<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 08:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสเอ็มอีแบงก์ทุ่ม1.5หมื่นล.เติมทุนต่อลมหายใจให้SME</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ส.ค. 2564 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ภายในประเทศที่ยังขยายตัวในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีเป็นจำนวนมาก ทั้งปัญหายอดขายและรายได้ลดลง ดังนั้นเอสเอ็มอีแบงก์จึงออกมาตรการทางการเงินเสริม ด้วยแพคเกจสินเชื่อเติมทุน SMEs มีสุข ยิ้มได้ วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ภายใต้ 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ ได้แก่ 1. SMEs D เติมทุน, 2. SMEs มีสุข และ 3. SMEs ยิ้มได้ ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้มีวงเงินเพิ่มขึ้น นำไปใช้เสริมสภาพคล่อง และลดต้นทุนทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ โดยเปิดกว้างเอสเอ็มอีทุกกลุ่มธุรกิจ คุณสมบัติกู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงขึ้นถึง 15 ล้านบาทต่อราย ได้แก่ สินเชื่อ SMEs D เติมทุน วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี เปิดโอกาสรับรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินเดิม ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ผ่อนนานถึง 10 ปี และสินเชื่อ SMEs มีสุข วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5% ต่อปี สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือปรับเปลี่ยนธุรกิจ รองรับการเติบโตในอนาคต ผ่อนนานถึง 10 ปี และสินเชื่อ SMEs ยิ้มได้ วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.5% ต่อปี ทบทวนวงเงินได้ทุกปี ช่วยเติมทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถบริหารจัดการธุรกิจไม่มีสะดุด โดยเปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง ธนาคารจึงดำเนินนโยบายให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ด้วยการออกแพคเกจสินเชื่อใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีเงินทุนเพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินลดลง สามารถนำไปใช้เสริมสภาพคล่องเพียงพอสูงถึงรายละ 15 ล้านบาท ช่วยบริหารจัดการธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้&amp;rdquo; นางสาวนารถนารี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจใช้บริการแจ้งความประสงค์ได้ผ่านทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ https://www.smebank.co.th/, แอปพลิเคชัน SME D Bank ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android และ LINE Official Account: SME Development Bank เป็นต้น รวมถึง สาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเอสเอ็มอี, นารถนารี รัฐปัตย์, สินเชื่อ, เอสเอ็มอีแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e42b10b17a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘เอสเอ็มอีแบงก์’ชงพักชำระยาว6เดือน!อุ้มลูกค้าจากโรงงานระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ค. 2564 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม จากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ในโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก ซอยกิ่งแก้ว&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ที่ส่งผลกระทบให้สถานประกอบการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ดังกล่าว และใกล้เคียง ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมาตรการช่วยเหลือลูกค้าได้รับผลกระทบทางตรง สำหรับกิจการที่อยู่ในย่านจุดเกิดเหตุ สถานประกอบการได้รับความเสียหายรุนแรง ต้องปิดหยุดดำเนินการเพื่อฟื้นฟูซ่อมแซม สามารถขอพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยได้&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน ควบคู่สามารถขอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เพื่อนำไปเสริมสภาพคล่อง ซ่อมแซม ฟื้นฟูกิจการ และสำรองเป็นค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มาตรการช่วยเหลือลูกค้าได้รับผลกระทบทางอ้อม สำหรับกิจการอยู่ในพื้นที่รอบนอกรัศมีจุดเกิดเหตุ เกิดความไม่สะดวกในการดำเนินกิจการ หรือไม่สะดวกในการขนส่งสินค้า สามารถขอพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน ควบคู่สามารถขอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เพื่อนำไปเสริมสภาพคล่อง ซ่อมแซม ฟื้นฟูกิจการ และสำรองเป็นค่าใช้จ่าย โดยผู้ประกอบการที่ต้องการเข้ารับมาตรการ แจ้งความประสงค์ได้ผ่านสาขาของ ธพว.ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108838</URL_LINK>
