<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039; ให้เอกสาร กกต. เพิ่มเติม ยุบพรรคก้าวไกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 -&amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 29 ก.ย. เวลา 10.00 น. ตนจะต้องไปให้ให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่ครบถ้วนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;กรณีดังกล่าวมาจากที่ตนยื่นคำร้องขอให้ กกต. ตรวจสอบ ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่นำข้อมูลการอภิปรายร่าง พรบ.งปม. 2565 บางมาตรามาเผยแพร่ซ้ำต่อสาธารณะในเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล ซึ่งควรถือเป็นความรับผิดชอบของพรรคและควรต้องอยู่ในบังคับหรือปฏิบัติตาม พรป.พรรคการเมือง ม. 92 ซึ่งผลของการกระทำดังกล่าว อาจจะเป็นเหตุหรือมีหลักฐานให้ กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าจะมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การไปให้ถ้อยคำนั้นเป็นไปตามหนังสือที่ ลต 0006/9708 ลงวันที่ 22 ก.ย. 64 ซึ่งตนได้แจ้งเจ้าหน้าที่ กกต.แล้วว่า จะไปให้ถ้อยคำพร้อมรายละเอียดเพิ่มเติม(ถ้ามี) ตามวันเวลาที่แจ้งมา สำหรับกรณีที่ร้องยุบพรรคการเมืองอื่นนั้น เป็นคนละคำร้อง หาก กกต. มีหนังสือแจ้งมาเมื่อใด ก็จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117802</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, พรรคก้าวไกล, ยุบพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f070d5b5816c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าทาง &#039;เรืองไกร&#039; ยกคลิป &#039;ศรัณย์วุฒิ&#039; ร้อง กกต. ยุบเพื่อไทย  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 กันยายน 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกรรมาธิการพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. เปิดเผยว่า ตามที่นายศรัณย์วุฒิ &amp;nbsp;ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 3 ก.ย. และให้สัมภาษณ์รายการคนเคาะข่าว เมื่อวันที่ 6 ก.ย. คลิปทั้งสองดังกล่าว มีข้อเท็จจริงทั้งภาพและเสียงบางช่วงบางตอน ดังนี้ 1. คลิปรายการ Voice TV หัวข้อ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ แถลงกรณีไม่อภิปราย ท่ามกลางกระแสข่าวย้ายพรรค เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นคลิป นายศรัณย์วุฒิ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่รัฐสภา มีความยาวประมาณ 37 นาทีเศษ โดยในคลิปบางช่วงบางตอน มีการกล่าวอ้าง ดังนี้ ช่วงประมาณนาทีที่ 3.28 นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า &amp;ldquo;...แล้ววันนี้ พรรคเพื่อไทยก็ถูกนายทุนครอบ ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดมาก มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ก็มีผู้บริหารบางคน นะฮะ ที่มารับใช้นายทุน...&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงประมาณปลายนาทีที่ 6.18 นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า &amp;ldquo;...และสิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า &amp;nbsp; ฝากไปถึงผู้บริหารด้วย ถ้าเอ็งทำหน้าที่อย่างที่มันเกินเลยด้วยความลุแก่อำนาจของเอ็งเนี๊ยะ ฟังไว้นะ คนชื่อศรัณย์วุฒิไม่ยอมก้มหัวให้เอ็งแน่นอนโว้ย เอ็งจำไว้ สำเหนียกด้วยแต่ถ้าเกิดผู้บริหาร หรือเจ้าของพรรคเขาเห็นด้วย ก็เป็นอะไรที่ผมเสียใจมาก...&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงประมาณนาทีที่ 14.55 นายศรัณย์วุฒิ กล่าวช่วงตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า &amp;ldquo;...ผมใช้คำว่านายทุน ผมไม่อยากใช้คำว่าคนใหม่ ไม่ได้พูดคำว่าคนใหม่นะ มีนายทุน ก็ใช้คำว่านายทุนก็แล้วกัน ถ้า ถ้าพูดอะไรไม่เข้าใจ ก็ขอย้ำว่า มีนายทุนเข้ามาครอบงำพรรค ผมบอกแล้วว่า อย่าไปว่าเป็นใหม่หรือเป็นเก่า ผมใช้คำว่า พรรคถูกนายทุนครอบ ใช้คำนี้ นะครับ ครับ...