<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 06:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครูปฐมวัยไฮเทค ด้วย EF ภายใน4ปี กระทรวงศึกษาธิการ-ราชภัฏ 38 แห่ง-สสส.-รักลูกปั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ ที่ปรึกษารมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี MOU จับมือสสส. รักลูกเลิร์นนิ่งกรุ๊ป ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานสภาคณบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศเป็นสักขีพยาน พัฒนาหลักสูตรครูปฐมวัย 4 ปี EF ในเด็กและเยาวชน สร้างครูเมล็ดพันธุ์ใหม่ หมดยุคครูเรือจ้างสอนหน้ากระดานดำ พัฒนาเป็นครูไฮเทค รู้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ๆ ใช้ประโยชน์การสื่อสาร&amp;nbsp; ชี้นำการเรียนการสอนด้วยคอมพิวเตอร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ที่ห้องประชุมศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาหลักสูตรครูการศึกษาปฐมวัย (4 ปี) และฝึกอบรมอาจารย์ เสริมศักยภาพอาจารย์และนักศึกษาครู ระหว่างสภาคณบดีคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ กับณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่งกรุ๊ป) และภาคีวิชาการ Thailand EF Partnership เพื่อมุ่งยกระดับการเรียนการสอนสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยและภาควิชาอื่นๆ ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ เกี่ยวกับทักษะสมองส่วนหน้า Executive Functions (EF) ในเด็กและเยาวชน พร้อมด้วย ผศ. ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานสภาคณบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้กระทรวงศึกษาธิการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 2 รายการเพื่อปฏิรูปการศึกษาของประเทศ ในเรื่องการเรียนการสอน บ่มเพาะทักษะชีวิต ด้วยการมองไปข้างหน้าใน ความรู้เดิมล้าสมัย ปรับสมรรถนะให้มีทักษะวางรากฐานในการคิดวิเคราะห์ ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ความรู้จะช่วยในการขับเคลื่อนยกระดับความรู้ในการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีให้มีความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล รู้จักการตั้งคำถามเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องด้วยเหตุผล ความคิดเชิงตรรกะใช้คณิตศาสตร์เชื่อมโยงอย่างมีเหตุผล เป็นการใช้พฤติกรรมของมนุษย์มาใช้ให้เกิดทักษะชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เรื่องของ Stem Skill ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่เชื่อทุกเรื่องไปทั้งหมด&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์ ต้องอยู่บนพื้นฐานสมรรถนะ การผลักดันหลักสูตรให้ครูมีสิ่งเหล่านี้ติดตัว เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้เด็กเป็นการปูพื้นฐานที่สำคัญ กระบวนการวิทยาศาสตร์การแพทย์ พฤติกรรม ทัศนคติ อุปนิสัยต้องปลูกฝังใน 6 ปีแรกส่งต่อเชื่อมโยงเป็นลำดับ การศึกษาในช่วงปฐมวัยต้องดูแลอย่างใกล้ชิดส่งต่อคุณภาพมาถึงเด็กในระดับประถม มัธยม อาชีวศึกษา ถึงระดับมหาวิทยาลัย เป็นการสร้างเมล็ดพันธุ์ที่ดีจึงจะต่อยอดขึ้นมาได้ ออกดอกออกผลสร้างเมล็ดพันธุ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การศึกษาต้องบ่มเพาะครูในการสอนเด็กปฐมวัย ทุกวันนี้เราขาดแคลนครูในระดับนี้มาก จึงต้องร่วมมือกับสถาบันรักลูก ก่อนหน้านี้ได้ทำงานร่วมกับสถาบันเด็กแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งนี้ สสส.ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตและครอบครัว ผนึกกำลังกันวางรากฐานเด็กปฐมวัยให้ดี ไม่ใช่เพียงการให้ความรู้อย่างเดียว แต่จะต้องปลูกฝังพฤติกรรมทั้งทัศนคติ อุปนิสัยใจคอ หน้าที่พลเมืองที่ดีต่อประเทศชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความคิดใฝ่รู้ ต่อต้านการคอร์รัปชัน เป็นการเปิดศักราชของการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมวัย ต่อยอดอนาคตด้านการศึกษา 4.0 ไม่ใช่สร้างเด็กเก่งอย่างเดียว แต่จะต้องเป็นคนดีสู่สังคมโลก ยกระดับเศรษฐกิจของประเทศด้วย&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การสร้างครูเมล็ดพันธุ์ใหม่ทั้งประเทศต้องเดินกลับเข้าสู่ห้องเรียนในหลักสูตร 