<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 20:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันนอร์-โภคิน&#039;ขึ้นเวทีไทยไม่ทนรุมจวก&#039;บิ๊กตู่&#039;บอกอย่าประมาทจิตวิญญาณปชช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.64-​​เวทีไทยไม่ทนฯ มีการเสวนา ทางออกจากวิกฤติประเทศไทย โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า วิกฤตประเทศที่เรากำลังเผชิญมีทั้ง วิกฤติไวรัสโควิด วิกฤติรัฐธรรมนูญ ที่สร้างมาเพื่อพล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้อง วิกฤติเศรษฐกิจ ทั้งหมดเกิดเพราะเราขาดผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ที่เขาพูดกันหยาบๆ ผู้นำโง่ แต่ตนไม่อยากพูดซ้ำ ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนผู้นำ วิกฤติเศรษฐกิจ เป็นปัญหาใหญ่ รวมทั้งวิกฤติโควิด ก็ขาดผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ทำให้การบริหารอย่างล้มเหลว อย่างสิ้นเชิง หากจะแก้ปัญหาได้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเสียสละลาออก ไม่เหมาะเป็นผู้นำประเทศในยามวิกฤติ ความเชื่อถือหมดไป เป็นผู้นำไร้สัจจะ พูดแล้วคนไม่เชื่อ บอกจะอยู่ไม่นาน ไม่ปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปตำรวจ บอกจะปราบโกง แล้วเป็นอย่างไร เป็นความล้มละลายทางสัจจะอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังไร้ความสามารถ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากลาออก ก็ไม่ได้เสียหาย ดูตัวอย่างพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่มา8ปี สุดท้ายก็บอก ผมพอแล้ว เมื่อลาออกแล้ว บ้านเมืองก็ไม่ได้แย่ ขอให้เชื่อ อยุธยาไม่สิ้นคนดี ไม่มีทางอื่น ต้องขอร้อง พล.อ.ประยุทธ์ เสียสละลาออก ไม่อยากให้ประมาท ทหาร พรรคการเมือง ยังสนับสนุน ม็อบไม่ได้ใหญ่โต แต่อย่าประมาท พลังจิตวิญญาณการต่อสู้ของคนไทย ส่วนตัว ไม่อยากเห็นภาพของประเทศไทย ที่คนลงถนนเหมือนกัน ไม่อยากเห็นภาพผู้นำไร้สติ ลองดีกับพลังอำนาจ ประชาชนต่อไปอีกเลย&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายโภคิน พลกุล หนึ่งในแกนนำพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า วิกฤติที่เกิดขึ้น เป็นเพราะผู้นำ มีความคิดแบบอำนาจนิยม หากความคิดนี้ ยังครอบงำประชาชน ก็จะเหนื่อย แต่คนรุ่นใหม่เริ่มตื่นตัวขึ้นเรื่อยๆ รู้ว่า การบริหารประเทศมาแบบนี้ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ยิ่งมาเจอโควิด ยิ่งเละไปหมด แทนที่จะให้หมอเป็นผู้นำ แต่กลับเอาฝ่ายมั่นคงมาเป็นผู้นำ นอกจากนี้การบริหารจัดการระบบราชการที่ควรต้องก้าวข้าม หากขจัดอำนาจนิยมไม่ได้ ทำให้รัฐราชการ เป็นรัฐประชาชนไม่ได้ ก็จะเป็นอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องขอถามว่า ถ้าแย่จนเจ๊งก็จะไม่เปลี่ยนใช่หรือไม่ หลายๆประเทศก็เคยทำ ทุกอย่าง ไม่มีอะไรอยู่กับที่ ตายตัว&amp;nbsp; รู้สึกเสียดายเวลา นายกรัฐมนตรีมา 7ปี ไม่ต้องไปเขียนแผนอะไรมาเยอะแยะ หากยกเลิกสิ่งที่ไร้สาระออก ประเทศก็เดินไปได้แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103120</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายโภคิน พลกุล, วันนอร์, ไทยไม่ทน, ไล่บิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a11461cfaeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 23:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยระส่ำ!