<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชักยุ่ง&#039; เอกชัย&#039;จี้คุรุสภากำหนดเวลาปรับปรุงพัฒนาการสอบวิชาเอกให้ชัดเจน เผยมีคนสอบผ่านแล้วร้องเรียน ให้เยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ต.ค.64 - นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการคุรุสภา มีมติให้ยกเลิกสอบวิชาเอก ในการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เนื่องจากการสอบวิชาเอกยังต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาอีกมากนั้น ตนมองว่าในเรื่องนี้เราควรจะต้องคำนึงถึงผลที่ตามมาด้วย ว่า จะรักษามาตรฐานวิชาชีพและคุณภาพของครูไว้ได้อย่างไร หากเลื่อนหรือยกเว้นการสอบวิชาเอกออกไปตามที่มติ แต่ไม่มีกำหนดเวลาชัดเจนว่าจะให้สอบเมื่อไรปีไหน และยังการไม่มีกำหนดให้ชัดเจนแบบนี้ ตนมองว่าอาจจะสร้างปัญหาในอนาคต ดังนั้นเรื่องนี้คุรุสภาต้องมีการกำหนดระยะเวลาที่จะจัดสอบวิชาเอกสำหรับผู้ที่เข้าศึกษาให้แน่นอนว่าจะต้องสอบวิชาเอกในปีไหน เพื่อไม่เป็นการสร้างความสับสนให้กับผู้เรียนหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เพราะหากปล่อยให้เกิดช่องว่างโดยเฉพาะไม่ทราบว่าปีใดจะต้องสอบวิชาเอก และหากไปกำหนดว่าต้องทดสอบวิชาเอก &amp;nbsp;ก็อาจจะมีผู้เรียนตั้งคำถามขึ้นมาอีก ว่า ทำไมจึงต้องเริ่มสอบวิชาเอกที่รุ่นของตน และถูกมองว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมมองว่ามติใดๆ ที่ออกมา จะต้องคำนึงถึงผลกระทบดังกล่าวด้วย ว่า จะสร้างปัญหาความไม่เท่าเทียมในสิทธิที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพให้เกิดขึ้น หรือ หากจะเยียวยาให้ผู้เข้าสอบทุกคนมีสิทธิ์ได้ใบประกอบวิชาชีพก็ยิ่งเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของวิชาชีพครู ที่ว่าเป็นวิชาชีพชั้นสูงต้องมีความรู้ความสามารถในศาสตร์การสอน ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นครู และเนื้อหาวิชาเอกที่จะต้องไปทำหน้าที่สอน อย่างไรก็ตาม คุรุสภาจะต้องมีความชัดเจนด้วย ว่า ผู้ที่สอบไปแล้วกลุ่มไหนจะสามารถได้รับใบอนญาตฯ ทันที เพราะขณะนี้ผมได้รับขอร้องเรียนจากกลุ่มผู้ที่สอบวิชาเอกผ่าน เช่น เตรียมสอบวิชาเอก จึงทำให้ไม่ได้เตรียมความพร้อมในการสอบวิชาชีพครูมากพอ ทำให้สอบไม่ผ่านในส่วนของวิชาชีพครูจึงต้องการที่จะขอรับการเยียวยาด้วย เพราะวิชาเอกที่สอบผ่าน ได้มีการยกเลิกไปแล้ว เป็นต้น&amp;quot;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ในฐานะประธาน กมว. ตนคิดว่ามาตรฐานวิชาชีพวิชาชีพครู ใบประกอบวิชาชีพครูล้วนมีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้ได้คนคุณภาพผ่านกระบวนการคัดกรองความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริงมาเป็นครู หวังว่าการมีมติยกเลิกสอบวิชาเอกของคณะกรรมคุรุสภาจะเป็นการชั่วคราวเท่านั้น เพราะหากปล่อยให้ดำเนินการตามความพร้อม และต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีจะยิ่งมีปัญหาคุณภาพครู ที่จะไปทำหน้าที่สอนตามหลักสูตรฐานสมรรถนะหรือหลักสูตรที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพราะหากครูขาดความรู้ความสามารถในเนื้อหาวิชาเอกอย่างแท้จริง ก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องการแนะนำ เสริมสร้าง หรือ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับผู้เรียนได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120198</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คุรุสภา, กมว., คั๋วครู, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบวิชาเอกครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26b3b83ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย &#039; คาดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาครู คลอดภายในปีนี้ ทันใช้ปีการศึกษา 65 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13ต.