<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายกฯ&#039; สั่งทุกหน่วยงานลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือชาวโคราชที่เจอน้ำท่วม </HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายหลายพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานทุกภาคส่วนลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมแสดงความห่วงใยประชาชนในทุกพื้นที่ที่&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ รวมถึงให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิเชียร &amp;nbsp;จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อม นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระดับน้ำหน้าโรงพยาบาลมหาราชและภายในโรงพยาบาลมหาราช&amp;nbsp;


แทงสล็อต พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รถยกสูงและเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ของหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากโรงพยาบาลมหาราชและเร่งวางกระสอบทรายตามจุดต่างๆเพื่อป้องกันน้ำเข้าภายในโรงพยาบาลมหาราช โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ เป็นห่วงประชาชนในทุกพื้นที่ ที่ประสบปัญหาอุทกภัย และยังได้สั่งการทุกภาคส่วนลงพื้นที่ช่วยประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากนายกฯ มีโอกาสจะลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อไปดูแล รับฟังปัญหาให้มากที่สุด และตนเองในฐานะเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา แสดงความเป็นห่วง และขอให้กำลังใจชาวจังหวัดนครราชสีมาเช่นกัน เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120311</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, นายกรัฐมนตรี, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612df0640b116.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้’เดือด!ซัด’ธนาธร’หนักแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564- &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งถูกนายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีและการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี 32/2563 ลงวันที่ 21 ก.ย. 63 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เอาผิด นายธนาธร 3 ข้อหา ได้แก่ ความผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา กรณีไลฟ์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับวัคซีนบนเพจคณะก้าวหน้า และเพจนายธนาธร ซึ่งมีเนื้อหาวิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลที่มีความล่าช้าเเละมีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน ภายหลังพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้ส่งสำนวนความเห็นสมควรฟ้อง นายธนาธรต่อพนักงานอัยการ เป็นที่เรียบร้อยเเล้วนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรณีที่นายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์กล่าวหารัฐบาลใช้กฎหมาย มาตรา 112 กลั่นแกล้งปิดปากประชาชนนั้น นายเสกสกลระบุว่า ที่ผ่านมาคนไทยทั้งแผ่นดิน ทราบดีว่านายธนาธร และนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำกลุ่มก้าวหน้า มีพฤติกรรมที่ต้องการก้าวล่วงบิดเบือนข้อมูลและใส่ร้ายสถาบันเบื้องสูงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างไร คนไทยที่รักและปกป้องสถาบันรู้เช่นเห็นชาติพฤติกรรมของคนทั้งสองนี้ดี นอกจากนั้นยังมีพฤติกรรมสนับสนุนกลุ่มสามนิ้วออกมาทำผิด ม.112 อย่างต่อเนื่อง อย่าได้สะเออะออกมาพูดเลยว่ารัฐบาลกลั่นแกล้งรังแก &amp;nbsp;ต้องถามกลับนายธนาธร ว่าจิตใจยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า สถาบันกษัตริย์ลงมาทำอะไรให้ครอบครัวนายธนาธรเดือดร้อน นายธนาธรครอบครัวและบริษัท