จับตาระดับบิ๊กแห่ไขก๊อกตาม&#039;เจ๊หน่อย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.63- หลังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ออกมาเผยว่า ได้ขอลาออกจากประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยแล้ว มีรายงานว่า นายโภคิน พลกุล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ซึ่งทั้งสองมีตำแหน่งกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ก็จะลาออกจากตำแหน่งด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78657</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายโภคิน พลกุล, ลาออก, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6e15cb39607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;ไม่สบายใจ!&#039;บิ๊กตู่&#039;ไม่เก่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ถ้าจริงใจให้ทำตามที่ฝ่ายค้านเสนอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.63- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล รองคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวถึงการติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ผ่านพรก.ทั้ง3ฉบับวงเงิน1.9ล้านล้านบาท รวมถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาพรบ.ถ่ายโอนงบประมาณ2563 วงเงิน 8หมื่นล้านบาทว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ติดตามการเสนอพรก.ทั้ง3ฉบับของรัฐบาล ซึ่งดูแล้วไม่สบายใจ ขอให้รัฐบาลดูถึงความยากลำบากของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ขอให้ละความเห็นแก่ตัวลง โดยมองประโยชน์ของประชาชน พรรคเห็นจุดโหว่พรก.3ฉบับ รวมถึงพรบ.ถ่ายโอนงบประมาณ ที่กำลังจะมีการพิจารณาในสภาฯ พรรคเพื่อไทยกังวลว่า หายนะด้านเศรษฐกิจกำลังจะมาถึง นายกฯบอกว่าไม่เก่งเศรษฐกิจแต่มีความจริงใจ ท่านไม่เก่งเศรษฐกิจ แก้ปัญหาไม่ได้ ตลอดการบริหารงานกว่า6ปี ได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 17ล้านล้านบาท มีการกู้เงินไปแล้วกว่า 2.6ล้านล้านบาท ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ที่บอกว่ามีความจริงใจ ก็ไม่เห็นความจริงใจ การเสนอพรก.3ฉบับ พรรคได้อภิปรายคือ เห็นด้วยกับการออกพรก.เงินกู้ 1ล้านล้านบาท และที่เกี่ยวกับธปท. 9แสนล้านบาท แต่เมื่อไปดูในรายละเอียด กับไม่มีรายละเอียดใดๆ ที่จะนำเงินไปฟื้นฟูเยียวยาเศรษฐกิจ เงินก้อนนี้เปรียบเหมือนน้ำมันถังสุดท้ายแล้ว รัฐบาลได้กู้เงินที่ผ่านมากว่า 2.6ล้านล้านบาท และเงินที่จะกู้มาใหม่อีก ทำให้เพดานเงินกู้สูงถึง 58เปอร์เซ็นต์ เงินนี้ เป็นน้ำมันถังสุดท้ายที่จะติดเครื่องยนต์ รีสตาร์ทให้ประเทศไทย ในเรื่องการฟื้นฟู เยียวยา ล้มเหลว คนที่ได้รับผลกระทบกว่าจะให้เงินได้ เลือดตาแทบกระเด็น เงินที่จะใช้ฟื้นฟูที่จะใช้เงิน 5.5แสนล้านบาท สิ่งที่เสนอมามีแต่กรอบ ไม่มีแผนงานโดยละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะงบอบรมที่ตั้งเอาไว้ 5.5หมื่นล้านภาคการเกษตร เราเห็นว่า ควรแจกคูปอง ให้แรงงานเขาไปเพิ่มทักษะในด้านอื่นๆได้ เช่น ไปฝึกเรื่องภาษา ค้าขายผ่านโลกออนไลน์ เทคโนโลยี ส่วนงบฟื้นฟู ที่จะให้ไปทำแหล่งน้ำ ขุดลอก ก็เป็นการทำแบบเดิมเหมือนในอดีต ทำไม่สำเร็จ แต่ถ้าจะไปลงทุนระบบชลประทาน ก็จะได้ทรัพย์สินคือน้ำ ให้ประชาชนไปทำมาหากิน เรามองว่า การใส่เงินไปในอบรมและขุดลอก คูคลอง เพราะตรวจสอบยาก มันโกงง่ายหรือไม่ ถึงได้ใส่งบประมาณตรงนี้ลงไป ในส่วนของเงินจำนวน5แสนล้านบาทที่จะไปช่วยเอสเอ็มอี โดยเอสเอ็มอีกว่า 90เปอร์เซ็นต์ เข้าไม่ถึงแน่นอน &amp;nbsp;ปาหี่ ไม่ได้ช่วยคนจริง เอสเอ็มอีกำลังจะล้มหายตายจากไปเกือบหมดแล้ว ส่วนงบ4แสนล้านบาท ก็ไปอุ้มเจ้าสัว นายทุนขนาดใหญ่ โดยมีการวางกรอบไว้กว้างมาก ที่ให้ซื้อทั้งหุ้นกู้เก่าและใหม่ได้ ถือว่าผิดวัตถุประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะเสนอร่างพรบ.