ค.64- นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะอนุกรรมการปรับปรุงประสิทธิภาพของหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ได้เห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพของหลักสูตร ป.บัณฑิตแล้วนั้น ขณะนี้คณะอนุกรรมการฯ กำลังดำเนินการยกร่างหลักเกณฑ์ต่างๆ ของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาครู สำหรับหลักสูตรดังกล่าว สถาบันผลิตครูสามารถเปิดสอนได้โดยไม่ต้องผ่านการรับรอง เนื่องจากวิชาที่จะใช้สอนภายในหลักสูตรนี้จะเป็นไปตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (มคอ.) 2 ซึ่งผู้ที่ไม่ได้เรียนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ และต้องการเป็นครูสามารถมาเรียนได้ รวมถึงนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความสนใจในวิชาชีพครู ก็สามารถมาลงเรียนเพื่อเก็บหน่วยกิตวิชาครูกับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาครูได้ ในลักษณะธนาคารหน่วยกิต หรือ เครดิตแบงก์ ทั้งนี้ในส่วนของจำนวนผู้เรียน จะมีการกำหนดจำนวนครูที่จะทำหน้าที่นิเทศการสอนให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เรียน ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะไม่สามารถเปิดรับจำนวนมากได้ ทั้งนี้ตนคาดว่าจะดำเนินการยกร่างหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในปี 2564 นี้ เพื่อที่จะให้สถาบันผลิตครูต่างๆ เริ่มใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาครู ได้ทันในปีการศึกษา 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลักสูตรนี้ผมเชื่อว่าจะเป็นตัวช่วยที่เข้ามาแก้ปัญหาการรับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ รวมถึงในกรณีของผู้ที่ไม่ได้จบคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ แล้วมาเรียนหลักสูตรนี้ และสอบได้ใบประกอบวิชาชีพครู ครูกลุ่มนี้จะไม่สามารถเป็นครูที่สอนอนุบาล หรือประถมศึกษาได้ แต่จะสามารสอนได้ในระดับมัธยมศึกษาเท่านั้น เพราะถือว่าเป็นกลุ่มครูประจำวิชา หรือ Subject Teachers&amp;rdquo;ประธานคณะอนุฯ ปรับปรุงประสิทธิภาพของหลักสูตร ป.บัณฑิต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119644</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26b3b83ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย&#039; ค้านหยุดเรียน 1 ปี ไม่ควรหนีปัญหา ควรใช้โอกาสนี้สร้างการเรียนรู้เด็กเข้าสู่ยุคดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9ส.