<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เอี่ยวศูนย์บำบัด ฟันทางวินัย-อาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองปราบฯ เร่งประเมินหลักฐานคดีศูนย์บำบัดฯ วัดท่าพุฯ ถ้าเข้าข่ายการค้ามนุษย์ชงเรื่องให้ บก.ปคม.รับผิดชอบต่อ เพื่อความรวดเร็ว-ดำเนินการเต็มประสิทธิภาพ โฆษก ตร.ย้ำพบตำรวจเอี่ยวฟันวินัย-อาญาเด็ดขาด &amp;quot;เทพไท&amp;quot; เสนอใช้ค่ายทหารเป็นศูนย์บำบัดยาเสพติด ชี้มีความพร้อม ดีกว่าโยนภาระให้ภาคประชาสังคม
วันที่ 23 ก.ย. นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ พร้อมนายจิรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา ได้พาผู้เสียหายจำนวน 10 คน ที่เคยเข้ารับการบำบัดในศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง จังหวัดกาญจนบุรี เข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องฐานร่วมกันค้ามนุษย์ หลังพบพฤติการณ์ทั้งจัดหา, นำพา, เรียกรับผลประโยชน์ และกักขังทรมาน&amp;nbsp;และศูนย์บำบัดแห่งนี้ไม่เป็นไปตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงยังมีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดค้ามนุษย์ เนื่องจากมีการทำเป็นขบวนการตั้งแต่จัดหาผู้บำบัด การเรียกรับเงินผลประโยชน์ กักขังทรมาน ทำร้ายทุบตีตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น&amp;nbsp;
ความคืบหน้าที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.วิระชาญ&amp;nbsp;ขุนไชยแก้ว&amp;nbsp;ผกก.5&amp;nbsp;บก.ป. กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากทางพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหายที่มาร้องทุกข์กรณีวัดท่าพุราษฎร์บำรุง เพื่อนำไปประมวลพิจารณาว่าการกระทำเหล่านี้เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญามาตราใด ที่ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามสามารถดำเนินการได้บ้าง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากตรวจสอบแล้วพบว่าคดีผู้บำบัดยาเสพติดวัดท่าพุบำรุงราษฎร์ ความผิดส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ก็อาจต้องรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมดส่งต่อให้กับทางกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ บก.ปคม.&amp;nbsp;หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเกี่ยวกับคดีลักษณะดังกล่าวเป็นผู้ดำเนินการต่อ เพื่อความรวดเร็วและสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&amp;quot; พ.ต.อ.วิระชาญกล่าว
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีการกล่าวพาดพิงตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์และร้อยเอ็ดเข้าไปมีผลประโยชน์ร่วมกับศูนย์บำบัดวัดท่าพุฯ ว่าตนได้ตรวจสอบไปยัง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้รับการชี้แจงว่าตำรวจร้อยเอ็ดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับผลประโยชน์การนำผู้ป่วยหรือผู้เสพยาไปบำบัดรักษาที่ศูนย์ดังกล่าว โดยผู้ที่นำผู้ป่วยไปส่งเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือตำรวจ แต่ก็จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องจริงก็จะดำเนินการทางวินัยและอาญา ส่วนทาง ผบก.จว.กาฬสินธุ์ยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวอีกว่า ตามขั้นตอนของผู้เข้ารับการบำบัดมี 2 ทาง คือ ผู้ถูกจับกุมและสมัครใจบำบัด หรือญาติผู้เสพเป็นผู้พาไปสถานบำบัดเอง สำหรับที่ จ.กาญจนบุรี เข้าใจว่าเป็นทั้งสองกรณี ส่วนที่มีการนำผู้ป่วยจาก จ.กาฬสินธุ์และ จ.ร้อยเอ็ดมาถึงศูนย์บำบัดฯ กาญจนบุรีนั้นเป็นสิทธิของผู้ป่วย ทั้งนี้จากการสอบถาม ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ระบุว่าศูนย์ดังกล่าวมีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความตอนหนึ่งว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวศูนย์บำบัดยาเสพติดวัดท่าพุราษฎร์บำรุง อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ ถ้าหากรัฐบาลมีความจริงจังในการแก้ปัญหาผู้ติดยาเสพติดอย่างเป็นระบบ ต้องจัดงบประมาณให้เพียงพอ และขอเสนอให้จัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด โดยใช้ค่ายทหารเป็นสถานที่จัดตั้งศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดอย่างเป็นทางการ เพราะมีความพร้อมกว่าหน่วยงานอื่นๆ ทั้งด้านสถานที่ ซึ่งมีอาณาเขตที่กว้างขวาง ห่างไกลจากชุมชน มีอาคารเรือนพัก ค่ายฝึกพร้อม มีกำลังพลพร้อมเป็นพี่เลี้ยงดูแลความสงบเรียบร้อย มีครูฝึกในการสร้างระเบียบวินัยเหมือนการฝึกทหาร สามารถนำมาใช้กับผู้ติดยาเสพติดให้กลับตัวเป็นคนดีมีวินัย เพราะก่อนที่จะปล่อยตัวคืนสู่สังคม ก็ควรจะฝึกระเบียบวินัยเหมือนกับทหารเกณฑ์ จะทำให้ผู้ติดยาเสพติดเป็นคนมีระเบียบวินัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมออกมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117678</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบฯ, นายจิรพันธ์ เพชรขาว, นายไพศาล เรืองฤทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอปลา, เร่งประเมินหลักฐานคดีศูนย์บำบัดฯ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614abe52d9894.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แจ้งจับศูนย์บำบัด เข้าข่ายค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้บำบัดจากวัดท่าพุ พร้อมด้วยทนายความและหมอปลา เข้าแจ้งความกองปราบปราม (บก.ป.) ให้ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับศูนย์บำบัดข้อหาค้ามนุษย์ เชื่อทำเป็นขบวนการตั้งแต่จัดหาผู้บำบัด การนำพา การเรียกรับเงินผลประโยชน์ หลังแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ด่านมะขามเตี้ย แต่เจ้าหน้าที่กลับนิ่งเฉย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 22 ก.ย.64 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ พร้อมด้วย นายจิรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พาผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตผู้บำบัดจากวัดท่าพุราษฎร์บำรุง ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ประมาณ 10 คน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์บำบัด ในข้อหาค้ามนุษย์ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการเข้าช่วยเหลือผู้ที่เข้ารับบำบัดกว่า 216 คน เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา เพราะได้รับการร้องเรียนจากลุ่มอดีตผู้เข้ารับการบำบัดว่าขั้นตอนการบำบัดไม่ถูกสุขลักษณะ มีการทำร้ายและทรมานโดยให้อดอาหาร เรียกรับเงินการเข้าบำบัด และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายเดือน รวมทั้งหากจะออกจากศูนย์บำบัดดังกล่าวก็ต้องจ่ายเงินอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอปลากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนพร้อมทนายความและสื่อมวลชนหลายสำนักได้ลงพื้นที่และเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ศูนย์บำบัดมีสภาพย่ำแย่เหมือนนรกบนดิน ไม่ใช่ลักษณะของศูนย์บำบัดตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข หลังจากเข้าช่วยเหลือ ตนได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ด่านมะขามเตี้ย แต่เจ้าหน้าที่กลับนิ่งเฉย จนตนรู้สึกไม่ปลอดภัย จึงเข้ามาแจ้งความกับกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้เกิดการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งมองว่าศูนย์บำบัดนี้มีการทำเป็นขบวนการ ทั้งข้าราชการตำรวจ วัด และอาสาสมัครกู้ภัย และเป็นที่น่าผิดสังเกตว่า มีตำรวจจาก จ.กาฬสินธุ์ จ.ร้อยเอ็ด พาผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาเข้ารับการบำบัดที่นี่มากที่สุด บางหมู่บ้านมีเป็นสิบๆ ราย ตนหวังว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จะดูข่าวนี้ และตรวจสอบด้วยว่าหากนิ้วไหนไม่ดีจะตัดทิ้งหรือไม่ หรือจะตัดนิ้วตัวเองทิ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพศาลระบุว่า จากพฤติการณ์ของสถานบำบัดดังกล่าวเข้าข่ายค้ามนุษย์ เนื่องจากมีการทำเป็นขบวนการตั้งแต่จัดหาผู้บำบัด การนำพา การเรียกรับเงินผลประโยชน์ กักขังทรมานทำร้ายทุบตี และที่สำคัญพบว่ามีการเสียชีวิตในสถานบำบัดก่อนหน้านี้ 2-3 ราย และเหตุการณ์นั้นไม่มีการชันสูตรพลิกศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาลกล่าวต่อว่า บางรายไม่ได้เป็นผู้เสพยาเสพติด แต่เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีอื่น เช่น ปัญหาการทะเลาะวิวาท การทำร้ายร่างกายก็ถูกรวบนำมาไว้ที่แห่งนี้ ถูกตำรวจและเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ต่อรองกับผู้ปกครองว่า