แก้ไขพรก.ให้มีการตรวจสอบได้ มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญการใช้เงินกู้ ขอให้มีการตรวจสอบในสภาฯทุก3เดือน ถ้าพล.อ.ประยุทธ์จริงใจจะแก้เศรษฐกิจ ต้องสนับสนุนข้อเสนอของฝ่ายค้าน เงินก้อนนี้ เป็นเงินก้อนสุดท้าย เป็นน้ำมันถังสุดท้ายที่จะมารีสตาร์ทประเทศไทย ถ้าเงินก้อนนี้ ฟื้นฟูไม่ได้ คนไทยจะลำบากอีกยาวนาน ถ้าเราไม่สามารถรีสตาร์ทประเทศไทยใน3เดือนนี้ สิ่งที่เสนอเพราะเราปรารถนาดีต่อรัฐบาล ถ้าท่านมีความจริงใจ ก็ขอให้สนับสนุนข้อเสนอพรรคฝ่ายค้าน&amp;rdquo;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยกล่าวอีกว่า สำหรับพรบ.ถ่ายโอนงบประมาณ2563กว่า 8หมื่นล้านบาท พรรคเพื่อไทย จะอภิปราย ซึ่งสิ่งที่ได้เสนอไปคือขอให้มีการตัดงบประมาณ2564ออกมาก่อ นแล้วค่อยไปกู้เงิน และน่าจะออกพรบ.ถ่ายโอนงบประมาณก่อนจะมาออกพรก.กู้เงิน การตัดงบประมาณก็ตัดแบบขอไปที งบซื้ออาวุธไม่ได้ตัดเพียงแต่ชะลอออกไป แสดงถึงความไม่จริงใจ เราเสนอให้ตัด10-15เปอร์เซ็นต์ แต่กลับมีการตัดเพียงเล็กน้อย เราข้องใจ ที่อ้างว่าจะตัดเงินสู้กับภัยโควิด แต่กลับตัดเงินไปกองไว้ที่งบกลาง ที่นายกฯมีสิทธิไปใช้คนเดียว ทำไมไม่ตัดไปช่วยระบบสร้างสาธารณสุขให้เข้มแข็ง หรือไปช่วยในด้านอื่นที่ได้รับผลกระทบจากโควิด งบกลาง5แสนล้านบาท ต้องเอามาตีแผ่ เพราะงบกลางก้อนเดิม พล.อ.ประยุทธ์ เอาไปใช้ไปทำอะไรบ้าง ผิดหลักการหรือไม่ ได้ใช้จนหมดเกลี้ยง เมื่องบกลางหมดแล้ว ก็จะมาตัดงบไปใส่มือให้พล.อ.ประยุทธ์อีก เราจึงต้องอภิปราย เพื่อไม่ให้คนไม่เก่งเศรษฐกิจ ไม่จริงใจ และไร้ประสิทธิภาพได้ทำงานโดยอำเภอใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโภคินกล่าวว่า หลังอภิปรายพรก.ทั้ง3ฉบับ พรรคขอชื่นชมส.ส.ที่ทำหน้าที่ปกป้องประโยชน์ประชาชน การใช้เงิน 1.9ล้านล้านบาท พบว่าไม่มีความชัดเจน ตรวจสอบยาก รวมทั้งมีกระแสข่าวออกมาอีกว่า จะหาประโยชน์ทางการเมืองให้กับพรรคพวกตน คอรัปชั่น กินหัวคิว มีความไม่ชอบมาพาพลแฝงเอาไว้ ประเทศจะเดินไม่ได้ ถ้าการเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ระบบรัฐราชการ ถ้าเป็นอย่างนี้ จะไร้ประสิทธิภาพ ตรงนี้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับ12 ระบุให้ รัฐราชการเป็นดิจิตอล แต่กลับพบว่า ต่างคนต่างเก็บข้อมูล แผนพัฒนาจะครบในปี 2564 ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาเหล่านี้เลย นอกจากนี้ทั้งแผนยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ยังพบว่า กฎหมายล้าหลังยังเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน และยังมีข่าวว่าจะทุจริต กลไกลที่ไม่เอื้ออำนวจ จึงน่าห่วงว่า เงินที่จะเข้ามา แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ พรรคเพื่อไทย จะไม่ยอมให้เงินของประชาชนถูกปู้ยีปู้ยำ รัฐบาลตอบไม่ชัดเจน จึงเป็นห่วงเงิน 1.9ล้านล้านบาทที่จะมีการนำมาใช้ รวมไปถึงงบประมาณรายจ่ายที่จะตัดออกมาทั้งปี 2563-2564 จะมาใช้จ่ายอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโภคินกล่าวอีกว่า กำลังเตรียมร่างพรบ.แก้ไขพรก.ที่ต้องให้ธปท.รายงานต่อสภาฯทุก3เดือน และให้รัฐบาลและธปท.ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็น การนำเงิน4แสนล้านไปซื้อหุ้นกู้ ให้รายงานทุก15วัน ว่าไปซื้อหุ้นกู้ใครบ้าง รวมทั้งการให้เอสเอ็มอี 5แสนล้านบาท ในทุก1เดือน ต้องมีการระบุไว้ เพราะประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะมีการตั้งชื่อว่าจะช่วยเอสเอ็มอี แต่กลับไม่ได้นิยาม เอสเอ็มอีว่า แต่บริษัทที่มีสินเชื่อตั้งแต่500ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งคงไม่ได้ช่วยเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ทำให้น่าเชื่อว่าน่าจะเป็นการไปอุ้มธนาคารหรือไม่ ไม่ได้ตกกับเอสเอ็มอีทั่วไป นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยจะผลักดัน ให้มีกฎหมายจัดตั้ง สภาเอสเอ็มอี ที่น่าจะเข้าสภาฯในเดือนมิ.