<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2020 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2020 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อดีตสหาย&quot; เล่าคบหา&quot;อาจารย์โต้ง - ไกรศักดิ์ &quot; แม้พ่อเป็นเผด็จการ แต่เชื่อลูกเป็นโซเชียลลิสต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16มิ.ย.63-กำพล นิรวรรณ อดีตสหายผู้เข้าป่าหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;quot;Kampol Nirawan&amp;quot; รำลึกความหลัง ครั้งเมื่อได้รู้จักกับอ.โต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ &amp;nbsp;โดยบอกว่า พ่อเป็นเผด็จการ แต่ลูกเป็นโซเชียลลิสต์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;------------------------
รำลึกถึงไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คืนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนโน้นที่บ้านทรงไทยในซอยราชครู, เมื่อครั้งตับไตของเรายังแข็งแรง, เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังผมมีโอกาสได้รู้จักกับหนุ่มใหญ่ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, ผมได้ฟังเรื่อวราวอันน่าตื่นตาตื่นใจเสี้ยวหนึ่งในชีวิตวัยดรุณของเขา. มันยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของผมมาจนบัดนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสี้ยวชีวิตที่ว่านั้นเกิดขึ้นในสนามโปโลที่กรุงบุเอโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เขาจัดให้พวกลูกทูตแข่งกับเด็กอาร์เจนตินา. ไอ้พวกลูกทูตเกือบทั้งหมดมันก็ผิวขาว. แล้วมันก็ดูถูกคนอินเดียน. มีผมคนเดียวที่หน้าตาดันไปเหมือนอินเดียน. ม้าของพวกลูกทูตก็อ้วนพี ขณะที่ม้าของฝั่งตรงข้ามก็ผอมกะหร่องเหมือนเจ้าของมัน. ผมก็เลยคอยหาจังหวะแกล้งตีลูกไปให้อีกฝั่ง. สงสารเขาน่ะ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำพูดประโยคนี้ของเจ้าของบ้านทรงไทยหลังนั้นมันฝังอยู่ในหัวผมราวกับคำจารึกที่ถูกตอกลงบนแผ่นสัมฤทธิ์. มันเป็นประโยคที่ทำให้ผมสามารถหยั่งลงไปถึงก้นบึ้งหัวใจของเขาว่าเขาเป็นลูกหลานของเผด็จการเพียงแค่ร่างกาย. หัวใจของเขาคือกบฏ. เขาเพียงแต่เลือกเกิดไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้รู้จักกับพี่โต้งผ่านการแนะนำของพี่วิทยากร เชียงกูล. ผมรู้จักกับพี่วิทยากรและพี่เล็กภรรยาของท่านตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์นองเลือด 6 ตุลาฯ. เหตุการณ์นั้นทำให้ผมตัดสินใจลี้ภัยไปอยู่กับพรรคคอมมิวนิสต์ในเขตภูบรรทัดร่วมห้าปี เป็นห้าปีที่ถูกตัดขาดจากข่าวสารบ้านเมืองโดยสิ้นเชิง ได้ฟังก็แต่ข่าวความเคลื่อนไหวของพวกกันเราเองจากสถานีวิทยุของพรรคฯ ที่กระจายเสียงมาจากเมืองจีน. เป็นห้าปีที่ตัวละครบนเวทีการเมืองเพิ่มขึ้นมากหน้าหลายตา ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร. ห้าปีผ่านไป พรรคฯ ล่มสลาย ต้องซมซานกลับเข้าเมืองในสภาพเหมือนตาบอดคลำช้าง. บ่ายวันหนึ่งหลังกลับออกมาใหม่ ๆ พี่วิทยากรนัดเจอ เป็นการเจอที่ส่งผลให้เส้นทางชีวิตของผมหักเหเข้าไปในซอยราชครูตั้งแต่บัดนั้น:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณโต้งฝากให้ผมพาสหายจากภูบรรทัดไปรู้จักกับเขาสักคน,&amp;rdquo; พี่วิทยากรบอก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณโต้งไหนครับพี่?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก็ลูกชายชาติชาย ชุณหะวัณไง.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อ้าว ชาติชายมีลูกด้วยหรือ? แล้วพี่ไปคบกับลูกหลานเผด็จการได้ไง ผมไม่เอาหรอก?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณโต้งก็คือไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไกรศักดิ์ลูก ชาติชายพ่อ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ใช่ กำพล. แต่คุณไกรศักดิ์เป็นโซเชียลลิสต์นะ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พ่อเป็นฟาสต์ซิสต์ ลูกเป็นโซเชียลลิสต์?