<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดสิทธิ์ม็อบทั่วปท. ปิยบุตรแบไต๋โยงคดี/บิ๊กตู่ติงอย่าทำบ้านเมืองป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลเผยหาก อนค.ถูกยุบ ส.ส.ควรเข้าร่วมกับพรรคฝ่ายรัฐบาล ห่วงความขัดแย้งทำให้ ศก.แย่ลงไปอีก ยังไม่เห็นคนอื่นทำให้บ้านเมืองสงบนอกจาก &amp;quot;ประยุทธ์-ประวิตร&amp;quot; ผบก.น.6รวบรวมหลักฐานฟันแกนนำแฟลชม็อบผิด พ.ร.บ.ชุมนุมฯ นายกฯเตือนอันไหนเกิดปัญหาอย่าทำ บ้านเมืองจะสงบ โฆษกรัฐบาลระบุนายกฯ ห่วงความปลอดภัย ปชช. แนะ อนค.ไปสู้ในศาล พปชร.จัดกิจกรรมเดินลงถนนลงชุมชน ถามปัญหา ปชช. &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ฟุ้งไฟแห่งความหวังถูกจุดขึ้นแล้ว ปลุกสาวกเตรียมตัววิ่งไล่ลุงไล่รัฐบาลพร้อมกันทั่วประเทศ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ซัดผู้มีอำนาจต้องการให้ อนค.แตกหวังดูด ส.ส. ลั่นหากถูกตัดสิทธิ์จะรณรงค์ทุกพื้นที่ประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ทางรอดอนาคตใหม่ กับเสียงประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ผ่าน &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; จำนวน 2,737 ตัวอย่าง และ&amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; จำนวน 1,144 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 11-14 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจริง ส.ส.ควรทำอย่างไรเพื่อความอยู่รอดของตนเองและช่วยแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนได้ด้วย พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.5 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 34.3 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และร้อยละ 14.2 ยังไม่รู้ ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ร้อยละ 40.0 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย รองลงมาคือร้อยละ 18.3 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย, ร้อยละ 15.9 ระบุพรรคชาติไทยพัฒนา, ร้อยละ 13.5 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 12.3 ระบุพรรคพลังประชารัฐ ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.5 ระบุความขัดแย้งทางการเมืองมีผลทำให้เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก มากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 17.5 ระบุน้อยถึงไม่มีผลเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนว่ามีคนอื่นอีกหรือไม่ที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยนอกเหนือไปจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 53.3 ระบุไม่มี &amp;nbsp;ในขณะที่ร้อยละ 10.0 ระบุว่ามี ได้แก่ ธนาธร ร้อยละ 4.5, ปิยบุตร ร้อยละ 1.6 และคนอื่นๆ ร้อยละ 3.9 และที่เหลือร้อยละ 36.7 ระบุ ยังไม่รู้ใครจะทำได้ ไม่ตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; พบว่า เรื่องของพรรคอนาคตใหม่กำลังเข้าถึงคนในโลกโซเชียลทั้งหมด 32,109,909 คน แต่มีคนที่สนใจพูดถึงเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ในโลกโซเชียลจำนวน 165,937 คน อย่างไรก็ตาม เสียงตอบรับต่อเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ที่ค้นพบครั้งนี้เป็นเสียงตอบรับเชิงบวกร้อยละ 52.3 และเสียงตอบรับเชิงลบมีร้อยละ 47.7