ย. ซึ่งเนื้อหา วัตถุประสงค์ นิยาม ระบุเอาไว้ชัด ก็ขอให้สภาฯพิจารณา3วาระรวด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67639</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายโภคิน พลกุล, พรก.กูัเงิน, สุดารัตน์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed611663dc82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โภคิน&#039;อ้างศาลรธน.เคยวินิจฉัยตรากฏหมายไม่ชอบต้องตกทั้งฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.63 - ที่รัฐสภา นายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า เมื่อประธานสภาฯได้ส่งศาลรัฐธรรมนูญจะต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไรแต่สำหรับส่วนตัวแล้วมีความเห็นว่าหากเป็นกรณีที่กระบวนการตราไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ร่างพ.ร.บ.จะต้องตกไปทั้งฉบับ เพราะถือว่าเป็นการขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญในสาระสำคัญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีแนวคำวินิจฉัยเมื่อปี 2557 มาแล้วว่าเมื่อกระบวนการตรากฎหมายไม่ชอบย่อมจะต้องตกไปทั้งฉบับ ไม่ได้ตกไปเฉพาะบางมาตรา ซึ่งการให้บุคคลลงคะแนนแทนตนเองไม่ว่าจะอ้างด้วยเหตุผลใดย่อมฟังไม่ขึ้น แม้ผู้นั้นจะอยู่ในห้องประชุมขณะที่มีการลงคะแนนก็ตาม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตประธานรัฐสภา กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ร่างพ.ร.บ.ตกไปทั้งฉบับจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการหาทางออกสำหรับกรณีนี้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าไม่สามารถนำมาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญมาปรับใช้ได้ เนื่องจาก มาตรา 143 ของรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่กำหนดให้สภาฯพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณให้เสร็จภายใน 105 วัน หากไม่ทันตามกรอบเวลาจะให้ถือว่าสภาฯได้ให้ความเห็นชอบและตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอและส่งให้วุฒิสภาต่อไป&amp;nbsp; แต่สำหรับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นกรณีที่เรื่องกระบวนการตราที่มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จะมาอ้างไม่ได้ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ร่างกฎหมายงบประมาณที่สภาฯแก้ไขตกไปทั้งฉบับจะนำร่างกฎหมายงบประมาณฉบับของคณะรัฐมนตรี(ครม.)มาบังคับใช้ เพราะเป็นคนละกรณีกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รัฐบาลสามารถตราพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)เพื่อบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯได้หรือไม่ นายโภคิน กล่าวว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติเป็นการเฉพาะว่าการจ่ายเงินแผ่นดินและการจัดทำงบประมาณจะต้องกระทำเป็นพ.ร.บ.เท่านั้น อีกทั้งรัฐธรรมนูญยังได้บัญญัติเป็นการเฉพาะด้วยว่ากรณีใดบ้างที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)สามารถตราพ.ร.ก.ได้บ้าง จึงเห็นว่าการตราพ.ร.ก.ในกรณีนี้ย่อมไม่สามารถกระทำได้ เพราะหากทำเช่นนั้นจะเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55373</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ, นายโภคิน พลกุล, ร่างพรบ.