการสำคัญในการนิรโทษกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์คณะนิติศาสตร์ กล่าวว่า ด้วยประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นและจับกุมบุคคลในมูลนิธิข้าวขวัญ ว่ามีการผลิต ครอบครอง จำหน่ายจ่ายแจก กัญชา ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 5 ที่ได้รับการนิรโทษกรรมการกระทำความผิดในช่วง 90 วัน จึงเป็นการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามหลักการของกฎหมาย และเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของมาตรา 22 เพราะการมีบทเฉพาะกาลดังกล่าวเป็นไปด้วยเงื่อนไขที่หลายฝ่ายก็เข้าใจอยู่ว่า ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;-วันที่ 20 พฤษภาคม เป็นช่วงเวลาของการนิรโทษกรรมไม่เอาผิดกับผู้ซึ่งมีไว้ในการครอบครองกัญชาในทุกกรณี ไม่ว่าจะมีไว้ในครอบครองเพื่อผลิต การค้า การจำหน่าย จ่ายแจก หรือกิจกรรมใด ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว การศึกษาวิจัย หรือเพื่อการใดๆ ซึ่งรวมถึงการมีไว้เพื่อสันทนาการ ก็ตาม ก็ได้รับประโยชน์จากบทนิรโทษกรรมดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อหลักการของกฎหมายเป็นไปดังกล่าว การกระทำของเจ้าหน้าที่ที่เข้าดำเนินการกับมูลนิธิขวัญข้าว จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักความชอบด้วยกฎหมายในสาระสำคัญของหลักนิติรัฐ คือหลักกฎหมายว่าด้วยความมาก่อนของกฎหมาย และการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและเป็นไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่รู้ว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเกิดจากวัตถุประสงค์ใด แต่หากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลใดต้องรับผิดทางอาญา หรือเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มผลประโยชน์ใดๆในการมีสิทธิเหนือกัญชา เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้กระทำไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งคงต้องเตรียมตัวสำหรับการรับผลจากการกระทำเอาไว้ด้วย&amp;rdquo;นายคมสัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33302</URL_LINK>
                <HASHTAG>#SaveDecha, กฎหมายกัญชา, นายคมสัน โพธิ์คง, นายเดชา ศิริภัทร, นิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา, พรบ.ยาเสพติดให้โทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cac5f2ad6020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวใจโพธิสัตว์! &#039;รมช.เกษตร&#039; ยกย่อง &#039;อ.เดชา&#039; ยอมเสี่ยงเพื่อปลดทุกข์ผู้อื่น ลั่นเอาตำแหน่ง-ชีวิตรับประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรการันตี &amp;quot;เดชา ศิริภัทร&amp;quot; เอาตำแหน่ง-ชีวิตรับประกัน ลั่นยอมติดคุกแทน ยกย่องหัวใจโพธิสัตว์ทำเพื่อผู้อื่น เห็นคนทุกข์ก็ยอมเสี่ยงช่วย แนะทุกฝ่ายร่วมหาทางออก อย่าให้กฎหมายเป็นอุปสรรค ต้องทำให้สังคมอยู่ร่วมกันสงบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.62 - นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดเข้าตรวจค้นและยึดต้นกัญชาและสารสกัดจากกัญชาได้ที่มูลนิธิข้าวขวัญ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีนายเดชา ศิริภัทร เป็นประธานมูลนิธิ และจับกุมเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯไปดำเนินคดีว่า นายเดชาเป็นคนซื่อตรงและมีชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมาโดยตลอด มีความเมตตา มีการปฏิบัติธรรมและลงมือทำด้วย แม้อายุกว่า 70 ปีแล้วยังคอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทางผู้ปฏิบัติเรียกว่าเป็นผู้มีหัวใจโพธิสัตว์คือ เห็นใครเดือดร้อนก็อยากจะช่วยเหลือ แม้รู้ว่าช่วยเหลือแล้วเสี่ยงเพราะกฎหมายไม่ค่อยเอื้อ แต่เมื่อเห็นคนทุกข์ ก็ยอมเสี่ยงเองเพื่อทำยาแจกคนยากคนจนและคนทุกข์เข็ญเพราะยากที่จะไปซื้อยามารักษาโรคร้าย โดยเฉพาะโรคมะเร็ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิวัฒน์กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายทุกรัฐบาล นักวิชาการ นักการเมือง ผู้มีความรู้จัดตั้งคณะกรรมการหรือทีมงานสนับสนุนช่วยเหลือนายเดชาให้ได้ผลิตยาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และไม่ให้กฎหมายเป็นอุปสรรค เพราะกฎหมายมีไว้เป็นเครื่องมือให้คนทำดีเพื่อสังคมอยู่กันอย่างสงบร่มเย็น กฎหมายไม่ได้มีไว้บังคับคนดีไม่ให้ทำความดี หวังว่าประเทศเราจะมีคนดีร่วมมือกัน ทำให้กฎหมายเอื้องานของนายเดชา หรือทำให้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน อำนาจทุน อำนาจความรู้ไปสนับสนุนงานของนายเดชาให้ช่วยเหลือคนได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมรับรองและรับประกันอาจารย์เดชาอยู่แล้ว นี่ก็รับรองไปที่รัฐมนตรีทุกคนในคณะรัฐมนตรี แจ้งผ่านไลน์ ถ้าให้ไปเซ็นรับรองนี่เอาตำแหน่งไปแลกเลย ประกันเลย ถ้าอาจารย์เดชาผิดเอาตำแหน่งไปเลย อย่าว่าแต่ตำแหน่งทรัพย์สินเงินทอง แม้แต่ชีวิต ถ้าเซฟอาจารย์เดชาไว้ให้ช่วยเหลือคนจำนวนมาก เอาชีวิตเราไปแลก ติดคุกแทนยังทำได้เลย เราไม่มั่นใจว่าจะทำเรื่องเหล่านี้ได้ดีเท่าอาจารย์เดชาหรือเปล่า ควรให้คนที่มีความรู้ที่สุด เสียสละที่สุดอยู่ทำงานต่อไป&amp;nbsp;เห็นอยู่ว่าคนอย่างอาจารย์เดชาเสียสละมานาน เพราะฉะนั้นผมยินดีเอาตำแหน่งเป็นประกัน เอาชีวิตเป็นประกันเลยด้วยซ้ำไป&amp;rdquo;นายวิวัฒน์ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายวิวัฒน์กล่าวว่า จริงๆกัญชาเป็นสมุนไพรที่ควรได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง รัฐควรมีมาตรการบางอย่าง แต่ไม่ใช่เหมาห้ามไปทั้งหมด และไม่ใช่ห้ามคนที่สกัดปรุงยาช่วยเหลือคนอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าราชการส่วนใหญ่ก็คงไม่อยากไปจับหรอก เขารู้อยู่เต็มอกว่านี่เป็นประโยชน์ส่วนรวม เป็นประโยชน์ต่อคนยากคนจน คงมีแต่ข้าราชการนิดเดียว ซึ่งผมเชื่อลึกๆว่ามีความผูกพันอยู่กับบริษัทเอกชน อย่างบริษัทยานี่ถ้าชาวบ้านรวมตัวกันผลิตยาได้เองทั้งประเทศ รวมทั้งเพื่อนบ้านละแวกนี้ด้วย บริษัทยาจะอยู่ยาก เขาก็ต้องเคลื่อนไหวต่อสู้ วิธีการง่ายๆ คือเอากฎหมายไปบังคับ ง่ายที่สุดคือไปจับมือกับข้าราชการเอากฎหมายมาจับ&amp;rdquo;นายวิวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มองประเด็นการรักษาโรคด้วยกัญชาซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับคนยากคนจนอย่างไร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯกล่าวว่า ระบบบริการทางการแพทย์และระบบการพัฒนาต่างๆที่รัฐทั่วโลกกระทำอยู่ตอบสนองช้า ดังนั้นชาวบ้านจึงต้องลุกขึ้นพึ่งตนเอง จึงต้องเร่งปฎิรูปและปรับปรุงกันครั้งใหญ่ การปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการทำให้คนทั้งประเทศลุกขึ้นรักกันสามัคคีกัน โดยช่วยกันสร้างปัจจัยที่จำเป็น อย่าทิ้งให้ใครอดอยาก อย่าทิ้งให้ใครทุกข์เข็ญอยู่ข้างหลัง ซึ่งตนถือว่านายเดชาเสียสละทำให้คนทั้งประเทศได้เห็น ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปจนถึงขอทานเลย เพราะทุกคนมีสิทธิเจ็บป่วยเหมือนกันหมด ซึ่งได้เวลาแล้วที่ประชาชนจะรวมตัวกันพึ่งตนเองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายกัญชา, นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร, นายเดชา ศิริภัทร, มูลนิธิขวัญข้าว, สารสกัดกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a74032ef16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
