<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด!อัยการสั่งฟ้อง’เอกชัย’กับพวกคดีขวางขบวนเสด็จฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค. 2564 - ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง หรือฟรานซิส นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือตัน ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active Youth), นายชนาธิป ชัยชะยางกูร และนายภาณุภัทร ไผ่เกาะ 5 ผู้ต้องหา เดินทางมารายงานตัวตามที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 นัดสั่งคดี กรณีที่พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องในความผิดฐาน ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 กับข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวาย มาตรา 215 และกีดขวางการจราจรฯ กรณีชุมนุมใกล้ขบวนเสด็จพระราชินีเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัยเผยว่า วันนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์มายื่นประกันตัว ส่วนจำนวนเท่าใดไม่ขอเปิดเผย คดีนี้ก่อนหน้านี้ในชั้นฝากขัง ศาลเคยไม่ให้ประกันตัว เพราะโทษสูงกลัวหลบหนี และอยู่ระหว่างการสอบสวน ต่อมาศาลปล่อยตัว วันนี้อัยการส่งฟ้องการสอบสวนสิ้นสุดแล้ว ซึ่งเวลาผ่านมาเกือบ 5 เดือน หากหลบหนีก็ทำได้ง่าย แต่ไม่เคยคิดที่จะหนี ส่วนประเด็นที่เคยร้องขอให้อัยการสอบพยานเพิ่มนั้น เท่าที่คุยกับทนายความระบุอัยการรับ แต่ยังไม่จำเป็นต้องพิจารณาตอนนี้ &amp;nbsp;เข้าใจว่าวันนี้ส่งฟ้องไปก่อน ทั้งนี้ไม่ได้มาขอความเมตตาจากศาล แต่ต้องการความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายบุญเกื้อหนุน ได้อ่านคำแถลงอันมีสาระสำคัญสรุปได้ว่า เราไม่มีความประสงค์ หรือความพยายามที่จะกระทำตามข้อกล่าวหา และเรายืนยันในความบริสุทธิ์ของพวกเรามาตลอด แต่หลังจาก 5 เดือนผ่านไป พร้อมกับความอัปยศและความยากลำบาก พวกเราได้รับทราบถึงข้อสรุปจากอัยการได้ตัดสินใจเตรียมการส่งคดีฟ้องต่อศาลอาญา และจะเป็นช่วงการดำเนินการยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป ถ้าหากไม่สำเร็จ พวกเราทั้ง 5 คนจะต้องถูกขัง และถูกลิดรอนเสรีภาพของพวกเราโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พวกเราได้มีโอกาสต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เพื่อความยุติธรรม กับเพื่อนของผมอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ และถึงขนาดนั้นเอง ผมเชื่อว่าเรายังมีอะไรอีกมากที่ยังต้องช่วยเหลือ เกื้อกูลและทำต่อ ถึงจุดนี้ ผมคงเพียงพูดแค่ว่า มันเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการนี้ ถ้าหากความเป็นอยู่ของผมต้องจบลงในขณะที่ถูกจองจำ ผมจะเผชิญหน้าต่อไปโดยปราศจากความเสียใจทั้งสิ้น ต่อกรกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มและความพึงพอใจ ที่ได้รู้ว่าสิ่งที่เราได้สละชีพให้จะมีความหมาย และชื่อเสียงเรียงนามของผมจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ โดยที่รู้ว่าจิตวิญญาณ จิตใต้สำนึก และความศรัทธาของเราจะไม่มีวันถูกทำลายได้อย่างแน่นอน&amp;quot;นายบุญเกื้อหนุน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความผู้ต้องหา กล่าวถึงเรื่องการปล่อยชั่วคราวหากถูกยื่นฟ้อง ว่าตามหลักการ ตามกฎหมายผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี จะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และก่อเหตุภยันตรายประการอื่น หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อพนักงานสอบสวน ถ้าเอาข้อเท็จจริงมาประกอบกับข้อกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้ง 5 จะต้องได้รับการปล่อยชั่วคราว 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาได้เตรียมหลักทรัพย์คนละ 3 เเสนบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวหากถูกฟ้องตกเป็นจำเลย จากนั้นในเวลา 11.00 น. ทางพนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา นำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวางขบวนเสด็จฯ, นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง, นายเอกชัย หงส์กังวาน, มาตรา 110</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6063f8229f6c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เอกชัย’ไม่เชื่อแอมมี่เป็นมือเผาส่วน’โบว์’วอนอย่าขยายความแตกแยก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.2564 - นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองกล่าวถึงกรณีตำรวจจับกุมนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลู หนึ่งในแนวร่วมกลุ่มราษฎร ว่า เป็นห่วงแอมมี่ ถ้าเจ้าหน้าที่ส่งฝากขังก็ต้องมาที่ศาลอาญา แต่เห็นว่าตำรวจอายัดตัวไว้ ไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ หรือว่าส่งฝากขังทันที ซึ่งก็ไม่แน่ใจ ว่าจะเป็นการป้ายสีเพราะแอมมี่เป็นแกนนำหรือเปล่า โดยส่วนตัวตนเองไม่ได้รู้จักกับแอมมี่ แต่เท่าที่ดูพฤติกรรมช่วงที่ไปสาดสีที่หน้าสถานีตำรวจ จริงอยู่ว่าอาจจะแอ็คชั่นแรง แต่โดยส่วนตัวไม่คิดว่าน่าจะถึงขั้นก่อเหตุเผาทรัพย์สิน โดยส่วนตัวจึงไม่เชื่อว่าที่เผาป้ายคือแอมมี่ เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นแค่รถจักรยานยนต์ขับผ่าน ก็ไม่ทราบว่าเป็นรถของใครก็ไม่รู้ แล้วก็สรุปแล้วว่าเป็นคนเผา แต่ตรงจุดบริเวณที่เผาป้ายดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะฝากขังทันหรือเปล่า ไม่รู้ขั้นตอนตรงนี้ แต่ก็ตลกดีนะที่ว่า ผมก็ไม่รู้ว่าแอมมี่เข้าโรงพยาบาลวันไหน แต่ที่ไฟไหม้รู้สึกเป็นตอนเช้าวันที่ 27 หรือ 28 ก.พ.ไม่แน่ใจ ถ้าคุณแอมมี่ยังอยู่ในโรงพยาบาล เขาจะทำอย่างไร ผมงงไม่เข้าใจ แล้วโรงพยาบาลอยู่ที่ จ.อยุธยา ไม่ใช่ใกล้ๆ&amp;rdquo; นายเอกชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำคนอยากเลือกตั้งกล่าวเรื่องนี้ว่า ไม่อยากให้ฝ่ายใดก็ตามนำประเด็นนี้มาฉวยโอกาส ขยายความสร้างความแตกแยกให้มากไปกว่าเดิม อยากให้ทุกคนตรงไปตรงมา วันนี้ทุกคนเจ็บมากพอแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีแอมมี่โดนข้อหา ม.112 เหมาะสมหรือไม่ น.ส.ณัฎฐา กล่าวว่า ข้อหาวางเพลิงนั้นมีโทษหนักและร้ายแรงกว่าประเด็นข้อกฎหมาย ม.112 ที่อยากให้เป็นสากล ก็ต้องหาทางพูดคุยปรับปรุงกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็นข้อหา ม.112 หรือ ม.116 ถ้าเราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง เราก็ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดี ที่เราพูดคุยกันรู้เรื่อง อย่าเอาเรื่องของแอมมี่มาขยายความแตกแยก ซึ่งเมื่อช่วงเช้าฟังข่าวก็เห็นว่ามีบางคนเริ่มขยายความเกลียดชังต่อกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94867</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์, แอมมี่ เดอะบอททอมบลู, โบว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f259ce1742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนนัดส่งสำนวน3ผู้ต้องหาคดีม.110 เหตุมี2ผู้ต้องหาเพิ่มเติมยังไม่มาตามนัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และนายสุรนาถ แป้นประเสริฐ หรือตัน ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active Youth) สามผู้ต้องหา ที่ถูกแจ้งข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินีฯ ตาม ป.อาญา ม.110 กับข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ และกีดขวางการจราจรฯ กรณีชุมนุมใกล้ขบวนเสด็จพระราชินีเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 เดินทางมาตามที่ตำรวจนัดส่งตัวพร้อมสำนวนคดีต่ออัยการ อย่างไรก็ตาม คดียังมีผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 คนภายหลัง รวมเป็นทั้งหมด 5 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย เปิดเผยว่า วันนี้ตำรวจนัดส่งตัวพร้อมสำนวนให้อัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ โดยภายหลังตนออกจากเรือนจำ ตำรวจได้เรียกไปรับทราบข้อหาเพิ่มเติม คือข้อหากีดขวางจราจรฯ และมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ รวม 3 ข้อหา เช่นเดียวกับนายบุญเกื้อหนุนและนายสุรนาถ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนที่เพิ่มเติมนั้น โดนหมายเรียกรับทราบข้อหาประมาณปลายเดือน พ.ย. 2563 ตนไม่รู้จัก อย่างไรก็ตาม ได้รับแจ้งจากทนายความว่าทั้ง 2 คน ขอเลื่อนนัดไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายบุญเกื้อหนุน เปิดเผยถึงเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่า ตำรวจนำรถมาปิดล้อมสะพานชมัยมรุเชฐ สักพักมีตำรวจสองกองร้อยตั้งแถว ไม่มีใครพูดเลยว่าจะมีขบวนเสด็จมา ทุกคนคิดว่าจะสลายการชุมนุมหรือเปล่า ตนเลยยืนข้างหน้า ถ้ามีอะไรก็โดนตนก่อน ประชาชนโดนช้ากว่า ตำรวจก็คล้องแขนตั้งเป็นสามเหลี่ยมพุ่งเข้ามาเลย ผู้ชุมนุมก็เข้ามาปิดทางตำรวจ พอรู้ว่ามีขบวนเสด็จมาข้างหลัง ตนมีโทรโข่งก็บอกให้ผู้ชุมนุมถอน เราไม่ได้ยืนตรงนั้นนานอยู่แล้ว ถอยมาให้มีอากาศหายใจ &amp;nbsp;
