<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเพื่อไทยจวก‘ประยุทธ์’ทำไทยเละยิ่งกว่าโจ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 - นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส. เลย พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานด้านเศรษฐกิจกล่าวว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับลดการเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือ 1% จากการระบาดของไวรัสโควิดระลอกใหม่ &amp;nbsp;และ KKP Research เกียรตินาคินภัทร วิเคราะห์ชัดเจนว่าไทยเริ่มไม่ใช่จุดสนใจของโลกแล้ว จากปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่เสื่อมถอย ตอกย้ำด้วย สื่อหลักญี่ปุ่น นิเคอิ เอเชีย ที่ระบุประเทศไทยจะฟื้นตัวอันดับท้ายๆของโลกคืออันดับ 118 จาก 120 กว่าประเทศ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ห่วงว่าเศรษฐกิจไทยต้องใช้เวลาถึง 6 ปีถึงจะฟื้น ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงถึงความล้มเหลวของรัฐบาล ในการบริหารประเทศมาตลอด 7 ปี ที่ไม่ได้พัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาโครงสร้างจนประเทศไทยเสื่อมถอยหนัก โดยก่อนหน้านี้ มีบทความในนิเคอิ เอเชีย ที่ระบุชัดเจนเลยว่าถ้าหลังวิกฤตการณ์โควิดแล้วไทยยังไม่ฟื้นหรือฟื้นช้าจะแสดงถึงความล้มเหลวของรัฐบาลที่บริหารประเทศมา 7 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์กล่าวต่อว่า ในภาวะวิกฤติที่เป็นผลมาจากการบริหารล้มเหลว &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องออกมายอมรับความจริงและหยุดหลอกลวงประชาชน โดยต้องแสดงความรับผิดชอบ จากผลการบริหารวัคซีนที่ผิดพลาดทำให้เกิดการระบาดอย่างมาก ตัวเลขผู้ติดเชื้อมากเกินวันละ 11,000 คน คนตายประมาณวันละ 100 คน และยังมีแนวโน้มที่จะเจ็บและตายกันเพิ่มมากขึ้น จนสุดท้ายต้องนำมาสู่การประกาศล็อกดาวน์และต้องขยายการล็อกดาวน์เพิ่มขึ้นอีก และอาจจะต้องขยายเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ซึ่งมาตรการล่าสุดไม่ต่างจากการปิดเมืองในปี 2563 แต่อย่างใด เพียงแต่รัฐบาลไม่กล้าที่จะประกาศตรงๆ โดยเลี่ยงคำพูดว่าเป็นการขอความร่วมมือ อีกทั้งยังไม่สามรถกำหนดเป้าหมายความสำเร็จ และระยะเวลาการล็อกดาวน์อย่างชัดเจนได้ เช่น จะต้องลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงเหลือเท่าไหร่ ภายในเวลา 14 วัน ซึ่งจะเป็นเหมือนการซื้อเวลาไปเรื่อยๆ เพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าการล็อกดาวน์ครั้งนี้มีผลบังคับใช้ใน 13 จังหวัดสีแดงเข้ม แต่ความจริงคือการล็อกดาวน์ได้ส่งผลกระทบไปถึงคนจำนวนมากเกือบทั้งประเทศ และเกือบทุกสาขาอาชีพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะ กทม. และ จังหวัดใหญ่ๆ เหล่านี้เป็นเหมือนศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบไปแทบทุกภาคส่วน ทั้งภาคเกษตรที่เกษตรกรไม่สามารถขายผลผลิตได้ เนื่องจากปัญหาการขนส่งสินค้าทำให้ราคาผลผลิตยิ่งตกต่ำ ถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาซ้ำเติม ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องมี supply chain เชื่อมต่อกัน รวมถึงภาคบริการที่ต้องให้บริการอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ รวมถึง ประชาชนกลุ่มอาชีพอิสระที่ต้องเดินทางเชื่อมกับจังหวัดเหล่านี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเลิศศักดิ์กล่าวว่า การเลี่ยงใช้คำพูดว่า เป็นการขอความร่วมมือ ก็เพราะเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ต้องการออกมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะห่วงว่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และรัฐบาลกู้เงินมาใช้มากแล้ว หนี้สาธารณะใกล้จะชนเพดาน และจะทะลุเพดานในไม่ช้าในขณะที่ประชาชนลำบากกันแสนสาหัสหนี้ครัวเรือนได้ทะลุ 90.5% ของจีดีพีแล้ว จึงอยากเรียกร้องรัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายความสำเร็จและระยะเวลาการล็อกดาวน์ที่ชัดเจน ประชาชนจะได้ทราบว่าจะต้องทนทุกข์ทรมานกันอีกนานต่อไปเท่าใด และหากล็อกดาวน์แล้วไม่สำเร็จ หรือ เจ็บแต่ไม่จบ รัฐบาลจะรับผิดชอบต่อความเสียหายและความลำบากของประชาชนได้อย่างไร ซึ่งจากที่ประเมิน โอกาสสำเร็จจะยากมาก