                <HASHTAG>นารถนารี รัฐปัตย์, รับผลกระทบโรงงานระเบิด, เอสเอ็มอีแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e42b10b17a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SME D Bank ช่วยผู้ค้าใน ‘ฟู้ดคอร์ท’ ฝ่าโควิด อัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไม่ต้องวางหลักทรัพย์ค้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย. 2564 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ &amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ &amp;nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 หนึ่งในกลุ่มเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบรุนแรง คือ ผู้ประกอบการร้านขายอาหาร และผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ที่ตั้งอยู่ในฟู้ดคอร์ทตามศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้า &amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย มีข้อจำกัดด้านเงินทุนหมุนเวียนระยะยาว &amp;nbsp;ดังนั้น SME D Bank &amp;nbsp;ร่วมกับ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย จัดกิจกรรมอบรมออนไลน์ หัวข้อ &amp;nbsp; &amp;ldquo;พลิกเกมส์สู้คู่โควิด ฝ่าวิกฤตยุค NEW NORMAL&amp;rdquo; ผ่านระบบ Zoom Meeting เตรียมความพร้อม สนับสนุนให้ผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจดังกล่าว เข้าถึงแหล่งทุน ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษของ SME D Bank &amp;nbsp;เพื่อนำไปเสริมสภาพคล่อง &amp;nbsp;ประคับประคองกิจการให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปให้ได้ &amp;nbsp;พร้อมรับฟังแนวคิดการพาธุรกิจผ่านอุปสรรคจากวิทยากร นายวิษณุ วงศ์สุมิตร รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านกาแฟ Inthanin ฝ่าวิกฤตโควิด-19 มาได้สำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อพิเศษที่เตรียมไว้ให้บริการ เช่น สินเชื่อรายเล็ก Extra Cash กู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปีใน 2 ปีแรก &amp;nbsp;ผ่อนนานสูงสุด 5 ปี ปลอดการชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ที่สำคัญ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน อัตราดอกเบี้ย นิติบุคคล 2.875% ต่อปี นาน 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท และบุคคลธรรมดา 4.875% ต่อปี นาน 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ลงทะเบียนโดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านขายอาหาร จัดวันที่ 28 มิถุนายน 2564 &amp;nbsp;เวลา 14.00-15.30 น. &amp;nbsp; ( https://qrgo.page.link/xvjmp ) &amp;nbsp;และกลุ่มร้านค้าปลีกทั่วไป จัดวันที่ 29 มิถุนายน 2564 &amp;nbsp; เวลา 14.00-15.30 น. ( https://qrgo.page.link/2kt31 )&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107492</URL_LINK>
                <HASHTAG>SME D Bank, นารถนารี รัฐปัตย์, ผู้ประกอบการร้านขายอาหาร, ฟู้ดคอร์ท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d42999af7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธพว.&#039;อ่วมโควิดซัดหนี้เสียปูดแตะ20%ของสินเชื่อคงค้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 2563 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของธนาคาร ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2563 มีสินเชื่อคงค้าง 1 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นปี 2563 จะมีหนี้เสียเพิ่มขึ้นประมาณ 3 พันล้านบาท ทำทั้งปีนี้คาดว่าจะมีหนี้เสียทั้งสิ้น 2 หมื่นล้านบาท หรือ 20% ของสินเชื่อคงค้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากโครงการพักชำระหนี้ที่จะสิ้นสุดลงในดือน ต.ค. นี้ โดยคาดว่าจะมีลูกหนี้ส่วนหนึ่งไม่สามารถชำระหนี้ต่อไปได้ เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19ที่ส่งผลกับลูกค้าของธนาคารมาตั้งแต่ต้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในช่วงที่มีโครงการพักหนี้ พบว่า เอ็นพีแอลของธนาคารอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารได้เข้าไปเร่งปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้กลับมาเป็นหนี้ปกติได้ประมาณ 3 พันล้านบาท ส่งผลให้หนี้เสียของธนาคารอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท แต่คาดว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีหนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นมาอีก โดยธนาคารจะพยายามบริหารให้หนี้เสียอยู่ที่ 1.9-2 หมื่นล้านบาท หรือ 20% ของสินเชื่อคงค้าง&amp;quot; นางสาวนารถนารี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวนารถนารี กล่าวอีกว่า โครงการพักชำระหนี้ทำให้รายได้ของธนาคารปี 2563 ลดลง คาดว่ารายได้จากดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท จากปี 2562 อยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท และกำไรปีนี้คาดว่าจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาที่ขาดทุนกว่า 1 พันล้านบาท ขณะที่ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อของธนาคารในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 3 หมื่นล้านบาท หรือ 1.5 หมื่นราย ใกล้เคียงกับปี 2562 ทั้งปีที่ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 3.8 หมื่นล้านบาท หรือ 1.5 หมื่นราย ซึ่งการปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารปี 2563 เป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแทบทั้งหมด เพื่อบรรเทาผลกระทบลูกค้าที่ได้รับจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ผ่านมาธนาคารได้ออกมาตรการพักชำระหนี้ให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งครอบคลุมลูกค้าประมาณ 70% ของลูกหนี้ทั้งหมด โดยส่วนที่เหลืออีก 20% ไม่สามารถเข้าโครงการได้ เนื่องจากมีสถานะเป็นหนี้เสีย และอีก 10% มีสินเชื่อเกินเกณฑ์เข้าพักชำระหนี้ส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งไม่ต้องการเข้าโครงการพักชำระหนี้ เพราะยังมีกำลังที่จะผ่อนชำระหนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ธนาคารยังได้เร่งช่วยเหลือลูกค้าให้เข้าถึงมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ทั้งในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% แต่ต้องผ่อนชำระภายใน 