&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงประมาณนาทีที่ 25.08 &amp;nbsp;&amp;ldquo;...ขณะที่ เรื่องของการที่คุณศรัณวุฒิย์อ้างนะครับว่า มีนายทงนายทุนอะไรต่างๆ เข้ามาบริหารจัดการภายในพรรคนะฮะ ก็เมื่อผู้สื่อข่าวถามในประเด็นนี้ คุณศรัณย์วุฒิ ก็ไม่ได้ตอบคำถามให้มันเกิดความชัดเจน แล้วก็เรื่องของอนาคตย้ายไปสังกัดพรรคไหน อย่างไร นะครับ คุณศรัณย์วุฒิ ก็ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องนี้อีกเช่นกัน...&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คลิปรายการ คนเคาะข่าว หัวข้อ &amp;quot;ศรัณย์วุฒิ&amp;quot; ประกาศกร้าว ไม่ก้มหัวให้พวกฉ้อฉล เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 เป็นบทสัมภาษณ์ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ซึ่งมีความยาวประมาณ 33 นาทีเศษ โดยในคลิปดังกล่าว บางช่วงบางตอน มีการกล่าวอ้าง ดังนี้ ช่วงประมาณนาทีที่ 13.50 นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า &amp;ldquo;...ยิ่งกว่านั้นอีก นะครับ แล้วก็มีนายทุนใหม่ มาครอบพรรค นายทุนคนนี้ชื่อย่อเลยฮะ ไม่เป็นไรหรอก พ.พาน แน่จริงมึงออกมาเผชิญกับกูเลย ไอ้นายทุน พ.พาน คนนี้...&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงประมาณนาทีที่ 22.48 นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า &amp;ldquo;...แล้วก็ต้องเรียนให้ความยุติธรรมกับท่านนายกฯทักษิณ ผมทราบว่าท่านนายกฯทักษิณ พยายามช่วยผมให้ได้อภิปราย แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่า นายทุนเหล่านี้ นะฮะ ที่มาครอบงำพรรค จะมีอำนาจเหนือกว่าท่านนายกฯทักษิณได้ยังไง...&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงประมาณนาทีที่ 31.40 นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า &amp;ldquo;...ผมไม่รู้ว่า ทำไม ท่านนายกฯทักษิณ ถ้ารู้เรื่องนี้ ผมว่า ท่านคงไม่ให้ทำ...&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เนื่องจากนายศรัณย์วุฒิ &amp;nbsp;เป็นส.ส. ของพรรคเพื่อไทย ข้อเท็จจริงตามคำกล่าวอ้างที่ปรากฏในคลิปทั้งสองดังกล่าว ที่อ้างถึง นายทุนครอบงำพรรค &amp;nbsp;เจ้าของพรรค &amp;nbsp;นายทุน พ.พาน และอดีตนายกฯทักษิณ นั้น เป็นคลิปที่มีความชัดเจนทั้งภาพและเสียง และอาจเป็นการนำข้อมูลภายในพรรคออกมาเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ กรณีตามข้อเท็จจริงตาม จึงมีเหตุที่ควรขอให้กกต. ตรวจสอบ พรรคเพื่อไทย หรือกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย หรือบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างถึงว่า มีการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม อันเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 28 หรือไม่ และจะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะต้องมีคำสั่งยุบพรรคเพื่อไทย ตามมาตรา 92 หรือไม่ รวมทั้งขอให้ กกต. พิจารณาว่า จะต้องดำเนินคดีอาญาตามความในมาตรา 29 ประกอบมาตรา 108 หรือไม่ เช้าวันที่ 20 ก.ย. จะส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อให้ กกต. ตรวจสอบตามหน้าที่และอำนาจต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117145</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ยุบพรรค, ศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_6146b9fdbdc5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อหัวทิ่ม!เรืองไกรชี้มติครม.เรื่องดาวเทียมอาจขัดรธน.