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณจะไปหรือเปล่า?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไปสิครับ.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และตั้งแต่นั้นมา ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ จึงกลายเป็นพี่ที่เคารพรักของผม เฉกเช่นเดียวกับเป็นพี่ที่เคารพรักของเพื่อนพ้องทุกวงการอีกนับร้อยนับพันคน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความรักความระลึกถึงที่จะตราตรึงอยู่ในใจของพวกเราตลอดไปครับพี่โต้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำพล นิรวรรณ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68838</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำพล นิรวรรณ, นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8581eb1752.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ.จรัล&#039;ร่วมอาลัย&#039;อ.โต้ง&#039;เผยเคยแซวว่าเป็น&#039;last communist&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มิ.ย.63 -นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jaran Ditapichai โพสต์ข้อความร่วมแสดงความอาลัยการเสียชีวิตของอ.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ มีเนื้อหาดังนี้
&amp;nbsp;อาลัยโต้ง ไกรศักดิ์ พ้นทุกข์ คุยกันครั้งสุดท้าย ผมเล่าวิธีเอาความคิดจิตใจสู้กับศัตรูและโรคภัยไข้เจ็บ&amp;nbsp; ก่อนไปเป็น ส.ส. ส.ว. และเป็นเหลือง&amp;nbsp; ไกรศักดิ์ช่วยเหลือเอ็น จีโอ กลุ่มชาวบ้าน องค์การประชาธิปไตย ค่อนข้างมากกว่า 20 ปี&amp;nbsp; ผมเคยแซวเขาว่า เป็น last communist
RIP โตัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68468</URL_LINK>
                <HASHTAG>last communist, จรัล ดิษฐาอภิชัย, นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5eccaa389533a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68464</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ประสาร มฤคพิทักษ์&#039;แต่งบทกลอน&#039;สมาทานสามัญ&#039;ร่วมอาลัย&#039;อ.ไกรศักดิ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มิ.ย.63 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความเป็นบทกลอนแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของ&amp;nbsp; อ.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวข้อ &amp;quot;สมาทานสามัญชน&amp;quot; มีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อเกิด ในตระกูล อันเลิศล้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นหลานปู่ ผู้นำ รัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกนายก-ท่านผู้หญิง พึงจดจาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่กลับ สมาทาน สามัญชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยุติธรรม ที่ไหน ไปที่นั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชีวิตเป็น เดิมพัน ในทุกหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลมหายใจ เดียวกัน กับคนจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงค่าคน &amp;ldquo;ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ&amp;rdquo;
ด้วยคารวาลัย
ประสาร มฤคพิทักษ์
11 มิย.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68464</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, ประสาร  มฤคพิทักษ์, สมาทานสามัญชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfbf9a8ac34c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 06:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 06:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สุรพงษ์ กองจันทึก&#039;เขียนถึง&#039;ไกรศักดิ์&#039;มาจากตระกูลใหญ่แต่เลือกเป็นคนธรรมดาคบหานักกิจกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.63 -นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โพสต์ข้อความซึ่งเป็นคำนำหนังสือ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ : ชีวิต มุมมอง ความคิด&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้
