<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคล็ดลับจากคุณหมอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคำแนะนำจากนายแพทย์โยะชิโนะริ นะงุโมะ (Yoshinori Nagumo) ผู้อำนวยการใหญ่ของโรงพยาบาล 4 แห่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้เขียนหนังสือซึ่งเป็นผลงานระดับ Best seller ในญี่ปุ่นมาหลายเล่ม เกี่ยวกับการรักษาร่างกายให้แข็งแรง ดูหนุ่มสาวตลอด และหนึ่งในนั้นมีบทหนึ่งที่ชื่อว่า &amp;ldquo;มาชดเชยแคลเซียมด้วยการเดินกันเถอะ&amp;rdquo; ซึ่งเหมาะกับผู้สูงวัย งานนี้เพื่อนๆ วัยเกษียณจึงแชร์กันตรึม..ลองมาดูกันค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมอแนะนำว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าอยากทำให้กระดูกแข็งแรง ต้องเดินให้มากเป็นสองเท่าของคนทั่วไป เพราะแรงโน้มถ่วง จะทำให้กระดูกเพิ่มปริมาณแคลเซียมในกระดูกได้ตามธรรมชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมจึงมีการพูดกันโดยทั่วไปว่าแคลเซียมจะลดน้อยลงตามอายุล่ะ?? คุณหมออธิบายเพิ่มเติมว่า แต่เดิมกระดูกเป็นเหมือนธนาคารซึ่งเก็บสะสมแคลเซียมเอาไว้ เมื่อแคลเซียมในเลือดลดลง ก็จะนำแคลเซียมจากกระดูกมาใช้แทน และเมื่อผู้สูงวัยมีการเดินที่ไม่เพียงพอ กระดูกก็จะค่อยๆ เปราะบางลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้จะกินแคลเซียมมากเพียงใด ก็ไม่มีผลช่วยอะไรมากนัก เพราะปัจจัยหลักที่สำคัญคือ &amp;quot;ปริมาณการออกกำลังกาย&amp;quot; ที่ผู้สูงวัยมีลดน้อยลง ซึ่งบางรายในแต่ละวันแทบไม่ได้มีการขยับตัวเลยนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับปริมาณฮอร์โมนที่ลดลงอีกด้วย เพราะเดิมทีฮอร์โมนเพศ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนเพศหญิง หรือฮอร์โมนเพศชาย ต่างก็มี &amp;ldquo;ฤทธิ์เสริมสร้าง&amp;rdquo; ทำให้กระดูกแข็งแรงและกล้ามเนื้อบึกบึน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ชายนั้น ถึงแม้จะใกล้วัย 80 ปี แต่ปริมาณฮอร์โมนเพศชายที่ผลิตออกมาก็ไม่น้อยไปกว่าช่วงวัยรุ่น ในขณะที่ฮอร์โมนเพศหญิงจะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี และจะหยุดผลิตเมื่อหมดประจำเดือนตอนอายุประมาณ 50 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่า...หากไม่มีฮอร์โมนเพศก็จะไม่สามารถหล่อเลี้ยงร่างกายได้ ธรรมชาติจึงจำเป็นต้องผลิตฮอร์โมนทดแทนขึ้นมา ชื่อว่า &amp;ldquo;แอนโดรเจน (Androgen)&amp;rdquo; ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ที่หลั่งออกมาจากต่อมหมวกไตเพื่อชดเชยฮอร์โมนเพศหญิงในส่วนที่ขาด แต่แอนโดรเจนก็ไม่ได้มีปริมาณมากเพียงพอ กระดูกจึงไม่สามารถรักษาแคลเซียมเอาไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น พวกเราผู้สูงวัยยังมีแนวโน้มที่จะเดินน้อยลงเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น จึงยิ่งทำให้ขาดแคลเซียมมากขึ้นไปอีก ส่งผลทำให้มีอาการปวดหัวเข่าและปวดสะโพก พอปวดแล้วก็จะยิ่งเดินน้อยลงไปอีก จนถึงขั้นต้องนั่งรถเข็น ซึ่งจะยิ่งเข้าสู่วงจรแย่ๆ ที่ทำให้เพื่อนๆ ยิ่งมีกระดูกอ่อนแอลงไปจนเกินแก้ไขเดินด้วยขาตนเองไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางกลับกัน ต่อให้เป็นวัยหนุ่มสาว หากนั่งทำงานอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ วันๆ แทบไม่มีการขยับตัว แล้วจู่ๆ วันหนึ่งก็ลุกขึ้นมาใช้ขาอย่างหักโหมในการไปท่องเที่ยวทันที ก็จะมีอาการปวดข้อปวดเข่า เพราะร่างกายไม่เคยชิน ดังนั้น เราจึงควรฝึกนิสัยรักการเดินให้เป็นกิจวัตรอย่างสม่ำเสมอ ยังไม่สายเกินไปที่จะลุกขึ้นมาเดินๆๆๆ นะคะ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ป้าเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47704</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์โยะชิโนะริ นะงุโมะ, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37680816e92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