งัด พรบ.ชุมนุมฟันแกนนำม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดกิจกรรมแฟลชม็อบเชิญชวนประชาชนลุกขึ้นต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรม หลังถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เสนอยุบพรรค ที่บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน ว่าในเบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและพนักงานสอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ต้องดูต่อไปว่าใครกระทำความผิดกฎหมายตัวไหน ก็จะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ เพราะก่อนที่จะจัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งเตือนไปแล้วว่าจะสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายข้อใด ส่วนที่ถามว่าต้องให้ทหารเป็นคนร้องทุกข์หรือไม่ ต้องไปดูก่อนว่าเข้าข้อกฎหมายใดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 กล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานว่าการกระทำของแกนนำม็อบผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร การชุมนุมเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 ธ.ค. ผิดกฎหมายแน่นอน คือ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ &amp;nbsp;เพราะไม่มีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ จะทำอะไรต้องทำตามกฎหมายบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นวันเดียวกัน ที่ถนนสีลม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการนําร่องถนนคนเดิน (Walking Street) โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ทุกคนต้องเริ่มแก้ที่ตัวเราเอง เหมือนตนก็แก้ที่ตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น โดยแก้ไขปรับปรุงตนเอง ดังนั้นอยากให้ทุกคนคิดด้วยว่าอันไหนดีก็ให้ช่วยกันทำต่อ อันไหนเกิดปัญหาอย่าทำ บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อย และมีคนมาท่องเที่ยว วันนี้ถึงเวลาที่พวกเราต้องร่วมมือกัน ช่วยทำคุณงามความดีเพื่อเแผ่นดินนี้ แผ่นดินที่เราเกิดมาเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังจากพิธีเปิด นายกฯ เยี่ยมชมร้านจำหน่ายสินค้าและกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน โดยมีประชาชนให้ความสนใจขอถ่ายรูปเซลฟีเป็นที่ระลึกตลอดทาง ทั้งนี้ นายกฯ ได้ร่วมร้องเพลง &amp;ldquo;คนดีไม่มีตาย&amp;rdquo; ของศิลปินธีร์ ไชยเดช พร้อมกล่าวด้วยว่า &amp;ldquo;ขอให้ร่วมกันทำความดี เพื่อประเทศชาติ เพราะการทำความดี ไม่มีวันตาย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมแฟลชม็อบ นำโดยนายธนาธรเมื่อเย็นวันที่ 14 ธ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีได้มีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมดังกล่าวโดยตลอดจากการรายงานของฝ่ายความมั่นคง แต่ไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่เป็นห่วงคือเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่โฆษกกระทรวงกลาโหมได้ย้ำแล้วว่าจะต้องเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่การยั่วยุ เพราะตามข้อมูลข้อเท็จจริงที่ กกต.มีมตินั้น เงินที่ให้กู้ไม่ได้อยู่ในหมวดของที่จะเป็นรายได้พรรคได้ เมื่อมีข้อสรุปว่าส่งศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ ทางพรรคเองก็ต้องไปชี้แจงโต้แย้ง สู้ด้วยหลักการบนชั้นศาล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็ต้องให้โอกาสในการส่งเอกสารหลักฐานเพื่อชี้แจงได้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ทางตำรวจกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งเอาผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ นางนฤมลกล่าวว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ในส่วนของนายกฯ ก็เป็นเรื่องของการได้รับรายงานเรื่องสถานการณ์ความปลอดภัย ซึ่งไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเสียหายอะไรของประชาชน เมื่อเชื่อว่าตัวเองใช้สิทธิหน้าที่ในการออกมาชุมนุม นายกฯ ก็ไม่ได้ว่าอะไร เว้นแต่ถ้าออกมาทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราต่างเห็นแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งแต่ละครั้งปัจจัยก็ต่างกัน เราควรไปว่ากันในระบบในศาล ส่วนความไม่พอใจอะไรเกี่ยวกับรัฐบาล ก็ไปว่ากันในรัฐสภา ทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่แล้ว