หากให้บุตรหลานเข้ารับการบำบัดเป็นเวลา 1 ปี จะไม่ต้องมีประวัติการถูกดำเนินคดี แต่จะต้องมีค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหายระบุว่า หลังจากได้รับการช่วยเหลือรู้สึกดีใจมาก โดยตนเข้ารับการบำบัดในศูนย์บำบัดเป็นเวลา 9 เดือน ก่อนเข้าได้รับการเอกซเรย์ปอดเพียงอย่างเดียว ไม่มีการตรวจเลือดหาสารเสพติดแต่อย่างใดตามขั้นตอน ส่วนการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เหมือนติดคุก ได้ทานข้าววันละ 1 มื้อ ต้องตื่นนอนตั้งแต่ 03.45 น. เพื่อทำวัตรสวดมนต์ แต่หากเสียงสวดมนต์ดังไม่พอ ไม่ถูกใจเจ้าหน้าที่ วันนั้นจะถูกลงโทษไม่ให้รับประทานอาหารเช้า ซึ่งส่วนใหญ่ตลอดเวลาที่เข้ารับการบำบัดได้รับประทานอาหารเพียงวันละ 1 มื้อ ทั้งที่พ่อแม่ส่งเงินมาให้ทุกเดือน ทั้งนี้ เวลามีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ ก็จะถูกปกปิด ผู้ที่เข้ารับการบำบัดก็ไม่สามารถจะชี้แจงหรือพูดอะไรได้ เพราะจะถูกทำโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายแต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานต่างๆ จากนั้นจะนำเรื่องส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117574</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจิรพันธ์ เพชรขาว, นายไพศาล เรืองฤทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดีตผู้บำบัดจากวัดท่าพุ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b394387d77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หมอปลา’จัดเต็มร้องกองปราบฯศูนย์บำบัดท่าพุฯค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.64 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ พร้อมนายจิรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พาผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตผู้บำบัดจากวัดท่าพุราษฎร์บำรุง ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ประมาณ 10 คน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์บำบัดฯ ในข้อหาค้ามนุษย์ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการเข้าช่วยเหลือผู้ที่เข้ารับบำบัดกว่า 216 คน เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา เพราะได้รับการร้องเรียนจากลุ่มอดีตผู้เข้ารับการบำบัดว่าขั้นตอนการบำบัดไม่ถูกต้องสุขลักษณะ มีการทำร้ายและทรมานโดยให้อดอาหาร เรียกรับเงินการเข้าบำบัด และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายรายเดือน รวมทั้งหากจะออกจากศูนย์บำบัดดังกล่าวก็ต้องจ่ายเงินอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอปลา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนพร้อมทนายความและสื่อมวลชนหลายสำนัก ได้ลงพื้นที่และเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ศูนย์บำบัดฯ มีสภาพย่ำแย่เหมือนนรกบนดิน ไม่ใช่ลักษณะของศูนย์บำบัดฯ ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข หลังจากเข้าช่วยเหลือได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ด่านมะขามเตี้ย แต่เจ้าหน้าที่กลับนิ่งเฉย จนรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงเข้ามาแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามเพื่อให้เกิดการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา &amp;nbsp;รวมทั้งมองว่าศูนย์บำบัดฯนี้ มีการทำเป็นขบวนการทั้งข้าราชการตำรวจ วัด และอาสาสมัครกู้ภัย และเป็นที่น่าผิดสังเกตว่า มีตำรวจจาก จ.กาฬสินธุ์ จ.ร้อยเอ็ด พาผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาเข้ารับการบำบัดที่นี่มากที่สุด บางหมู่บ้านมีเป็นสิบๆ ราย จึงหวังว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จะดูข่าวนี้ และตรวจสอบด้วยว่าหากนิ้วไหนไม่ดีจะตัดทิ้งหรือไม่ หรือจะตัดนิ้วตัวเองทิ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไพศาลระบุว่า จากพฤติการณ์ ของสถานบำบัดดังกล่าวเข้าข่ายค้ามนุษย์เนื่องจากมีการทำเป็นขบวนการตั้งแต่จัดหาผู้บำบัด การนำพา การเรียกรับเงินผลประโยชน์ กักขังทรมานทำร้ายทุบตี และที่สำคัญพบว่ามีการเสียชีวิตในสถานบำบัดก่อนหน้านี้ 2-3 ราย และเหตุการณ์นั้นไม่มีการชันสูตรพลิกศพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพศาล กล่าวต่อว่า บางรายไม่ได้เป็นผู้เสพยาเสพติดแต่ เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีอื่นเช่น