4 ปี ไม่เพียงเก่งวิชาการอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนดีสู่สังคมโลก&amp;nbsp; เป็นการยกระดับครูทั้งประเทศ สร้างคนดีครุศาสตร์ราชภัฏ พัฒนาการฝึกครูทั่วประเทศ สร้างวิทยากรกระจายถ่ายทอดองค์ความรู้ Stem ศึกษา ทักษะสมองในหลายโครงการ แม้แต่หลักสูตรแพทย์ก็ให้นักศึกษาแพทย์ทำงานอยู่กับคนไข้มากขึ้น ปี 1 เรียนอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ปี 2-ปี 6 ให้นักศึกษาแพทย์ดูคนไข้ในบริบทของเขา ปี 3 เข้มข้นมากยิ่งขี้น ปี 4 ให้อยู่ในทีมแพทย์รักษา เพิ่มความรับผิดชอบมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงปี 6 เป็นแพทย์ประจำบ้าน กระบวนการเรียนการสอนต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดียิ่งขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.วีรสิทธิ์ สิทธิไตรย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้รณรงค์เรื่องโรคเอดส์มา 30 ปี และอยู่ในแวดวงการศึกษามานาน มีความเชื่อมั่นว่าสื่อใหม่ๆ จากโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ตถ่ายทอดและแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้กับผู้อื่น เป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ออกนอกกรอบของห้องเรียน ให้ข้อคิดว่า การทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งร่วมกับ สสส.สถาบันรักลูก ฯลฯ ผนึกกำลังสร้างครูเก่งให้เป็นไปตามหลักสากล และยังมีความต่อเนื่อง เมื่อได้มีข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ยกระดับครูกองทุน Digital ไปสู่ครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ ส่งผลให้นักเรียนได้ประโยชน์จากการเรียนการสอนเป็นระดับสากลด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. กล่าวถึงที่มาของความร่วมมือครั้งนี้ว่า โลกในศตวรรษที่ 21 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;พลิกผวน หรือ Disruptive World&amp;rdquo; ฉะนั้นเป้าหมายและกระบวนการในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะสามารถดำรงชีวิตให้อยู่รอด มีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ ทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา รวมทั้งมีความสามารถสร้างสรรค์ เพื่อเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ อันจะเป็นรากฐานของการสร้างสังคมสุขภาวะของประเทศไทย จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สสส.ได้สนับสนุนให้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;การพัฒนาองค์ความรู้และส่งเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะสมองเพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชนในประเทศไทย&amp;rdquo; แก่สถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) และภาคี Thailand EF Partnership ให้ร่วมกันจัดการความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า นักวิชาการจากทั่วโลกในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามนุษย์ ทั้งจากประสาทวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา และการศึกษา ค้นพบและยอมรับกันทั่วไปแล้วว่า ทักษะสมองที่เรียกว่า Executive Functions (EF) นี้ เป็นทักษะที่สำคัญยิ่ง เป็นศักยภาพที่มนุษย์ทุกคนมีมาแต่กำเนิด แต่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของการพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) การคิดสร้างสรรค์ (Creativity) การสื่อสาร (Communication) การทำงานรวมหมู่ (Collaboration) การมีบุคลิกภาพที่เข้มแข็ง แต่ยืดหยุ่นปรับตัว การยอมรับความแตกต่าง และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขในสังคม รวมถึงการมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ สอดคล้องกับเป้าหมายแผนยุทธศาสตร์ระยะ 10 ปีของ สสส. ในด้านการเพิ่มสัดส่วนของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่มีความสุขในการดำรงชีวิต เพิ่มสัดส่วนของครอบครัวอบอุ่น ชุมชนและท้องถิ่นเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในปี 2562 