<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>1.3หมื่นรายป่วยไข้เลือดออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่แข่งโควิด-19 มาแล้ว! ผงะไข้เลือดออกระบาดคร่าชีวิตคนไทยพุ่ง 10 ราย แพทย์เตือนสถานการณ์น่าห่วง อีสานอันตรายป่วยสูงสุด โคราชจังหวัดเดียวพบผู้ป่วยเฉียดพัน อธิบดีกรมควบคุมโรคชี้หน้าฝนอันตรายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย วอนใช้มาตรการ 3 เก็บป้องกันโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ประจำสัปดาห์ที่ 21 (วันที่ 24-30 พฤษภาคม 2563) พบสถานการณ์โรคไข้เลือดออกค่อนข้างน่าเป็นห่วง ในปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 มีรายงานผู้ป่วยทั่วประเทศ 13,006 ราย เสียชีวิต 10 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า จากข้อมูลการกระจายของผู้ป่วย พบว่าผู้ป่วยกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยภูมิภาคที่พบอัตราป่วยสูงสุดคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ ตามลำดับ กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยมากสุดคือ 10-14 ปี (อัตราป่วย 69.81 ต่อประชากรแสนคน) รองลงมาคือกลุ่มอายุ 5-9 ปี 54.20% และ 15-19 ปี 50.84% ส่วนจังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ระยอง ชัยภูมิ ขอนแก่น อ่างทอง และราชบุรี ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งเป็นฤดูระบาดของโรคไข้เลือดออก และแม้ว่าจำนวนผู้ป่วย ณ ช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2563 จะมีรายงานผู้ป่วยน้อยกว่าปี 2562 ก็ตาม แต่ข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ในช่วงนี้มีมรสุมพัดปกคลุมทำให้หลายพื้นที่ของไทยจะมีฝนตก พายุฝนฟ้าคะนอง และหากฝนตกอาจทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะและวัสดุต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายได้&amp;rdquo; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า กรมควบคุมโรคขอแนะนำให้มีการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณบ้านและในชุมชน ตามมาตรการ &amp;ldquo;3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค&amp;rdquo; ดังนี้ 1.เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งจะสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และ 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากนี้ ประชาชนสามารถป้องกันไม่ให้ยุงกัดได้ โดยใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว ใช้สารไล่ยุงชนิดต่างๆ เช่น DEET ใช้กลิ่นกันยุง เช่น ตะไคร้ หรือสารเคมีอื่นๆ นอนในมุ้ง และหากมีอาการไข้สูงปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หน้าแดง มีผื่น มีรอยจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา เบื่ออาหาร จุกแน่นลิ้นปี่ หรือสงสัยว่าป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422&amp;rdquo; นพ.สุวรรณชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ จากข้อมูลรายงานของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2563 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกเข้ารับการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งจังหวัดแล้ว จำนวน 226 ราย ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต โดยคาดว่าจะมีแนวโน้มการระบาดเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงหน้าฝนทำให้มีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลายที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคแพร่ระบาดสู่คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายต่อศักดิ์ แสนศรี ผู้ช่วยสาธารณสุข อำเภอเมืองนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ บ้านโกรกตระคร้อ หมู่ที่ 1 ตำบลไชยมงคล อำเภอเมืองฯ เพื่อร่วมกันให้ความรู้กับชาวบ้านถึงวิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออก และร่วมกันกำจัดลูกน้ำยุงลายและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ภายหลังจากในพื้นที่บ้านตระคร้อ มีผู้ป่วยภายในหมู่บ้านแล้ว จำนวน 48 ราย ซึ่งทั้งตำบลไชยมงคล มี 6 หมู่บ้าน พบการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก และมีผู้ป่วย รวมจำนวน 68 ราย ในขณะที่ผู้ป่วยไข้เลือดออกทั้งจังหวัด พบผู้ป่วยแล้ว จำนวน 827 ราย เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาวอำเภอโนนสูง โดยอำเภอที่มีอัตราผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงที่สุดคืออำเภอโนนไทย รองลงมาคืออำเภอโนนสูงและโชคชัย กลุ่มผู้ป่วยที่พบมากที่สุด เป็นกลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา นายแพทย์เฉลิมพล โอสถพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่ 12 จ.สงขลา กล่าวว่าสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ว่า จากรายงานการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 พ.ค.63 พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 887 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ใน จ.ยะลา ส่วนจังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือ จ.สงขลา 333 ราย รองลงมาคือ จ.นราธิวาส 181 ราย, จ.ปัตตานี 151 ราย, จ.ยะลา 105 ราย, จ.ตรัง 57 ราย, จ.พัทลุง 51 ราย และ จ.สตูล 9 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแพทย์เฉลิมพลกล่าวว่า หากประชาชนมีอาการป่วย เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร ปวดท้อง ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายกันหลายโรค ทั้งไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และโรค COVID-19 ขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย รับประทานยาลดไข้ 1-2 วัน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับการวินิจฉัยโรคและรับการรักษา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66828</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อศักดิ์ แสนศรี, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, นายแพทย์เฉลิมพล โอสถพรมมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca6d043eaa0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