ชีวิตทุกชีวิตมีคุณค่าและความหมาย&amp;nbsp; แต่คุณค่าและความหมายมีแตกต่างกัน&amp;nbsp; มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่การตีความ ถึงที่สุดแล้ว คุณค่าและความหมายนั้นขึ้นอยู่กับการ &amp;ldquo;เลือก&amp;rdquo; ที่จะใช้ชีวิตอย่างไร เพื่ออะไร
72 ปีที่ผ่านมา ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ แน่นอนในคุณค่าที่เลือก และชัดเจนในความมุ่งหมายของชีวิต
คนไม่ธรรมดา
ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ มาจากตระกูลใหญ่และทรงอิทธิพลมากที่สุดตระกูลหนึ่งของประเทศไทย&amp;nbsp; ทั้งจากสายพ่อ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ และสายแม่ ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ
เติบโตอย่างลูกชายนายทหารใหญ่จากระบบ &amp;ldquo;ทหาร&amp;rdquo; ภายในค่ายทหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็เติบโตจากระบบ &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; ในฐานะหลานรักของนายตำรวจใหญ่ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ เจ้าของวลีสำคัญ ภายใต้แสงอาทิตย์ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้
ได้รับการศึกษาอย่างดีจากสถาบันการศึกษาชั้นสูงมีชื่อในประเทศและต่างประเทศ ทั้งอาร์เยนตินา สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ และฝรั่งเศส
สื่อสารได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และเยอรมัน
มีความรู้และความสนใจหลากหลายทำให้กลายเป็น นักวิชาการ นักรัฐศาสตร์ นักการทูต นักการเมือง นักสันติภาพ นักสิ่งแวดล้อม นักสิทธิมนุษยชน นักดนตรี ช่างภาพ จิตรกร
เป็นผู้นำในการกำหนดนโยบายในการบริหารจัดการในประเทศ ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยตั้งทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก&amp;nbsp; และกำกับทิศทางการต่างประเทศในฐานะประธานกรรมาธิการการต่างประเทศวุฒิสภา
จากพื้นฐานที่พร้อมสมบูรณ์ สามารถเอื้ออำนวยต่อผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างเต็มที่&amp;nbsp; แต่ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณเลือกที่จะเป็น
คนธรรมดา
ที่คบหากับ นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว นักอนุรักษ์ นักสิทธิมนุษยชน ศิลปิน ชาวบ้าน ชนกลุ่มน้อย คนชายขอบ กลุ่มชาติพันธุ์ แรงงานข้ามชาติ
ปฏิเสธระบบ &amp;ldquo;ทหาร&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; ซึ่งใช้อำนาจเป็นใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบ &amp;ldquo;เผด็จการ&amp;rdquo; จากการรัฐประหารที่รวมศูนย์อำนาจ
ส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ประชาชนคนเล็กคนน้อยตามระบบประชาธิปไตย&amp;nbsp; เพื่อประโยชน์สุขของสังคมส่วนรวมไม่ใช่เพียงกลุ่มผลประโยชน์ ตามแนวคิดสังคมนิยม
ไม่เพิกเฉยและร่วมทุกข์ร้อนไปกับชีวิตของประชาชนผู้เดือดร้อนในสังคม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกมาแสดงความเสียใจและขอโทษ ในหลายกรณีที่ครอบครัวในอดีตมีส่วนทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งการเสียชีวิต การสูญหายแก่ประชาชน
ทั้งหมด ไม่ใช่การเป็น &amp;ldquo;ขบถ&amp;rdquo; แต่เป็น &amp;ldquo;สำนึก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความรับผิดชอบ&amp;rdquo; ที่มีในฐานะมนุษย์ต่อมนุษย์
ชีวิต มุมมองและความคิดของไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ จากการเรียบเรียงของกุลธิดา สามะพุทธิ&amp;nbsp; ไม่เพียงแต่ให้เราเห็นความเป็นคนหรือมนุษย์ในคนหนึ่งคน&amp;nbsp; แต่ยังเห็นการเป็นไปของสังคมทั้งไทยและโลกอย่างชัดเจน ตลอดช่วง 72 ปีที่ผ่านมาด้วย
