<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมวิทย์ฯ เผยผลเฝ้าระวัง พบสายพันธุ์เดลต้า(อินเดีย) ในไทย 661 ตัวอย่าง สายพันธุ์เบตา (อัฟริกา) 38 ตัวอย่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22มิ.ย.64-นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ เครือข่ายห้องปฏิบัติการดำเนินงานเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ เพื่อให้ประเทศไทย &amp;nbsp; มีข้อมูลเฝ้าระวังสายพันธุ์ได้ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีน&amp;nbsp;
รายงานผลการเฝ้าระวัง ตั้งแต่เมษายน 2564 ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2564 พบ สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) จำนวน 5,641 ตัวอย่าง สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จำนวน 661 ตัวอย่าง และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) จำนวน 38 ตัวอย่าง&amp;nbsp;
นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ข้อมูลล่าสุด พบว่า สายพันธุ์เดลตา มีการพบเพิ่มในเขตสุขภาพที่ 4 จากเดิมจำนวน &amp;nbsp;40 ราย เป็น 65 ราย รวม 105 ราย ส่วนเขตสุขภาพที่ 13 จากเดิม 404 ราย เพิ่มอีก 87 ราย รวมเป็น 491 ราย &amp;nbsp;สายพันธุ์เบตา จากข้อมูลการเฝ้าระวังของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขณะนี้ยังพบในภาคใต้ จำนวน 38 ราย โดยพบในเขตสุขภาพที่ 11 จำนวน 2 ราย และเขตสุขภาพที่ 12 จากเดิม 28 ราย เพิ่มอีก 5 ราย รวม 33 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;จากการติดตามเด็กนักเรียนในจังหวัดยะลา เบื้องต้นพบมีทั้งสายพันธุ์อัลฟา และสายพันธุ์เบตา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้หน่วยงานสาธารณสุขกำลังติดตามหาต้นตอว่าติดมาจากที่ไหน และกำลังเร่งติดตามว่าเชื้อมีการกระจายไปจังหวัดอื่นๆ หรือไม่ สำหรับผลการตรวจเด็กนักเรียนที่จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดตราด ที่กลับมาจากจังหวัดยะลา ผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด 19 ซึ่งขณะนี้เด็กอยู่ระหว่างกักตัวเฝ้าระวังต่อไป &amp;nbsp; กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมเฝ้าระวังในพื้นที่แล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับประชาชนขอให้สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) แพร่กระจายได้เร็วกว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ประมาณ 1.4 เท่า จึงไม่แปลกที่สายพันธุ์เดลตาจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และในอีก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3-4 เดือนข้างหน้า สายพันธุ์เดลตาก็จะเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดเกือบทั่วโลก ในอนาคตก็อาจจะมีสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น โดยวัฏจักรแล้วจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนวัคซีนทุกตัวที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พัฒนามาจากสายพันธุ์ดั้งเดิม คือ สายพันธุ์อู่ฮั่นทั้งนั้น เมื่อสายพันธุ์เปลี่ยนไปประสิทธิภาพของวัคซีนก็เปลี่ยนไป และเชื่อว่าในอนาคตทุกบริษัทก็จะผลิตวัคซีนให้ทันกับสายพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลง ดังเช่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่เราต้องคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงของไวรัสไว้ล่วงหน้า กระบวนการเปลี่ยนแปลง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสายการผลิต ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน สายพันธุ์อัลฟาลดประสิทธิภาพของวัคซีนที่ผลิตมาก่อนไม่มากและคงยังใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้ดี ในขณะนี้ประเทศไทยส่วนใหญ่ยังเป็นสายพันธุ์อัลฟา และมีแนวโน้มที่จะเกิดสายพันธุ์เดลตาเข้ามาแทนที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เราจะทำได้ก็คงจะต้องช่วยกันควบคุมป้องกัน &amp;nbsp;ให้เกิดสายพันธุ์เดลตา