ปัญหาการทะเลาะวิวาท การทำร้ายร่างกายก็ถูกรวบนำมาไว้ที่แห่งนี้ ถูกตำรวจและเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ต่อรองกับผู้ปกครองว่าหากให้บุตรหลานเข้ารับ การบำบัดเป็นเวลา 1 ปีจะไม่ต้องมีประวัติการถูกดำเนินคดี แต่ก็จะต้องมีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหายระบุว่าหลังจากได้รับการช่วยเหลือรู้สึกดีใจมาก โดยเข้ารับ การบำบัดในศูนย์บำบัดเป็นเวลา 9 เดือน ก่อนเข้าได้รับการเอ็กซเรย์ปอดเพียงอย่างเดียวไม่มีการตรวจเลือดหาสารเสพติดแต่อย่างใดตามขั้นตอน ส่วนการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เหมือนติดคุก ได้ทานข้าววันละ 1 มื้อต้องตื่นนอนตั้งแต่ 03.45 น. เพื่อทำวัตรสวดมนต์ แต่หากเสียงสวดมนต์ดังไม่พอ ไม่ถูกใจเจ้าหน้าที่ วันนั้นจะถูกลงโทษไม่ให้รับประทานอาหารเช้า ซึ่งส่วนใหญ่ตลอด เวลาที่เข้ารับการบำบัดได้รับประทานอาหารเพียงวันละ 1 มื้อ ทั้งที่พ่อแม่ส่งเงินมาให้ทุกเดือน ทั้งนี้เวลาที่มีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ ก็จะถูกปกปิด ผู้ที่เข้ารับการบำบัดก็ไม่สามารถจะชี้แจงหรือพูดอะไรได้เพราะจะถูกทำโทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังพนักงานสอบสวนรับแจ้งความเอาไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามคำร้องทุกข์ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117508</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ทนายความ, นายจิรพันธ์ เพชรขาว, นายไพศาล เรืองฤทธิ์, วัดท่าพุราษฎร์บำรุง, หมอปลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614abe52d9894.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ปิดศูนย์บำบัดวัดดัง เร่งสอบข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สธ.สั่งปิดศูนย์บำบัดฯ วัดท่าพุแล้ว เผยขอขึ้นทะเบียนไว้ 50 คน แต่รับผู้ติดยาจริงกว่า 200 ย้ายทั้งหมดไปเขาชนไก่ ส่งทีมสุขภาพจิตเยียวยาเหยื่อเร่งประสานกระทรวงที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอาผิดตาม กม. ผู้ใหญ่บ้านเห็นด้วยให้ยุบ เหตุรับคนติดยาเพิ่มขึ้น ชุมชนกลัวโควิด
จากกรณีนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ และนายจีรพันธ์ แสงขาว หรือหมอปลา ร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดวัดท่าพุราษฎร์บำรุง หมู่ 10 ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของชายรายหนึ่งที่เข้ารับการบำบัดว่า มีการถูกซ้อมทรมาน พร้อมตั้งคำถามว่า ศูนย์ที่ตั้งขึ้นมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดหรือไม่ โดยมีผู้บำบัดอยู่กันอย่างแออัดประมาณ 300 คน แต่มีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง ต่อมา นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีประสานนำรถทหารมารับกลุ่มผู้บำบัดที่อยู่ในนี้ไปอยู่ที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ อ.เมืองกาญจนบุรีเป็นการชั่วคราว
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 21 ก.ย. นายรณภพ เวียงสิมมา ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นางสาวเพ็ญศรี กลั่นบุศย์ นายอำเภอด่านมะขามเตี้ย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้นำท้องถิ่นลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เบื้องต้นพบว่ากลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดที่อยู่ในเรือนนอน และกลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์ รวม 254 คน ในจำนวนนั้นเป็นพระสงฆ์ 33 รูป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการขนย้ายทั้งหมดไปพักรอที่ค่ายทหาร วันนี้มีประเด็นสำคัญที่คณะเจ้าหน้าที่จะพิจารณาร่วมกันเรื่องดำเนินการปิดศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแห่งนี้
นายศิลา นาคหล่อ ผู้ใหญ่บ้านหมู่&amp;nbsp;10 ต.ด่านมะขามเตี้ย กล่าวว่า ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาต่อเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ที่เพิ่งมรณภาพลงเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ก.ย. แต่ในส่วนของศูนย์บำบัดฯ ชาวบ้านไม่เห็นด้วย ระยะหลังมานี้ทางวัดรับผู้ติดยาเสพติดมาบำบัดจำนวนเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านเกรงว่าจะเกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะเรื่องของโควิด-19
