<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กก้าวไกลยังติดใจเรื่องสอบวินัย’เนตร นาคสุข’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานในเพจของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ได้ลงคำสัมภาษณ์ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรกรณีที่ประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) มีมติสอบสวนวินัยร้ายแรงนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด หลังสั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยาว่า ที่ประชุม ก.อ.มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายเนตรที่ขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ อย่างค่อนข้างร้ายแรง ซึ่งจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป โดยวินัยร้ายแรงมีโทษทางข้าราชการ โทษสูงสุดคือการไล่ออก หากผู้เสียหายไม่พอใจ ไม่เห็นด้วย สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ เป็นเรื่องที่สมควรกระทำ แต่ติดใจถ้อยแถลงที่ว่า&amp;ldquo;อย่างค่อนข้างร้ายแรง&amp;rdquo; ตรงนี้อาจจะเป็นถ้อยคำที่เบาไปหรือไม่ ซึ่งในการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงโทษสูงสุดคือ การไล่ออก และที่ผ่านมานายเนตรได้เคยยื่นหนังสือเพื่อขอลาออกจากราชการมาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้ได้ยื่นเข้ามาใหม่อีก 1 ครั้ง รวมเป็น 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัตินั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องฝากไปยังอัยการสูงสุดช่วยพิจารณาหนังสือลาออกของนายเนตรอย่างถ่องแท้ว่า การจะอนุญาตให้ลาออกก่อนการพิจารณาสอบวินัยร้ายแรงนั้นสมควรหรือไม่ และจะทำให้ประชาชนรู้สึกถึงไม่สบายใจถึงความเชื่อมั่นของสำนักงานอัยการสูงสุดว่าจะมีความเที่ยงธรรมตรงไปตรงมาหรือไม่ ขณะเดียวกัน หากหนังสือลาออกของ นายเนตรเป็นผล การสอบคนที่ลาออกความชอบธรรมจะลดลง แม้ผมจะไม่มีหน้าที่ในการชี้ผิด ชี้ถูก แต่ต้องการสอบให้สุดทาง เพราะกรณีดังกล่าวเป็นที่สะเทือนใจต่อประชาชนเป็นอย่างมาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัยระบุว่า สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นองค์กรต้นเรื่องในการดูแลบุคลากรและฝ่ายบุคคลของสำนักงานอัยการสูงสุด มุมแรกคือต้องเน้นเรื่องการสอบวินัย และอีกหนึ่งมุมคือการดำเนินคดีอาญาในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการแสดงความเห็นเพื่อดำเนินคดีทางอาญาหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้ยังไม่เห็นมีการพูดถึงจากสำนักงานเอกการสูงสุดเลย ก่อนหน้านี้ ที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยชุดของ นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ได้มีความเห็นว่านายเนตรผิดวินัยไม่ร้ายแรง ในวันนั้นรู้สึกไม่สบายใจ แต่พอวันนี้เปลี่ยนเป็นการสอบวินัยร้ายแรง ก็ถือเป็นมาตรฐานที่สูงขึ้น แต่ในเรื่องของคดีอาญาได้ดำเนินการแล้วหรือไม่ และกรณีของอดีตอัยการสูงสุดที่ได้ลาออกจากราชการ ในขณะที่มีการสอบสวนนายเนตรก่อนหน้านี้ จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบความเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ว่า เหตุใดจึงปล่อยให้ลาออกในช่วงเวลานั้น นี่เป็นข้อกังขาที่ตนจำเป็นจะต้องตั้งประเด็นไว้ ว่าคณะกรรมการได้ทำอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้ตั้งเรื่องรอไว้ขณะนี้ เพื่อรอผลการพิจารณาต่างๆ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเชิญฝ่ายอัยการสูงสุด ในส่วนประธานกรรมการอัยการและคณะกรรมการสอบสวนวินัย เข้าชี้แจงเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่า ที่ผ่านมา ท่านได้กระทำอย่างไรกับกรณีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความตรงไปตรงมา ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูกจริงๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำจริงๆ&amp;rdquo;นายธีรัจชัยกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัจชัย ยังกล่าวถึงกรณีการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ จากเดิมที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด มาเป็นต่ำกว่ากฎหมายกำหนด ที่มีหลายฝ่ายมองว่าจะช่วยให้หลุดจากความผิดทั้งยวง และต่อมาทาง กมธ.