ค.64- จากกรณีที่มีนักวิชาการมีข้อเสนอ ว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่หยุดการเรียนการสอน 1 ปี เนื่องจากถ้าต้องเรียนออนไลน์ต่อ ซึ่งจะทำให้การเรียนจะไม่มีประสิทธิภาพ และไม่มีคุณภาพ และการหยุดเรียนทั้งระบบการศึกษา โดยเริ่มใหม่ในปีหน้า จะช่วยทำให้การเรียนการสอนกลับมามีคุณภาพเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ รักษาการประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) ให้ความเห็นว่า &amp;nbsp;ตนไม่เห็นด้วยกับหยุดเรียนทั่วประเทศ โดยเหตุผลที่ไม่ควรหยุดเรียน เพราะเราควรใช้โอกาสนี้ในการสร้างลักษณะนิสัยเกี่ยวกับการนำตนเองในการเรียนรู้ของเด็ก (SDL) สำหรับเด็กกลุ่มหนึ่งที่สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างดีในยุค Digital นี้ และครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา จะต้องเรียนรู้การปรับตัวการทำงานในยุค New normal ของการจัดการศึกษา ถ้าคิดจะหยุดอยู่กับที่แล้วรอเปิดสอนแบบเดิมอาจจะหมดยุคไม่ทันสถานการณ์ ส่วนวิชาที่เป็นทักษะปฏิบัติ ตนยอมรับว่าอาจจะมีปัญหาบ้างแต่ไม่ใช่แก้ไขไม่ได้ ซึ่งต้องปรับลำดับเนื้อหาให้เรียนออนไลน์ &amp;nbsp;ส่วนที่เป็นทฤษฎีไปก่อน แล้วเมื่อสามารถเรียน Onsite ได้ก็มาปฏิบัติอย่างเดียว หรือถ้าจำเป็นก็ให้มาปฏิบัติครั้งละ 5 คน ในกรณีของพื้นที่ไม่มีการระบาดมาก เพื่อแก้ปัญหาทักษะผู้เรียน สำหรับปัญหาการเรียน Online ตนมองว่าควรมีการนำมาวิเคราะห์สาเหตุหลักๆ ว่ามาจากอะไรบ้าง เช่น อาชีพผู้ปกครอง อุปกรณ์และการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ เวลาที่เรียน วัยของผู้เรียน ระดับชั้นที่เรียน เนื้อหาที่ให้เรียน วิธีสอนของครู การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านระบบ Online เป็นต้น เพื่อที่จะได้หาสาเหตุที่แท้จริงและนำไปสู่แนวทางแก้ปัญหา ไม่ใช่หนีปัญหาด้วยการหยุดเรียนซึ่งถือเป็นการสร้างปัญหามากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าการเปิดสอน Online ควรดำเนินการต่อไปไม่ควรหยุดเรียน แต่ต้องเปลี่ยนเป้าหมายหลัก คือ เป็นการเตรียมเด็กให้ปรับตัวพร้อมเข้าสู่ยุคการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด เป้าหมายรอง คือ คุณภาพการศึกษาไม่ใช่เน้นคุณภาพหลักแบบเดิมๆ หรือตัวชี้วัดแบบเดิม เราต้องคิดว่าเรียน online อย่างไรให้มีคุณภาพทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ เพราะอะไร จะแก้ได้ไหม ถ้าบอกแก้ไม่ได้เพราะอะไร ไม่ใช่เจอปัญหาก็ควรหยุดเรียน 1 ปี ดังนั้นในฐานะนักบริหารการศึกษาต้องสามารถใช้ปัญหาสร้างโอกาสใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เมื่อเกิดปัญหาไม่ใช่หนีปัญหาหรือหยุดปัญหา เพราะทุกปัญหาคือโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทั้งสิ้น&amp;quot;ประธาน กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เราควรหยุดคิดแทนเด็ก ว่า เด็กจะใช้เวลาเล่นเน็ตทั้งวัน เด็กมีปัญหาเครียดการเรียน Online เพราะจากที่ตนได้หารือกับผู้ปกครองหลายคนที่ลูกเรียนระดับมัธยมศึกษา พบว่า เด็กหลายคนมีความสุข และชอบมาก เนื่องจากการเรียน Online มีความอิสระ ยังถามเลย ว่า ถ้าเปิดเรียนปกติแบบ On-site เขาจะขอเรียนแบบ online ได้หรือไม่ แสดงว่าการเรียน Online ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับเด็กทุกคน แต่อาจจะเกิดปัญหาบางกลุ่ม บางระดับ บางอาชีพผู้ปกครอง ดังนั้นตนจึงไม่เห็นด้วยกับการหยุดเรียน 1 ปี เพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอ เหตุใดจึงไม่ใช้โอกาสนี้ในการสร้าง Mindset ทางการเรียนการสอนใหม่ในยุค Digital&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112690</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ยุคดิจิทัล, การเรียนออนไลน์, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26b3b83ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมว.&#039;มีมติเอกฉันท์ &#039;ตั๋วครู&#039;ต้องสอบ&#039;วิชาเอก&#039;เสนอให้&#039;บอร์ดคุรุสภา&#039;ทบทวน มติยกเลิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.ค.64- นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวภายหลังการประชุม กมว. ด่วนนัดพิเศษ เรื่องการสอบวิชาเอกของผู้ขอรับใบประกอบวิชาชีพครู ว่า ที่ประชุม กมว. มีมติเอกฉันท์ ว่า เห็นชอบในหลักการต้องสอบวิชาเอก ดังนั้น กมว. จึงขอเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภา มีการทบทวนมติที่ยกเลิกการสอบวิชาเอก เพราะมีปัญหาการปฏิบัติให้เป็นการเลื่อนสอบวิชาเอกไปในเดือนมีนาคม 2565 ให้ผู้ที่จะสอบวิชาเอกครั้งที่ 2 ที่เรียนหลักสูตรหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ไปสอบวิชาเอกในปีหน้าพร้อมกับผู้เรียนหลักสูตรปริญญาตรี คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ 4 ปีหรือ 5 ปี ที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 และให้ใช้ช่วงเวลานี้ไปดำเนินการทบทวนปรับปรุงผังข้อสอบ รายวิชาเอก ที่ต้องสอบให้แยกวิชาชัดเจน ไม่รวมแบบบางวิชาที่ผ่านมา ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีมติให้ คณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณบดี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒรายวิชา 2 สถาบันเป็นหลักในการปรับปรุงพัฒนาแก้ไขผังข้อสอบ การสอบวิชาเอกที่เป็นวิชาการศึกษาพื้นฐาน ส่วนด้านวิชาเอกด้านอาชีวศึกษา ขอให้คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมฯ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เข้ามาช่วยในการยกร่างปรับปรุงแก้ไข รายวิชา ผังข้อสอบวิชาเอก หากสถาบันคุณวุฒิแห่งชาติมีการทดสอบแล้วก็อาจจะนำผลการทดสอบเป็นการผ่านวิชาเอกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ในส่วนมติเอกฉันท์ที่ยืนยันหลักการต้องสอบวิชาเอกนี้ คาดว่าจะดำเนินการทบทวนการสอบวิชาเอก ปรับผังข้อสอบวิชาเอก แยกวิชาให้ชัดเจน ไม่ให้เกิดปัญหาแบบที่ผ่านมา คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน จากนั้นก็จะดำเนินการเชิญคณาจารย์สถาบันผลิตครูให้เข้ามามีส่วนร่วมรับรู้เพิ่มเติมปรับแก้ไขตามความจำเป็น ต่อไปและสามารถดำเนินการจัดจ้าง สทศ.พัฒนาออกข้อสอบให้ทันการทดสอบต่อไป
&amp;quot; อย่างไรก็ตามการเลื่อนการทดสอบวิชาเอกออกไปแทนการยกเลิกทดสอบวิชาเอก ยังคงหลักการสากลที่ต้องมีการทดสอบวิชาเอก เพื่อสร้างความมั่นใจให้สังคมว่าครูทุกคนมีความรู้ความสามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ และเป็นการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งเพราะใช้งบประมาณครั้งเดียวสามารถจัดสอบวิชาเอกได้พร้อมกันทั้งหลักสูตร ป.บัณฑิต และหลักสูตร ป.ตรี&amp;quot;นายเอกชัยกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110340</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, กมว., คุรุสภา, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบวิชาเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26fbcf0e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมว.ประชุมด่วน 20 ก.ค.นี้ หาทางออกยกเลิกสอบวิชาเอกขอ &quot;ตั๋วครู&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ก.