ไทยซัมมิทร่ำรวยมหาศาลได้เงินได้ทองมากมายบนผืนแผ่นดินไทยไม่ใช่หรือ &amp;nbsp;ทั้งที่เชื้อสายนายธนาธรมาจากประเทศอื่นด้วยซ้ำ ครอบครัวนายธนาธรได้มาอาศัยบนผืนแผ่นดินที่ราชวงศ์ได้เสียสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานทำมาหากินตราบเท่าทุกวันนี้ นายธนาธรยังไม่มีจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอะไรเลย คนเช่นนี้ถือเป็นคนอกตัญญูเป็นคนหนักแผ่นดิน ชาติชั่วสารเลวที่สุด ที่กล้าออกมาพูดจาใส่ร้ายป้ายสี ทำลายสถาบันให้เสื่อมเสียและใช้ข้อมูลที่บิดเบือนเป็นเท็จโกหกหลอกลวงประชาชน นายธนาธรช่างบังอาจกล้ามาพูดเย้ยฟ้าท้าดินเจตนาท้าทายกฎหมาย ไม่เคยมีจิตสำนึกในบุญคุณแผ่นดินไทยเลยใช่ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยใช้ม.112 ไปกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น ม.112 เป็นกฎหมายอาญาแผ่นดิน ประชาชนทั่วไปก็สามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กกล่าวโทษ ดำเนินคดีกับนายธนาธร หรือบุคคลใดก็ได้ที่ดูหมิ่นดูแคลนก้าวล่วงพระมหากษัตริย์หรือองค์รัชทายาท หรือราชวงศ์พระองค์ใดในสถาบันฯคงไม่ลงมาดำเนินคดีด้วยตัวเอง กฎหมายจึงมีความจำเป็นที่ต้องให้ประชาชนคุ้มครองปกป้องสถาบันฯได้ตามกฎหมาย พฤติกรรมของคนที่คิดร้ายทำผิดกฎหมายเช่นนี้ คนไทยส่วนใหญ่จึงเรียกว่าคนหนักแผ่นดิน คนอกตัญญูต่อแผ่นดิน ไม่สมควรเป็นคนไทยและไม่สมควรอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย เป็นคนเนรคุณต่อบรรพบุรุษของไทย คนเช่นนี้ต่อไปจะพบแต่ความวิบัติในภายภาคหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกลยืนยันอีกครั้งว่า ม.112 ไม่เคยไปรังแกกลั่นแกล้งผู้บริสุทธิ์ และไม่เคยไปกลั่นแกล้งใคร และไม่เคยเดินไปหาใครถึงบ้านเพื่อกลั่นแกล้งรังแกใครทั้งสิ้น มีแต่พวกคนชาติชั่วที่คิดร้ายต่อสถาบันฯเท่านั้นที่จะโดนความผิดตามมาตรานี้ ดังนั้นต้องถามนายธนาธรและพวกว่า สถาบันฯไปทำอะไรให้นายธนาธรและครอบครัวเดือดร้อน นายธนาธรและพวกจึงไม่รักและปกป้องสถาบัน คิดแต่จะใส่ร้ายป้ายสียุยงให้คนออกมาทำร้ายสถาบันฯอย่าต้องให้พลังคนไทยส่วนใหญ่ที่รักสถาบันทั้งแผ่นดิน ต้องลุกฮือออกมาขับไล่คนเนรคุณกลุ่มนายธนาธรและพวกออกนอกประเทศ ประชาชนแทบจะทนไม่ไหวแล้วกับพฤติกรรมเนรคุณอกตัญญู คนหนักแผ่นดิน กลุ่มนายธนาธรและนายปิยบุตร สักวันหนึ่งอาจจะไม่ต้องใช้ ม.112 บังคับใช้หรอก แต่พลังมวลชนคนทั้งแผ่นดินจะออกมาขับไล่พวกนายธนาธรและนายปิยบุตรเองให้พ้นจากผืนแผ่นดินไทยเอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119616</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ประธานคณะก้าวหน้า, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, มาตรา 112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_60976562193dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้’เผยประชาชนปลื้มแนวคิด’ลุงตู่’ปรับภูมิทัศน์ทางรถไฟ-ท่าเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ &amp;nbsp;2 ฝั่งถนนเขตทางรถไฟ และท่าเรือ ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งถือเป็นโครงการที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ เนื่องจากนายกฯ เห็นถึงประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทำให้เกิดความสวยงาม ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น &amp;nbsp;และมีความปลอดภัยในการสัญจร โดยโครงการที่กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการเป็น 2 ระยะ รวม 767 โครงการ เช่น แผนงานปรับภูมิทัศน์ริม 2 ข้างทาง จำนวน 20 สายทาง ,แผนงานเพิ่มศักยภาพจุดพักรถบรรทุก จำนวน 40 จุด, แผนงานปรับปรุงหมวดทางหลวงทั่วประเทศ จำนวน 584 แห่ง เพื่อเป็นจุดบริการและแวะพักของประชาชนที่ขับรถทางไกล, โครงการจัดกิจกรรมสีสันประเทศไทย สะพานภูมิพล เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับสะพานของพ่อ ในช่วง พ.