นายบุญเกื้อหนุน กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็ได้รับหมายจับคดี ม.110 เป็นคดีอาญาครั้งแรกในชีวิตและแรงที่สุด การใช้ ม.110 เป็นการใช้กฎหมายรุนแรงเกินกว่าเหตุ การยืนไม่เกิน 2-3 เมตร จากรถของพระราชินี แล้วมาบอกประทุษร้าย ทั้งที่ตนไม่มีอาวุธ ไม่ทำร้ายพระองค์อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าจะผ่านตรงนั้น เป็นการที่รัฐบาลหรือใครที่เกี่ยวข้องวางแผนอยู่แล้ว ใช้เป็นเหตุผลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาทราบชื่อผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือนายชนาธิป ชัยชะยางกูร และนายภาณุภัทร ไผ่เกาะ ภูมิลำเนา จ.นครราชสีมา ถูกแจ้ง 3 ข้อหาเช่นเดียวกัน ได้ขอเลื่อนนัดส่งตัวพร้อมสำนวน เนื่องจากไม่ได้รับหมายจากพนักงานสอบสวน และตัวอยู่ต่างจังหวัด จึงไม่สะดวกเดินทางมาในวันนี้ ดังนั้น พนักงานอัยการจึงให้เลื่อนนัดส่งสำนวนคดีนี้ออกไปก่อน โดยให้พนักงานสอบสวนนัดหมายในครั้งหน้าใหม่ เรื่องวันเวลาจะแจ้งผ่านทนายความอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90645</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีมาตรา110, นายเอกชัย หงส์กังวาน, ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a70b708b92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบอร์1มาแล้ว!&#039;เอกชัย&#039;คุยข่มถูกอุ้มมา5ครั้งแต่รอด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.64- นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ผมเคยถูกอุ้ม 5 ครั้ง รอดได้เพราะมีคนรู้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90218</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถูกอุ้ม, นายเอกชัย หงส์กังวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9beba3ee064.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 08:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปล่อยยกก๊วน &#039;อานนท์- สมยศ- เอกชัย- สุรนาถ&#039; ออกจากคุกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ศาลแขวงดุสิต ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ฟ้องนายอานนท์ นำภา, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, นายกรกช แสงเย็นพันธ์, นายอานันท์ ลุ่มจันทร์, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ, นายเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ และนายปิยรัฐ จงเทพ กลุ่มแกนนำและผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดต่อ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ร.บ.จราจรทางบก และพ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 7 และให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2563 จำเลยที่ 1-7 ร่วมกันกางจอภาพสีขาว มีเสาด้านข้างวางหมุดคณะราษฎรลงบนทางเดินรถ วางเครื่องฉายโฮโลแกรมบนทางเท้าถนนราชดำเนินกลาง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิป ไตย แล้วฉายโฮโลแกรมอ่านประกาศของคณะราษฎรลงบนจอภาพ &amp;quot;ลบยังไง ก็ไม่ลืม&amp;quot; อันเป็นการตั้ง วาง กองวัตถุ หรือสิ่งของ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ บนถนน ทาง ซึ่งมิใช่บริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร มีลักษณะกีดขวางการจราจร กีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย หรือความสะดวกในการจราจร อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานร่วมกันตั้ง วาง กองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันตั้งวางกองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,000 บาท ฐานใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 200 บาท รวมปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 1,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 2-7 มีความผิดฐานร่วมกัน ตั้ง วาง กองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ เป็น การกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันตั้งวางกองวัตถุใดๆ บนถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งเป็นบทหนักสุด ปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 1,000 บาท จำเลยทั้ง 7 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 1 จำนวน 600 บาท คงปรับจำเลยที่ 2-7 คนละ 500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ศาลแขวงปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นผัดฟ้องฝากขังน.