ค.64-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุม กมว. วาระพิเศษเพื่อพิจารณา หาทางออกในการที่คณะกรรมการคุรุสภา มีมติให้ยกเลิกการสอบวิชาเอก ในการทดสอบเพื่อขอรับในอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการขัดหลักการที่เป็นสากล ทั้งนี้ สำหรับทางออก กมว.สามารถเสนอให้มีการทบทวนมติได้ และตนจะเสนอให้มีการคงหลักการสอบวิชาเอกไว้ แต่ให้เลื่อนการสอบวิชาเอกในเดือนตุลาคม หรือพฤศจิกายน 2564 นี้ออกไปก่อน หรือหากจะสอบ 4 วิชาไปก่อนในการสอบครั้งที่ 2 ตามที่สำนักงานคุรุสภาต้องการ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ส่วนวิชาเอกไปสอบเดือนกุมภาพันธ์ 2565 พร้อมกับนิสิต นักศึกษา ปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี ทั้งนี้เพื่อให้มีเวลาปรับปรุงแก้ไขปัญหาการปฏิบัติเรื่องแบบทดสอบที่รวมหลายวิชาอยู่ในวิชาเอกให้มีความรอบคอบสมบูรณ์ขึ้น และหากจำเป็นที่จะต้องจัดทำหรือปรับผังข้อสอบวิชาเอกที่มีปัญหาใหม่ให้เหมาะสมและเชื่อถือได้ก็จะมีเวลาในการแก้ปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมมองว่าการเลื่อนสอบเฉพาะวิชาเอกครั้งที่ 2 ออกไปก่อนน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการเลิกสอบวิชาเอกเพราะยังคงหลักการสำคัญของมาตรฐานวิชาชีพอยู่ เมื่อดำเนินการเสร็จ ก็เผยแพร่ให้ผู้เข้ารับการทดสอบได้เตรียมตัวระยะเวลาหนึ่ง หากสามารถจัดสอบวิชาเอกพร้อมกับนิสิต นักศึกษาหลักสูตร 4 ปี นอกจะเป็นการประหยัดงบประมาณการสร้างข้อสอบแล้วยังจะเป็นการสอบวิชาเอกที่เป็นมาตรฐานเดียวกันของผู้เรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) และปริญญาตรี คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ &amp;quot;นายเอกชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานกมว.ย้ำอีกว่า &amp;nbsp;เมื่อเห็นว่าครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมได้เห็นว่า ผู้ขอรับใบประกอบวิชาชีพครูทุกคนผ่านการทดสอบความรู้ความสามารถในวิชาเอก มีความรู้จริง ผ่านมาตรฐานการทดสอบอย่างภาคภูมิใจ การเลื่อนสอบเฉพาะวิชาเอกออกไปก่อน หรือจะเลื่อนสอบทุกวิชาก็ย่อมมีเหตุผลที่รับได้เพราะการสอบรุ่นแรกของผู้เรียนป.บัณฑิต ที่ผ่านมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ก็เลื่อนมาจากเดือนตุลาคม 2563 เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจะเสนอทางออกในการประชุมให้เลื่อนการสอบวิชาเอกออกไปเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ให้จัดสอบพร้อมกับการสอบของหลักสูตร ป.ตรี 4 ปี เพราะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณจัดทำข้อสอบครั้งเดียว สอบทั้ง ป.บัณฑิต และ ป.ตรี โดยไม่เสียหลักการสอบวิชาเอก&amp;quot;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109947</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, กมว., นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบวิชาเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26b3b83ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย&#039; ยันสอบวิชาเอกสำคัญ เป็นเรื่องจำเป็น เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ว่าคนเป็นครูมีความรู้จริง พอที่จะสอนคนอื่นได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14ก.