<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 01:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองอธิบดีดับสลด วิ่ง&#039;มินิ&#039;หัวใจวาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวสาธารณสุขเศร้า รองอธิบดีกรมควบคุมโรคเสียชีวิตกะทันหันจากหัวใจวายขณะเข้าร่วมวิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอนที่อุทยานวีรชนค่ายบางระจันเมื่อเช้าวันอาทิตย์ อีกทั้งเกิดเหตุซ้ำรอยที่ระยองในงานวิ่งมินิมาราธอนเช่นกัน ชายวัย 54 ปี และ 30 ปี เสียชีวิตอีก 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี ว่า นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมวิ่ง ถิ่นวีรชน มินิฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่ &amp;nbsp;4 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 ณ อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี หมดสติระหว่างวิ่ง แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล ณ ที่เกิดเหตุ และนำส่งถึงโรงพยาบาลค่ายบางระจัน เวลา 06.00 น. โดยคนไข้ไม่รู้สึกตัว ได้พยายามทำการฟื้นคืนชีพเพื่อช่วยชีวิต ด้วยการ CPR OnEtTube เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที และใช้เครื่องกระตุกหัวใจ 5 ครั้ง แต่คนไข้ไม่ตอบสนอง เสียชีวิตด้วยหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เมื่อเวลา 07.15 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศพของ นพ.อัษฎางค์ จะนำกลับกรุงเทพฯ ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเสมียนนารี และจะประกอบพิธีรดน้ำศพในวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. ส่วนกำหนดการอื่นๆ อยู่ระหว่างการหารือของทางครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ซึ่งนับเป็นการสูญเสียผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขที่มีความรู้ความสามารถสูง จึงขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัว และยังกำชับให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกในการประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป นอกจากนี้ นายอนุทินยังให้กำลังใจผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค ซึ่งในฐานะ รมว.สาธารณสุข ชื่นชมและเคารพบทบาทของ นพ.อัษฎางค์เสมอ จึงหวังว่าทุกคนในครอบครัวสาธารณสุขจะก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ได้เกิดเหตุการณ์สลดในงาน &amp;quot;อาสาพาวิ่ง 2020&amp;quot; จัดโดยสมาคมอาสาสมัครประชาสงเคราะห์ จังหวัดระยอง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหญิงและชายทุกวัยรวม 1,400 คน ใช้พื้นที่ภายในศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย) ท้องที่หมู่ 6 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เป็นจุดปล่อยตัว ระยะทางวิ่งแบ่งเป็นระยะ 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏมีนักวิ่งชาย 2 คน คือ นายนราสิฐ สันสมภาค อายุ 54 ปี ชาวบ้านอำเภอเมืองระยอง และนายสกานต์ จันธิยะ อายุ 30 ปี ชาวบ้าน หมู่ 5 ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ที่วิ่งจากจุดปล่อยตัวออกมาได้ประมาณ 4 กม. เกิดมีอาการวูบล้มลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาแพทย์รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลปลวกแดง เมื่อถึงโรงพยาบาลส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน โดยมีแพทย์และพยาบาลช่วยกันยื้อชีวิตทั้ง 2 คนไว้ แต่ในที่สุดทั้ง 2 ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งทางโรงพยาบาลปลวกแดงจะได้ส่งร่างทั้ง 2 คนไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลระยอง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน (Heart attack) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในผู้ใหญ่ ซึ่งพบได้บ่อยตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุอาจเกิดได้จากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ที่มีสาเหตุจากหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันชนิดเฉียบพลัน ส่งผลให้คนไข้มีอาการเจ็บหน้าอกบริเวณซีกซ้าย อาจจะมีร้าวไปที่แขนซ้ายหรือร้าวไปที่กราม ร่วมกับมีอาการเหงื่อออก มือเท้าเย็น วิงเวียน จะเป็นลม หมดแรง คลื่นไส้อาเจียน หายใจไม่อิ่ม ซึ่งผู้ป่วยที่เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล สาเหตุส่วนใหญ่เป็นผลมาจากหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรง ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน คือ การสูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ภาวะอ้วนลงพุง การบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเหล่านี้ด้วยก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เอนก กนกศิลป์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก กล่าวว่า โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานที่และทุกเวลา เช่น ขณะออกกำลังกาย หรือแม้กระทั่งนอนหลับพักผ่อน ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการ แต่ยังรู้สึกตัวดีต้องรีบมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยหมดสติ ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งหน้าจะต้องมีความรู้เรื่องการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) และรู้จักการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ (AED) ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่เรียกว่าระบบช่องทางด่วน (fast track) ติดต่อได้ที่หมายเลข 1669 เพื่อนำส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเบื้องต้นและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน จะต้องได้รับการรักษาทันที ด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือการสวนหัวใจเพื่อการทำบอลลูน ซึ่งมีระยะเวลาที่เป็นนาทีทอง 120 นาที ในการเปิดหลอดเลือดหัวใจ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต ภายหลังการรักษาผู้ป่วยต้องรับประทานยาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และควบคุมปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ด้วยการมาพบแพทย์ตามนัด ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ หากพบว่ามีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก เวลาออกแรง เหนื่อยง่าย หอบเหนื่อยนอนราบไม่ได้ ขาบวมกดบุ๋ม ให้รีบมาพบแพทย์ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85428</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เอนก กนกศิลป์, นราสิฐ สันสมภาค, นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ, สกานต์ จันธิยะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc397857ce26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