ป.ป.ช. ได้ติดตามมาโดยตลอด มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในส่วนของตำรวจมาแล้ว ทางอัยการก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า อัยการท่านใดมีส่วนเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงความเร็ว ท่านควรจะเปิดเผยให้ประชาชนได้ทราบว่าเป็นบุคคลใด สำนักงานอัยการสูงสุดควรที่จะเปิดเผยและทำให้โปร่งใสได้แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117521</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีรัจชัย พันธุมาศ, นายเนตร นาคสุข, บอส อยู่วิทยา, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60effcfb541fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอสส.โพสต์สบายใจหลังลาออกปธ.คณะทำงานสอบดุลพินิจ&#039;เนตร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพ/FB:Somsak Boontong&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.63-นายสมศักดิ์ บุญทอง อดีตรองอัยการสูงสุด (อดีตอสส.) ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบความเห็นและดุลพินิจของนายเนตร นาคสุข รอง อสส. ที่มีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1446/2563 แต่งตั้งลงวันที่ 10 ส.ค. 2563 แต่ได้ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2563 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;หลังจากลาออกจากประธานคณะทำงานตรวจสอบนายเนตร เพื่อเปิดโอกาสให้อัยการสูงสุดได้ตั้งกรรมการชุดใหม่ตามระเบียบใหม่ 18 ส.ค. ได้บรรยายให้อัยการผู้ช่วย ชุดสนามจิ๋ว 110 คน ในหัวข้อการดำรงตนและจิตสำนึกของการเป็นข้าราชการอัยการครับ สบายใจดีครับ สนามจิ๋วคือผู้ที่จบเนติบัณฑิตไทย และจบปริญญาโททางกฎหมายจากต่างประเทศสองใบ หรือจบด็อกเตอร์ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2563 นายสมศักดิ์ได้โพสต์เฟซบุ๊คประกาศลาออก และมีข้อเสนอแนะในการตั้งกรรมการชุดใหม่ไว้ 4 ข้อดังนี้ (1) ผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งกรรมการตามระเบียบใหม่ซึ่งได้แก่ อสส. &amp;nbsp;น่าจะหาคนที่เป็นกลางมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับของสังคมมิใช่คนใกล้ชิด อสส.และประธาน ก.อ.เป็นกรรมการตรวจสอบ (2)ให้กรรมการตรวจสอบมีอำนาจตรวจสอบในทุกประเด็นไม่ใช่มีข้อจำกัดสอบได้เฉพาะบางประเด็น ต้องให้เกียรติกรรมการ (3)ผู้มีอำนาจหรือเคยมีอำนาจในสำนักงานอัยการสูงสุดเลิกออกความเห็น ชี้นำกรรมการไม่มีกรรมการคนไหนอยากทำงานท่ามกลางความขัดแย้ง มีข้อจำกัด และมีข้อชี้นำจากผู้มีอำนาจ (4)ศรัทธาของประชาชนจะกลับคืนมาได้ความสามัคคีของผู้มีอำนาจต้องเกิดขึ้นก่อน จริงใจในการแก้ปัญหาร่วมกันไม่ใช่เอาปัญหามาเป็นเกมส์ในการแย่งชิงอำนาจ ร่วมกันแก้ปัญหาเถอะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ได้โพสต์ถึงปัญหาในการลาออกไว้ 3 ข้อดังนี้ (1) คณะทำงานที่เป็นบุคคลภายนอกไม่สามารถมาร่วมงานได้เนื่องจากผู้บังคับบัญชาไม่อนุญาต จึงเหลือคณะทำงานที่เป็นอดีตอัยการเพียงสามคนซึ่งได้หารือกันแล้วเห็นควรเลื่อนการประชุมไปก่อน (2) ทราบว่า อสส. ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาก่อนหน้านี้สองชุด มีรองอัยการสูงสุดเป็นประธาน. พิจารณาในประเด็น เรื่องอำนาจสั่งคดีของนายเนตรและคณะทำงานทั้งสองชุดใด้ทำความเห็นเสนอ อสส.เรียบร้อยแล้ว เลขาคณะทำงานชุดของผมได้นำเอกสารมามอบให้และแจ้งว่าคณะทำงานชุดของผมไม่ต้องพิจารณาในประเด็นดังกล่าวอีก (3)ทราบว่าวันที่18 ส.ค.คือวันรุ่งขึ้นจะมีการประชุมคณะกรรมการอัยการ(ก.อ.)จะมีการพิจารณาระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการสอบสวนทางวินัยอัยการระดับรองอัยการสูงสุดและอัยการสูงสุดและทราบว่าประธาน ก.อ.จะเสนอ ก.อ. ขอตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นสอบนายเนตรอีก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75296</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส กระทิงแดง, นายเนตร นาคสุข, สมศักดิ์ บุญทอง, อดีตรองอัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200823/image_big_5f420c0068a92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาท่าที&#039;อัยการสูงสุด&#039;หากไฟเขียว&#039;เนตร&#039;ไขก๊อกหมดสิทธิ์สอบวินัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค. 2563 - &amp;nbsp;นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวถึงการดำเนินการทางวินัยกับนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดที่ยื่นหนังสือลาออก ว่าพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 58 บัญญัติในเรื่องการลาออก ว่าหากอัยการจะลาออกต้องให้อัยการสูงสุด (อสส.) สั่งอนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง แต่หาก อสส.พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันขอลาออกก็ได้ กรณีนี้ต้องไปดูว่า อสส.มีคำสั่งอย่างไร อนุญาตหรือยับยั้งหรือไม่ หากมีคำสั่งอนุญาตให้นายเนตรลาออก ไม่สามารถที่จะดำเนินการสอบวินัยได้ เพราะนายเนตรลาออกก่อนที่จะมีการเริ่มต้นกระบวนการสอบวินัย แต่ถ้ามีการเริ่มกระบวนการทางวินัยแล้ว ข้าราชการลาออกทีหลัง แบบนี้ถึงสอบวินัยได้ต่อ และต้องอย่าลืมว่ายังมีเรื่องคดีอาญา ที่น่ากลัวกว่าการสอบวินัย ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบดุลพินิจยังต้องดำเนินต่อไป เพราะแม้จะลาออกพ้นไปแล้ว ก็ต้องมีหน้าที่มาให้การเพื่อให้ทราบ การสอบสวนครั้งนี้อัยการต้องชี้แจงต่อสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีเตรียมตั้งกรรมการสอบดุลพินิจเสนอ ก.อ. แต่ อสส.กลับชิงตั้งก่อน เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า อสส.ไม่ฟังหรือไม่ นายอรรถพลกล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ฟัง อสส.ก็มีเหตุผลว่า ถ้าต้องรอตั้งคณะชุดสอบฯ ก็ต้องมีขั้นตอนและต้องใช้เวลาจะทำให้ช้า จึงตั้งกรรมการขึ้นมาก่อน ก็สามารถทำได้ ซึ่งตรวจดูรายชื่อแล้วก็ตรงกันกับที่ตั้งใจทาบทามไว้บางส่วน แต่หากทาง ก.อ.ไม่เอา และ ก.อ.จะตั้งมาอีกชุดก็สามารถทำได้ คณะทำงานชุดที่นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อสส.ตั้งขึ้น ก็ต้องรายงาน อสส. และ อสส.เป็นรองประธาน ก.อ.โดยตำแหน่งอยู่แล้ว ก็ต้องรายงานกับ ก.อ.อยู่ดี ก.อ.อาจไม่ตั้งคณะกรรมการก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายเนตรลาออก เพราะเลี่ยงการถูกซักถามเรื่องการใช้ดุลพินิจว่าสุจริตหรือไม่สุจริตใช่หรือไม่ นายอรรถพล ตอบว่า พูดแทนนายเนตรไม่ได้ ในท้ายเอกสารข่าวฉบับวันที่ 11 ส.ค. 2563 ก็มีรายละเอียดว่านายเนตรลาออกเพื่อให้ทุกคนสบายใจและเพื่อเป็นการแสดงสปิริต ต้องรับฟังไปตามนั้นก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.อ., นายเนตร นาคสุข, ประธานคณะกรรมการอัยการ, รองอัยการสูงสุด, วินัย, อรรถพล ใหญ่สว่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5c4b1311f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