ค.64-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการคุรุสภา มีมติให้ตัดหมวดความรู้วิชาเอกออกไปจากการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ว่า ตนยังคงเชื่อว่าในการทดสอบดังกล่าวยังมีความจำเป็น ควรที่จะมีการทดสอบในกลุ่มวิชาเอกด้วย เพื่อที่จะเป็นการวัดมาตรฐานและคุณภาพของบุคลากรที่จะเข้ามาสู่วิชาชีพครูให้เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานวิชาชีพและเป็นไปตามสากลในเรื่องความรู้ในวิชาชีพ (Professional Knowledge ) เป็นครูวิชาเอกใดๆ ก็ต้องผ่านการสอบวัดสมรรถนะความสามารถวิชาเอกตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อให้มั่นใจว่าครูมีความรู้จริง รู้ลึกพอที่เหมาะสมจะไปเป็นครูผู้สอนในวิชานั้นๆ ลองนึกภาพดูครับว่าถ้าคนเรียนครูวิชาเอกคณิตศาสตร์ หรือดนตรีสากล ดนตรีไทย หรือวิชาเอกภาษาอังกฤษ ไม่ต้องผ่านการทดสอบวิชาเอก เพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครู แล้วสังคมจะเชื่อถือคุณภาพครูว่ารู้จริง เก่งจริงหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีหลักฐานการทดสอบเชิงประจักษ์ที่เป็นผลการสอบว่าเก่งจริง ความน่าเชื่อถือของมาตรฐานวิชีพครูจะมีได้อย่างไร &amp;nbsp; ถ้าไม่มีการทดสอบวิชาเอก ซึ่งวิธีการทดสอบถือเป็นวิธีสากล ที่มีนานาชาติ ก็ยึดถือปฏิบัติอยู่&amp;nbsp;
&amp;quot;หากครูไทยคนไหนต้องการจะเป็นครูของโรงเรียนนานาชาติที่เปิดสอนในประเทศไทย เขาจะเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถวิชาเอกที่จะสอนได้หรือไม่ เช่นเขาต้องการครูสอนภาษาไทย แต่ไม่เคยทดสอบความรู้วิชาเอกภาษาไทย และแม้แต่โอกาสที่จะไปสอนหนังสือในโรงเรียนที่ต่างประเทศ ก็อาจจะมีปัคความน่าเชื่อถือหรือการยอมรับ ลองนึกภาพดูครับว่าถ้าเภสัชกรเรียนจบไม่ต้องสอบความรู้ทางเภสัชกรรม พยาบาลเรียนจบไม่ต้องสอบความรู้วิชาการพยาบาล ซึ่งเป็นความรู้ที่จะใช้ประกอบอาชีพ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น การสอบวิชาเอกของคนจะเป็นครูก็คือการสอบความรู้ที่จะไปประกอบวิชาชีพครูสอนวิชาเอกครับ&amp;quot;ประธานกมว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากมีปัญหาในกระบวนการปฏิบัติ ตนมองว่าเรื่องนี้เราสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยการกำหนดให้มีการจัดการทดสอบในหมวดวิชาเอก ตามที่มีการกำหนดในมาตรฐานคุณวุฒิระดับ ปริญญาตรี สาขาครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ หรือ มคอ.1 แทน ซึ่งจะส่งผลให้มหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรได้ตรงตาม มคอ.1 และไม่มีการเปิดหลักสูตรที่นอกเหนือจากที่มีการกำหนด และสำหรับกรณีที่มีการนำวิชามารวมกัน เป็นกลุ่มวิชานั้น ก็ควรแก้ที่แยกวิชาที่จะทดสอบให้ชัดเจนซึ่งสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้ต้องการที่จะขัดแย้งกับนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แต่อย่างใด เพียงแต่ผมมีความกังวลในเรื่องของคุณภาพของผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ครู ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ลองนึกภาพดูครับประเทศต้องการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี แต่ครูผู้สอนเก่งวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีหรือไม่ ก็ไม่รู้เพราะไม่มีการสอบวิชาเอกและผมเชื่อว่าหากมีปัญหาที่จะปฏิบัติก็สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้ แต่ไม่ควรที่จะยกเลิกการทดสอบในหมวดวิชาเอก&amp;quot;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109677</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #ตั๋วครู, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบวิชาเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26b3b83ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย&#039;ลั่นคุรุสภาใช้อะไรคิดเลิกสอบวิชาเอก&#039;ตั๋วครู&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