2 ปี และของธนาคารเองก็มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหลายมาตรการอัตราดอกเบี้ย 2-5% ซึ่งผ่อนชำหนี้ได้ยาวกว่าของ ธปท. และล่าสุดธนาคารได้ออกโครงการวันใหม่-ไปต่อ โดยร่วมกับบริษัท บริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด (IAM) และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อ่อนแอเพราะสถานการณ์โควิด-19 โดยพาเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูของสองหน่วยงานดังกล่าว ซึ่งจะได้รับการผ่อนปรนหลักเกณฑ์และข้อกำหนดทางกฎหมาย ลดภาระการชำระหนี้ พลิกฟื้นธุรกิจได้อีกครั้ง รวมถึงรักษาสถานะทางการเงินของธนาคาร ช่วยให้มีสภาพคล่องรองรับการขับเคลื่อนนโยบายทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธนาคารยังช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง รองรับหลังครบมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. เป็นต้นไป โดยให้สิทธิ์ลูกค้าที่มีสถานะชำระปกติ ณ วันที่ 31 ก.ค. 2563 สามารถขยายระยะเวลาพักชำระเงินต้นเพิ่มเติม คงเหลือชำระเฉพาะดอกเบี้ยได้อีก 6 เดือน สำหรับภาระหนี้ที่พักชำระไว้ ธนาคารจะนำยอดดังกล่าว ไปรวมให้ชำระในช่วงท้ายของสัญญา และในช่วงที่ผ่อนปรนนี้ ไม่ถือว่าเสียประวัติข้อมูลเครดิต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธพว., นารถนารี รัฐปัตย์, เอสเอ็มอีแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3790e6353c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 12:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอสเอ็มอี&#039;เฮ&#039;ธพว.&#039;พักชำระหนี้เงินต้นอัตโนมัติทุกราย 3 เดือนและลดดอกเบี้ย 1% กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 เมษายน 2563 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในวงกว้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธพว.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ &amp;nbsp; มีความห่วงใย และตระหนักดีถึงความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม &amp;nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย &amp;nbsp; ดังนั้น ธพว. ได้ดำเนินมาตรการพักชำระเงินหนี้เงินต้นให้แก่ &amp;ldquo;ลูกค้าเงินกู้ทุกราย&amp;rdquo; ที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 &amp;nbsp;เป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป &amp;nbsp; คงเหลือชำระเฉพาะดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนเท่านั้น &amp;nbsp;ซึ่งลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติทันที ไม่ต้องแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการ หรือลงทะเบียนใดๆ ทั้งสิ้น &amp;nbsp; และหากลูกค้าท่านใด ต้องการชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่เคยได้รับ &amp;nbsp;สามารถชำระได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลูกค้าสบายใจไว้ว่า ภาระการชำระหนี้เงินต้นที่พักชำระไว้ &amp;nbsp;ธนาคารจะนำยอดดังกล่าว ไปชำระรวมกับงวดสุดท้าย &amp;nbsp;รวมถึง &amp;nbsp;ความช่วยเหลือดังกล่าว ไม่ถือเป็นการปรับโครงสร้างหนี้และไม่ถือเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาเงื่อนไขการชำระหนี้แต่อย่างใด และไม่มีผลต่อข้อมูลเครดิตด้วยเช่นกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการลดผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 จาก ธพว.ไปแล้ว ที่มีเงื่อนไขพักชำระเงินต้นเกินกว่า 3 เดือน จะยังคงได้รับสิทธิ์ในการชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่ได้อนุมัติไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ธพว. ยังช่วย &amp;ldquo;ลด&amp;rdquo; อัตราดอกเบี้ยลง 1% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ประกอบด้วยธุรกิจโรงแรม ธุรกิจห้องพัก ธุรกิจสปา ธุรกิจร้านอาหาร/ภัตตาคาร ธุรกิจนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และบริการขนส่งนักท่องเที่ยว &amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบทางตรงใน 22 จังหวัดหลักตามข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี ชลบุรี ภูเก็ต เชียงใหม่ ระยอง นครราชสีมา กาญจนบุรี เพชรบุรี กระบี่ พระนครศรีอยุธยา สงขลา สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ ขอนแก่น พังงา และสระบุรี โดยสามารถเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม &amp;nbsp; และเป็นกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ในช่วงคิดอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ (Soft Loan)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ธพว. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการช่วยเหลือลูกค้าในครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงิน และลดต้นทุนธุรกิจให้แก่ลูกค้าธนาคาร &amp;nbsp;ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ธพว.ขอเป็นกำลังใจ และพร้อมจะเดินเคียงข้างผู้ประกอบการ ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน เพื่อลูกค้า ธพว. สามารถดำเนินธุรกิจอยู่รอดและไปต่อได้&amp;quot; นางสาวนารถนารี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61805</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธพว., นารถนารี รัฐปัตย์, พักชำระหนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e8575fa16e7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