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล จำนวน 2 สำนวน คดีความผิดตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 จากกรณีนำมวลชนร่วมชุมนุมที่สกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน กทม. วันที่ 5 มิ.ย. และวันที่ 22 มิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำร้อง คำคัดค้านข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาคดีนี้ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำความผิดกับผู้ต้องหาอื่นอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน การสอบสวนได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยส่งสำนวนการสอบสวน ผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดอีก 2 คน ไปให้พนักงานอัยการฟ้องคดี สำหรับผู้ต้องหาคดีนี้เหลือเพียงรอผลการตรวจสอบประวัติ การกระทำความผิดเท่านั้น ประกอบกับ ผู้ต้องหายังเป็นนักศึกษามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ปรากฏว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือ ก่อเหตุอันตรายประการอื่น จึงยังไม่มีความจำเป็นให้คุมขังไว้ จึงยกคำร้องขอฝากขัง โดยอนุญาตให้ผัดฟ้องได้ 6 วัน และให้ เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาออกจากฐาน ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่เห็นควรอนุมัติหมายจับ น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ ธนกิจวิบูลย์ผล อายุ 25 ปี, นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 28 ปี, นายชนินทร์ วงษ์ศรี อายุ 20 ปี, นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ อายุ 21 ปี และน.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 21 ปี ตามที่ตำรวจยื่นคำร้องขอ สืบเนื่องจากผู้ต้องหาร่วมกันชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย โดยศาลเห็นว่าทั้ง 5 คนยังเป็นนักศึกษา และให้ออกหมายเรียกตามปกติแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีพนักงานสอบสวน สภ.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ดำเนินคดีนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก สืบเนื่องจากชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะไปตรวจสถานการณ์โควิด จ.ระยอง เมื่อวันที่ 15 ก.ค.นั้น นายธีรพันธ์ พันธ์คีรี ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่าศาลแขวงระยองไต่สวน และคำสั่งยกคำร้องขอฝากขัง ไม่อนุญาตให้ตำรวจนำตัวไปควบคุม หรือขัง โดยศาลให้เหตุผล ว่าการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของ ผู้ต้องหา เป็นขั้นตอนที่ดำเนินการได้โดยไม่จำเป็นต้องควบคุมผู้ต้องหา และปัจจุบัน ผู้ต้องหาเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงไม่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงให้ยกคำร้องขอฝากขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน เวลา 17.00 น. ศาลอาญายกคำร้องขอฝากขังนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายเอกชัย หงส์กังวาน, นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ และนายอานนท์ นำภา ภายหลังทั้ง 4 ถูกคุมขังเกือบ 20 วัน โดยทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในช่วงค่ำที่ 2 พ.ย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82628</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายเอกชัย หงส์กังวาน, ปล่อยตัว, ม็อบ, อานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201103/image_big_5fa0ac3e844d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สส.โรม&#039;ข้องใจจับบุคคล2คนในข้อหา&#039;ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการชุมนุม &amp;quot;ราษฎรประสงค์&amp;quot; วันนี้ ที่จะต้องติดตามดูผลสืบเนื่องต่อไป ผมขอพูดถึงอีกเคสที่มีข่าวมาไล่เลี่ยกัน คือการที่ตำรวจออกหมายจับบุคคล 2 คน ในข้อหา &amp;quot;ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี&amp;quot;
.
