<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทกภัยสุไหงโกลกหนักประกาศเขตภัยพิบัติ 3 อำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 ธ.ค. 62 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้เดินทางมายังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่อาคารโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โดยมีนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก และนางสุชาดา พันธุ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยให้การต้อนรับ โดยมีประชาชนที่ถูกน้ำท่วมขังบ้านเรือนมาอาศัยอยู่ จำนวน 28 ครัวเรือน รวม 123 คน จาก 3 ชุมชนที่มีระดับน้ำท่วมขังขั้นวิกฤติ โดยอยู่ในระดับ 180 ซ.ม. ที่มวลน้ำจากพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง ได้ไหลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งจากช่วงเช้าอยู่ในระดับ 1.69 ซ.ม. โดยเพิ่มระดับสูงขึ้นจากเดิมอย่างรวดเร็ว ซึ่งอยู่ในระดับ 1.89 ซ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในขณะนี้ ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฏรและพื้นที่ทางการเกษตร ที่อยู่ในที่ราบลุ่ม 99 หมู่บ้าน 20 ตำบล 14 ชุมชน คือ อ.สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี สุคิรินและระแงะ และมีแนวโน้มจะสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนขยายเป็นวงกว้าง เนื่องจากยังคงมีแนวโน้มฝนที่จะตกลงมาอย่างหนักในอีก 1 ถึง 2 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส จึงได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติอุทกภัย 3 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก สุคิรินและสุไหงปาดี เพื่อที่จะได้นำงบประมาณฉุกเฉินมาให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน และจะมีการพิจารณา อ.ระแงะ เป็นเขตประสบภัยพิบัติในโอกาสต่อไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และภายหลังนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ได้เยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ได้นั่งเรือยนต์ในการสำรวจสภาวะน้ำท่วม ที่บริเวณท่าเจ๊ะกาเซ็ง ซึ่งตั้งอยู่ ถ.เจริญเขต ซอย 5 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งมีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชนสูงโดยอยู่ในระดับ 1,70 ซ.ม. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ซ้ำซากต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51528</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม, นายเอกรัฐ หลีเส็น, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191201/image_big_5de3bf712a894.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯนราธิวาสเยี่ยมหญิงตาบอดยอดนักสู้รับจ้างปักผ้าคลุมศีรษะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.62 - นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อม นาวาตรีหญิง นูรมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส และคณะเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 167 ม.7 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี เพื่อเยี่ยมนายดือเลาะ ยาคอ อายุ 59 ปี อดีตกำนัน ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี ซึ่งได้ล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ซีกซ้ายมานานกว่า 5 เดือน แถมยังไม่สามารถพูดคุยได้ โดยมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ถุงกาชาด และเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตและประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ให้ดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน น.ส.นวรัตน์ บินอาแว ภรรยา ได้ปิดกิจการร้านอาหารตามสั่งเพื่อมาดูแลสามี และเงินที่เก็บสะสมไว้ได้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายสามีที่ล้มป่วย และส่งเสียลูกสาวเรียนหนังสือ รวมทั้งเป็นค่าเดินทางพาสามีไปหาหมอ จึงส่งผลกระทบต่อรายได้ที่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนหลังจากนายดือเลาะ ล้มป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อม นาวาตรีหญิง นูรมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส และคณะ ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 550 ม.10 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี เพื่อเยี่ยม น.ส.รอยะห์ เจ๊ะแม อายุ 44 ปี หญิงตาบอดสู้ชีวิตที่ยึดอาชีพรับจ้างปักผ้าคลุมศีรษะ หรือ ฮิญาบ เลี้ยงชีพ นอกเหนือจากเงินผู้พิการที่ได้รับเดือนละ 800 บาท ที่มีความพยายามช่วยเหลือตนเองไม่ต้องการเป็นภาระให้กับทางครอบครัว ซึ่งผิดธรรมชาติของคนตาบอดที่มายึดอาชีพรับจ้างปักผ้าคลุมศีรษะ แม้คนตาดีบางครั้งยังนำด้ายสอยเข้าไปในรูเข็มได้ด้วยความลำบากด้วยซ้ำไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งได้เยี่ยมนายเจ๊ะปอ เจ๊ะแม อายุ 89 ปี ซึ่งเป็นบิดาของ น.ส.รอยะห์ หญิงตาบอด เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ และสอบถามความเป็นมา รวมทั้งความพยายามช่วยเหลือตัวเอง ทั้งที่ตาบอดยังสามารถยึดอาชีพรับจ้างปักผ้าคลุมศีรษะ เพื่อนำรายได้มาจุนเจือครอบครัว ก่อนถือโอกาสมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ถุงกาชาด และเงินจำนวนหนึ่ง แก่ น.ส.รอยะห์ และบิดา ซึ่งสร้างความตื้นตันใจยิ่งนักแก่สองพ่อลูกที่ทางการไม่ได้ทอดทิ้ง โดยนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สนับสนุนอาชีพที่เหมาะสมกับ น.ส.รอยะห์ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาชาดจังหวัดนราธิวาส, นายเอกรัฐ หลีเส็น, ผู้ว่าฯนราธิวาส, หญิงตาบอดยอดนักสู้, อดีตกำนันต่อต้านโจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c36aa593512b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