ระบาดในประเทศไทยช้าที่สุดและ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการให้วัคซีนในการควบคุมโรคในอนาคตให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดตามทรัพยากรที่เรามีอยู่ &amp;nbsp;สิ่งที่สำคัญที่สุดประชาชนไทยทุกคนจะต้องช่วยกัน แม้จะฉีดวัคซีนแล้วจะต้องใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107244</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, #โควิดสายพันธุ์อินเดีย, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์, นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1b7cfe9945.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 07:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 07:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แจงเหตุผลที่บอกว่าการระบาดโควิด-19 ที่ทองหล่อน่าจะมาจากเขมร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.64 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ &amp;quot;โควิด 19 เหตุผลที่บอกว่าการระบาดที่ทองหล่อ&amp;quot; น่าจะมาจากเขมร มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดที่ทองหล่อและระบาดอย่างมากในประเทศไทยขณะนี้ โดยเฉพาะมาจากสถานบันเทิง ที่เป็นแหล่งต้นตอของการแพร่กระจายอย่างมาก
สายพันธุ์ไวรัสเป็นสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เดิมการระบาดที่สมุทรสาครและแพร่กระจายไปทั่วประเทศตั้งแต่เดือนธันวาคม เป็นสายพันธุ์ในกลุ่ม GH ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับการพบในผู้ที่เดินทางมาจากประเทศพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์อังกฤษได้เริ่มมีการระบาดอย่างมากในประเทศเขมร โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ จนกระทั่งปัจจุบันการระบาดก็ยังไม่หยุด มีผู้ป่วยในการระบาดรอบนี้ร่วม 3000 คนและมีการเสียชีวิตมากกว่า 20 คน แสดงในรูปกราฟการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก และมีการถอดรหัสพันธุกรรมของผู้ป่วยในเขมรที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานในการระบาดโรคนี้ จะเห็นว่าเป็นสายพันธุ์ B.1.1.7 และเขียนไว้อย่างชัดเจนในข้อมูลขององค์การอนามัยโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการถอดรหัสพันธุกรรมของสายพันธุ์ทองหล่อ โดยศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬา ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รวมทั้งสวทช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงให้เห็นว่าพันธุกรรมของไวรัสสายพันธุ์ทองหล่อ อยู่ในกลุ่มเดียวกับสายพันธุ์ที่ระบาดในเขมร มีความเหมือนกัน และเปรียบเทียบกับสายพันธุ์อังกฤษที่ศูนย์ไวรัส ได้ถอดรหัสพันธุกรรม โควิด 19 จากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศอังกฤษและยุโรป อเมริกา ความเหมือนของสายพันธุ์จะเหมือนกับสายพันธุ์ที่แยกได้จากเขมร มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดในเขมรเกิดขึ้นก่อนในประเทศไทย โดยเกิดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และระบาดอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์โดยการถอดรหัสพันธุกรรม มีความเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดในประเทศไทยเกิดขึ้นหลังจากการระบาดในเขมรมานานกว่า 6 สัปดาห์
เมื่อเรียบเรียงตามระยะเวลา ความเป็นไปได้จึงน่าจะเป็นจากเขมรมาประเทศไทย&amp;nbsp; มากกว่าประเทศไทยไปเขมร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นข้อมูลที่สนับสนุน โดยเฉพาะทางด้านสายพันธุ์ พันธุศาสตร์ ว่าการระบาดครั้งนี้ น่าจะมาจากประเทศกัมพูชา ส่วนจะมาด้วยวิธีใด ก็คงจะต้องมีการหากันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้เด็กไทย สนใจเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ ใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ มาเพื่อใช้ตอบคำถามที่สงสัย
#หมอยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98857</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ, ย่านทองหล่อ, ไวรัสสายพันธ์ุอังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d9f9d7fe0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอยง&quot; เฉลยแล้ว ที่แท้สายพันธุ์อังกฤษ แพร่มาจากเขมร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;nbsp;
&amp;nbsp;8เม.ย.64-ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ การระบาดในประเทศไทย
มีการระบาดของสายพันธุ์อังกฤษอย่างมากในประเทศเขมร เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 64 จนถึงวันที่ 19 มีนาคม 64 มีจำนวนผู้ป่วยกว่า &amp;nbsp;1500 ราย สายพันธุ์ที่ตรวจพบ รายงานโดย องค์การอนามัยโลก เป็นสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.7 และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วมากใน เขมร&amp;nbsp;
เมื่อเป็นเช่นนี้่ ต้นต่อของการระบาดในประเทศไทยครั้งนี้ ที่เกิดจากสายพันธุ์อังกฤษ ครั้งนี้ไม่น่าจะมาจากสถานกักกัน ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;
น่าจะมาจากการเคลื่อนย้ายของประชาชนระหว่างประเทศเขมรและไทย
เพราะพบสายพันธุ์นี้ในเขมร ตั้งแต่วันที่ 20 กพ 64 และยังระบาดอย่างรุนแรงในเขมร&amp;nbsp;
รายงานต่างด่าว หรือคนไทยที่ข้ามไป ข้ามมา น่าจะเป็นต้นเหตุ ในการแพร่ระบาดครั้งนี้&amp;nbsp;
#หมอยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98800</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ, ประเทศกัมพูชา, โควิดสายพันธุ์อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d9f9d7fe0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;แนะทำงานเชิงรุกเร่งตรวจคัดกรองเชื้อ พร้อมให้ร.พ.จัดตั้งคลินิกโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันขึ้นมาพิเศษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค. 2563 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว yong.poovorawan ระบุว่า
โควิด 19 การระบาดในพื้นที่ (วงจำกัด?? หรือจะเป็นวงกว้างแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนทราบเรื่องดีว่า เกิดการระบาดอย่างมาก ในพื้นที่เมืองชายทะเล ที่ใช้แรงงานต่างด้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่สงสัยอยู่ที่ตลาด ขณะที่เรารู้นี้ น่าจะมากกว่า generation ที่ 4 &amp;nbsp;คงเป็นการยากในการหารายที่ 0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่จะปฏิบัติขณะนี้ นอกจากมาตรการที่ทุกคนรู้ ล้างมือ กำหนดระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องทำในเกมรุก จะต้องเป็นการตรวจคัดกรองเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ต้องสงสัย และรีบตรวจคัดกรองตรวจเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องสงสัย ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ผู้ที่มีอาการโรคทางเดินหายใจ และมีประวัติสัมผัสกับแรงงานต่างด้าว ในแหล่งระบาด หรือไปยังแหล่งระบาด จำเป็นต้องตรวจคัดกรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 โรงพยาบาลควรแยก จัดตั้งคลินิกโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน และเฝ้าระวังในกลุ่มดังกล่าว จำเป็นต้องตรวจถ้าสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 อาการที่ต้องสงสัย&amp;nbsp;อาการทางเดินหายใจ เป็นไข้ เจ็บคอ เจ็บแบบบาดคอ ไอแห้ง เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รส ปอดอักเสบ หายใจเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจวินิจฉัยจะต้องทำ และเพิ่มการตรวจกรองให้มากขึ้น ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ต้องส่งตรวจให้เพิ่มขึ้น อย่างสม่ำเสมอ ในการเฝ้าระวังเพื่อวินิจฉัยอาการเริ่มแรก ไม่ให้หลุด เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค ทุกคนจะต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น
สำหรับประชาชนทั่วไป ทุกคนต้องช่วยกันทุกทาง ยอมเสียสละความสุขส่วนตนบ้าง เพื่อความสุขส่วนรวม &amp;nbsp;