ซึ่งเท่าที่ผมตามดูข่าวจากหลายๆ สำนัก พูดถึงข้อหา พูดถึงกฎหมายที่กำหนดความผิด คือประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 แต่ยังไม่เห็นเลยว่าได้กล่าวถึง &amp;quot;พฤติการณ์&amp;quot; ของการกระทำผิดไว้ว่าอย่างไร
.
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะมาตรา 110 มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งการประทุษร้ายต่อเสรีภาพหมายถึงการกักขังหน่วงเหนี่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นตำรวจต้องชี้แจงออกมาให้ได้ว่าทั้งสองคนนี้ไปกระทำการกักขังหน่วงเหนี่ยวพระราชินีอย่างไร เนื่องจากข้อเท็จจริงที่เราเห็นกันนั้น ขบวนเสด็จของพระราชินีได้เคลื่อนผ่านที่ชุมนุมไปได้โดยไม่มีผู้ชุมนุมเข้าไปขัดขวางเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ศาลอาญาได้อนุมัติตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ให้ออกหมายจับนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง นักกิจกรรมทางการเมือง ตามหมายจับที่ 1595/2563 และ 1596/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 ในข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80694</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี, นายรังสิมันต์ โรม, นายเอกชัย หงส์กังวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f83096bf1206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาที่สบายใจ!&#039;เอกชัย&#039;บุกทำเนียบจี้&#039;บิ๊กตู่&#039;เลิกพรก.ฉุกเฉินเพราะรัฐบาลไม่มีหลักฐานผลสำเร็จปราบโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28 เม.ย.63- นายเอกชัย​ หงส์กังวาล นักเคลื่อนไหวทางการเมือง​ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เพื่อขอให้ยุติการต่ออายุประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวว่า รัฐบาลอ้างถึงวิกฤติการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อรวบอำนาจการบริหารกระทรวงมาอยู่ที่นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ศบค. ออกมาตรการเพื่อควบคุมสถานการณ์หลายอย่าง​ เช่น​ การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค ห้ามชุมนุม การควบคุมการเสนอข่าวสาร การกำหนดเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากมาตรการเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวว่า การปิดสถานที่เสี่ยงต่อโรคมีผลทำให้ภาคธุรกิจ ไม่สามารถประกอบกิจการได้ทำให้พนักงานลูกจ้างขาดรายได้ ตกงาน แต่ในขณะนี้การเยียวยาจากรัฐบาลเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง การห้ามชุมนุมมีผลทำให้ลูกจ้างไม่สามารถเรียกร้องสิทธิจากการขาดรายได้ ขณะที่ประชาชนบางส่วนถูกจับกุมดำเนินคดี จากการชุมนุม​ เช่น​ รอรับแจกอาหาร ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐบาล เคอร์ฟิว ยังมีผลทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ เช่น​ การพบแพทย์ในเวลาฉุกเฉิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รัฐบาลไม่มีผลวิจัยทางวิชาการที่น่าเชื่อถือถึงความสัมพันธ์ของมาตรการนี้ต่อการระบาดของโรคโควิด-19 รัฐบาลไม่มีหลักฐานแสดงถึงผลสำเร็จจากมาตรการเหล่านี้ต่อการยับยั้งการแพทยระบาดของโรคโควิด-19 เพราะรัฐบาลไม่มีมาตรการตรวจคัดกรองประชาชนในเชิงรุก ทำให้ประเทศไทยไม่ทราบตัวเลขผู้ป่วยที่ชัดเจน การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่ทั่วถึง สะท้อนให้เห็นถึงการฆ่าตัวตายของผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการเหล่านี้มีมากกว่าผู้เสียชีวิตจากโรค ดังนั้น​ จึงขอให้รัฐบาลไม่ต่ออายุพ.ร.ก. ฉุกเฉินโดยอาศัยเพียงอำนาจตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64496</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, นายเอกชัย หงส์กังวาน, พรก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7ae80e7f55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