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ยังไม่เอื้อต่อการมีชีวิตที่ดีของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนชายขอบ คนเล็กคนน้อย&amp;nbsp; 72 ปีของไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ บอกเราถึงสิทธิมนุษยชน ตลอดจนมนุษยธรรมที่จะ &amp;ldquo;เลือก&amp;rdquo; ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและความหมาย &amp;nbsp;
สุรพงษ์&amp;nbsp; กองจันทึก
ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม
จากคำนำหนังสือ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ : ชีวิต มุมมอง ความคิด https://www.kledthai.com/new-books/9786167909073.html#.XsZCsxC20fM.lineme&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;


&amp;nbsp;


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68460</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักกิจกรรม, นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ, สุรพงษ์ กองจันทึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee2bf6a31984.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะใส&#039; ร่วมอาลัย &#039;อ.ไกรศักดิ์&#039; เชิดชูเป็น &#039;ปัญญาชนแบบอย่าง&#039; ร่วมทุกข์ร่วมสุขปชช.จวบจนวาระสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของนายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ว่า&amp;nbsp; R.I.P. อาจารย์โต้ง ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ แม้นทราบมาก่อนแล้วว่าท่าน อ.โต้ง ป่วยเป็นมะเร็ง อาการไม่สู้ดีนัก ญาติสนิทมิตรสหาย ทำใจกันไว้บ้างแล้ว แต่ก็อดเสียใจกับการจากไปของอาจารย์ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เรียกอาจารย์เพราะท่านเคยสอนอยู่คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ช่วงนั้นผมอยู่ปี 1 (ปี 2535) เคยฟังอาจารย์ท่านบรรยายบ้างและชอบมาก เป็นลูกชายนายกฯ แต่กล้าวิจารณ์รัฐบาลและนายกฯ เป็นปัญญาชนบ้านพิณุโลก ที่มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมนักวิชาการปัญญาชนจำนวนมากมาช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงที่กำเนิดสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสานและสมัชชาคนจน อ.โต้ง ทุ่มเททั้งเป็นที่ปรึกษาคนจน และช่วยเจรจากับรัฐบาลและรัฐมนตรีของกลุ่มซอยราชครู ร่วมแก้ปัญหาให้ชาวบ้านตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาข่วงพันธมิตรฯและ กปปส.ท่านมีบทบาทสำคัญในการตีแผ่ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะการฆ่าตัดตอนและความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต่อประชาคมโลก จนสหประชาชาติ (UN) เชิญไปให้การและข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนอื่นอาจจะรู้จักท่านในฐานะนักการเมือง แต่ผมรู้จักท่านเริ่มแรกในฐานะ &amp;ldquo;นักวิชาการ&amp;rdquo; ทั่วๆไป แต่ตอนท้ายๆ ท่านเป็น &amp;ldquo;ปัญญาชนแบบอย่าง&amp;rdquo; ของสังคมไทย เพราะใช้พละกำลังทางปัญญาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนจนวาระสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอกราบคารวะท่านอาจารย์และขอให้ดวงวิญญาณท่านสู่สุคติภพครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68449</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, สุริยะใส กตะศิลา, อาจารย์โต้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee2340dd8303.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้นายกหยุดกทม.ยึดหอศิลป์ &#039;ไกรศักดิ์&#039;ลั่นขรก.บริหารเจ๊ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายศิลปินฯ ระดมพลบุกทำเนียบฯ 9 โมงเช้า จี้นายกฯ หยุดผู้ว่าฯ กทม.ยึดหอศิลป์ โต้ไม่ใช่องค์กรค้ากำไรจะขาดทุนได้อย่างไร ยันสร้างชื่อเสียงระดับโลก &amp;quot;ไกรศักดิ์&amp;quot; ลั่นหอศิลป์ต้องเอกเทศจากระบบราชการให้ กทม.บริหารเจ๊งแน่ &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; อ้างต้องการพัฒนาพื้นที่ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด แต่หาก ปชช.