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสถาบันหลักในการผลิตครูกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงหลักสูตรผลิตครู สสส. สถาบันอาร์แอลจี และภาคีวิชาการ Thailand EF Partnership เห็นถึงโอกาสสำคัญนี้ว่าจะก่อเกิดคุณูปการแก่การศึกษาของชาติเป็นอย่างยิ่ง หากมีการพัฒนาความร่วมมือกันในด้านการศึกษากับสภาคณบดีของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติการทำงานของสมองกับการเรียนรู้ และการพัฒนาสมองส่วนหน้า (Executive Functions (EF) พัฒนาเป็นหลักสูตรเพื่อให้อาจารย์ในภาควิชาปฐมวัยศึกษาและภาควิชาอื่นๆ ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งทั่วประเทศได้นำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังความรู้ความเข้าใจและทักษะแก่นักศึกษาครูในภาควิชาปฐมวัยและภาควิชาอื่นๆ ซึ่งจะนำไปจัดการเรียนรู้ให้แก่เด็กปฐมวัยและเด็กช่วงวัยอื่นๆ ต่อไป&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในปัจจุบันการผลิตครูในมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่ง ยังไม่มีวิชาที่สร้างความรู้ความเข้าใจแก่นักศึกษาครูในเรื่องธรรมชาติ การทำงาน การพัฒนาสมองของเด็กปฐมวัย มีเพียงวิชา &amp;ldquo;ทักษะการคิด&amp;rdquo; ซึ่งเน้นสอนให้นักศึกษาครูรู้จักการคิดว่ามีกี่ประเภท เช่น การคิดพื้นฐาน การคิดขั้นสูง และให้นักศึกษาเรียนรู้กิจกรรมเพื่อฝึก เพื่อส่งเสริมการคิด เช่น การตั้งคำถาม เป็นต้น นอกจากนี้ ในวิชาพัฒนาการเด็กมีการสอนเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ลงลึกถึงการพัฒนาทักษะสมอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานสภาคณบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏในการอบรมความรู้ EF พื้นฐานแก่อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏภาควิชาปฐมวัยกว่า 120 คนแล้ว ซึ่งอาจารย์เหล่านั้นได้นำความรู้ EF นี้ไปประยุกต์ใช้กับงานของตน บูรณาการเข้าไปในรายวิชาที่ตนเองสอน ซึ่งพบว่าเกิดประโยชน์ต่อตัวนักศึกษาครูอย่างมาก กล่าวคือนักศึกษาสามารถนำความรู้ไปใช้ในการออกแบบแผนการจัดประสบการณ์ในชั้นเรียนปฐมวัยเป็นรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สภาคณบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเห็นความสำคัญ และต้องการขยายความร่วมมือให้เข้มแข็งขึ้น โดยจะให้มีหลักสูตรสำหรับอาจารย์ที่จะสอนแก่นักศึกษาครูทั้งภาควิชาปฐมวัยและภาควิชาอื่นๆ อย่างเข้มข้นต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับความร่วมมือกันในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยและจัดอบรมเพื่อพัฒนาอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยจำนวนประมาณ 240 คน เป็นระยะที่ 1 ภายในเดือนมิถุนายน 2562 ระยะ 2 พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมอาจารย์สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเกี่ยวกับทักษะสมอง Executive Functions (EF) และจัดอบรมเพื่อพัฒนาอาจารย์สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจำนวนประมาณ 1,000 คน ภายในปี 2564 และสร้างวิทยากรแกนนำอีกจำนวน 38 คน ในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (สครภ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนัก 4 และสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่งกรุ๊ป) ลงวันที่ 27 ก.พ. เพื่อร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อฝึกอบรมอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยและสาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในองค์ความรู้เรื่องทักษะสมองเพื่อบริหารจัดการชีวิต (Executive Functions:EF)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งสามฝ่ายตกลงที่จะร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยและจัดอบรมเพื่อ 1.พัฒนาอาจารย์สาขาการศึกษาปฐมวัยจำนวน 240 คน เป็นระยะที่ 1 ภายในเดือน มิ.ย.2562 2.พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมอาจารย์สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเกี่ยวกับทักษะสมองเพื่อบริหารจัดการชีวิต (Executive Functions:EF) และจัดอบรมเพื่อพัฒนาอาจารย์สาขาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจำนวน 1,000 คน เป็นระยะที่ 2 ภายในปี 2564 3.