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ &amp;nbsp;อดีตกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ในฐานะที่เคยตรวจสอบเรื่องเดิมเกี่ยวกับสัมปทานดาวเทียม ซึ่งหลายคดีที่เกิดขึ้นในอดีต เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย มติ ครม. เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 การแก้สัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคม อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญใน 2 กรณี ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กรณีการแก้ไขสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (สัญญาฉบับที่ 5) ครม.เห็นชอบให้ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ ถือหุ้นใน บมจ.ไทยคม ไม่ต่ำกว่า 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดำเนินการแก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 และ 2.กรณีดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ครม.เห็นชอบให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา โดยกำหนดให้ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ผนวกเข้ามาเป็นดาวเทียมภายใต้สัญญา ทั้งนี้ ให้ดำเนินการแก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกรกล่าวว่า มติ ครม.ดังกล่าว จะต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และรัฐธรรมนูญ 2560 มาตราที่เกี่ยวข้อง ด้วย แต่จากการพิจารณาศึกษาข้อกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง มีประเด็นว่า มติ ครม.อาจขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และมติ ครม.ดังกล่าวซึ่งมิใช่กฎหมาย การอาศัยเพียงประกาศของคณะกรรมการ กสทช. อาจหาเพียงพอไม่ &amp;nbsp;มติ ครม. ครั้งนี้ ยังอาจส่อไปในทางเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. 2562 หมวด 6 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อให้มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ไม่ผิดพลาดเหมือนรัฐบาลในอดีต ซึ่งรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลชุดนี้ เคยร่วมกระทำผิดจนตกเป็นจำเลยมาแล้ว กรณีจึงมีเหตุที่ควรแจ้งเตือนนายกรัฐมนตรี ให้ทราบ อีกทั้งเรื่องนี้ มีรายละเอียดมาก ความไม่รอบคอบ และเร่งรีบ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐตามมาได้ จึงได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึงนายกฯ เพื่อขอให้พิจารณาโดยละเอียดรอบคอบก่อนว่า มติ ครม.วันที่ 7 กันยายน 2564 เกี่ยวกับการแก้สัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคมนั้น ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ หรือไม่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116008</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 ก.ย., นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, มติ ครม., สัมปทานดาวเทียม, อดีตกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bde0b0251cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิสาร&#039;ซวยแล้ว!พปชร.มอบ&#039;เรืองไกร&#039;ร้องป.ป.ช.ฟัน กล่าวหาส.ส.รับเงินทำให้เสื่อมเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ​(พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวในสภาฯว่า มีส.ส.รับเงิน เข้ารับเงินจากนายกรัฐมนตรี 5 ล้านบาท เพื่อลงมติโหวตสนับสนุน ว่า ตนและส.ส.เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; และรมว.กลาโหม​ เพื่อให้กำลังใจและชมว่า อภิปรายว่าเดี๋ยวนี้ไม่ธรรมดา​ เพราะใจเย็นมาก นายกฯก็ดีใจและรู้สึกอบอุ่นพร้อมกับสอบถามเรื่องนั่นเรื่องนี้และพูดคุยกันในเรื่องที่ต้องการให้นายกฯช่วยผลักดัน ยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ นายกฯได้สอบถามถึงกระแสข่าวที่เกิดขึ้นภายในพรรคหรือไม่ นายวีระกร กล่าวว่า บางทีเราก็ไปฟังอะไรที่ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ เช่น กรณีที่นายวิสาร พูดในสภาฯ​ เรื่องนี้ตนได้มอบหมายให้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพปชร.ยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการเอาผิด นอกจากจะไม่มีมูลความจริงแล้วยังทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสภา​ เพราะประชาชนที่ฟังทางบ้านจะนึกว่า ส.