ไม่เห็นด้วย กทม.ก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมนำหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันบริหารโดยมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครกลับมาบริหารเอง ทำให้เครือข่ายศิลปินลุกขึ้นมาคัดค้าน โดยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายวสันต์ สิทธิเขต ศิลปินชื่อดัง รางวัลศิลปาธร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;Vasan Sitthiket&amp;quot; ระบุว่า เวลา 9 โมงเช้าวันที่ 15 พ.ค. เครือข่ายศิลปินฯ นัดเจอกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ฝั่ง กพ.เพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้หยุดผู้ว่าฯ กทม.ยึดหอศิลป์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทยได้แชร์ข้อความดังกล่าว และนัดหมายกันไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบฯ ให้ยับยั้งแนวคิด กทม.ฮุบหอศิลป์ และให้ กทม.ยึดถือปฏิญญาที่ให้ไว้ต่อพันธมิตรศิลปะและประชาชนเมื่อปี 2548 ณ สวนเบญจสิริ เครือข่ายศิลปินฯ จึงได้เชิญชวนพี่น้องศิลปิน และเครือข่ายประชาชนรักหอศิลป์ เพื่อนหอศิลป์ และสื่อมวลชนไปสำแดงพลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุมพล อภิสุข ตัวแทนเครือข่ายศิลปินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ศิลปินทุกคนในเครือข่ายต่างตกใจว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ขณะที่ข้อมูลอันได้มีการนำเสนอในการประชุมสภา กทม.เมื่อวันพุธที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ไม่ทราบว่าคณะผู้บริหารนำข้อมูลดังกล่าวมาจากไหน ในประเด็นเรื่องงบประมาณที่บอกว่าหอศิลป์ขาดทุนเฉลี่ยปีละ 40 ล้านบาท รวมถึงการกล่าวอ้างว่ามีเก้าอี้สำหรับอำนวยความสะดวกประชาชนไม่เพียงพอ ในส่วนแรกต้องเข้าใจก่อนว่าหอศิลป์ไม่ได้เป็นองค์กรค้ากำไร &amp;nbsp;แล้วจะขาดทุนได้อย่างไร รวมทั้งงบประมาณที่นำเสนอโดยไม่มีการคำนวณรวมกับเงินที่มูลนิธิฯ บริหารจัดการ และได้จากผู้สนับสนุนหลัก แล้วจะกล่าวอ้างว่าหอศิลป์บริหารจัดการอย่างขาดทุนได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนศิลปินระบุว่า นับแต่มีการเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา หอศิลป์สร้างชื่อให้ กทม.มากกว่าเงินอุดหนุนที่ กทม.จ่ายมาให้เสียอีก ในแง่ของชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับแสดงความคิดเห็นของประชาชนแล้ว ยังเคยจัดการประชุมศิลปินระดับนานาชาติ รวมทั้งนิทรรศการของศิลปินทั่วโลกมาแล้วอย่างมากมาย ซึ่งก็ไม่ทราบว่า กทม.มองเห็นมุมเหล่านี้หรือไม่ ทั้งนี้ เครือข่ายฯ เตรียมจะยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เพื่อขอให้ยับยั้ง กทม.เดินหน้ากระบวนการดังกล่าว ในเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดูบทเรียนที่ผ่านมาเป็นตัวอย่าง อาทิ พิพิธภัณฑ์เด็กใกล้กับตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งแต่เดิมมีการบริหารจัดการโดยมูลนิธิฯ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง ก่อนเปลี่ยนเป็นการจ้างเอกชนเข้ามาบริหารจัดการ สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างในช่วงแรก หรือหากมองง่ายๆ เพียงแค่ห้องส้วมสาธารณะในพื้นที่ กทม.เขาจ้างเอกชนมาบริหารจัดการ สุดท้ายแค่หลับตาทุกคนคงพอนึกสภาพได้ว่าจะออกมาอย่างไร&amp;quot; นายจุมพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตประธานกรรมการบริหารมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่คิดว่า กทม.จะมีความสามารถในการบริหารหอศิลป์ได้ สาเหตุที่หอศิลป์เติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะบริหารงานเป็นเอกเทศจากระบบราชการ หากการบริหารหอศิลป์ถูกแทรกแซง &amp;nbsp;เช่นผู้มีอำนาจสั่งว่าเสาร์-อาทิตย์นี้ต้องให้คนนั้นคนนี้มาแสดงนะ อย่างนี้เจ๊งแน่ เช่นเดียวกันทุกวันนี้หอศิลป์ กทม.