<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กตส.ชู “กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ” จ.ฉะเชิงเทรา ต้นแบบความสำเร็จ ลดต้นทุน – เพิ่มรายได้ ด้วยบัญชี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชู &amp;ldquo;กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ&amp;rdquo;จ.ฉะเชิงเทรา ต้นแบบความสำเร็จ ในการลดต้นทุน &amp;ndash; เพิ่มรายได้ ด้วย &amp;ldquo;บัญชี&amp;rdquo; หนุนสมาชิกนำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ สร้างรายได้มั่นคง ยั่งยืน ยกระดับสู่แปลงใหญ่ดีเด่น ระดับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เกษตรกร โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ตลอดจนมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้าน &amp;quot;การตลาดนำการผลิต&amp;rdquo;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ร่วมเป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อเพิ่มพูนรายได้เกษตรกรในระดับพื้นที่ ให้เกษตรกรได้นำองค์ความรู้ด้านบัญชีมาใช้วางแผนการประกอบอาชีพ วางแผนกิจกรรมทางการเกษตรมีความรู้และเข้าใจในการนำระบบบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการภาคการเกษตรได้ รู้รายรับรายจ่าย รู้เวลาที่เหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดกลไกการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อจำหน่ายผลผลิตออกสู่ตลาด สร้างเสริมให้เกษตรกรไทยพร้อมก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา นับเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการนำบัญชีต้นทุนอาชีพเป็นกลไกลสำคัญในการบริหารจัดการ จนได้รับรางวัลชนะเลิศ แปลงใหญ่ดีเด่น ระดับประเทศ ประจำปี ๒๕๖๓ เริ่มต้นจากการประสบปัญหาช้างป่าทำลายพืชผลทางการเกษตร เกษตรกรในพื้นที่ จึงปรับเปลี่ยนการปลูกพืชอาหารเป็นพืชอื่น ๆ ทดแทน และรวมตัวกันปลูกไผ่ตงซึ่งเป็นพืชทางเลือกชนิดหนึ่ง ในพื้นที่ และจัดตั้งเป็น &amp;ldquo;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ&amp;rdquo; จนกระทั่งในปี ๒๕๖๑ ได้เข้าร่วม โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อร่วมกันผลิต ร่วมกันจำหน่าย และนำไปสู่การลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพการตลาดและการบริหารจัดการ เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่การผลิต ตามนโยบาย&amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายประสิทธิ์ รูปต่ำ เป็นประธานกลุ่มฯ ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน ๖๐ ราย พื้นที่ปลูก ๖๐๑ ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ฉะเชิงเทรา ร่วมกับครูบัญชีในพื้นที่ ได้เข้าไปสอนแนะการจัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพให้แก่เกษตรกร ตั้งแต่เริ่มที่มีการจัดตั้งกลุ่มแปลงใหญ่ในปี ๒๕๖๑ โดยได้แนะนำการจดบันทึกบัญชีผ่าน Application SmartMe ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรม Smart4M ที่พัฒนาโดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นทางเลือกใหม่ให้เกษตรกรสามารถจัดทำบัญชีรับ-จ่าย ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านอุปกรณ์ SmartPhone ทำให้เกษตรกรผู้จดบันทึกบัญชี สามารถวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ สมาชิกมีเงินออมและมีกำไรจากการปลูกไผ่ขายได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังให้คำปรึกษาการทำงบดุล การจัดหากองทุนสำรอง และการขอสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้แก่กลุ่มฯ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประสิทธิ์ รูปต่ำ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ไผ่ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ปัจจุบันสามารถปลูกไผ่ตง ไผ่เลี้ยงหวาน สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มฯ ประมาณปีละ ๑ ล้านบาท โดยส่งผลผลิตของสมาชิกออกไปจำหน่ายยังตลาดผักร่วมใจ (GAP) ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี และตลาดต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสระบุรี และห้างสรรพสินค้าแม็คโครสาขาจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก และศูนย์กระจายสินค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ การปลูกไผ่ในช่วงแรกประสบปัญหาต้นทุนสูงจากการใช้ปุ๋ยเคมี แต่หลังจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ฉะเชิงเทราเข้ามาแนะนำให้จัดทำบัญชีต้นทุนอาชีพทำให้เห็นต้นทุนในการผลิต รู้รายรับ รู้รายจ่าย รู้กำไร รู้ขาดทุน เมื่อเห็นตัวเลขต้นทุนทางบัญชี สมาชิกก็เริ่มหันมาปรับลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีแล้วหันมาทำปุ๋ยขี้ไก่และปุ๋ยหมักจากปลาใช้เอง ทำให้ลดต้นทุน/ไร่ ได้ประมาณ ๒๐ &amp;ndash; ๒๕% เมื่อต้นทุนลดลง รายได้ก็เพิ่มขึ้น ทำให้สมาชิกในชุมชนมีรายได้ในการเลี้ยงครอบครัวและมีความสุขในอาชีพมากขึ้น ปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มฯ มีการจัดทำบัญชีประมาณ ๖๕% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ใช้ Application SmartMe ในการบันทึกบัญชีจำนวน ๒๐ คน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งครูบัญชีอาสาได้เข้าไปแนะนำให้สมาชิกหันมาใช้โปรแกรมฯ มากขึ้น สำหรับสมาชิกที่ไม่ดำเนินการเนื่องจากอายุมาก สายตาไม่ดี แต่ทุกคนก็เห็นประโยชน์ในการทำบัญชี สมาชิกผู้สูงอายุบางรายจึงพยายามใช้วิธีจดจำแทน เพื่อหาวิธีปรับลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การส่งเสริมให้สมาชิกหันมาทำบัญชีต้นทุนอาชีพ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่ อ.ท่าตะเกียบ ประสบความสำเร็จด้านการลดต้นทุนและการเพิ่มรายได้ให้สมาชิก จึงขอฝากไปยังเกษตรกรทั่วประเทศให้หันมาทำบัญชีในการพัฒนารายได้ ให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพ เพราะบัญชีจะเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงและเห็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เราได้นำมาเป็นข้อมูลในการปรับเปลี่ยนการผลิตให้มีความเหมาะสม และนำไปพัฒนาการผลิต แปรรูปและการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นายประสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105141</URL_LINK>