12ก.ค.64- &amp;quot;เอกชัย &amp;quot;ลั่น &amp;quot;ตั๋วครู&amp;quot; &amp;nbsp;ต้องสอบวิชาเอก ถามไม่ทราบว่าสำนักงานคุรุสภา ใช้หลักคิดอะไรที่น่าเชื่อถือทางวิชาชีพ ชี้สาเหตุที่ร้องเรียนข้อสอบยากคนสอบผ่านน้อย มาจากกลุ่ม ป.บัณฑิต สอบผ่านแค่ 10% &amp;nbsp; ถ้าตัดทดสอบเอกเท่ากับผิดเจตนารมณ์การได้ครูดีมีคุณภาพ และตัดโอกาส คนเรียนครูหลักสูตร 4 ปี ที่ยังไม่ได้รับการทดสอบ &amp;nbsp;และได้สิทธิสอบครั้งแรกในปี 65

ตามที่คณะกรรมการคุรุสภามีมติให้ตัดหมวดความรู้วิชาเอกออกไป จากการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ในการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่จะจัดขึ้นครั้งที่ 2 ในเดือนตุลาคมนั้น

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า กมว.ได้มีมติยืนยันว่าต้องสอบสิชาเอก และหากไม่มีวิธีการอื่นที่น่าเชื่อถือได้ เรื่อง ความรู้ความสามารถวิชาเอก ยังคงต้องทดสอบไปก่อนซึ่งเจตนารมณ์เรื่องนี้ มีมานานกว่า 10 ปี เรื่องความพยายามหาวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครูและวิชาชีพควบคุม เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ครูที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดไว้ และได้ดำเนินการจนกระทั่งมีประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีทดสอบฯ และประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครู เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2563 เรื่องการจัดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครู 5 วิชา คือ การสื่อสารภาษาไทย การสื่อสารภาษาอังกฤษ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา วิชาชีพครู และวิชาเอก ซึ่งประกาศคุรุสภาดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับผู้ที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไปทุกหลักสูตร ที่ต้องการใบประกอบวิชาชีพครู การสอบเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพครู การทดสอบครั้งแรก คือ กลุ่มที่เรียนประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ประมาณ 7,200 คน ได้เข้ารับการทดสอบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าสอบวิชาครู จากคะแนนดิบผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 มีไม่ถึงร้อยละ10 จนต้องมีการปรับค่าสถิติช่วยเหลือจึงได้ผู้สอบผ่านวิชาครูขึ้นมาเป็นตัวเลขประมาณเกือบร้อยละ 40 ส่วนวิชาเอก คะแนนดิบสอบผ่านไม่ถึงร้อยละ 40 เช่นกัน จึงมีผลให้เกิดการอ้าง เรื่อง การออกข้อสอบยาก ไม่ตรงตามผังข้อสอบจนถึงขนาดขอให้ยกเลิกการสอบวิชาเอก ทั้งๆ ที่วิชาเอกเป็นสิ่งที่สำคัญและสร้างความมั่นใจกับผู้ปกครอง และสังคมให้เชื่อมั่นว่าได้ครูเก่งในเนื้อหาวิชาที่สอนจริงตามมาตรฐานวิชาชีพครู

