<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 07:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 06:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรี&#039;ลั่นสว.ไม่จำเป็นต้องโหวตเหมือนวาระแรก เปลี่ยนมางดออกเสียงก็ไม่ทำให้เกิดกระสุนตกที่สว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.64 - นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ยืนยันในหลักการเดิมว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์ เป็นเรื่องของสองพรรคการเมืองใหญ่ ไม่ได้แก้เพื่อประชาชน ซึ่งตอนนี้ก็พบว่า ก็ยังเห็นไม่ตรงกัน เพราะวิปรัฐบาลจากพลังประชารัฐ บอกว่าให้ฟรีโหวต แต่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานกมธ.แก้ไขรธน.จากพลังประชารัฐบอกว่าพรรคต้องสนับสนุนลงมติไปในทางเดียวกัน โดยในส่วนของสว.นั้น ถึงตอนนี้ ก่อนหน้าลงมติหนึ่งวันพบว่า สว.ยังไม่ตกผลึกเสียทีเดียว ยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่มาก มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับบัตรสองใบ บางคนที่ไม่เห็นด้วยก็บอกว่าหากกลับไปใช้ระบบเดิม การเมืองจะกลับไปมีปัญหาแบบในอดีต ทำให้ถึงตอนนี้ ยังบอกไม่ได้ชัดว่าสว.เสียงส่วนใหญ่เอาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี กล่าวยืนยันว่า การที่สว.ที่เคยลงมติเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขรธน.วาระแรกและวาระสอง แล้วจะเปลี่ยนมาเป็น&amp;quot;งดออกเสียง&amp;quot;ในวาระสาม จะไม่ทำให้เกิดกระสุนตกที่วุฒิสภา โดยหากสว.คนใดจะเปลี่ยนใจลงมติวาระสามไม่เหมือนวาระแรกและวาระสอง &amp;nbsp;ก็ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่า รัฐธรรมนูญยังเขียนเว้นทิ้งช่วงให้การโหวตวาระสาม ต้องทำหลังลงมติวาระสองแล้วอย่างน้อย สิบห้าวัน เพื่อมาโหวตวาระสาม แทนที่จะโหวตวาระสามในวันเดียวกัน ทันทีเหมือนกฎหมายปกติ หลักการดังกล่าวมีแค่การแก้ไขรธน.อย่างเดียวเท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ การเว้นไว้สิบห้าวัน เพื่อให้สมาชิกรัฐสภา ได้มีเวลาคิดไตร่ตรองใคร่ครวญอย่างรอบคอบ ได้กลับไปดูข้อดีข้อเสีย อีกครั้งว่าสิ่งที่เคยโหวตไว้มีข้อดีข้อเสียอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การโหวตวาระสาม ไม่จำเป็นต้องโหวตแบบเดิมเหมือนตอนโหวตวาระสองก็ได้ ถ้าจะไม่ลงมติแบบเดิม ก็อธิบายให้ประชาชนเข้าใจหลักการตรงนี้ ที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้เว้นไว้สิบห้าวัน เป็นเรื่องของการให้กลับมาคิด กระสุนก็คงไม่ตกที่สว.&amp;quot;นายเสรีระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116226</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายเสรี สุวรรณภานนท์, บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210910/image_big_613a9f2e1d95e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 22:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!สภาสูงประกาศคว่ำร่างปิดสวิตช์ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.2564 - นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึงการยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรคฝ่ายค้านที่มีเนื้อหาแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ แต่ต้องมีเนื้อหาเหมาะสม ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ถ้าเป็นเช่นนี้ ส.ว.ไม่ร่วมมือด้วยแน่นอน โดยเฉพาะการตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เป็นการลุแก่อำนาจ ไม่เห็นด้วย การโหวตเลือกนายกฯของ ส.ว. เป็นอำนาจตามบทเฉพาะกาล 5 ปี เพื่อมาแก้วิกฤติประเทศ เสียง ส.ว.