เพราะยังไม่มีการคัดกรองผู้ติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ และ ปัญหาวัคซีนยังคงสับสนมาก ยังไม่มีวัคซีนที่มีคุณภาพ เช่น วัคซีน mRNA อย่างเพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ อีกทั้งการเปิดเผยเอกสารของแอสตร้าเซนเนก้ายิ่งสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลอย่างจัง พร้อมกับข้อครหาในเรื่องทุจริตคอร์รัปชันในการจัดหาวัคซีน ซึ่งสร้างไม่พอใจให้กับประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากขอเรียกร้องให้ประชาชนได้ร่วมกันออกมากดดัน เพื่อให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบและได้เร่งออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งควรต้องทำอย่างเร่งด่วน เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด และช่วยประชาชนให้ประคองชีวิตอยู่ได้ ใน 5 ประเด็นดังนี้ 1.ออกมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริงทั้งหมด รวมถึงกลุ่มอาชีพอิสระด้วย โดยจ่ายเป็นเงินสด เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนทุกสาขาอาชีพ และจะเป็นการเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ2.เยียวยาภาคธุรกิจให้ประคองตัวในช่วงนี่ไปได้ และสนับสนุนการจ้างงาน เพื่อไม่ให้คนตกงานกันมากขึ้นอีก 3. เร่งรัดจัดหาและแจกจ่ายชุดตรวจ แอนติเจน เทสต์ให้ทุกครัวเรือนและเปิดให้มีการขายชุดตรวจผ่านร้านขายยาเอกชนและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ โดยแก้ไขกฎระเบียบที่ยังเป็นอุปสรรคให้หมดไป 4.สั่งการให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมกันปฎิบัติงานเชิงรุกร่วมกับผู้ประกอบการ ในการตรวจคัดกรอง คัดแยกผู้ติดเชื้อ และ 5. ดำเนินการ เช่าโรงแรมในพื้นที่ติดเชื้อสูง เพื่อปรับเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ ในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเตียงผู้ป่วย และจะเป็นการกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการโรงแรม ที่มีห้องพักว่างเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก และในหลายจังหวัดอาจใช้ค่ายทหารนำมาปรับเป็นโรงพยาบาลสนามได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ตามแก้ปัญหา ไม่เคยมองปัญหาล่วงหน้าเลย จนเป็นรัฐบาลที่บริหารโดยการท้วงติงจากภาคส่วนอื่น ดังนั้นจึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้วิเคราะห์ผลที่จะเกิดขึ้น คิดล่วงหน้า หากยังคงบริหารแบบเดิมๆ หรือคิดไม่เป็น ก็ควรจะต้องเสียสละให้คนที่คิดล่วงหน้าเป็นเข้ามาบริหารประเทศแทนได้แล้ว เพราะปัจจุบันทุกอย่างเละซะยิ่งกว่าเละแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110520</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.เลย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d3e4264b3bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2020 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กใหม่เพื่อไทย&#039; โผล่โหวตงดออกเสียงลงมติงบกลาโหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร ได้ลงมติร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;8&amp;nbsp;งบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยมีเสียงเห็นด้วย&amp;nbsp;247 ไม่เห็นด้วย 195 และงดออกเสียง 11 เสียง&amp;nbsp;ซึ่งเสียงฝ่ายค้านส่วนใหญ่โหวตไม่เห็นด้วย แต่ปรากฏว่ายังมีเสียงฝ่ายค้านลงคะแนนงดออกเสียงคือ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย อีกทั้งยังมีพรรคเสรีรวมไทยที่ก่อนหน้านี้ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คน ได้แก่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช นายเพชร เอกกำลังกุล นายเรวัติ วิศรุตเวช นายวัชรา ณ วังขนาย นายวิรัตน์ วรศสิริน พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรศรี นายอำไพ กรองมณี และน.ส.ธนพร โสมทองแดง ส่วนอีกหนึ่งเสียง คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54165</URL_LINK>
                <HASHTAG>งดออกเสียง, นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล, ลงมติร่างพรบ.งบประมาณ, ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e16b4154ea01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