เติบโตจนได้มาตรฐานดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค มีศิลปะและการแสดงหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะเอาไปให้ผู้อำนวยการด้านวัฒนธรรมของ กทม.บริหารก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะเขาเติบโตมากับระบบราชการ เขาไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม และมีความสามารถพอหรือไม่ที่จะทำให้ประชาชนสนใจและเข้ามาใช้บริการทั้ง 365 วัน การที่ผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์ว่าหอศิลป์ขาดแคลนเก้าอี้จนต้องปล่อยให้นั่งกับพื้นนั้น จริงๆ แล้วต้องเข้าใจว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของหอศิลป์ใช้ในการจัดแสดงภาพและนิทรรศการต่างๆ ซึ่งประชาชนต่างเดินชม แต่หากผู้ว่าฯ ต้องการที่จะเอาเก้าอี้มาบริจาคก็ไม่มีปัญหา เพียงแค่ออกแบบเก้าอี้ดีๆ สำหรับการชมภาพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะหลังหอศิลป์ถูกมองว่าเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวและแสดงออกของกลุ่มพลังมวลชนต่างๆ อาจทำให้ผู้มีอำนาจในประเทศไม่สบายใจ นายไกรศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องสิทธิของมนุษยชาติและสังคมร่วมสมัยที่ต้องการแสดงความคิดเห็น ซึ่งไม่ใช้ความรุนแรงและสนทนากันด้วยเหตุผล โดยพื้นที่ของหอศิลป์เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด เพราะประเทศอยู่ภายใต้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ และสังคมร่วมสมัยต้องเปิดกว้าง จึงอยากให้ผู้บริหารประเทศมาเดินดูงานที่หอศิลป์ หรือมาฟังสิ่งที่เขาพูดกันบ้าง &amp;nbsp;เพราะจะได้ประโยชน์แก่ตัวท่านเอง ซึ่งสามารถเอาไปใช้เป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหาของประเทศ รวมทั้งปัญหาของ กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะดูแลรับผิดชอบสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว กล่าวว่า ผู้บริหาร กทม.จะประชุมพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารหอศิลป์ ในที่ประชุมผู้บริหาร กทม. ครั้งที่ 12/2561 วันที่ 15 พ.ค. โดยสำนักวัฒนธรรมฯ จะรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมในที่ประชุม สำหรับแนวคิดการนำหอศิลป์กลับมาบริหารเองนั้นได้พูดคุยกันหลายครั้ง เนื่องจาก กทม.ต้องอุดหนุนงบประมาณปีละ 40 ล้านบาทเกือบทุกปี จนสภา กทม.ไม่เห็นชอบให้ กทม.อุดหนุนงบประมาณเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่างบประมาณดังกล่าวมูลนิธิหอศิลป์น่าจะนำไปทำกิจกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทำให้หอศิลป์ได้รับการอุดหนุนงบประมาณในส่วนของรายจ่ายอื่นเท่านั้น &amp;nbsp;อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประกอบกับการที่ถูกสภา กทม.ตั้งข้อสังเกตว่าการลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เมื่อปี 2554 &amp;nbsp;เพื่อมอบสิทธิ์ให้มูลนิธิหอศิลป์เป็นผู้บริหารจัดการเป็นเวลา 10 ปี โดยจะสิ้นสุดในปี 2564 ขณะที่ &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เล็งเห็นความยากลำบากของบรรดาเหล่านักเรียนและนักศึกษาที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่หอศิลป์ ตามที่ให้ข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้คือ พื้นที่เรียนรู้ที่หอศิลป์จำเป็นต้องจัดหา แต่ที่ผ่านมากลับไม่มีการนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวการนำหอศิลป์กลับมาบริหารเอง เพื่อเลี่ยงการจัดกิจกรรมและการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น นายทวีศักดิ์ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะหากย้อนกลับไปดูวัตถุประสงค์การจัดตั้งหอศิลป์แล้ว เพื่อเป็นพื้นที่ส่งเสริมความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมหลากหลายแขนงแก่ประชาชน รวมถึงเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาใช้สอยดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เมื่อ กทม.