พปชร.เดินลงถนนลงชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่นายธนาธรและกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศรวมตัวชุมนุมอีก โดยการลงถนนในช่วงเดือนม ม.ค.นั้น นางนฤมลกล่าวว่า ก็ต้องติดตามดูต่อไป อยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ครบถ้วน เพราะเพียงแค่ฟังการรายงานของแต่ละฝ่ายนั้นก็ไม่ตรงกันแล้ว และต้องนำมาพิจารณาวิเคราะห์ถึงเหตุผลว่าจะลงมาร่วมชุมนุม เหตุผลนั้นสมควรแล้วหรือยัง หากทุกอย่างเข้าสู่ระบบ ก็ไม่จำเป็นต้องมาชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า รัฐบาลและพรรค พปชร.มีนโยบายเร่งด่วน โดยขอความร่วมมือ ส.ส. และอดีตผู้สมัครของพรรค เดินลงถนน ลงในชุมชน &amp;nbsp;ถามปัญหาประชาชน และให้ช่วยประสานเร่งแก้ไขโดยด่วน ยังมีหลายปัญหาของประชาชนที่ต้องการให้แก้ไข เขาหวังพึ่งพานักการเมืองที่พวกเขาลงคะแนนเลือกตั้งไปเป็นผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ในสภา แต่สิ่งที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้คือนักการเมืองกำลังเอาปัญหาของตนเองไปเป็นปัญของประชาชน และกำลังใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาของตนเอง นายธนาธรเคยปราศรัยหาเสียงว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจผ่านกลไกสภา แต่กลับชวนประชาชนมาลงถนน ซึ่งทำให้เกิดภาพและบรรยากาศที่น่าวิตกกังวล และความไม่เชื่อมั่นต่อสายตาของชาวต่างชาติว่าอาจจะเกิดความไม่สงบขึ้น และอาจมีเป็นเหตุในการขัดขวางหรือทำลายเศรษฐกิจอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ประชาชนต้องการให้แก้ไขปัญหาปากท้องเป็นหลักนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ดีควรมุ่งแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชนและส่วนรวมก่อน ควรร่วมเดินหน้าพัฒนาประเทศไปข้างหน้า ไม่ใช่ระดมมวลชลมาแก้ไขปัญหาของพรรคการเมืองของตนเอง ที่พลาดพลั้งเอง ผิดกฎหมายเอง หรือจงใจที่จะเลี่ยงบาลีในกฎหมาย เมื่อถูกจับได้ก็กล่าวโทษคนอื่น และยกพวกมาข่มขู่ องค์กรอิสระคล้ายแก๊งอันธพาลเช่นนี้&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า รู้สึกโล่งใจและสบายใจที่เห็นการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้การจัดการชุมนุมของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้ด่วนตัดสินใจนำประชาชนออกมาสู่ท้องถนน อยากให้ไปต่อสู้ในแนวทางรัฐสภาให้ถึงที่สุดเสียก่อน พรรคการเมืองต้องเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา พรรค อนค.ยังมีเวทีที่จะต่อสู้ในเวทีรัฐสภาได้อย่างเต็มที่ ส่วนตัวพร้อมสนับสนุนแนวทางการต่อสู้ในระบอบรัฐสภาของทุกพรรค พรรค อนค.