วันเดียวกัน นายสิปป์บวร&amp;nbsp;แก้วงาม&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรณีมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์บำบัดฯ&amp;nbsp;วัดท่าพุฯ นั้น อนุชา&amp;nbsp;นาคาศัย&amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และนายณรงค์&amp;nbsp;ทรงอารมณ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ พศ.&amp;nbsp;ได้กำชับให้ตรวจสอบ&amp;nbsp;โดยวัดดังกล่าวได้ทำข้อตกลงร่วมมือเป็นสถานบำบัดยาเสพติดร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)&amp;nbsp;อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;แต่เมื่อเกิดปัญหา&amp;nbsp;ก็ขอให้ทางวัดทำหนังสือขอยกเลิกข้อตกลงการเป็นสถานที่บำบัดยาเสพติด&amp;nbsp;ส่วนผู้เข้ารับการบำบัดที่เหลือกว่า 100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งไปบำบัดต่อที่เขาชนไก่&amp;nbsp;อีกส่วนประสานให้ญาติมารับกลับ&amp;nbsp;ส่วนการลงโทษพระในวัดที่ดูแลนั้นเป็นเรื่องของเจ้าคณะผู้ปกครอง
&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ สธ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด&amp;nbsp;วัดท่าพุราษฎร์บำรุง&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี เข้าข่ายทำผิดกฎหมาย ว่า เบื้องต้นจากการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ได้มีการตรวจสอบพบว่า สถานบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดดังกล่าวรับผู้ติดยาเข้าบำบัด จำนวน 254 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดยาเสพติด ผู้ป่วยจิตเวช แต่มีการขอขึ้นทะเบียนกับสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ไว้เพียง 50 คน เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) กาญจนบุรี ว่า ได้ปิดศูนย์บำบัดฯ แล้ว และย้ายผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดไปที่เขาชนไก่ บางส่วนมีครอบครัวไปรับกลับ ขั้นตอนหลังจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และ สธ. ซึ่งเป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะเข้าตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้ส่งทีมเข้าไปดูแลด้านจิตใจของผู้บำบัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือโอกาสในช่วงที่มีการออกกฎหมายใหม่ เรื่องการกำกับมาตรฐานฟื้นฟูผู้ติดยา ซึ่งจะยกระดับการดูแลที่ไม่ใช่เพียงออกใบอนุญาต รวมถึงการดูแลผู้บำบัดยาเสพติดต้องมีมาตรฐาน เนื่องด้วยปริมาณผู้บำบัดที่มีหลากหลาย ทั้งผู้ป่วยจิตเวชด้วยจึงไม่ง่ายในการดูแล รักษาให้ได้ตามมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่า เดิมเราออกใบอนุญาตไป ตามกฎหมายฉบับเดิม เราไม่มีการกำหนดเรื่องนี้ชัดเจน แต่กฎหมายใหม่จำเป็นต้องมีการกำกับดูแล ประเมินผล ส่วนการบำบัดตามลักษณะที่ไม่หวังผลกำไร จึงไม่อยู่ในองค์ประกอบที่เราพิจารณา ทั้งนี้ แนวทางการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ตามหลักทางการแพทย์ได้กำหนดการรักษาประมาณ 3 เดือน แต่หากมีอาการรุนแรงอาจใช้ระยะเวลารักษานานกว่านั้น ส่วนกรณีสถานบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด จ.กาญจนบุรี หากต้องการกลับมาเปิดใหม่สามารถยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกับทางกรมการแพทย์ได้&amp;rdquo; นพ.มานัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตรวจสอบสถานบำบัดฟื้นฟูฯ ทั่วประเทศหรือไม่ นพ.มานัสกล่าวว่า ต้องดูแลมาตรฐาน เนื่องจากกรณีวัดที่ไม่หวังผลกำไร มีประชาชนส่วนหนึ่งยังต้องการบำบัด โดยต้องเพิ่มการเข้าถึง ต้องกลับมาหารือกันเรื่องนี้ ทั้งนี้ ทางสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี หรือสถาบันธัญญารักษ์ก็ดูแลเรื่องนี้ รวมถึง รพ.ของรัฐ ทั้งในกำกับของสำนักงานปลัด กรมสุขภาพจิต กรมการแพทย์ ก็รับบำบัดดูแลผู้ติดยา ซึ่งอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ในการดูแลประชาชน มีการจัดงบประมาณดูแล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117456</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจีรพันธ์ แสงขาว, นายไพศาล เรืองฤทธิ์, วัดท่าพุแล้ว, สธ.สั่งปิดศูนย์บำบัดฯ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149eb959b6af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
