<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ชงครม.เยียวยาร้านนวด-สปาหมื่นแห่ง ยกเว้นค่าธรรมเนียม2ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 64 - นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 ส่งผลกระทบให้กิจการที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคต้องปิดกิจการชั่วคราว รวมทั้งสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่กรม สบส. ดูแลอยู่ทั้งร้านนวด ร้านสปา ก็ได้รับผลกระทบมากกว่า 10,000 แห่ง กรม สบส.จึงเสนอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี ให้แก่ผู้ประกอบการเป็นระยะเวลา 1 ปี (ในการประชุมคณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพฯ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563) และเมื่อมีมาตรการผ่อนคลายให้เปิดกิจการได้ ช่วงกลางปี 2563 ก็พบว่ามีกิจการที่สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เพียง 4,000 กว่าแห่งเท่านั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ในเดือนธันวาคม 2563&amp;nbsp; กรม สบส.ได้รับรู้ถึงความเดือดร้อนที่ผู้ประกอบการได้รับ จึงมีมติในการประชุมคณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพฯ ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ให้เพิ่มระยะเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพรายปี อีก 1 ปี รวมกับระยะเวลาที่เคยเสนอไปในคราวก่อน รวมเป็น 2 ปี เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ประกอบการ โดยกระบวนการอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อจัดทำวาระเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาเห็นชอบ นอกจากนี้&amp;nbsp; กรม สบส. จะมีการพูดคุยหารือกับกลุ่มผู้ประกอบการเพื่อหามาตรการในการเยียวยาด้านอื่นๆ ต่อไป&amp;rdquo; นายแพทย์ธเรศ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89205</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์, ร้านนวด-สปา, สธ., สบส., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff81e1272ce3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ยันไร้หัวคิวสถานกักตัว นายกฯสั่งสอบแก๊งแอบอ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นพ.ทวีศิลป์&amp;quot; ยันไม่มีหน่วยงานใดไปเรียกค่าหัวคิว State Quarantine ใครพบเห็นแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งสอบข้อเท็จจริง พบผิดใช้กฎหมายเชือดทันที ลั่นไม่ควรที่จะมีผู้ใดมาใช้ความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ไม่ว่าจะในลักษณะใดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2563 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า กรณีที่มีข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลไปเรียกรับเงินหรือหักหัวคิวจากผู้ประกอบการโรงแรมเพื่อแลกกับการถูกคัดเลือกเป็นสถานที่กักตัวคนไทยที่กลับจากต่างแดน หรือ State Quarantine นั้น ขอยืนยันศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการต่างประเทศ ไม่เคยมีหน่วยงานใดเข้าไปมีพฤติกรรมเรียกรับเงินดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณโรงแรมที่ให้ความร่วมมืออย่างดี ตรงนี้ ศบค.เองก็ซึ้งใจมากอยู่แล้ว จะไม่มีการเข้าไปเอารัดเอาเปรียบผู้ประกอบการใดๆ ทั้งสิ้น หากโรงแรมหรือเจ้าของสถานประกอบการพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว ขอให้แจ้งความดำเนินคดีได้ทันที ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค.ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายขบวนการแอบอ้าง เรียกเก็บเงินลักษณะค่าหัวคิว โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค.ยืนยันจะไม่ปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวอย่างเด็ดขาด และจะใช้กฎหมายลงโทษอย่างเข้มงวด หากพบมีผู้กระทำผิดหรือแอบอ้าง เพราะเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังประสบกับปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 ไม่ควรที่จะมีผู้ใดมาใช้ความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ไม่ว่าจะในลักษณะใดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เกิดกระแสข่าวในสื่อออนไลน์ว่า ตัวแทนองค์กรภาคธุรกิจท่องเที่ยวอย่างสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก, สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา รวมทั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี ออกมาเปิดเผยถึงกรณีมีผู้แอบอ้างจากเจ้าหน้าที่รัฐเรียกเก็บค่าหัวคิวจากผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่พัทยา ใช้เป็น State Quarantine ร้อยละ 40% หรือวันละ 400 บาท จากค่าห้องพักต่อวัน 1,000 บาทต่อวัน เพื่อกักตัว 14 วัน ซึ่งคาดว่าจะมีคนไทยเดินทางกลับมาจำนวนกว่า 7-8 หมื่นคนนั้น คาดว่ามีเงินสะพัดตกหล่นหลายร้อยล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากภาคธุรกิจโรงแรมในพื้นที่พัทยายืนยันว่า มีกระบวนการของเซลส์หลายกลุ่มมาติดต่อโรงแรมต่างๆ ในพัทยา และอ้างว่าเป็นผู้ประเมินให้เข้า State Quarantine และมีการเรียกจริง 30-40% จริง ยอมรับว่าเซลส์ดังกล่าวเป็นคนที่รู้จักโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่ โดยระบุว่าเงินที่เรียกเก็บไปเป็นค่าบริการจัดการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเซลส์ดังกล่าวเป็นมิจฉาชีพเรียกเอาเองโดยไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดชลบุรีเกี่ยวข้อง ไม่กล้ายืนยัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายค่าหัวคิว แต่ที่ออกมาให้ข่าว เพื่อป้องปรามกระบวนการเหล่านี้เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรม สบส.ได้ทำการตรวจสอบรายชื่อบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหมแล้ว พบว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่บุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหม ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มอบหมายให้นิติกรของกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการแจ้งความเอาผิดผู้ที่แอบอ้าง โดยขอเน้นย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่มีนโยบายในการเรียกเก็บเงินจากโรงแรมที่ให้บริการ State Quarantine และ Alternative State Quarantine
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับกระทรวงกลาโหมดำเนินการในการจัดหาที่พัก State Quarantine และ Alternative State Quarantine โดยให้ผู้ประกอบกิจการโรงแรมที่สนใจสมัครเข้ารับการตรวจประเมิน โดยสมัครผ่านทางเว็บไซต์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยได้ดำเนินการตามแนวทางที่ชัดเจน และให้โรงแรมที่สนใจส่งรายละเอียดพร้อมประเมินตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นคณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหมจะดำเนินการตรวจประเมินความเหมาะสม ซึ่งขณะนี้สามารถรองรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศได้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้มี State Quarantine ทั้งหมด 25 แห่ง 8,369 ห้อง และ Alternative State Quarantine 4 แห่ง 303 ห้อง รวมทั้งสิ้น 29 แห่ง 8,672 ห้อง (ข้อมูล ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2563) โดยขอผู้ประกอบการโรงแรมอย่าได้หลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างว่าจะมีการอำนวยความสะดวกในการผ่านเกณฑ์ประเมิน State Quarantine และ Alternative State Quarantine
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีบุคคลแอบอ้างในลักษณะดังกล่าว ให้แจ้งที่สายด่วน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หมายเลข 1426 หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หมายเลข 0-2193- 7057 ในวันและเวลาราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66738</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200523/image_big_5ec9257448444.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