ไม่มีผลอะไรเลย ถ้ามีเสียงสนับสนุนจากส.ส.ไม่ถึงครึ่งในการโหวตนายกฯ &amp;nbsp;การแก้มาตรา 272 ทุกฝ่ายต้องเห็นพ้องต้องกันจึงจะสำเร็จ ถ้า ส.ว.ไม่ร่วมมือด้วยก็ไม่มีทางสำเร็จ ขอเตือนสติให้รับรู้ว่าใครที่ทำเก่งทำกล้า เสนอแก้รัฐธรรมนูญที่ลุแก่อำนาจ เน้นแต่หาเสียง สนุกปากเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าพรรคใดเสนอมาจะไม่ผ่านแม้แต่ร่างเดียว ส.ว.จะไม่รับร่าง เพราะไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา เป็นแค่การหาเสียง มุ่งแสดงอำนาจบาตรใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า &amp;nbsp;การที่ฝ่ายค้านจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราทั้งการให้ตั้ง ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และการตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกฯนั้น โม้ได้แต่จะทำได้หรือไม่ เพราะจะต้องอาศัยเสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 84เ สียงขึ้นไปในการสนับสนุน ดูแล้วร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านโอกาสผ่านยาก เพราะเรื่องการตั้งส.ส.ร.มายก ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ทำประชามติก่อน หรือการตัดอำนาจส.ว. โหวตนายกฯเป็นการทำเพื่อหาเสียง ขณะนี้เสียง ส.ว.ตกผลึกเบื้องต้นจะให้ผ่านเฉพาะร่างแก้รัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ที่เสนอโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนร่างของฝ่ายค้านคงไม่ผ่าน ขณะที่ร่างพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และชาติไทยพัฒนานั้น ถ้าเสนออยู่ในหลักการที่เป็นไปได้ ไม่สุดโต่ง ทำเพื่อหาเสียงให้ตัวเอง ส.ว.ก็ยินดีสนับสนุน แต่ถ้าสุดโต่งเกินไป ก็คงไม่ผ่าน ต้องไปหาเสียงสนับสนุนเอาเอง ยืนยัน ส.ว.ไม่ใช่อุปสรรคแก้รัฐธรรมนูญ และเป็นที่พึ่งฝากความหวังได้ เห็นแก่บ้านเมืองมากกว่านักการเมืองด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106552</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, นายเสรี สุวรรณภานนท์, รัฐธรรมนูญ, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c989c1b5c29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’เสรี-ชลน่าน’พาเหรดชงญัตติแก้ปัญหาวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.2564 &amp;ndash; ในการประชุมรัฐสภา ภายหลังจากที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. เสนอญัตติให้รัฐสภาลงมติให้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านวาระสองตกไป เพราะขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายสนับสนุนในญัตติดังกล่าว แต่เมื่อถูกทักท้วงว่าการขอให้ลงมติให้ตกไปนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ให้อำนาจ ทำให้เสนอคำขอแก้ไขเพื่อปรับปรุงญัตติดังกล่าว เป็นความว่า &amp;quot;ให้ที่ประชุมไม่ให้มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญวาระสาม​โดยเหตุผลขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยมี ส.ว.รับรองครบตามจำนวน ทำให้ญัตติของนายเสรีเป็นญัตติลำดับที่ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเสนอญัตติให้รัฐสภาทำหน้าที่ลงมติวาระ3 ต่อไป ตามมาตรา 256 เพราะเห็นว่า ทำต่อได้ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญระบุการแก้ไขเพิ่มเติมให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ทำได้ แต่ต้องทำประชามติสอบถามประชาชนก่อน ซึ่งขั้นตอนทำประชามติ ฝ่ายค้านและนักวิชาการต่างๆอาทิ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ล้วนมีความเห็นว่า ให้ทำประชามติก่อนการจัดทำรัฐ ธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม เพราะไม่มีกฎหมายใดรองรับการทำประชามติก่อนยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐธรรมนูญระบุการทำประชามติไว้ 2กรณีคือ กรณีมาตรา166 ที่ ครม.