ส.ในสภาเวลาจะยกมือต้องเอาเงินมาจ่ายกัน 5 ล้าน​ เป็นเรื่องที่เหลวไหลและรู้สึกว่าสิ่งที่นายวิสารพูดกำลังทำลายสภาฯที่เป็นสถาบันตัวแทนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115478</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, วีระกร คำประกอบ, แจกเงินสส.5ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_61319bbd49c21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113931</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ฟัด&#039;ยุทธพงศ์&#039;ไม่เลิก ร้องป.ป.ช.สอบ&#039;บ้านสามัคคี&#039;สงสัยไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

20ส.ค.64 -นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือไปให้ ป.ป.ช. ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อทำการตรวจสอบนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ว่า มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นไปตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 เว็บไซต์มติชน หัวข้อ &amp;lsquo;ยุทธพงศ์&amp;rsquo; เปิดบ้านสามัคคี เลี้ยง ส.ส.อีสาน เพื่อไทย พูดคุยการเมืองชื่นมื่น ลงข่าวไว้ว่า &amp;#39;ยุทธพงศ์&amp;rsquo; เปิดบ้านสามัคคี เลี้ยง ส.ส.อีสาน เพื่อไทย พูดคุยการเมืองชื่นมื่น เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ตึกสามัคคี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เปิดเซฟเฮาต์จัดเลี้ยงให้ส.ส.อีสาน และส.ส.ในพรรคพท.ที่มีความสนิทสนมกัน โดยมีส.ส.ร่วมทานข้าว และพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นการเมืองกันอย่างชื่นมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อย้อนไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ นายยุทธพงศ์ ยื่นต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 พบว่า ไม่มีการแจ้งบัญชีเกี่ยวกับบ้านสามัคคีไว้แต่อย่างใดโดยในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าว นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แจ้งว่า มีที่ดินเพียง 2 โฉนด ตั้งอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม และไม่ได้แจ้งว่ามีบ้านสามัคคีดังกล่าวไว้แต่อย่างใด นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กับ คู่สมรส แจ้งทรัพย์สินสุทธิ รวมกัน 28,503,975.11 บาท ในส่วนรายได้&amp;nbsp; นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แจ้งว่ามีรายได้ต่อปี 1,506,720 บาท และคู่สมรส ไม่มีการแจ้งรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่ระบุว่า &amp;lsquo;ยุทธพงศ์&amp;rsquo; เปิดบ้านสามัคคี เลี้ยง ส.ส.อีสาน เพื่อไทย พูดคุยการเมืองชื่นมื่นนั้น จึงทำให้เข้าใจได้ว่า นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อาจเป็นเจ้าของบ้านสามัคคีดังกล่าว ดังนั้นจึงมีเหตุที่ควรตรวจสอบบ้านสามัคคีดังกล่าวต่อไปว่า ได้มาอย่างไร ตั้งแต่เมื่อใด ก่อนหรือหลังการเป็นส.ส. บ้านดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินเลขที่ใด ซื้อที่ดินจากใคร ราคาเท่าใด บ้านสร้างเมื่อใด ราคาก่อสร้างเท่าใด ใครเป็นผู้รับเหมา ชำระเงินกันอย่างไร เอาเงินที่ไหนไปซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้านสามัคคีดังกล่าว โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงจากหลักฐานของส่วนราชการและเอกชนเช่น หน่วยงานที่อนุญาตก่อสร้าง หน่วยงานที่ออกเลขที่บ้าน หน่วยงานที่อนุญาตให้ใช้ไฟฟ้าหรือน้ำประปา หรือผู้รับเหมาสร้างบ้าน ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เนื่องจากตามข่าวดังกล่าวมีภาพบุคคลที่ห้องอาหารมีโคมไฟประดับอย่างชัดเจน มีทั้งอาหาร และแก้วไวน์ ประกอบด้วย ซึ่งในภาพนับรวมได้ 17 คน มีหลายคนเป็น ส.