ได้เสนอญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญส่วนการแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น ตนก็พร้อมที่จะลงชื่อสนับสนุนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เห็นว่าการเมืองยังไม่ถึงทางตัน นักการเมือง พรรคการเมือง ยังมีเวทีการต่อสู้ในระบบรัฐสภาได้ ถ้าทุกคนเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภาจริง บ้านเมืองก็สามารถเดินต่อไปได้ ขอให้การเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางการเมือง เป็นการเปลี่ยนแปลงในวิถีทางประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภา อย่าให้อำนาจนอกระบบมาเกี่ยวข้อง ประชาธิปไตยของประเทศไทยก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง&amp;quot; นายเทพไทกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความแสดงความเห็นกรณีแฟลชม็อบของนายธนาธรว่า คงต้องติดตามดูว่าม็อบที่จะเรียกมวลชนมาแก้ปัญหาให้ตนเอง เพราะความไร้ประสบการณ์ของฝ่ายกฎหมายจะเป็นอย่างไร ปราบลัทธิชังชาติด้วยความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความ ระบุว่า Save คนรุ่นใหม่ ไม่เป็นเครื่องมือนักการเมือง??? ถ้าเป็นผมถูกยุบพรรค-ตัดสิทธิ์การเมือง เพราะความไม่รอบคอบของตนเอง จะไม่ไปโทษใคร ถ้าตนเองไปทำในสิ่งที่กฏหมายห้ามไว้ จะไม่ไปชวนแนวร่วมหรือสมาชิกพรรคหรือคนรุ่นใหม่ไปทำผิดกฎหมายบ้านเมือง จะไม่ให้ใครไปเดือดร้อนบาดเจ็บ ล้มตายเพื่อตนเอง เพื่อให้เกิดเงื่อนไขทางการเมืองเพื่อต่อรองกับผู้มีอำนาจ ผมก็จะยอมรับผิดเลิกเล่นการเมืองทันที&amp;nbsp;
เตือนจากขุนกลายเป็นหมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความว่า การชุมนุมที่สกายวอล์กสยาม มีความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ 2558 แม้จะอ้างสารพัด แต่อีกไม่กี่วันสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงต้องมีหมายเรียกให้นายธนาธรและ น.ส.พรรณิการ์ไปรับทราบข้อกล่าวหาผิด พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ส่วนนายปิยบุตรนั้น ไม่เห็นหลักฐานยืนยันในสื่อว่าเป็นผู้เข้าข่ายจัดการชุมนุม นอกจากการไปเข้าร่วมปราศรัย หลายคนมองว่าคงหลบรอดพลิ้วไปได้ตามประสานักกฎหมายอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และเคยร่วมเคลื่อนไหวกับนายธนาธร สมัยเป็นนักศึกษาในสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า กรณีชุมนุมราชประสงค์ปีนั้นจากช่วยทักษิณ พยายามยกระดับเป็นเพื่อประชาธิปไตย ท้ายสุดก็ก้าวข้ามไม่ได้ ทั้งนี้เพราะว่าจุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากส่วนรวม ความชอบธรรมในการอธิบายไม่มากพอ ได้แค่ความชอบใจ เกมนี้เพื่อไทยและทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะนี่คือการขับเคี่ยวของพรรคการเมือง ไม่มีมิตรแท้ในหมู่นักการเมือง ผลักเพื่อนเป็นหมากลงถนน สุดท้ายเอกจะเป็นผู้ชนะในความพ่ายแพ้ ธนาธร คุณกำลังเดินตามเกมเขาแล้วละ เกมของเพื่อน (พรรคร่วม) และเกมของฝั่งตรงข้าม จากขุนกลายเป็นหมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ความท้าทายอยู่ที่ก้าวต่อไป อนค.ต้องเข้าใจชัดเจนว่าคนที่ออกมาในวันนี้คือคนที่ไม่พอใจกับรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจมาจากคณะรัฐประหาร ที่ร่างกติกาบิดเบี้ยวและสร้างวัฒนธรรมการเลือกปฏิบัติอย่างเข้มข้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อนค.หรือผู้นำการชุมนุมตามจุดต่างๆ ต้องไม่เข้าใจผิดว่าทุกคนที่ออกมาคือกองเชียร์ธนาธร หรือ อนค. แม้จะเป็นแนวร่วม แต่หากสารที่สื่อในการชุมนุมหรือการส่งเสียงนำมวลชนไขว้เขวไปเป็นเรื่องของพรรคจะเป็นการจำกัดกลุ่มผู้เข้าร่วมและขยายตัวยาก ก้าวต่อไปจึงต้องเป็นก้าวที่ชัดเจนในเป้าหมายส่งเสริมการยืนระยะ และการขยายตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียลลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า เป็นดังที่เคยวิเคราะห์ไว้ นายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่รอดยาก นายธนาธรมีอย่างน้อย 4 ดาบที่ต้องเจอ ตนเชื่อว่าไม่รอด กรณีการจัดแฟลชม็อบ ขอแนะนายธนาธรว่าการจัดชุมนุมครั้งต่อไปต้องระวังมากกว่านี้ ด้วยการจัดชุมนุมเช่นนี้ โอกาสที่จะถูกแทรกแซง สร้างสถานการณ์เป็นไปได้ง่าย หากจะเลือกเดินทางนี้ ก็ขอให้เตรียมตัวให้ดี หากยังคงจัดชุมนุมเช่นเดียว เกรงว่าจะสุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมแฟลชม็อบบริเวณสกายวอล์ก จะเห็นว่ามีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก และได้แสดงออกให้เห็นถึงความอัดอั้นต่อการบริหารประเทศและการใช้อำนาจของรัฐ ไม่พอใจผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลว่าหากใช้อำนาจที่ได้มาแบบไม่ชอบธรรม ไม่ยุติธรรม เอื้อประโยชน์ให้แต่กับพวกพ้อง ก็จะสร้างวิกฤติขึ้นได้&amp;nbsp;
ไฟแห่งความหวังถูกจุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายธนาธรโพสต์ข้อความแสดงความเห็นหลังการจัดแฟลชม็อบประสบความสำเร็จ มีคนเข้าร่วมจำนวนมาก เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าขอบคุณทุกคนจากใจจริง ร่วมรักษาไฟแห่งความหวังนี้อย่าให้ดับลง ขอบคุณที่ทุกคนออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านระบอบที่ฉุดรั้งแช่แข็งประเทศไทยไม่ให้ไปข้างหน้าร่วมกันเมื่อวานที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน กรุงเทพฯ และที่จัดกันเองอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่, ลำพูน, สมุทรปราการ, ขอนแก่น และอุดรธานี พลังที่เราแสดงออกมาร่วมกัน เปิดให้เห็นถึงความหวังและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่หลายคนไม่กล้าหวังมาก่อน จึงยอมจำนนก้มหน้ารับชะตากรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวานนี้ไฟแห่งความหวังได้ถูกจุดขึ้นแล้ว เพราะเรากล้าที่จะฝัน กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมร่วมกันเดินหน้าต่อไป แม้พวกเขาจะทำลายเราทุกรูปแบบ ยัดเยียดคดีเพิ่มเติม, ลดความน่าเชื่อถือของการเคลื่อนไหวผ่านข่าวปลอม, จุดไฟโหมกระพือความเกลียดชังในหมู่ประชาชน, สร้างมวลชนปะทะ, คุกคาม และลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และเกมสกปรกอีกหลายรูปแบบที่เราอาจคิดไม่ถึง แต่นั่นจะไม่ทำให้เราย่อท้อ เขาต้องการให้เรากลัว ดังนั้นเราจะไม่กลัว ผมทำคนเดียวไม่ได้ จึงต้องการกำลังและแรงสนับสนุนของทุกคนมาร่วมกันทำ ให้กำลังใจกันและกัน ก้าวเดินไปด้วยกันด้วยความหนักแน่น นี่เป็นการทวงอนาคตของเราทุกคนคืนมา ขอบคุณทุกคนจากใจจริง รักษาไฟแห่งความหวังนี้ อย่าให้มันมอดดับลง #ไม่ถอยไม่ทน Keep the fire burning&amp;quot; นายธนาธรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. กล่าวว่า การชุมนุม เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่าประชาชนที่มารวมตัวกันนั้น ไม่ได้มาเพื่อสร้างความวุ่นวายตามที่มีบางคนแสดงความกังวล คนที่ออกมาชุมนุมล้วนทำกิจกรรมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แสดงให้เห็นว่าเราออกมารวมตัวกันด้วยความสงบ โดยไม่สร้างความเดือดร้อน ขณะที่จำนวนคนที่ออกมานั้นมากกว่าที่เราคิดไว้แต่แรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจุดยืนของคนที่ออกมา ออกมาเพื่อปกป้องนายธนาธรหรือไม่ นส.พรรณิการ์กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องการปกป้องหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อย่างแน่นอน เพราะตอนนี้เรามาถึงจุดที่ไกลกว่านั้นไปแล้ว ขณะที่ความตั้งใจของเราเองก็ไม่ได้ต้องการแสดงออกเรื่องนี้เช่นกัน แต่บรรดาคนที่มาร่วมชุมนุมคือคนที่ไม่อาจทนกับความไม่ยุติธรรมและการดำเนินงานของรัฐบาลชุดนี้ สิ่งที่พวกเขาต้องการแสดงออกคือเราจะไม่ทนอีกแล้ว การชุมนุมดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมาย แต่เป็นสิทธิที่ประชาชนพึงมี ตามรัฐธรรมนูญที่ คสช.ร่างขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่นายธนาธรบอกว่า เดือนหน้าเจอกัน หมายถึงไปร่วมงานวิ่งไล่ลุงใช่หรือไม่ น.ส.พรรณิการ์บอกว่า เรื่องนี้นายธนาธรเองประกาศไปแล้ว ว่าจะไปร่วมงานวิ่งไล่ลุง เช่นเดียวกับแกนนำพรรคคนอื่นๆ แต่ในส่วนของกิจกรรมของพรรคต่อไปนั้น ขอให้รอดูแล้วกัน &amp;nbsp;