เป็นผู้เสนอ และมาตรา256(8)ให้ทำประชามติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลังวาระ3 ดังนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องทำประชามติหลังลงมติวาระ3เท่านั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า อยากให้เดินหน้าโหวตวาระ 3 เพื่อให้ประชาชนใช้อำนาจตัดสินจะมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ อย่าปิดกั้นอำนาจประชาชน ถ้าไปปิดกั้นอาจเกิดวิกฤตินองเลือด เหมือนปี2535 อย่าให้บ้านเมืองมีอันเป็นไปเพราะการตัดสินใจของรัฐสภา ไม่มีคำพูดใดบอกว่า สิ่งที่รัฐสภาดำเนินการมาผิด ทางออกดีที่สุดแนวทางเดียวคือ โหวตวาระ3 &amp;nbsp;และต้องลงมติให้ผ่าน อย่าให้รัฐธรรมนูญแท้งก่อนคลอด วันนี้ใส่สูทดำขอไว้ทุกข์ให้กับการทำแท้งรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;และในวันที่ 18 มี.ค.เรียกร้องให้แต่งชุดดำเต็มสภา เพราะไม่เห็นด้วยกับการล้มรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96347</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, นายเสรี สุวรรณภานนท์, รัฐธรรมนูญ, วาระสาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_605195ab5c4c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรี&#039;แนะรัฐสภารอคำวินิจฉัยกลางก่อนโหวตวาระ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.64-นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.กล่าวถึงการเรียกประชุมรัฐสภาวันที่ 17 มี.ค.โดยมีวาระลงมติวาระ 3 &amp;nbsp;ของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ... ซึ่งที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภา หารือถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่า ยังมีเนื้อหาที่ทำให้เกิดการตีความได้หลายทิศทาง และล่าสุดที่พบคำวินิจฉัยส่วนตนของนายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีรายละเอียดว่าด้วย การโอนอำนาจให้กับสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ระบุว่าไม่สามารถทำได้ ดังนั้นเชื่อว่าในคำวินิจฉัยกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีประเด็นที่เป็นรายละเอียด ดังนั้นการลงมติวาระสามจึงเห็นว่ารัฐสภาควรรอไปก่อนจะมีคำวินิจฉัยกลางเผยแพร่ เพราะการลงมติของรัฐสภาในวาระ3 นั้นจะเป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 กำหนด แต่ขณะนี้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นซึ่งมีผลผูกพันต่อรัฐสภา การลงมติของรัฐสภา จึงควรรอเพื่อให้เกิดความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่าคำวินิจฉัยกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาในไม่ช้านี้ หรือช่วงเวลาก่อนที่รัฐสภาจะลงมติวันที่ 17 มีนาคมนี้ &amp;nbsp;ดังนั้นรัฐสภาควรรอพิจารณาเนื้อหา เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เป็นแบบแผนที่กำกับการทำหน้าที่ ซึ่งการลงมติของรัฐสภา ไม่ได้มีแค่ รับหรือไม่รับเท่านั้น แต่คือการทำหน้าที่ที่ทำผิดไม่ได้ เพราะถือเป็นความเสี่ยง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี กล่าวว่า สำหรับความเห็นส่วนตนของนายทวีเกียรติที่มีเนื้อหาว่าด้วยรัฐสภาสามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ โดยตั้งคณะทำงาน , กรรมาธิการ หรือ ส.ส.ร.ได้ แต่ต้องไม่ใช่เป็นการโอนอำนาจที่ขาดจากกัน แต่ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่ผ่านวาระสอง มติเสียงข้างมากเห็นด้วยกับการแยกขาดอำนาจระหว่าง ส.