งบปี2563, ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bba445e6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านพลิกเกมขอชิง&#039;ปธ.แก้รธน.&#039;โภคินลั่นต้องรื้อทั้งฉบับเว้นหมวด1-2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.62- ที่ห้องประชุม301 อาคารรัฐสภา แกนนำ 7พรรคฝ่ายค้าน ประชุมหารือแนวทางการพิจารณาศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะมีการประชุมกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ภายหลังการประชุมนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรรมาธิการศึกษาวิธีการรัฐธรรมนูญในสัดส่วนพรรคฝ่ายค้าน 19คน หารือกันมีมติว่า จะส่งบุคคลชิงตำแหน่งประธานกรรมาธิการฯชุดนี้ รวมถึงตัวบุคลากรในตำแหน่งอื่นๆทั้งรองประธานกมธ. เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ และโฆษกกมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโภคิน พลกุล กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กมธ.แก้รัฐธรรมนูญในสัดส่วนฝ่ายค้านมีมติเสนอชื่อตนชิงตำแหน่งประธานกมธ. &amp;nbsp;แม้รู้ว่าโหวตแล้วจะแพ้ แต่ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ฝ่ายค้านยังเชื่อว่าแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญดีที่สุดคือ การตั้งส.ส.ร.มาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด1และ2 โดยอาจแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดช่องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ &amp;nbsp;ขอเชิญทุกฝ่ายร่วมมือให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้ วันนี้เป็นเพียงการศึกษาแนวทางแก้ไข &amp;nbsp;เราจะตั้งตุ๊กตาไว้ให้ แล้วให้กระบวนการต่อไปมาดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มั่นใจว่ารัฐบาลจะให้แก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ นายโภคินตอบว่า คนเราต้องอยู่ด้วยความหวังและความเชื่อ ถ้ารัฐบาลมองประเทศเป็นหลักคิดว่าควรมาร่วมเดินกับฝ่ายค้านด้วย วันนี้ยังไม่รู้เลยว่า รัฐธรรมนูญที่ส.ส.ร.จะร่างมาจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ถ้าทุกพรรคเห็นด้วย มาตรา256จะไม่มีความหมาย สามารถแก้ไขได้เลย แต่จะแก้ไขไม่ได้ ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย ดังนั้นมาตรา256 ไม่ใช่อุปสรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า คิดว่า ส.ว.จะเห็นด้วยกับการให้มีส.ส.ร.หรือไม่ นายโภคินตอบว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าอยากให้ประเทศเดินหน้าไปด้วยกัน ควรฟังเสียงจากทุกฝ่าย เพราะรัฐธรรมนูญนี้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบเลย ถ้านี่คือทางออกของบ้านเมือง เรามาเดินไปด้วยกันหรือไม่ &amp;nbsp;ถ้าเห็นด้วยกับแนวทางก็มาเดินไปด้วยกัน &amp;nbsp;ไม่มีอะไรยากเลย ส่วนจะหาฉันทามติจากประชาชนนอกสภาฯมาร่วมแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น &amp;nbsp;จะต้องให้ความรู้แก่ประชาชนด้านต่างๆเพราะประชาชนอยากมีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่กมธ.19 คนคุยกันเอง แต่ไม่ควรใช้เวลานานเกินไป ภาควิชาการและภาคประชาชนมีสิทธิแสดงความเห็น &amp;nbsp;กมธ.ก็ทำหน้าที่ไปควบคู่กับการให้ความรู้ประชาชน &amp;nbsp;และคิดว่า ประเด็นนี้ควรเปิดเผยกระบวนการทุกขั้นตอนให้ประชาชนรับรู้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53172</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายโภคิน พลกุล, ฝ่ายค้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b190854c72ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลิกโผ!&#039;พีระพันธุ์&#039;นั่งปธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.62- ที่ห้องประชุม411 รัฐสภา &amp;nbsp;มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 นัดแรก โดยเจ้าหน้าที่ได้นำกล่องลงคะแนนมาวางรอไว้ที่ท้ายห้องประชุมเพื่อพิจารณาเลือกบุคคลทำหน้าที่สำคัญๆในคณะกมธ.ตามระเบียบวาระ อาทิ การเลือกประธานกมธ. รองประธานกมธ. โฆษกกมธ. เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บรรยากาศก่อนการเริ่มประชุมเป็นไปอย่างกันเอง กมธ.ทั้งสัดส่วนฝ่ายรัฐบาล และสัดส่วนฝ่ายค้านต่างทักทาย และจับมือกันด้วยความชื่นมื่น กระทั่งเมื่อกมธ.มาครบองค์ประชุม เป็นที่น่าสังเกตุเจ้าหน้าที่จัดเก้าอี้ให้นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ที่เป็นตัวแทนในนามพรรคพลังประชารัฐ กับ นายศุภชัย ใจสมุทร ที่มาทำหน้าที่ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นซีกรัฐบาลเหมือนกัน แต่กลับไม่ทักทายกัน ผิดกับนายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค มาจากสัดส่วนครม. กับนายพงศเทพ เทพกาญจนา จากพรรคเพื่อไทย พูดคุยด้วยท่าทีเป็นกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเลขานุการคณะกมธ.ได้เปิดการประชุม โดยเชิญนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ.ผู้ที่มีอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่เป็นประธานชั่วคราว ก่อนที่จะเชิญสื่อมวลชนออกจากห้องประชุม เพื่อดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทวิตข้อความถึงผลการลงคะแนนตำแหน่งประธานกมธ.ฯ โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้คะแนนมากที่สุด 25 คะแนน ได้นั่งในตำแหน่งประธานกมธ.ฯ ขณะที่นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเป็นลำดับ 2 คือ 19 คะแนน และไม่ประสงค์ลงคะแนน4เสียง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53166</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, นายโภคิน พลกุล, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb5a77dd8ea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พท.&#039;ส่ง&#039;วัฒนา-โภคิน&#039;นั่งกมธ.แก้รัฐธรรมนูญยันไม่แตะหมวด1-2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.62-ที่พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. ร่วมแถลงข่าวถึงความเห็นประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 โดยนายโภคินกล่าวว่า เรื่องประธานกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 ตามที่มีการเสนอรายชื่อต่างๆออกมา พรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นเรื่องรอง เรามุ่งมั่นแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง รัฐธรรมนูญ2560 ที่ร่างขึ้นมา แล้วอ้างว่าประชาชนให้ความเห็นชอบ ทั้งที่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นมีการบังคับ จับกุม ผู้เห็นต่าง แม้แต่ตอนบังคับใช้แล้ว ก็มีปัญหา นำมาซึ่งความแตกแยก พรรคจึงเห็นว่า ถ้ามีรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน เพื่อประชาชน เป็นฉบับประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่ทุกฝ่ายเห็นพ้อง ไม่ใช่ฉบับประยุทธ์ หรือฉบับใดของใคร พรรคจึงขอเชิญชวนทุกฝ่ายมาร่วมร่าง โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายอย่างเปิดกว้าง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไม่มีการแก้ไขหมวด1-2 