สำหรับสาเหตุที่ผู้เรียนหลักสูตร ป.บัณฑิต สอบวิชาเอกผ่านน้อย เพราะความจริงที่ปรากฏเป็นข้อมูลก็คือผู้เรียนป.บัณฑิตมีไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 30-40 ที่สอนไม่ตรงวิชาเอกที่จบมา เช่น จบการท่องเที่ยวไปสอนภาษาจีน เป็นต้น เลยขอสอบวิชาภาษาจีนที่ตนเองสอน เพราะไม่มีวิชาการท่องเที่ยวให้ทดสอบ การสอนไม่ตรงวิชาเฉพาะ (วิชาเอก) ก็ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพครูอยู่แล้ว เพราะกำหนดให้ปฏิบัติการสอนวิชาเฉพาะ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เรียน ป.บัณฑิตที่เข้ารับการทดสอบรุ่นแรกสอบไม่ผ่านวิชาเอกเกินครึ่งของผู้เข้ารับการทดสอบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยที่ผู้เรียนหลักสูตรครูจริงๆ ทั้ง 4 ปี และ 5 ปีที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปี การศึกษา 2562 ยังไม่ได้รับการทดสอบเลย เพราะจะมีสิทธิสอบครั้งแรกในปี 2565 ก็มายกเลิกการสอบวิชาเอก ทั้งๆที่กลุ่มเป้าหมายนิสิต นักศึกษาครู ในสถาบันผลิตครูจริงๆ ยังไม่ได้เข้ารับการทดสอบเลย การคิดยกเลิกการสอบวิชาเอกก่อนที่กลุ่มเป้าหมายหลักจะทดสอบ ไม่ทราบว่าสำนักงานคุรุสภา ใช้หลักคิดอะไรที่น่าเชื่อถือทางวิชาชีพครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ความพยายามสร้างกระแสให้มีการยกเลิกการสอบวิชาเอก หรือให้ผู้เรียน ป.บัณฑิตทุกคน ได้ใบประกอบวิชาชีพครู ของนักการเมืองบางคนใช้หลักคิดอะไร หรือต้องการคะแนนเสียงนิยมมากกว่าคุณภาพครูที่จะมีผลต่อคุณภาพนักเรียน และผู้เรียน ป.บัณฑิต รุ่นแรกที่ผ่านการสอบมาเมื่อต้นปีบางกลุ่มที่พยายามอ้างข้อสอบยาก ข้อสอบไม่เป็นไปตามผังข้อสอบ ก็เป็นเรื่องที่รับฟังได้มีเหตุและคงต้องให้ สทศ.ในฐานะผู้รับผิดชอบการออกข้อสอบทำการทบทวน หากเป็นจริงก็ต้องปรับแก้ไข สำนักงานคุรุสภาเองก็ต้องมีหลักการที่ถูกต้องในการดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อให้ได้ครูวิชาเอกที่มีคุณภาพเก่งเนื้อหาจริงๆ การยกเลิกสอบวิชาเอกด้วยเหตุผล เพราะเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีกระบวนการสอบวัดความรู้วิชาเอกอยู่แล้ว เช่น การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;และการปฏิบัติงานในสถานศึกษา โดยประเมินจากการสอบสัมภาษณ์ แฟ้มสะสมงาน และการสอบสาธิตการปฏิบัติการสอนอยู่แล้ว&amp;rdquo;ประธาน กมว.กล่าว

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเรื่องการทดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ กับการปฏิบัติการสอน ในสถานศึกษา และการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นคนละวัตถุประสงค์กัน ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทดสอบวิชาเอกไ้ด้ เพราะถ้าจะอ้างเช่นนั้นการทดสอบทุกวิชาก็ไม่จำเป็นเช่นกันไม่ว่าจะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีฯ หรือวิชาครู เพราะการเรียนการสอนในสถาบันก็มีการสอบอยู่แล้ว และหลายวิชาการสอบแข่งขันบรรจุก็มีการทดสอบอยู่แล้วเช่นกัน ซึ่งตรรกะการคิดและผลกระทบที่ตามมาเกี่ยวกับคุณภาพของครูสำคัญ ถ้าเมื่อใดที่เล่นการเมืองในการบริหารวิชาชีพครู หรือวิชาชีพควบคุมอย่างที่เห็นและเป็นอยู่โดยไม่ห่วงคุณภาพผู้เรียนเลย ถ้าทุกคนไม่ห่วงคุณภาพครูที่จะส่งผลถึงคุณภาพเด็ก แต่ตนมีความห่วงใยอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109427</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คุรุสภา, กมว., นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบตั๋วครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076917399848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
