<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นหนี้สูญ!ผู้เสียหายสหกรณ์คลองจั่นฯยื่นศาลล้มละลายขอขยายเวลาฟื้นฟูหลังใกล้ครบกำหนดตามแผน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ม.ค.64 - ที่ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานกลุ่มสมาชิกสหกรณ์คลองจั่นฯ ,นางณัชชา ตั้งเลิศวิชชา ผู้แทนสมาชิกเจ้าหนี้ และคณะ เดินทางมายื่นคำร้อง 4 ฉบับ พร้อมหนังสือมอบอำนาจจากสมาชิกเจ้าหนี้ที่ร่วมลงชื่อ 1,034 รายชื่อ ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อร้องขอต่อศาลให้โอกาสสหกรณ์คลองจั่นฯ ศษคงอยู่ในการฟื้นฟูกิจการเพื่อการชำระหนี้ที่คงค้างให้แก่สมาชิกและเจ้าหนี้ผู้เดือดร้อนกว่าหมื่นราย และอีกกว่าสามแสนรายที่เป็นสมาชิกกับสหกรณ์เจ้าหนี้ 74 แห่ง ที่จะเดือดร้อนหนัก หากสหกรณ์คลองจั่นฯ ต้องล้มละลายปิดกิจการ ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ กล่าวว่า แผนฟื้นฟูกิจการฉบับปัจจุบันจะครบกำหนด 5 ปี ในวันที่ 21 ม.ค. 2564 แม้จะชำระเงินคืนแล้วถึง 3,578 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20.38% แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการที่จะให้เป็นผลสำเร็จตามแผนได้ครบถ้วน สหกรณ์คลองจั่นฯ มีความพยายามที่จะฟื้นฟูกิจการเพื่อดำเนินธุรกิจต่อเร่งหารายได้ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้และสมาชิก แต่การขอแก้ไขแผนในครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2563 ไม่ได้รับความเห็นชอบจากศาล ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่าอาจจะต้องสิ้นสุดการฟื้นฟูกิจการและอาจถูกสั่งให้ล้มละลายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะผู้บริหารแผนและคณะกรรมการเจ้าหนี้ร่วมกันหาทางระดมเงินทุนจากขบวนการสหกรณ์ผ่านทาง 3 หน่วยงาน สหกรณ์หลักคือชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ประสานระดมวงเงิน 3,500 ล้านบาทเข้าโครงการเงินรับฝากประจำ/เงินกู้โดยมีหลักประกัน เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการสหกรณ์คลองจั่นฯ และจะทำให้สามารถชำระหนี้ได้อีกรวมเป็นยอดที่ 39% ซึ่งทางคณะผู้บริหารแผนได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขแผนเป็นครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางสมาชิกหวังอย่างยิ่งว่า ศาลล้มละลายกลางจะพิจารณาอนุญาตการขอแก้ไขแผนครั้งที่ 2 นี้ เพื่อให้โอกาสแก่สหกรณ์คลองจั่นฯ ยังคงอยู่ในการฟื้นฟูกิจการมากกว่าการถูกสั่งให้ล้มละลาย เพราะทั้งเงินฝากและเงินหุ้นของสมาชิกและเจ้าหนี้จะไม่ได้รับคืน เงินออมเงินสะสมที่สมาชิกเจ้าหนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้เกษียณอายุงานนำมาฝาก เพื่อหวังจะได้ดอกผลมาใช้จ่ายในช่วงบั้นปลายชีวิตกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผด็จ ระบุด้วยว่า ภายหลังยื่นคำร้อง ทางเจ้าหน้าที่ให้ติดตามผลคำสั่งศาลว่าจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาเพื่อไต่สวนต่อไปหรือไม่ ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ หากศาลให้โอกาสทางชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ยินดีให้ความร่วมมือ จะนำทรัพย์สินอาคารตึกยูสหกรณ์คลองจั่นฯ มูลค่า 3.5 พันล้านบาทค้ำประกันและเอาเงินมาช่วยสหกรณ์ชำระ 2,800 ล้านบาท ที่เหลือให้คลองจั่นไปบริหาร เมื่อบริหารได้สมาชิกก็จะได้เงินหุ้นคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหาในการฟื้นฟูไม่สำเร็จในครั้งแรก นายเผด็จ กล่าวว่า มาจากรัฐบาลเคยรับปากว่าจะจัดสรรงบประมาณประมาณ 1 หมื่นล้าน มาดูแลในส่วนนี้ จนปัจจุบันนี้ยังไม่มีแม้แต่บาทเดียว และทรัพย์สินที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยักยอกไปยังติดตามยาก เนื่องจากยังติดขั้นตอนกระบวนการในศาล 3 ศาล ที่กว่าจะยึดนำมาใช้หนี้ได้ ซึ่งบางคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด แต่ที่ผ่านมาก็ได้ทรัพย์สินมาจำนวนมาก และก็มีหน่วยงานต่างๆ คอยช่วยติดตามจำนวนมาก ทั้งดีเอสไอ ปปง. ทำให้เราได้เงินมา ถ้าศาลอนุญาตให้เราขยายเวลาก็จะยังเรียกคืนทรัพย์ได้อีกเป็นพันล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89900</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเผด็จ มุ่งธัญญา, ฟื้นฟูสหกรณ์คลองจั่น, ศาลล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_60012085a69d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