อย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโภคินกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเดินให้เร็ว ไม่ใช่ศึกษาไปเรื่อยๆ จนหมดรัฐบาล ที่เมื่อเห็นปัญหา แต่ไม่แก้ไข ที่ผ่านมาได้เห็นปัญหา ตั้งแต่เรื่องถวายสัตย์ มีการโยนไปมา หรือการเขียนบทบัญญัติบางเรื่อง ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ถ้ากติกาไม่ดี การตรวจสอบ ติดตามไม่ได้ กลายเป็นระบบพรรคพวก เอื้อทุนใหญ่ เราจะอยู่อย่างนี้หรือ เราจึงต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกัน แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดว่า ไม่ว่าฝ่ายใดก็แก้ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสว. ฝ่ายค้าน แม้แต่รัฐบาลถ้าอยากแก้ แต่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยก็แก้ไม่ได้ เราจะอยู่กันอย่างนี้หรือ สำหรับการศึกษาประเด็นแต่ละมาตราที่จะแก้ไข &amp;nbsp;จะมีโรดแมปร่วมกัน ต่อไปนี้จะไม่มีการยึดอำนาจ ทุกฝ่ายเคารพกฎเกณฑ์ องค์กรทั้งหลายเป็นไปอย่างยุติธรรม ทุกฝ่ายรับร่วมกันได้ เพื่อให้เราเดินไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายวัฒนากล่าวว่า จะมีการตั้งกรรมาธิการฯเพื่อรับฟังเสียงประชาชน ถ้าผลการศึกษา เห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้ควรแก้ไข จะส่งไปที่สภาฯ และสว. แม้หลายคนอาจสงสัย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะได้รับความร่วมมือจากสว.หรือไม่ เพราะตอนนี้มีสว. 3-4คน ออกมาคัดค้าน แต่สว.ยังมีอีกกว่า 200คน ที่ยังไม่แสดงความเห็น เชื่อว่าคงกำลังรอฟังเสียงประชาชน เมื่อฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนแล้ว วันนั้นกระบวนการแก้ไขจะมา ในประเด็นการตั้งสสร. ซึ่งกระบวนการแก้ไข ถ้าแก้ทีละประเด็น ทีละมาตรา อาจมีปัญหา แก้กันไม่รู้จบ ที่ดีที่สุดคือ โยนให้ประชาชน กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาเกือบ2ปี ถ้าไม่ทำตอนนี้ จะไม่ทันการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับสัดส่วนกรรมาธิการ49คน แบ่งเป็น จากครม.12คน รัฐบาล 18คน ฝ่ายค้าน19คน ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมี 10คน จากส่วนกลาง มีตัวแทนกรรมการยุทธศาสตร์ ไปเป็นกรรมาธิการฯ3 คน คือนายโภคิน นายพงศกร อรรณพพร และผม ส่วนระดับภาคอีก 7 คน จะให้แต่ละภาคไปประชุมร่วมกัน ไม่ไปก้าวล่วง สำหรับประธานกรรมาธิการฯ ถ้าหากมีการเสนอชื่อมากกว่า2คน ตัวแทนพรรคเพื่อไทย จะดูว่า ใครมีความคิดเห็นเป็นไปในทางเดียวกับเรา ถ้าเห็นว่ารัฐธรรมนูญควรแก้ไข ก็จะยกมือโหวตเลือกสนับสนุน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ามีกระแสข่าว พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อคนนอกมาเป็นประธานกรรมาธิการฯ นายโภคินกล่าวว่า ก็แล้วแต่ ไม่ได้มองว่าคนนี้เป็นพวกเรา คนนี้ไม่ใช่พวกเรา เพียงแต่ตอนนี้อยากให้ทุกฝ่ายมkร่วมกัน ที่มีชื่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกมา ย้อนกลับไปสมัยร่างรัฐธรรมนูญ มีการเชิญพรรคการเมืองไปร่วมแลกเปลี่ยน เราก็ส่งตัวแทนไปชี้แจงสมัยนายมีชัย ฤชุพันธ์ มาเป็นกรรมการร่าง พรรคก็ส่งเอกสารความเห็นไป อย่างไรก็ดีการร่างรัฐธรรมนูญ ขอให้ทุกฝ่ายมามาร่วมกัน มาคุยกันว่าอยากได้รัฐธรรมนูญแบบไหน เพราะถ้าเราเปิดใจกว้าง บ้านเมืองจะไปได้ ความขัดแย้งก็จะยุติ เราจะได้ก้าวออกจากกับดักความขัดแย้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50000</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, นายวัฒนา เมืองสุข, นายโภคิน พลกุล, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc8e55b91d77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