ย. 64-ม.ค. 65 และโครงการประดับไฟสะพานมหาเจษฎาบดินทรทนุสรณ์ &amp;nbsp;,โครงการเสริมทัศนียภาพริมทางรถไฟ จำนวน 9 เส้นทาง ด้วยพันธุ์ไม้สวยงามประจำถิ่น &amp;nbsp;พร้อมทั้งพัฒนาเส้นทางโดยสารสายหลักของประเทศ จำนวน 2 เส้นทาง เช่น แนวเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และช่วงบางซื่อ-รังสิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากการพัฒนาโครงการใหญ่ๆ ของประเทศแล้ว นายกฯยังมีแนวคิดพัฒนาโครงการต่างๆเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งนอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนอีกด้วย ขณะเดียวกันนายกฯยังไม่หยุดคิดที่จะแก้ไขปัญหาไปพร้อมๆกับการพัฒนา ให้กับประเทศเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน&amp;rdquo;นายสุภรณ์กล่าวและว่า หลังจากที่นายกฯ มีข้อสั่งการไปแล้ว รมว.คมนาคมได้สัมภาษณ์ให้ข่าวโครงการนี้มีเสียงตอบรับจากประชาชนทั่วประเทศว่าเป็นโครงการที่ดีขอสนับสนุน และชื่นชมฝากมาถึงท่านนายกฯ และรัฐบาลอยากให้รีบลงมือทำโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและการพัฒนาประเทศให้เศรษฐกิจดีขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118197</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ท่าเรือ, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, เขตทางรถไฟ, โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152ded019023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรมโบ้อัดปิยบุตร ให้ท้ายม็อบป่วน ‘ทะลุฟ้า’กระเจิง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เสกสกล&amp;quot; ตอก &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เข้าข้างม็อบทะลุแก๊สเพราะได้ประโยชน์จากการชุมนุมที่ใช้ความรุนแรง ซัดไร้จิตสำนึก หนักแผ่นดิน คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการ &amp;nbsp;ตร.ขีดเส้นสิ้นเดือน ก.ย.นี้ดินแดงสงบ &amp;quot;กลุ่มทะลุฟ้า&amp;quot; บุกทำเนียบฯ ยิงพลุ ปาประทัดยักษ์ใส่ คฝ. ชุดเคลื่อนที่เร็วจู่โจมสลายม็อบหนีกระเจิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กันยายน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตปรากฏการณ์ทะลุแก๊สที่ดินแดงผุดขึ้นมาเอง ไร้การจัดตั้ง ว่านายปิยบุตรไม่ควรออกมาโพสต์เฟซบุ๊กในลักษณะที่มีความมั่นใจและเข้าข้างม็อบทะลุแก๊ส ด้วยการตั้งข้อสังเกตว่าผุดขึ้นมาเอง ไร้การจัดตั้ง เพราะคนมือเปล่าแบบไหนกันที่จะกล้าเอาชีวิตตนเองเข้าไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง บาดเจ็บล้มตายจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;หากไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือไม่ก็เป็นวัยรุ่นที่คึกคะนองโดยไม่คิดถึงความเดือดร้อนของใคร อีกทั้งยังมีความตั้งใจที่จะพกอาวุธพกระเบิดเพื่อที่จะนำมาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางคนถึงกับมีอาการบาดเจ็บสาหัส &amp;nbsp;และเป็นม็อบที่ไม่รู้สึกอะไรเลยที่ทำให้ประชาชนในบริเวณการชุมนุมเดือดร้อนอย่างหนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชนส่วนใหญ่ยังรู้เลยว่า ม็อบรุนแรงรายวันใช้เด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือ แต่ที่นายปิยบุตรทำเป็นไม่รู้ &amp;nbsp;อาจเป็นเพราะว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ได้ประโยชน์จากการชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงของม็อบทะลุแก๊สหรือไม่ จึงหูหนวกตาบอด คนหนักแผ่นดินที่คิดร้ายต่อประเทศชาติ &amp;nbsp;ประชาชน และสถาบัน คนไทยส่วนใหญ่รู้ดีว่านายปิยบุตรกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่ อย่าคิดว่าจะทำสำเร็จ คนส่วนใหญ่เขารู้ทันหมดแล้ว มีแต่สาปแช่งให้ไปอยู่ที่อื่น ไม่ต้องกลับมาอาศัยผืนแผ่นดินไทย ถ้ายังไม่มีจิตสำนึกในคุณแผ่นดินไทย อย่าได้กลับมาทำร้ายประเทศไทยและคนไทย &amp;nbsp;คนหนักแผ่นดินเช่นนี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการเด็ดขาด&amp;quot; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น) แถลงว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มีการทํากิจกรรมปราศรัยที่ลานหน้าหอศิลป์ แยกปทุมวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 น.