พัฒนาอาจารย์ที่ผ่านการอบรมเพื่อเป็นวิทยากรด้านการพัฒนาทักษะสมองเพื่อบริหารจัดการชีวิต 38 คนภายในปี 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;4.ค่าใช้จ่ายซึ่งเกิดจากข้อ 1-3 ทั้งสามฝ่ายกำหนดให้สถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่งกรุ๊ป) เป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรม ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าเอกสารการฝึกอบรม&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยราชภัฏต้นสังกัดเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับอาจารย์ที่ร่วมพัฒนาเป็นคณะทำงานจัดหลักสูตร และอาจารย์ผู้เข้าร่วมรับการอบรม ค่าสถานที่จัดกิจกรรมการจัดประชุม ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเบี้ยประชุม ทั้งนี้ สภาคณบดีคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ (สครภ.) สนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ สสส.จะสนับสนุนเชื่อมประสานนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือในครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายการแรก MOU ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องความร่วมมือในการพัฒนาอาจารย์และนักศึกษาในหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (สครภ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) (โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนัก 4) และสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่งกรุ๊ป).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), นายแพทย์อุดม คชินทร, ราชภัฏ, ศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca1c77a9b18c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อผมตั้งวงกับ 3 รมต. และ 3 อธิการบดี  วิเคราะห์วิกฤติ disruption!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสได้ตั้งวงเสวนากับรัฐมนตรีสามท่าน...และอธิการบดีจาก 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ...แลกเปลี่ยนความคิดความเห็นเรื่องชาติบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปได้ว่าหากเราไม่ปรับ mindset หรือ &amp;quot;กระบวนคิด&amp;quot; ของผู้บริหารประเทศและสถาบันการศึกษาระดับสูง ประเทศไทยอาจจะฟันฝ่า &amp;quot;ความป่วน&amp;quot; อันเกิดจาก disruption ทางเทคโนโลยีได้ยากยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วงแรกคือรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, รัฐมนตรีสาธารณสุข นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร และรัฐมนตรีช่วยศึกษาฯ นายแพทย์อุดม คชินทร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วงที่สองที่เชียงใหม่คือ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต, อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.นิวัติ &amp;nbsp;แก้วประดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วงแรกคุยกันในหัวข้อการปฏิรูประบบการสร้างบุคลากรทางสุขภาพ วงหลังเป็นการ &amp;quot;แลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;quot; ของบุคลากรทั้งสามมหาวิทยาลัยประจำปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นปัญหาคือเรื่อง &amp;quot;คน&amp;quot; และ &amp;quot;กระบวนคิด&amp;quot; เพื่อจะปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลงที่หนักหน่วงรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนในวงการสุขภาพและการศึกษา &amp;quot;ตระหนัก&amp;quot; ว่าจะต้องปรับต้องเปลี่ยนเพื่อให้ทันกับสังคมที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยังไม่ &amp;quot;ตระหนก&amp;quot; หรือตกใจพอที่จะลุกขึ้นเปลี่ยน...ไม่ใช่เพียงแค่ยกเครื่องหรือปฏิรูประบบ แต่ต้องเริ่มจากการปรับการเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการทำงาน และวิธีการร่วมผลักดันความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ กับผู้ร่วมงานและ &amp;quot;ผู้มีส่วนได้เสีย&amp;quot; หรือ stakeholders ทั้งหลายทั้งปวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามท่านรัฐมนตรีสาธารณสุขว่า ในแวดวงสาธารณสุขและการแพทย์มีคนต่อต้านความพยายามที่จะเปลี่ยนจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อแก้ปัญหาที่สั่งสมมายาวนานหรือไม่ ได้คำตอบตรงๆ ง่าย ๆ แต่น่าเจ็บปวดว่า &amp;quot;ไม่มีคนคัดค้านครับ แต่ก็ไม่มีใครทำเหมือนกันครับ&amp;quot;!