ในการต่อสู้กับโรคหรือสิ่งที่มองไม่เห็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87383</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรสาคร, นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ, เร่งคัดกรองเชื้อ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f35f215f2f1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอยง&quot;เตือนหน้าหนาว โควิดอยู่ได้นานขึ้น ส่วนพลาสมาคนติดเชื้อ ใช้แล้วผู้ป่วยอาการดีขึ้น แบ่งทำเซรุ่มได้ 600 ขวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 พ.ย.63 - ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี &amp;nbsp;ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวโอกาสติดเชื้อโควิด 19 ในฤดูหนาวและข้อแตกต่างจากโรคติดเชื้อทาเงดินหายใจอื่น ว่า การต่อสู้กับโรคโควิด 19 เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอนในระยะยาว ซึ่งขณะนี้โรคโควิด 19 ระบาดใกล้ครบ 1 ปีแล้ว ประเทศไทยพยายามใช้มาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมโรค หากเปรียบเทียบกับโรคไข้หวัดใหญ่สเปน ถือว่ายังไม่ถึงครึ่งทาง คาดว่าอีก 1-2 ปี โรคถึงจะสงบลง ดังนั้น ยังคงต้องใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่หรือ New Normal ไปอีกไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่ยังต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง จึงขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งการ์ดตก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ในปี 2564 ประเทศไทยจะยังอยู่กับโรคโควิด 19 แม้อาจเบาบางลง แต่ยังไม่ถึงกับสงบ การที่โรคโควิด &amp;nbsp;จะสงบลง จะต้องมีผู้ติดเชื้ออย่างน้อยร้อยละ 60 ของประชากร แต่เราไม่สามารถปล่อยให้โรคสงบลงโดยมีผู้เสียชีวิตในอัตราร้อยละ 1 ของประชากร เหมือนสมัยโรคไข้หวัดใหญ่สเปนได้ ซึ่งตอนนั้นประเทศไทยมีประชากร 8 ล้านคน มีผู้เสียชีวิต 8 หมื่นคน ปัจจุบันเรามีประชากร 70 ล้านคน หากต้องเสียชีวิตถึง 7 แสนคนแล้วโรคสงบลง จึงเป็นตัวเลขที่เรายอมรับไม่ได้ ดังนั้น ขอให้ทุกคนยังต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด เพื่อเอาชนะโรคนี้ หรืออีกแนวทางหนึ่งคือการทำให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 60 ของประชากรเช่นกัน คือประมาณ 40 ล้านคน ทำให้ต้องใช้วัคซีนไม่น้อยกว่า 80 ล้านโดส ในกรณีมีประสิทธิภาพ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีประสิทธิภาพ 70-90 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องฉีดให้ประชากรมากกว่าร้อยละ 60 อย่างไรก็ตาม ยังถือเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ได้รับวัคซีนทุกคนภายในปีหน้า&amp;quot; ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง กล่าวว่า &amp;nbsp;การทำให้ไวรัสนี้หมดไปจากโลกยังเป็นเรื่องยากเช่นกัน เนื่องจากแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ แต่หากควบคุมให้โรคสงบลงได้ ก็จะเปลี่ยนเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาตามฤดูกาล แต่ที่ต้องระวัง คือ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน และความดัน ที่การติดเชื้ออาจทำให้มีอาการรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สำหรับช่วงฤดูหนาว ไวรัสจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอุณหภูมิติดลบ 70 องศาเซลเซียส สามารถอยู่ได้ตลอดไป ติดลบ 20 องศาเซลเซียสอาจอยู่ได้เป็นปี 0 องศาเซลเซียสอยู่ได้หลายเดือน เรียกว่าอุณหภูมิสูงขึ้นอายุไวรัสจะยิ่งสั้นลง แต่ประเทศไทยไม่ได้มีอากาศหนาวเย็นแบบซีกโลกเหนือและอากาศหนาวก็อยู่ไม่นาน สมมติประเทศไทยมีอากาศหนาวประมาณ 4 องศาเซลเซียส ถามว่าไวรัสจะอยู่ได้กี่วัน คงไม่สามารถตอบได้ชัดเจน เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องความชื้น สภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อมอย่างอื่นด้วย แต่ประมาณได้ว่าอยู่ได้เป็นวันๆ สิ่งสำคัญคือ การทำความสะอาด และล้างมือบ่อยๆ