จนถึง 19.00 น. ไม่มีเหตุรุนแรง &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มทะลุแก๊สที่สามเหลี่ยมดินแดง มีการนําแผงเหล็กมาวางปิดการจราจร จุดไฟเผาทรัพย์สินต่างๆ บนถนน มีการขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัด พลุไฟ &amp;nbsp;และระเบิดต่างๆ ใส่สถานที่ราชการ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อติดตาม จับกุมผู้กระทําความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป โดยการรักษาความสงบเจ้าหน้าที่จะยังคงยึดหลักนิติรัฐ เพราะประเทศไทยปกครองด้วยกฎหมายก็ต้องยึดหลักตามกฎหมายต่อไป ยืนยันอีกไม่นานเหตุวุ่นวายที่ดินแดงจะยุติในสิ้นเดือนนี้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าผู้ก่อเหตุย้ายพื้นที่ก่อเหตุไปที่ใด เจ้าหน้าที่ก็จะยังเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกัน กลุ่มทะลุฟ้าได้นัดชุมนุมที่แยกนางเลิ้ง เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลขับไล่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาออกจากตำแหน่ง โดยนัดหมายชุมนุมในเวลา 16.00 น. แต่ก่อนถึงเวลานัดหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็ก ลวดหนามหีบเพลงมาปิดการจราจรบริเวณแยกนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลกทั้งขาเข้าและขาออก โดยมีกำลังควบคุมฝูงชนและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเตรียมรองรับสถานการณ์ในแนวตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 16.30 น. มวลชนได้เริ่มเข้าพื้นที่ โดยมีการฉีดสีสเปรย์ลงบนพื้นถนน เขียนข้อความบนป้ายผ้าโจมตีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะเดียวกันเตรียมจรวดขวดน้ำเพื่อมาตอบโต้เจ้าหน้าที่เหมือนวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นได้นำป้ายผ้ามาขึงบนแผงลวดหนามหีบเพลงและเริ่มทำกิจกรรม เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนพร้อมด้วยรถจีโนเคลื่อนจากแนวตั้งมาอยู่หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร &amp;nbsp;ห่างจากกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 200 เมตร โดยมีแกนนำอย่างนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำราษฎรนนทบุรี และนายเอกชัย &amp;nbsp;หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้าร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้มีการปาสีและยิงจรวดน้ำใส่เจ้าหน้าที่เพื่อยั่วยุ ส่วนเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ยุติการกระทำเนื่องจากผิดกฎหมายหลายมาตรา แต่มวลชนไม่สนใจพยายามรื้อรวดหนาม พร้อมยิงพลุและปาประทัดยักษ์ใส่เจ้าหน้าที่ตลอดเวลา กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนอีกครั้งจะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ก่อนจะฉีดน้ำเพื่อระงับยับยั้งกลุ่มผู้ชุมนุม สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเมื่อมวลชนรื้อลวดหนามพยายามเข้าประชิดแนวเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว ทั้งรถกระบะ รถจักรยานยนต์ ได้โอบล้อมจากถนนนครสวรรค์และแยกยมราชเพื่อสลายการชุมนุม ทำให้กลุ่มหัวรุนแรงแตกพ่ายหนีกระเจิง สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 &amp;nbsp;คน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่บางส่วนที่เป็นผู้หญิงไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ พยายามมากดดันล้อมกรอบเจ้าหน้าที่เอาไว้ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ ใช้เวลาประมาณ 20 &amp;nbsp;นาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดพื้นที่แยกนางเลิ้งไว้ได้ทั้งหมด พร้อมกับตรึงกำลังเอาไว้เพราะยังมีมวลชนในพื้นที่บางส่วนไม่พอใจ ยืนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118043</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เข้าข้างม็อบทะลุแก๊สเพราะได้ประโยชน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_61346f6af1e11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ซัด&#039;ฝ่ายค้าน&#039; พูดมากรายวันน้ำท่วมทุ่งทำลายชาติน่ากลัวกว่าพายุ&#039;เตี้ยนหมู่&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ระบุว่าในพื้นที่หลายจังหวัดเกิดสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ นายกฯได้มีกำหนดการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตาม แผนบริหารจัดการน้ำ ให้ความช่วยเหลือและรับฟังปัญหารวมถึงให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยตลอดสัปดาห์นี้นอกจากนายกฯจะลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยไทยแล้ว ยังมีกำหนดการที่จะลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ และนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกลยังระบุว่า นายกฯห่วงใยในประชาชนอย่างแท้จริง ยังได้สั่งการมอบภารกิจ ให้รองนายกฯ และรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ รวมถึง ส.ส.ได้ลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือกับประชาชนได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นการวัดพลังของใคร ไม่ใช่เป็นเรื่องพรรคการเมืองใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นข้อสั่งการที่นายกฯมอบภารกิจให้ลงพื้นที่ห่วงใยดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในช่วงพายุเข้าฝนตกหนักในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เช่นนี้ ตนเองก็ขอให้คนที่เห็นต่างนายกฯ และรัฐบาล หรือแม้กระทั่งพรรคฝ่ายค้านอย่าคิดเป็นอย่างอื่น อย่านำไปเป็นประเด็นการเมือง ไม่ควรนำมา กล่าวหาวิพากย์วิจารณ์เพราะขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง ฝ่ายค้านก็ควรสั่งให้ส.ส.ในพรรคลงพื้นที่ช่วยประชาชนจะดีกว่าที่จะมาคิดโจมตีเป็นประเด็นการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ และรัฐมนตรีทุกคน เป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ&amp;quot;เตี้ยนหมู่&amp;quot; อย่างมาก โดยนายกฯยังได้เตรียมการในทุกด้านแล้วเพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชน &amp;nbsp;และยังลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์รับฟังปัญหาจากประชาชนด้วยตนเอง &amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างจากพรรคฝ่ายค้านที่ประชาชนจะเดือดร้อนมากแค่ไหนแต่ยังออกมาพูดเป็นพายุน้ำลาย พูดมากจนน้ำท่วมทุ่ง กล่าวหาโจมตีตลอดเวลา ซึ่งตนเองก็มองว่า พายุน้ำลาย ของพรรคฝ่ายค้าน สร้างความรุนแรงเสียหายมากกว่าพายุเตี้ยนหมู่&amp;quot;ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เพราะพายุน้ำลายจากฝ่ายค้าน ทั้งเน่าทั้งเหม็นส่งกลิ่นไปทั่ว เป็นพายุน้ำลายที่ท่วมทุ่งทำลายประเทศจนเกิดความสกปรกโสโครกมายาวนาน จนยากที่จะชำระล้างได้ เป็นพายุน้ำลายที่น่ากลัวสร้างความเสียหายมากกว่าพายุเตี้ยนหมู่ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เสียอีก&amp;quot; นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซัดฝ่ายค้าน, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, แรมโบ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_614ff99bafb01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยื่นฟ้อง25ไทยไม่ทน ทะลุแก๊สปรับขบวนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทรงรับตำรวจ คฝ.บาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ &amp;nbsp;&amp;quot;กมธ.ตำรวจ&amp;quot; เตรียมพบ &amp;quot;ผบช.น.&amp;quot; 14 ก.ย. จี้ถามคลิป ตร.ขับรถชนผู้ชุมนุมแยกดินแดง &amp;quot;ภัคพงศ์&amp;quot; ปัดตั้งใจชน แจงรถคุมผู้ต้องขังถูกไล่ทุบทำร้ายต้องรีบหนี บอกใครได้รับความเสียหายใช้สิทธิ์แจ้งความได้ &amp;quot;พงส.&amp;quot; ยื่นอัยการฟ้อง 25 แกนนำไทยไม่ทน 4 ข้อหา &amp;quot;ทะลุแก๊ส&amp;quot; ปิดทวิตเตอร์ปรับยุทธศาสตร์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 ก.ย. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีส.ต.ต.ธนาวุฒิ จิรคเชนทร ผบ.หมู่กองร้อยที่ 1 กก.คฝ.2 บก.อคฝ. ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่จากการชุมนุมบริเวณแยกดินแดง ซึ่งแพทย์วินิจฉัยมีเลือดออกในสมอง กระดูกเบ้าตาด้านขวาแตก มีแผลฉีกขาดบริเวณใบหน้าและตาขวาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทรงรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวว่า ขอประณามการกระทำของม็อบกลุ่มทะลุแก๊สที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ได้ออกมาชุมนุมตามข้อเรียกร้อง แต่ตั้งใจอยากออกมาชุมนุมเพื่อที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และตั้งใจที่จะมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น เพราะการชุมนุมมีการขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว พลุไฟ ปาระเบิดแบบไปป์บอมบ์และระเบิดประทัดยักษ์ ที่มีความรุนแรงมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.การตำรวจทำหนังสือเชิญ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เข้าชี้แจง กมธ.วันที่ 16 ก.ย. ภายหลังโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ย.ที่สามเหลี่ยมดินแดง ที่รถตำรวจขับชนเยาวชนกลุ่มม็อบทะลุแก๊สแล้วหนีไม่ลงมาดูคนเจ็บ แต่ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็ว ตนกังวลว่าจะล่าช้าไปจึงให้ตัวแทน กมธ.ตำรวจ อาทิ นายสัญญา นิลสุพรรณ รองประธาน กมธ.คนที่สอง, น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองประธาน กมธ.คนที่ห้า และนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.การตำรวจ ไปพบ ผบช.น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในวันที่ 14 ก.ย. เวลา 13.00 น. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ชนนกล่าวว่า ประเด็นที่เตรียมไปซักถามข้อเท็จจริงกับ ผบช.น. มี 2 ประเด็นหลักคือ 1.กรณีคลิปตำรวจขับรถตำรวจชนผู้ชุมนุมว่าใช้ความเร็วที่เท่าไหร่ และ 2.ถามถึงเจตนาการใช้ความเร็ว ซึ่งขอย้ำไม่ได้จับผิดการทำหน้าที่ของตำรวจ แต่ต้องสอบถามเพื่อตอบข้อสงสัยของสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้าน ขณะเดียวกัน กมธ.จะติดตามกรณีมีตำรวจโดนเขวี้ยงระเบิดที่บริเวณหน้าได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าวด้วย&amp;quot; กมธ.การตำรวจผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ชี้แจงถึงคลิปเหตุการณ์กรณีรถควบคุมผู้ต้องหาวิ่งชนกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดงดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อรถควบคุมผู้ต้องหาขับไปถึงจุดเกิดเหตุสามเหลี่ยมดินแดง ปรากฏมีผู้ชุมนุมประมาณ 6-7 คนได้วิ่งกรูใช้อาวุธเข้ามาทุบรถ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนรถเกิดความเสียหาย จากนั้นจึงเกิดเสียงดังคล้ายเสียงระเบิดดังขึ้น และไม่เห็นว่าผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ โดยระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าจะถูกทำร้ายจึงรีบขับรถหลบหนีเพื่อเดินทางกลับไปยังต้นสังกัด แต่รถไม่สามารถขับต่อไปได้ จึงไปจอดไว้ที่ รพ.