ปลุกวิ่งไล่ลุงไล่รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดเวทีบรรยายหัวข้อ สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน การทำงานในสภา และก้าวต่อไปของพรรค อนค.ที่โรงเรียนปะตงวิทยาคม อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ก่อนจะเดินทางไปยังโรงแรมนิวดิโอวี เพื่อบรรยายในหัวข้อเดียวกัน โดยกิจกรรมในวันนี้ น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.เขต 3 จันทบุรี เป็นผู้จัดงาน ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจร่วมงานทั้งสองสถานที่เป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตรกล่าวว่า กิจกรรมการรวมตัวกันของประชาชนที่ทนไม่ไหวกับรัฐบาลชุดนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยสื่อต่างประเทศใช้พาดหัวว่า Thai Opposition Leader และยังบอกอีกว่าถือเป็นการจัดกิจกรรมทางการเมืองที่มีประชาชนมาร่วมมากที่สุดนับตั้งแต่มีรัฐประหารปี 2557 ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมก็ไม่ได้มีแต่ผู้ที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีผู้คนที่ไม่พอใจกับรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี พรรคการเมืองอาจเปรียบเหมือนร่างกาย และมีจิตวิญญาณคืออุดมการณ์ของพรรคถ้าหากพวกเขาจะยุบพรรคอนค.ด้วยเรื่องหยุมหยิม ก็ยุบได้แต่ร่างกาย แต่จิตวิญญาณ ความคิดและอุดมการณ์แบบอนาคตใหม่ จะยังคงมีชีวิต และจิตวิญญาณนี้ก็จะไปสถิตในร่างกายใหม่ได้ ขอให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่อย่าได้กังวลใจไป อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด &amp;nbsp;เกิดแล้วเรามีทางแก้ได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้มีอำนาจที่ต้องการยุบพรรคอนาคตใหม่นั้น เพื่อต้องการให้พรรคแตก เพื่อต้องการดูด ส.ส.ไปเป็นพวก ยืนยันว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ยังจับมือกันเหนียวแน่น และพร้อมสู้ไปด้วยกัน ทุกวิกฤติเป็นโอกาสเสมอ วิกฤติครั้งนี้ที่เรากำลังเผชิญ เป็นโอกาสที่เราจะทำให้ผู้มีอำนาจเห็นว่า เมื่อเขาจะฉายหนังม้วนเก่าซ้ำอีกรอบหนึ่ง แต่เราจะทำให้หนังม้วนนี้จบไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน หากเขาไม่ต้องการให้ผมอภิปรายในสภา ผมจะจัดเวทีบรรยายแบบนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย จะไปให้ได้เกือบทุกวัน &amp;nbsp;หากเขาจะตัดสิทธิ์ทางการเมืองของผม ผมจะเดินรณรงค์ไปยังทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พื้นที่ทางการเมืองมีเยอะแยะมากมาย ไม่ให้ผมทำในสภา ผมไปทำข้างนอกก็ได้&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดป่าสระแก้ว ต.กุดเชียงหมี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร พรรคอนาคตใหม่จัดเวทีรับฟัง &amp;ldquo;ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;quot; โดยนายธนาธรกล่าวตอนหนึ่งว่า เรามีข้อเสนอการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 เรื่อง ซึ่งต้องทำให้ได้ นั่นคือ 1.พาประเทศไทยกลับเป็นประชาธิปไตย แก้รัฐธรรมนูญให้มีที่มาจากประชาชน 2.ปฏิรูปกองทัพ ให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำงานรับใช้ประชาชน และ 3.ยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ คืนอำนาจให้กับท้องถิ่นจัดการตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่จะเกิด 3 ข้อนี้ได้ อย่างแรกสุดที่ต้องทำคือไล่รัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ซึ่งในเดือนหน้าจะมีกิจกรรมใหญ่ นั่นคือวิ่งไล่ลุง ให้พ่อแม่พี่น้องเตรียมตัวไว้ เพื่อที่จะออกมาวิ่งพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อบอกว่าพอกันทีกับอำนาจอยุติธรรม บอกว่าเราจะไม่ถอยไม่ทนอีกแล้ว เอาอำนาจของเรากลับคืนมา&amp;quot; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52547</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐา มหัทธนา, ทิพานัน ศิริชนะ, นพดล กรรณิกา, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พรรณิการ์ วานิช, พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์, ภูมิธรรม เวชยชัย, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, สมชาย แสวงการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df63e401622d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2018 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดวิสัยทัศน์ &#039;หมอวรงค์&#039; กล้าเปลี่ยนประชาธิปัตย์เพื่อประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.61 - นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 2&amp;nbsp; ออกจดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ฉบับที่ 1 &amp;nbsp; ระบุว่า &amp;quot;สิ่งที่พวกเรา &amp;quot;กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน&amp;quot; ต้องขอบอกกล่าวนั่นคือ การ&amp;quot;กล้า&amp;quot; ที่จะเสนอตัวชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ มีพื้นฐานมาจาก ประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ พรรคไม่ควรย่ำอยู่กับที่ในแบบเดิมๆ เพราะผลที่เกิดขึ้นในรอบสิบปีที่ผ่านมา เป็นที่รับทราบ จนนำไปสู่กระแสที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงในพรรคครั้งนี้ มีเป้าหมายให้พรรคกลับมาเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งให้กับประชาชน และประเทศชาติ โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ โดยยึดมั่นในอุดมการณ์พรรค ความซื่อสัตย์สุจริต และจุดยืนเพื่อประชาชน ประเทศชาติอย่างมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1ประชาธิปัตย์ สัมผัสได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับภาพลักษณ์ให้พวกเราสัมผัสได้ ทั้งผู้นำพรรค รวมทั้งส.ส.ทุกระบบ และสาขาพรรค ต้องสามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกระดับ รวมทั้งเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ผู้ใช้แรงงาน แม้แต่ประชาชนในถิ่นห่างไกลและธุรกันดาร เพื่อสื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นของประชาชนทุกระดับ และทุกภูมิภาคของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ประชาชนสัมผัสการกระทำที่เป็นรูปธรรม มุงเน้นการปฏิบัติ บนพื้นฐานของความกล้าคิด กล้าทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 ทำงานเป็นทีม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากภารกิจในการดูแล และขับเคลื่อนประเทศนั้นยิ่งใหญ่มาก พวกเราไม่เชื่อในหลักของการนำเดี่ยว แต่เชื่อมั่นหลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม รวมทั้งเปิดกว้างให้ประชาชนที่สนใจ และผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามามีส่วนร่วมกันทำงาน บนหลักการของการทำงานเป็นทีม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3 