ส. เช่น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร นายสุทิน คลังแสง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นต้น จึงขอให้ ป.ป.ช. เชิญบุคคลที่เป็น ส.ส. ในภาพทุกคน มาสอบถามข้อเท็จจริงด้วยว่า บ้านสามัคคีดังกล่าว ตั้งอยู่ที่ใด และบุคคลเหล่านี้ไปที่บ้านดังกล่าวเมื่อวันที่เท่าใด และเนื่องในโอกาสใด&amp;nbsp; ตามที่กล่าวมานั้น กรณี จึงมีเหตุที่ขอให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. มหาสารคาม ว่าเป็นเจ้าของบ้านสามัคคีดังกล่าว หรือไม่ และตรวจสอบต่อไปว่า มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รายการบ้านสามัคคีดังกล่าวข้างต้น เป็นไปตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113931</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, บ้านสามัคคี, ร้องป.ป.ช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f1d390eb51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ตามจองเวรพท. ร้องกกต.สอบ3ส.ส.ฝ่าฝืนรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ตามที่สภาฯ ได้มีหนังสือนัดประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณพ.ศ. 2565 วาระที่ 2-3 ระหว่างวันที่ 18 - 20 ส.ค.นั้น เรื่องงบประมาณกรรมาธิการฯมีความระมัดระวังกันมาโดยตลอด ผู้อำนายการสำนักงบประมาณก็เตือนให้ระวัง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง และ ม.185 แต่ในที่สุดก็พบประเด็นที่อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา144 วรรคสอง เนื่องจากปรากฏหลักฐานในเอกสารประกอบการประชุม ที่มีการเสนอข้อสังเกตไว้ในลักษณะที่ทำให้เห็นว่ากรรมาธิการ หรือ ส.ส. ได้มีการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้ กมธ. หรือ ส.ส. นั้น มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งจะกระทำมิได้ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา กรรมาธิการฯของพรรคเพื่อไทยได้เสนอให้แก้ไขข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบกลาง โควิด 16,362 ล้านบาทว่า ต้องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบงบกลางด้วย และขอให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณต้องออกระเบียบเกี่ยวกับงบกลางโควิด หลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2565 มีผลใช้บังคับ หลังจากเสนอในห้อง กมธ. แล้ว ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่เป็น กมธ.จำนวน 3 คน คือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กมธ.เพื่อไทย เป็นผู้เสนอให้ สตง. และ สนักงบประมาณ กระทำการดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้มาจากการแก้ไขข้อสังเกตเดิม ให้เป็นไปตามที่ กมธ.พรรคเพื่อไทยเสนอ ต่อมาก็ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในเอกสารการประชุมสภา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 - 20 ส.ค. ซึ่งตนจะขอใช้สิทธิในฐานะ กมธ. อภิปรายทักท้วงข้อสังเกตดังกล่าว ไว้เป็นหลักฐานในที่ประชุมสภาว่า เรื่องนี้ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากพยานหลักฐานดังกล่าว ซึ่งมีการกระทำเกี่ยวกับการใช้งบประมาณนั้น จึงอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง ประกอบกับ มาตรา 185 (1) และ (2) ตามมาได้ เพราะการขอให้ สตง. ตรวจสอบรายกลางงบกลางโควิดนั้น อาจเข้าข่ายการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการในหน้าที่ประจำของ สตง. ตามความในมาตรา185 (1)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับประเด็นที่ขอให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ต้องไปแก้ไขระเบียบการใช้งบกลางโควิด ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2565 มีผลใช้บังคับแล้วนั้น อาจเข้าข่ายการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในลักษณะที่ทำให้ตนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทำโครงการใดๆ ของสำนักงานงบประมาณ ตามความในมาตรา 185 (2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่ ส.