พระมงกุฎฯ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่จะทำการตรวจสอบสภาพรถ พร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ดินแดง รวมทั้งไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวที่ได้ก่อเหตุไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีพฤติกรรมชนแล้วหนี แต่เหตุการณ์เมื่อคืนได้มีการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ก็ไม่ได้รับแจ้งหรือรายงานว่ามีใครได้รับบาดเจ็บแล้วมาเข้ารับการรักษา และหลังจากนี้หากกลุ่มผู้ชุมนุมคิดว่าตนเองได้รับความเสียหาย ก็มีสิทธิ์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้&amp;quot; พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวว่า ในส่วนการเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่แฟลตดินแดงคืนวันที่ 11 ก.ย.นั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์บานปลาย เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมก่อความวุ่นวาย มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่และทำลายทรัพย์สิน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการสลายการชุมนุมในเคหสถานมาโดยตลอด แต่ผู้ชุมนุมยังไม่ยอมที่จะยุติ ส่งผลให้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายนาย ล่าสุด ส.ต.ต.ธนาวุฒิก็ถูกปาไปป์บอมบ์ใส่บริเวณใบหน้าด้านขวาและเบ้าตาต้องผ่าตัดด่วนถึง 8 ชม. ขณะนี้อาการยังคงทรงตัวและรักษาอยู่ที่ห้องไอซียู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การชุมนุมในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้จำนวน 204 คดี มีผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 756 คน จับกุมได้ 511 คน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่มีการชุมนุม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 รายพร้อมยึดอาวุธปืนและมีระเบิดแสวงเครื่องและไปป์บอมป์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จากนั้นก็จัดส่งดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีความคืบหน้าที่มีการยิงเด็กอายุ 14 ปี ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นภาพใกล้ๆ กับจุดเกิดเหตุขณะนี้ยังคงขาดพยานหลักฐานสำคัญ แต่ก็สามารถที่จะออกหมายจับได้ แต่อยากให้มีการพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดกว่านี้&amp;quot; โฆษก บช.น.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการพิเศษ คดีศาลแขวง 3 พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ส่งตัวพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง 25 แกนนำไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชน ให้อัยการพิเศษศาลแขวง ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) และอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 4 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และแกนนำไทยไม่ทนฯ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการว่าหลังจากปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้ว ได้ให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรแก่พนักงานสอบสวนลงวันที่ 9 ก.ย.2564 รวมถึงแนบภาพถ่ายการชุมนุมในวันดังกล่าวประกอบที่แสดงถึงข้อขัดแย้งกับข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนโดยสิ้นเชิง และได้ขอให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 คน เพื่อประโยชน์แก่ผู้ต้องหา แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้สอบพยานเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา แต่กลับเร่งรีบยื่นส่งสำนวนสอบสวนที่ขาดการพิสูจน์ความผิดให้พนักงานอัยการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายหลังพนักงานอัยการรับสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาเเล้ว