การกระจายอำนาจสู่สาขาพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราถือว่าการกระจายอำนาจคืออุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเปิดโอกาสสร้างความมีส่วนร่วมจากสมาชิกและประชาชน เราจึงต้องปฏิบัติภายในองค์กรให้เป็นจริง ก่อนที่จะกระจายอำนาจของประเทศ ด้วยการกระจายอำนาจสู่สาขาพรรค สร้างสาขาพรรคให้เข้มแข็ง เพราะถือว่าสาขาพรรคคือรากฐานของพรรคที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ถ้าสาขาพรรคเข้มแข็ง จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์แข็งแกร่งขึ้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เปลี่ยนการเมืองให้สร้างสรรค์ และเป็นที่พึ่งของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1 การประกาศจุดยืนทางการเมือง เรายึดมั่นในแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์อย่างมั่นคง นั่นคือพรรคประชาธิปัตย์ต้องเสนอหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น และพวกเรามีหน้าที่มุ่งมั่น ทุ่มเทหัวใจที่จะต้องทำให้ได้ชัยชนะตามเป้าหมาย ถ้าเกินกว่านั้นเรายึดถือมติพรรคเป็นแนวทางของพรรคเรา ที่ยึดถือมาในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 พวกเราจะไม่ทะเลาะเบาะแว้ง วิพากษ์วิจารณ์กับกลุ่มหรือพรรคการเมืองอื่น มุ่งเน้นการทำงาน แก้ไขปัญหาประชาชาชนและประเทศชาติ เราจะทะเลาะเฉพาะศัตรูของประชาชน นั่นคือ&amp;quot;การโกง&amp;quot; ที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างประเทศ และดูแลช่วยเหลือประชาชน ให้พ้นจากความยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.3 พวกเราถือว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการให้สมาชิกพรรคหยั่งเสียงเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค เป็นจุดเริ่มต้น ของประชาธิปไตยพื้นฐานที่สำคัญ และถ้าทุกพรรคการเมืองดำเนินการตามนี้ จะทำให้ระบบการเมืองของประเทศดีขึ้นแน่นอน และนี่คือการเป็นนักประชาธิปไตยที่ไม่ต้องพูดแต่ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เปลี่ยนประเทศให้ประเทศไทย เป็นประเทศชั้นนำของโลกภายใน 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราถือว่าประเทศไทยของเรามีศักยภาพที่สูงมาก ตั้งแต่ตำแหน่งที่ตั้ง ทรัพยากรณ์ธรรมชาติ ภัยธรรมชาติน้อยมาก จิตใจโอบอ้อมอารีของคนไทย ความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่เราไม่มีวิสัยทัศน์ในการนำพาประเทศ เพราะปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเรามีทิศทางที่ชัดเจน ในการนำพาประเทศเป็นประเทศชั้นนำของโลก ไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเราจะทำ เพราะในเมื่อประเทศอื่นอย่างจีน เขาใหญ่โตกว่าประเทศเราหลายเท่า และเคยจนกว่าเรา หรือสิงคโปร์เขาเล็กกว่าประเทศไทยเราหลายเท่า เขายังทำได้ ดังนั้นพวกเราต้องทำได้ ในส่วนรายละเอียดให้ติดตาม ทางวิสัยทัศน์ในการสร้างประเทศไทยเป็นประเทศชั้นนำของโลกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งเหล่านี้คือแนวทางที่พวกเรา&amp;quot;กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน&amp;quot; จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โปรดติดตามพวกเรา&amp;quot;กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน&amp;quot;ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19824</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม, ปชป., ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อดีตส.ส.พิษณุโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181010/image_big_5bbe12199a0ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