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นย่อมแปลว่าคนส่วนใหญ่ที่ความรับผิดชอบต่อการผลักดันให้แวดวงของตัวเองปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการใหม่ๆ นั้นแม้จะไม่ต้านสิ่งใหม่ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกร้อนหนาวพอที่จะเห็นว่าจะต้องลงมือทำด้วยตนเองจึงจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างชาติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัฒนธรรมไทยคือการนิ่งเฉย ไม่แสดงความเห็น ไม่คิดอะไรเอง และเมื่อมีผู้นำมาบอกกล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนต้องแก้ไข ก็ยังอยู่เฉยๆ ไม่ต้องการทำอะไรที่ตัวเองไม่คุ้นชิน ไม่ยอมออกจาก &amp;nbsp;comfort zone ของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนบอกว่า &amp;quot;ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา&amp;quot; แต่ผมเพิ่มให้ว่า &amp;quot;เห็นโลงศพก็ไม่ทัน เพราะต้องเผาแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และกรรมการของ China Medical Board คือ Dr.Lincoln Chen มากล่าวปาฐกถาในงานนี้ แสดงความชื่นชมผลงานด้านสาธารณสุขของไทย แต่เมื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาในการผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงการแพทย์ระดับสากล หนึ่งในอุปสรรคคือ Tribalism หรือที่ผมเรียกว่า &amp;quot;สัญชาตญาณแห่งการแยกตามเผ่าพันธุ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเอ่ยถึงคำว่า Tribalism รัฐมนตรีทั้งสามและอธิการบดีทั้งสามต่างก็ร้องเกือบจะพร้อมกัน ต่างกรรมต่างวาระว่า &amp;quot;นั่นแหละปัญหาของไทยเราเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ว่าเป็นปัญหาของไทยเราเลยก็คือ การแยกหมู่แยกเหล่า ต่างคนต่างทำ พวกใครพวกมัน ไม่ยอมประสานกับ &amp;quot;เผ่า&amp;quot; อื่นๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม เพราะยังยึดถือเอาความเป็นพรรคเป็นพวก มองใกล้ไม่มองไกล กลัวว่าหากจับมือกับ &amp;quot;เผ่า&amp;quot; อื่นแล้ว ตนจะหมดอำนาจต่อรองหรือเสียพื้นที่ของตัวเอง โดยไม่ตระหนักว่าพลังที่จะขับเคลื่อนประเทศชาตินั้นจะต้องมาจากการรวมตัวของบุคลากรทุกกลุ่มก้อน ไม่แยกเขาแยกเรา มีเป้าหมายระดับองค์กรและชาติตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนที่เพื่อนคนจีนที่เคยอยู่เมืองไทยมายาวนานบอกผมว่า &amp;quot;คนไทยรักพวกพ้องมาก แต่ไม่รักชาติครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ สำหรับทุกวงการไม่มีข้อยกเว้นเป็นวิกฤติที่หนักหนาสากรรจ์ที่สุดในประวัติศาสตร์ การจะฝ่าข้ามพายุร้ายแห่ง technological disruption ครั้งนี้ต้องอาศัยความกล้า ความเด็ดขาด และความเสียสละของทุกคนทุกกลุ่มก้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมหวังว่าการตั้งวงเสวนาในเวทีต่างๆ และการลงมือทำงานอย่างจริงจัง ไม่เพียงแต่ &amp;quot;คิดนอกกรอบ&amp;quot; หากแต่ต้อง &amp;quot;คิดแบบไร้กรอบ&amp;quot; รวมถึงการแบ่งปันและพร้อมจะฟังความเห็นที่แตกต่างจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยน mindset ของคนทั้งประเทศได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามท่านรัฐมนตรีช่วยศึกษาฯ ว่าท่านคิดว่านักการเมืองที่กำลังอาสามารับใช้ประเทศในการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ มีความเข้าใจวิกฤติและพร้อมจะเป็นหัวหอกในการสร้างความเปลี่ยนแปลงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านตอบอย่างไม่ลังเลว่า &amp;quot;ผมคิดว่าไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างนี้เรายังไม่ &amp;quot;ตระหนก&amp;quot; กันทั้งประเทศหรือครับ?.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22478</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต, นายแพทย์อุดม คชินทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