นายเมธา เปิดเผยว่า ทางอัยการได้นัดฟังคำสั่งวันที่ 17 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งคาดว่าก็จะมีคำสั่งในเรื่องคำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มทะลุแก๊สได้โพสต์ผ่านทางทวิตเตอร์ประกาศ &amp;quot;ขอยุติบทบาทชั่วคราว จนกว่าจะได้ข้อสรุปทางยุทธศาสตร์และจะกลับมาอีกครั้งในวันในที่ 18, ส่วนวันที่ 30 เจอกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เราจะไปรำลึกวีรชนผู้กล้า ผู้เป็นทั้งครูอาจารย์ในการกำหนดจริยธรรมของการต่อต้านเผด็จการ และยังเป็นแรงบันดาลใจในการต่อสู้ทางการเมืองของแอดมินเสมอมา&amp;quot; &amp;nbsp;โดยหลังมีการโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ดังกล่าว ทางกลุ่มทะลุแก๊สได้มีการลบแอคเคาต์ทวิตเตอร์ออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางเฟซบุ๊กทางกลุ่มทะลุแก๊ส ได้โพสต์แถลงการณ์ปิดเพจทะลุแก๊ส และติดตามความเคลื่อนไหวต่อได้ที่ เพจเยาวรุ่นทะลุแก๊ส และต่อไปนี้เพจนี้จะเป็นเพียงแค่กระจายข่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116606</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมบริเวณแยกดินแดง, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61222ba4a0b50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้&#039;ซัด ‘อนุสรณ์’ ปากสากกะเบือเต้าข่าวเอาไปเบิกรางวัลนายใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 กันยายน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดถึงการแก้ไขปัญหาการเมืองของนายกฯก็เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง มากกว่าปัญหาของประเทศชาติและประชาชนว่า หากนายอนุสรณ์หัดมองโลกให้กว้างมากกว่านี้จะเห็นว่านายกฯ และรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก้ไขปัญหาอะไรไปบ้างแล้ว และการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 แม้จะมีตัวเลขที่สูงขึ้นแต่จำนวนตัวเลขผู้หายป่วยมีจำนวนมากเช่นเดียวกัน รวมถึงตัวเลขผู้ป่วยหนักลดลงด้วย ซึ่งทำให้เห็นแล้วว่านายกฯ มุ่งที่จะแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองมากกว่า การแก้ไขปัญหาทางการเมืองเพื่อความอยู่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องภายในรัฐบาลนั้นนายกฯ บอกไปแล้วว่าทำเพื่อประชาชน และการบริหารบ้านเมือง ซึ่งตนเองมองว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร และไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารบ้านเมืองในขณะนี้ ขณะเดียวกันนายกฯยังได้ยืนยันไปแล้วว่ายังไม่ปรับ ครม. แม้จะปลด 2 รัฐมนตรีเพราะยังเหลือรัฐมนตรีทำงานอีกหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนเองมองว่ารองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยน่าจะย้อนมองดูพรรคตัวเองก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์นายกฯว่าแก้ไขปัญหาการเมืองเพื่อความอยู่รอด มากกว่าการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพราะตนเองก็ทราบมาว่าภายในพรรคเพื่อไทยเองก็เกิดปัญหาความขัดแย้ง อีกทั้งยังคอยแต่จะมุ่งเล่นแต่ประเด็นทางการเมือง คอยแต่จะตีกินทางการเมือง ให้ตัวเองเข้ามามีอำนาจ จนไม่สนใจปัญหาบ้านเมือง ปัญหาของประชาชนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; คนปากสากกะเบือ อย่างนายอนุสรณ์ ไม่เคยคิดหวังดีต่อบ้านเมือง ดีแต่ยุแยงตะแคงรั่ว บิดเบือนความจริง ให้ท้ายม็อบป่วนเมือง จะไปเชื่อถืออะไรได้ คนประเภทดีแต่อิจฉาตาร้อน ด่ารบ.เอาข่าวเสนอเอาใจนายใหญ่ หวังรางวัลตอบแทนมากกว่า&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116439</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, นายเสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139669d68a4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