ส. เพื่อไทย คือนายประเสริฐกับพวก เข้าข่ายกระทำอันต้องห้ามตามมาตรา 185 (1) , (2) หรือไม่ นั้น อาจมีผลทำให้สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลง ตามความใน ม. 101 (7) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่และอำนาจดำเนินการได้ ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงมีมูลเหตุที่ต้องร้องให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยตีความเกี่ยวกับ มาตรา 144 วรรคสอง ไว้เป็นบรรทัดฐานก่อนด้วย แล้วจึงวินิจฉัยตามมาตรา 185 (1) , (2) ตามมา ดังนั้น ในวันที่ 16 ส.ค. จึงได้ส่งคำร้องให้ กกต. ดำเนินการต่อไป โดยส่งทางไปรษณีย์ EMS แล้ว&amp;quot; นายเรืองไกร ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113440</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กมธ.งบ65, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, พท., ยุทธพงศ์, รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119cc51b12be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักร้องทำงาน &#039;เรืองไกร&#039; ยื่น  ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน  &#039;พิธา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พบหลายประเด็นที่น่าสงสัย อันเป็นเหตุต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ นายพิธา แจ้งว่ามีคู่สมรส และคู่สมรสเป็นเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่ง แต่นายพิธากลับไม่แสดงรายได้ รายจ่าย หรือหุ้น ของคู่สมรสต่อป.ป.ช. นายพิธา ได้นำอาคารของน้องชายมูลค่า 15,000,000 บาท มาแสดงในบัญชีทรัพย์สินของตนเอง ในทางบัญชีควรตรวจสอบว่า ทรัพย์สินรวมที่แจ้งสูงเกินจริง (Overstate assets) หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายพิธา แจ้งที่ดินรายการหนึ่งว่า เป็นที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งแปลกมาก เพราะนายพิธา ไม่น่าจะมีกรรมสิทธิในที่ดินดังกล่าวได้ แม้จะไม่ได้แจ้ง เลขที่ เนื้อที่ และมูลค่าไว้ก็ตาม แต่การแสดงรายการที่ดินเช่นนี้ อาจเข้าข่ายแจ้งข้อความโดยไม่ตรงความจริงหรือไม่ นายพิธา ไม่ได้แจ้งมูลค่าที่ดินและบ้านของคู่สมรสไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้เห็นได้จากมีการแจ้งรายการอาคารของคู่สมรสไว้ด้วยแต่ไม่แสดงมูลค่า ทำให้วิเคราะห์ได้ว่า คู่สมรสมีอาคารดังกล่าว ซึ่งควรตั้งอยู่บนที่ดิน แต่กลับไม่มีการแจ้งมูลค่าอาคารและที่ดินไว้ &amp;nbsp;ทำให้มีประเด็นที่ควรตรวจสอบทางบัญชีตามมาว่า บัญชีทรัพย์สินรวมของคู่สมรส แสดงไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง (Understate assets) หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายเรืองไกรกล่าวว่า หลักฐานทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนมาจากการตรวจสอบรายการในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่นายพิธา ยื่นต่อ ป.ป.ช. เมื่อคราวรับตำแหน่งส.ส. &amp;nbsp;รวมทั้งข่าวในสื่อต่างๆ ดังนั้น จึงมีเหตุที่ต้องร้องขอให้ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของนายพิธากับคู่สมรส ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. ไว้นั้น เข้าข่ายตามความใน พรป. ป.ป.ช. มาตรา 114 หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตนยังได้รับข้อมูลที่ขอไว้ในชั้นกมธ.งปม.65 ว่ามี ส.ส. และ ส.ว. ยังถือครองที่ดิน ส.ป.ก.อยู่ รวม 5 ราย จึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไปด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ยื่น ป.ป.ช., สอบทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1dcc3c4627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