&amp;nbsp;ดังนั้น สำหรับประเทศไทย โรคทางเดินหายใจส่วนใหญ่จึงระบาดในฤดูฝนมากกว่า แต่ฤดูหนาวก็ยังระบาดได้ง่ายกว่าฤดูร้อนเช่นกัน ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมจนถึงกุมภาพันธ์ จึงเป็นอีกช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจสูง และทำให้แยกอาการจากโรคโควิด 19 ได้ยาก หากไม่ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ โรคทางเดินหายใจที่พบมากในฤดูหนาว มี 3 โรคได้แก่ โรค RSV โรคไข้หวัดจากเชื้อไรโนไวรัส และโรคไข้หวัดใหญ่ ทั้งนี้ โรค RSV พบว่าระบาดช้าลงจากเดิมพบในฤดูฝน แต่ปีนี้พบการระบาดช่วงกันยายนเป็นต้นมา นับตั้งแต่เปิดเทอมช่วงสิงหาคม และเริ่มเจอโรคหวัดเพิ่มมากขึ้นในทุกกลุ่มอายุ สะท้อนว่า เราเริ่มการ์ดตก สวมหน้ากากน้อยลง เว้นระยะห่างน้อยลง จึงต้องเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง กล่าวว่า สำหรับการทำพลาสมาที่มีภูมิต้านทานระดับสูง ซึ่งได้จากการบริจาคของผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด 19 เพื่อนำมารักษาผู้ป่วยนั้น ขณะนี้มีการบริจาคมากกว่า 400 หน่วยแล้ว โดยมีอายุประมาณ 1 ปี ล่าสุดมีการนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโควิด 19 ที่อยู่ในสถานกักกันที่รัฐกำหนดและตรวจพบเชื้อ โดยมีโรคปอดบวมค่อนข้างรุนแรง โดยให้ 2 ครั้งห่างกัน 3 วัน ขณะนี้ผ่านมาแล้วประมาณ 10 วัน ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น นอกจากนี้ ยังนำพลาสมาจำนวนครึ่งหนึ่งมาทำเป็นเซรุ่มได้ประมาณ 600 ขวด ขวดละ 2 มิลลิลิตร ซึ่งมีความเข้มข้นอย่างมาก เก็บได้นานถึง 3 ปี ซึ่งในอนาคตหากประเทศไทยยังไม่มีผู้ป่วยโควิด 19 พลาสมาที่เหลือจะนำมาทำเป็นเซรุ่มต่อไป เพื่อนำมาใช้เมื่อยามจำเป็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85024</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ, พลาสมา, เซรุ่มโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe31ad69b7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 06:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 06:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;เตือนใช้ความซื่อสัตย์เอาชนะโควิด 19 ยกเคส &#039;หมอโนกุจิ&#039;เอาชนะโรคไข้เหลืองสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.2563 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะ แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;#39;โควิด 19 กับความซื่อสัตย์&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานเล่าเรื่องคุณหมอโนกุจิ วันนี้ขอเล่าต่อ ในภาวะที่มีการระบาดของโรค โควิด 19 และในยามปกติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ &amp;ldquo;ความซื่อสัตย์&amp;rdquo; ผู้ป่วยไปหาหมอถ้าไม่บอกความจริงทั้งหมด ก็จะทำให้บุคลากรทางการแพทย์ติดโรคเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมามีโรงพยาบาล &amp;nbsp;แห่งหนึ่งติดโรค จากผู้ป่วยอยู่คนเดียว ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ ติดโรคไปร่วม 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเราเป็นกลุ่มเสียงสัมผัสโรคมา หรือไม่สบายเจ็บป่วย ควรบอกความจริง กับแพทย์ผู้รักษา &amp;nbsp;ตั้งแต่การตรวจกรองเข้าโรงพยาบาลตามความเป็นจริง การบริจาคโลหิตก็เช่นเดียวกัน จะมีให้กรอกข้อมูล &amp;nbsp;ก็ขอให้บอกตามความเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหมอโนกุจิ มีความคิดและเป็นนโยบายส่วนตัว เน้นถึงความซื่อสัตย์ ผมได้เห็นบันทึกของคุณหมอ และบทความที่ตีพิมพ์ในวารสาร American J Trop Med Hyg ในปี 1928 &amp;nbsp;เชื่อเลยว่าคุณหมอเป็นคนซื่อสัตย์มาก ในบทความนี้ เขียนการทดลองที่ใช้เชื้อไข้เหลือง จากคนไข้ชื่อ อาชีบี้ ไปฉีดให้ลิง ลิงเสียชีวิตจากไข้เหลือง แต่คนไข้ อาชีบี้ ไม่ตาย และต่อมาไวรัสของคนไข้ ที่เอามาทำวัคซีน ไข้เหลือง จึงชื่อว่า อาชีบี้ ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าใครอ่านหนังสือการ์ตูนถึงตอนนี้ จะทราบว่าท่านได้ทำร่วมกับหมอหลายคน ในการหาเชื้อก่อโรคที่ทำให้เกิดไข้เหลือง และใช้ลิงเป็นสัตว์ทดลอง จุดอวสานของท่าน ท่านติดโรคไข้เหลือง ที่ได้รับจากลิงในการทดลอง และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ในหน้าที่การงาน&amp;nbsp;