ส.ร. และรัฐสภา เพราะเมื่อส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ กำหนดให้นำเสนอเพื่อให้รัฐสภาอภิปรายโดยไม่ลงมติ แสดงว่าอำนาจของรัฐสภาไม่ยึดโยงต่อกัน ดังนั้นในการลงมติวาระสามที่ต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทั้งฉบับอาจทำให้เกิดปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันที่15 มี.ค.คณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิสภา) จะหารือต่อเรื่องดังกล่าว โดนการนำคำวินิจฉัยยของศาล ข้อมูลที่เกี่ยวข้องหารือและแจ้งเป็นข้อมูลให้ส.ว.ทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น แต่ไม่ใช่การกำหนดมติของวุฒิสภา อย่างไรก็ตามส่วนตัวมองว่าเมื่อคำวินิจฉัยไม่ชัดเจน ทิศทางของส.ว. อาจเกิดขึ้นได้ 4 ทิศทางคือ 1.ไม่แสดงตน เพื่อร่วมพิจารณา 2.ไม่เห็นชอบ 3. งดออกเสียง และ 4.ให้ความเห็นชอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าขณะนี้มีหลายฝ่ายประเมินว่า ส.ว.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ นายเสรีกล่าวว่า &amp;nbsp;หากใช้คำว่าคว่ำเท่ากับมองส.ว. เป็นผู้ร้าย ทั้งที่ข้อเท็จจริง ส.ว.ต้องพิจารณา ก่อนตัดสินใจลงมติตามเหตุและผล รวมถึงพิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนด้วย ส่วนที่มีคนระบุว่าส.ว.ที่ลงมติรับหลักการวาระแรกแล้ว ควรลงมติเห็นชอบวาระสาม นั้น เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะการทำกฎหมายที่แบ่งเป็น 3 วาระ คือ วาระแรก รับหลักการ คือ การคิด วาระสองคือการพิจารณา และวารสาม คือการตัดสินใจ ที่ต้องมีรายละเอียดเและเหตุผลประกอบอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ใครก็ตามบอกว่าหากรัฐสภาจะลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญจะไปฟ้อง ป.ป.ช. ถือว่าเป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุล ตามรัฐธรรมนูญ ที่ยอมรับว่าแม้การลงมติจะเป็นอำนาจและดุลยพินิจของรัฐสภา แต่ต้องเป็นไปอย่างถูกต้องและไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96008</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเสรี สุวรรณภานนท์, วาระ 3  ของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ..., แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604da8b334f0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรี&#039;ปัดมายาคติข้องใจทำเพื่ออนาคตไม่สนใจปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.2563 - &amp;nbsp;ในเวลา 12.00 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายโต้ตอบที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นมายาคติ สร้างภาพหลอกลวง ใส่ร้ายจนประชาชนเข้าใจผิดร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ว่าจะไม่เสียดสีว่ากล่าวฝ่ายใด แต่อยากบอกว่าสิ่งที่ได้แสดงความคิดเห็นไม่ได้เกิดจากอคติ แต่ต้องเสนอให้สังคมรับรู้ เพราะเป็นข้อมูลแท้ๆ ที่ได้มาจากเว็บไซต์ของไอลอว์ทั้งสิ้น สมาชิกรัฐสภาบางคนบอกว่าข้อมูลที่อภิปรายเป็นการใส่ร้ายหลอกลวง ขอให้เปิดไปดูที่เว็บไซต์ในไอลอว์ สิ่งที่กังวลใจว่าเขียนรัฐธรรมนูญแล้วกระทบกับหมวดหนึ่งหมวดสอง แต่ปรากฏว่าในเว็บไซต์ของไอลอว์เผยแพร่ 10 ข้อปฏิรูปสถาบัน แล้วจะบอกว่าเรามายาคติได้อย่างไร สิ่งที่เราเสนอเราไม่ได้ใส่ร้าย หรืออคติกับไอลอว์ แต่เป็นความจำเป็น เพื่อให้บ้านเมืองเข้มแข็ง เดินไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี กล่าวอีกว่า การเป็นประมุขของประเทศแล้วถูกจาบจ้วง ใส่ร้าย ล้อเลียน คนทั้งประเทศก็เสียใจ ความเสียใจถามว่าท่านสร้างทำไม ท่านอยู่เบื้องหลังกันหรือเปล่ากับคนที่อยู่ข้างนอก