นำหอศิลป์กลับมาบริหารเองแล้วจะบริหารจัดการอย่างไรบ้างนั้น กทม.โดยสำนักวัฒนธรรมฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเข้ามาบริหารจัดการ ซึ่ง กทม.อยากให้มีพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่ด้านศิลปะหรือการจัดกิจกรรมอื่นใดยังคงเป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิม ซึ่ง พล.ต.อ.อัศวินมีแนวคิดเพียงอยากปรับปรุงให้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;แฟนเพจผู้ว่าฯ อัศวิน&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;Ars longa, vita brevis&amp;quot; ประโยคดังกล่าวได้รับการแปลอย่างลึกซึ้งโดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี มีใจความว่า &amp;quot;ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น&amp;quot; แสดงถึงความสำคัญของศิลปะ ตนก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการสนับสนุนให้ประชาชนมีพื้นที่สาธารณะ ปราศจากการแทรกแซงเพื่อสร้างสรรค์งานศิลป์ ไม่ว่าจะใช้เพื่อการแสดงออก เพื่อศึกษาหรือร่วมแบ่งปันงานศิลป์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เป็นหนึ่งในจุดสำคัญของประเทศที่ใช้ในการทำกิจกรรมเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่มีกระแสข่าวในทำนองว่า กทม.จะนำพื้นที่ในหอศิลป์ทั้งหมดไปทำอย่างอื่น หรือกระทั่งนำไปทำห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงแคมเปญคัดค้านการที่ กทม.จะเข้ามาบริหารจัดการหอศิลป์ด้วยตนเองนั้น &amp;nbsp;กทม.ไม่เคยคิดและไม่มีทางที่จะทำลายสถานที่แสดงศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศเรา เพียงแต่เราต้องการพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้ได้ใช้ประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันพื้นที่บางส่วนของหอศิลป์ยังไม่ได้มีการใช้ประโยชน์ เราต้องการนำพื้นที่เหล่านั้นมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ หนึ่งในแนวทางที่อยากจะปรับปรุงคือ การนำพื้นที่เหล่านั้นมาปรับให้เป็นสถานที่ที่ทุกคนได้เข้ามาใช้ สร้างสรรค์งานศิลป์ ทำงาน พบปะ และ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือที่เรียกกันว่า co-working space ในส่วนนิทรรศการก็ยังจะต้องใช้เพื่อแสดงงานศิลปะและวัฒนธรรมอย่างเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่การที่ กทม.จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่ส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์นั้น อาจติดด้วยระเบียบและกฎหมายการมอบกิจการให้มูลนิธิ กทม.จึงมีเป้าหมายที่จะพัฒนาพื้นที่เหล่านั้น เพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ที่ให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน และดึงดูดให้ประชาชนสนใจงานศิลป์มากขึ้น สำหรับแนวทางการพัฒนานั้นอาจมีการดึงผู้ที่เกี่ยวข้องและมีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนา ผมเชื่อมั่นว่าศิลปะเป็นเรื่องของอิสระทางความคิดและจินตนาการ ศิลปะเป็นสิ่งจรรโลงใจหาใช่เพื่อวัตถุประสงค์ใด และสถานที่แสดงศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแห่งนี้จะต้องยังคงอยู่เพื่อประชาชนทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินระบุด้วยว่า &amp;quot;สุดท้ายนี้ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย กทม.ก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพัฒนาในพื้นดังกล่าวครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9187</URL_LINK>
                <HASHTAG>co-working space, กทม.ฮุบหอศิลป์, นายจุมพล อภิสุข, นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์, นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, ระดมพลบุกทำเนียบฯ, สิทธิของมนุษยชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์กรค้ากำไร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af98cf8774d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