ที่หลุมศพของคุณหมอโนกุจิ ถ้าใครไปมา จะได้เห็น ลายมือของคุณหมอ noguchi เขียนไว้ ว่า ความซื่อสัตย์เป็นนโยบายที่ดีที่สุดของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากสอนให้ทุกคนมีความซื่อสัตย์ไม่ว่าจะเป็นหมอหรือไม่ใช่เป็นหมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ในการควบคุมโรคระบาด โควิด 19 นอกจากความซื่อสัตย์แล้วยังต้องอาศัยระเบียบวินัย ถ้าทุกคนช่วยกันมีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามคำแนะนำ ให้มากที่สุด คงไม่ต้องใช้กฎหมายโรคติดต่ออันตรายมาบังคับ เราก็จะสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้ หรือแม้แต่การระบาดก็จะทำให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีอีกหลายตอนที่คุณหมอโนกุจิ ได้พยายามต่อสู้กับโรคระบาด เช่นโรคกาฬโรคในจีน โรคซิฟิลิสในอเมริกา และไข้เหลืองในแอฟริกา จะได้นำมาเล่าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64908</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความซื่อสัตย์สุจริต, คุณหมอโนกุจิ, นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ, หมอยง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea0e2bddf6b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพ.ยง&#039; เผยโรคโควิด-19 จะเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ของสังคมโลกอย่างรวดเร็ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ภาวะปกติแบบใหม่ &amp;ldquo;NEW NORMAL&amp;rdquo; ในการระบาดของโควิด 19จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เราเรียกว่า ภาวะปกติแบบใหม่หรือ &amp;ldquo; NEW NORMAL&amp;rdquo; ที่จะได้ยินคุ้นหู การเปลี่ยนแปลงทางสังคมของชีวิตความเป็นอยู่ ในระหว่างที่มีการระบาดโควิด 19 เราจะได้เห็นภาวะปกติแบบใหม่ เช่น ทุกคนใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ต่อไปการใส่หน้ากากจะถือเป็นเรื่องปกติ คล้ายกับเครื่องประดับ ใครไม่ใส่จะถือเป็นเรื่องผิดปกติ และหน้ากากจะสร้างความคุ้นเคยให้ทุกคนที่ได้เห็น การออกแบบลวดลายของหน้ากากอนามัย จะออกเป็นแฟชั่นหรือลวดลาย จะมองดูเป็นสิ่งประดับปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรับประทานอาหารคนเดียว การกำหนดระยะห่างของบุคคล การลดการพูดจา ใช้ทุกอย่างบนมือถือ แทนการพูดจา การทำอะไรทุกอย่างจะผ่านสมาร์ทโฟน ไม่มีการถือเงินสด การทำเทเลคอนเฟอเรนซ์ พูดคุยผ่านทางไกลเห็นหน้าเห็นตา ทุกอย่างจะเป็นภาวะปกติแบบใหม่ที่เราจะต้องคุ้นเคย
ในการป้องกัน โควิด 19 จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำได้ว่าเคยดูหนังเรื่อง &amp;ldquo;ตำรวจมหาประลัย&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Demolision man&amp;rdquo; ในปี 1993 ที่แสดงโดย Sylvester Stallone เป็นการแสดงให้เห็นในปี 2032 การเปลี่ยนแปลงของโลกเรา NEW WORLD ไม่มีการใช้เงินในรูปธนบัตร โรคต่างๆจะหายไปรวมทั้ง HIV เพราะการมี sex แบบ electronic มีการจัดระเบียบโลกใหม่ ใครพูดปดจะถูกปรับ จำได้และยังแปลกใจ การเข้าห้องน้ำมีหอย 3 ฝา ไม่รู้เอาไว้ใช้ทำอะไร ใครรู้ช่วยตอบที ไม่มีการใช้อาวุธประหารกัน อาวุธจะถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ใครลองย้อนไปดูและนึกถึงอีก 10 ปีข้างหน้าจะเกิดยิ่งกว่า NEW NORMAL&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64683</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, New Normal, นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ, ภาวะปกติแบบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1045000bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