คนที่เรียกร้องบอกว่าสิ่งที่เขาทำเป็นเจตนาดี เพื่อลูกหลานในอนาคต &amp;nbsp;แต่สิ่งที่ท่านมีเจตนาดีนี้ ในขณะที่ยังเด็กท่านเคยนึกถึงความเดือดร้อนของพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือคนทั้งประเทศ ที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ นึกถึงแต่ลูกหลานในอนาคต แต่วิถีชีวิตคนปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบ หารายได้ด้วยความลำบาก แต่เราเรียกร้องรัฐธรรมนูญโดยต้องการประชาธิปไตย ไม่คำนึงถึงคนที่ดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน สมควรแล้วหรือ ถ้าเรามีรัฐธรรมนูญแย่ แต่ผู้บริหารประเทศ ประชาชนอยู่อย่างมีความสุข สงบ มีรายได้ มีงานทำ เราไม่ได้ปฏิเสธไอลอว์แต่เรากำลังทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภา ที่สร้างประโยชน์ คุณงามความดีให้แก่คนทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84241</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเสรี สุวรรณภานนท์, มายาคติ, ร่างรัฐธรรมนูญ, ส.ว., ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb3d4b27d4b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรี&#039;ยกประชามติคุ้มกันรื้ออำนาจส.ว.ย้ำต้องเคารพเสียงปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63-นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ ยอมให้ตัดอำนาจส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของนายวันชัยที่วิเคราะห์จากสถานการณ์การเมือง เสียงส.ว.ที่ออกมาแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเสียงส่วนน้อย แต่เสียงส.ว.ส่วนใหญ่ยังนิ่ง รอดูสถานการณ์อยู่ การแก้รัฐธรรมนูญเรื่องส.ว.นั้น ต้องดูว่า ส.ว.มาโดยรัฐธรรมนูญ มีภารกิจปฏิรูปประเทศ ติดตามยุทธศาสตร์ชาติ เลือกนายกฯที่กำหนดเป้าหมายไว้แต่แรก ดังนั้นการจะเปลี่ยนแปลงอะไรต้องรอบคอบ จะดูกระแสอย่างเดียวไม่ได้ ต้องว่าด้วยเหตุผล โดยเฉพาะการไม่ให้ส.ว.โหวตเลือกนายกฯต้องเป็นไปโดยความเห็นพ้องต้องกัน รัฐธรรมนูญนี้ผ่านประชามติมา ต้องเคารพเสียงประชาชน จะแก้ได้ก็ต้องเป็นความเห็นพ้องต้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้อเรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญเรื่องส.ว.ขณะนี้ เป็นเรื่องของที่มาส.ว.ไม่ถูกใจจึงออกมาเรียกร้อง แต่ไม่ได้ดูเรื่องเหตุผล บวกกับปัญหาการเมืองที่บางพรรคถูกยุบพรรค กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิโดยรัฐธรรม นูญฉบับนี้ เลยอยากให้รื้อใหม่หมด ขณะนี้ส.ว.ขอรอดูความเห็นทุกฝ่ายเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ข้อยุติชัดเจนก่อนว่า จะแก้โดยวิธีตั้งส.ส.ร.หรือแก้รายมาตรา เพราะส.ส.ยังเห็นไม่ตรงกัน ถ้าส.ว.รีบเสนออะไรไป โดยยังไม่มีข้อยุติ จะยิ่งสร้างความขัดแย้งมากขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73900</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเสรี สุวรรณภานนท์, รื้ออำนาจส.ว., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180118/image_big_5a602cbb12490.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรี&#039; อบรมนักศึกษาบางกลุ่มไล่รัฐบาลด้วยเหตุผลตื้นเขิน เตือนระวังตกเป็นเครื่องมือการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27​ เม.