                <HASHTAG>Application SmartMe, GAP, Smart4M, กตส., กรมตรวจบัญชีสหกรณ์, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กลุ่มแปลงใหญ่ไผ่อำเภอท่าตะเกียบ, การตลาดนำการผลิต, จ.ฉะเชิงเทรา, ตลาดผักร่วมใจ, ตลาดไท, นายประสิทธิ์ รูปต่ำ, นายโอภาส ทองยงค์, ประจำปี ๒๕๖๓, รางวัลชนะเลิศ แปลงใหญ่ดีเด่น, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกไผ่อำเภอท่าตะเกียบ, สถาบันเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b86e20163f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เร่งปั้นวิสาหกิจชุมชนสู่มืออาชีพ   หนุนเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจวิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp; ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ความเป็นมืออาชีพ และโครงการยกระดับศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชนในการผลิตสินค้าชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เร่งส่งเสริมการทำบัญชีหนุนเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจวิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง ยั่งยืน พร้อมรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแข่งขันทางการค้าทุกระดับและสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อจดทะเบียนเป็นกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์&amp;nbsp; ที่เข้มแข็งในอนาคต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายโอภาส&amp;nbsp; ทองยงค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และต้องการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยการส่งเสริมให้ประชาชนนำทรัพยากรและภูมิปัญญาในท้องถิ่น มาสร้างสรรค์ต่อยอด เป็นผลิตภัณฑ์ให้เกิดมูลค่า สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพที่มั่นคงอย่างยั่งยืน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายเน้นย้ำให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ดำเนินงานตามภารกิจในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยการบริหารจัดการด้านการเงินการบัญชี การวางรูปแบบบัญชี ระบบการควบคุมภายใน เสริมสร้างความรู้การจัดทำบัญชี งบทดลอง และงบการเงิน รวมถึงส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนมีการใช้ประโยชน์ข้อมูลทางการเงินการบัญชีในการบริหารจัดการ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ให้เกิดขึ้นกับวิสาหกิจชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยบูรณาการร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน ๒ โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่ความเป็นมืออาชีพ วิสาหกิจชุมชนเป้าหมาย จำนวน ๓๙๐ แห่ง ประกอบด้วย วิสาหกิจชุมชนที่ร่วมบูรณาการกับกรมส่งเสริมการเกษตร ปี ๒๕๖๔ จำนวน ๑๕๔ แห่ง และวิสาหกิจชุมชนติดตามต่อเนื่อง จำนวน ๒๓๖ แห่ง และโครงการยกระดับศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้ประกอบการ/วิสาหกิจชุมชนในการผลิตสินค้าชุมชน วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเป้าหมาย ร่วมบูรณาการกับกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน&amp;nbsp; ๑,๕๐๐ แห่ง รวมเป้าหมายดำเนินการ ใน ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน ๑,๘๙๐ แห่ง ขั้นตอนในการดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร ก่อนที่จะเข้าไปวางรูปแบบบัญชีและระบบควบคุมภายในที่เหมาะสมกับธุรกิจของวิสาหกิจชุมชนและสภาพท้องถิ่นนั้น ๆ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสอนแนะนำและติดตามการจัดทำบัญชีและงบการเงิน รวมทั้งพัฒนาคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนให้สามารถใช้ข้อมูลทางการเงินและ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การบัญชีในการบริหารจัดการธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือพัฒนาวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพดีอยู่แล้วให้มี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือต่อสมาชิกและบุคคลภายนอก กลายเป็นระบบเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็งพร้อมสำหรับการแข่งขันทางการค้าทุกระดับ สามารถพัฒนาต่อยอด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อจดทะเบียนเป็นกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์ที่เข้มแข็งในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ในปี ๒๕๖๔ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้จัดทำสื่อการเรียนรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดทำบัญชีวิสาหกิจชุมชนผ่านแอปพลิเคชันทั้งในระบบปฏิบัติการ IOS เวอร์ชั่น ๙ ขึ้นไป พิมพ์ชื่อ &amp;ldquo;ASL&amp;rdquo;&amp;nbsp; และในระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น ๔.๔ ขึ้นไป พิมพ์ชื่อ &amp;ldquo;CAD Smart Learning&amp;rdquo; เพื่อเป็นเครื่องมือในการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบัญชี โดยเป็นสื่อการสอนการจัดทำบัญชี งบทดลอง งบการเงิน และการใช้ข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางบัญชีในการบริหารธุรกิจแก่วิสาหกิจชุมชน ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการจัดทำบัญชี ทำให้วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีระบบบัญชีที่เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ มีระบบควบคุมภายในที่ดี สร้างความน่าเชื่อถือต่อสมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะกรรมการของวิสาหกิจชุมชน สามารถรู้ผลประกอบการและนำข้อมูลจากงบการเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาวางแผนและบริหารกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98808</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายโอภาส  ทองยงค์, วันสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606ed3d7ac5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