ย.63 - &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้หาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคาดหวังการเมืองยุคใหม่จากนักศึกษาปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจะไล่ใครมันต้องมีเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาให้กับคนทั้งประเทศจากการแพร่เชื้อโรคไวรัสโควิด-19 อันเป็นประโยชน์ให้กับคนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กลับมานักศึกษา(ส่วนหนึ่ง) ออกมาแสดงบทบาทขับไล่รัฐบาล รวมไปถึง สว. โดยให้เหตุผลที่ตื้นเขินว่า รัฐบาลมาจากเผด็จการ และติดหล่มด้วยการพูดถึงสิ่งเหล่านี้มาตลอดหลังจากที่พรรคการเมืองพรรคหนึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆที่ เมื่อประมาณ 6 ปีก่อน บ้านเมืองเกิดวิกฤต ประชาชนแตกแยก ฆ่าฟันกันเองจนบาดเจ็บล้มตาย จนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ฝ่ายทหารจึงออกมาใช้อำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยไว้ได้ และต่อมาได้มีรัฐธรรมนูญ และได้มีการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลปัจจุบันจึงมาจากรัฐธรรมนูญที่มีการทำประชามติมา และมาจากเสียงของประชาชนที่เลือกตั้งเข้ามา แต่ก็ยังไม่เลิกพูดสิ่งเหล่านี้นำมาเป็นประเด็นในการขับไล่รัฐบาล ที่มันเป็นเรื่องเก่าไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ รักประเทศ รักพ่อแม่ รักปู่ย่าตายาย รักครอบครัว รักญาติพี่น้อง รักเพื่อน และรักประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักศึกษาเองควรจะต้องรู้บทบาทหน้าที่ของนักศึกษา บทบาทหน้าที่ของ รัฐบาล นักการเมือง ข้าราชการ อัยการ ศาล และองค์กรอิสระต่างๆ หรือสื่อมวลชน ที่ต่างล้วนต่างมีบทบาทหน้าที่ของตนเอง ซึ่งหากทุกคนยอมรับในบทบาทและหน้าที่ของตนเองและของคนอื่นแล้วสร้างวัฒนธรรมการอยู่รวมกัน สร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่มีเป้าหมายให้ทุกคนอยู่ในประเทศที่มีแต่ความผาสุกและมีความสงบร่มเย็น ด้วยกัน และมีการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ หากได้ช่วยกันสร้างสิ่งเหล่านี้ บ้านเมืองไทยก็จะเป็นประเทศหรือเป็นเมืองที่น่าอยู่ และอยู่แล้วมีแต่ความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่านักศึกษาส่วนใหญ่เหล่านั้น ต้องการให้ทุกคนอยู่ในประเทศในบ้านเมืองที่สงบร่มเย็นเช่นกัน ดังนั้น นักศึกษาส่วนใหญ่จึงควรแสดงออกทางสังคมและแสดงออกทางการเมืองยุคใหม่ ที่ใช้เหตุและผลเข้ามาตัดสินใจเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวม ไม่เป็นเครื่องมือในทางการเมืองของฝ่ายใด หรือไม่ไปรับผลประโยชน์ส่วนตนจากคนบางกลุ่มแล้วมาสร้างสถานการณ์ให้เป็นผลงานเพื่อแลกผลประโยชน์ส่วนตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยต้องการการเมืองยุคใหม่ ที่มาจากนักศึกษาในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากนักศึกษาปัจจุบันไม่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เกิดการการเมืองยุคใหม่ ในอนาคตข้างหน้าก็จะได้การเมืองแบบเก่าๆ ที่มัวเมามุ่งหาแต่ผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง เล่นการเมืองแบบไม่มีกติกา เมื่อเลือกตั้งแล้วฝ่ายแพ้ก็จะออกมาขับไล่รัฐบาลกันอยู่ตลอด ปลุกระดม ให้ประชาชนเกิดการแตกแยก ให้ประชาชนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย บ้านเมืองไม่สงบร่มเย็น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนไม่หยุดหย่อนไปทุกหย่อมหญ้า สิ่งเหล่านี้ก็พึ่งหวังจากนักศึกษาปัจจุบันที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆในอนาคตอันใกล้ให้เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผมหวังเช่นนั้นจริงๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64427</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักศึกษา, นายเสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180118/image_big_5a602afc1f055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
