<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บริการรถเรือฟรี  รับ-ส่ง5หมื่นคน ร่วมพระราชพิธี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดอลังการ! ซ้อมใหญ่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เทียบท่าราชวรดิฐ ปชช.เฝ้าชมความวิจิตรงดงามสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จัดมหรสพสมโภชยิ่งใหญ่เฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทั่วประเทศ &amp;nbsp;22-28 พ.ค. กอร.พระราชพิธีฯ บริการรถ-เรือฟรี รับส่ง 5.5 หมื่นคน ขึ้นรถไฟชั้น 3 ฟรี 4-6 พ.ค. เปิดถ่ายรูปซุ้มตราสัญลักษณ์ วปร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 เมษายน กองทัพเรือจัดซ้อมใหญ่การเชิญเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จากอู่หมายเลข 1 อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ไปเทียบท่าราชวรดิฐ ซึ่งจะมีการเทียบเรือจริงระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.2562 ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อเป็นการถวายพระราชอิสริยยศเครื่องราชูปโภคตามโบราณราชประเพณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเวลา 09.00 น. มีพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งมี พล.ร.ต.มาศพันธุ์ ถาวรามร เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ ผู้อำนวยการซ้อมใหญ่ คอยกำกับดูแล พร้อมด้วยนาวาเอกเกษม เอี่ยมสุพันธ์ นายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ นำกำลังพลประจำเรือไหว้แม่ย่านางเรือ จากนั้นกำลังพลฝีพายในเครื่องแต่งกายของเจ้าพนักงานประจำกระบวนเรือตามแบบโบราณ จำนวน 64 คน ประกอบด้วย ฝีพาย 50 คน, &amp;nbsp; นายท้าย 2 คน, นายเรือ 2 คน, คนถือธงสามชาย 1 คน, พลสัญญาณ 1 คน, คนเห่เรือ 1 คน และคนถือฉัตร 7 คน ขึ้นประจำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และทำการถวายสักการะแม่ย่านางเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.00 น. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เคลื่อนออกจากอู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ ไปซ้อมเทียบที่ท่าราชวรดิฐ เป็นระยะทาง 100 เมตร ซึ่งมีการซักซ้อมทั้งการเทียบเรือแบบทวนน้ำและตามน้ำ ไปจนถึงการนั่งประจำเรือ เพราะในพิธีจริงกำลังพลจะต้องนั่งอยู่บนเรือเป็นเวลานาน สำหรับการซ้อมใหญ่ในครั้งนี้ กองทัพเรือจัดฝึกซ้อมจำนวน 3 รอบ ตั้งแต่เวลา 10.00-13.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ลักษณะตัวเรือโขนเรือเป็นรูปหงส์ ไม้ลงรักปิดทองประดับกระจกศิลปะรัตนโกสินทร์ ท้องเรือภายนอกทาสีดำ ภายในทาสีแดง มีความยาว 44.90 เมตร ความกว้าง 3.14 เมตร ลึก 0.90 เมตร กินน้ำลึก 0.41 เมตร หนัก 15.6 ตัน โดยเรือพระที่นั่งที่อัญเชิญซ้อมใหญ่ได้ประกอบเครื่องสูงสง่างาม ประกอบด้วยฉัตร 7 ชั้น ฉัตร 5 ชั้น ธงสามชาย รวมถึงพู่ห้อยอุบะและมาลัยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งเป็นพวงมาลัยสีขาวเหลืองทองคล้องลำคอเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และพระราชพิธีในครั้งนี้ได้เชิญบุษบกมาติดตั้งแทนบัลลังก์กัญญา ซึ่งเป็นองค์เดิมที่เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธีโดยบุษบกเป็นเครื่องใช้ประกอบกับของสูงและของสำคัญมีคุณค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ท่าราชนาวีสโมสร และท่าราชวรดิฐ กองทัพเรือได้เปิดจุดคัดกรองเพื่อให้ประชาชนชมการฝึกซ้อมและความงดงามของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยกำหนดให้เข้าชมรอบละ 250 คน ประชาชนจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนก่อนเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจำนวนมากให้ความสนใจเดินทางมาชมความงดงามของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์อย่างคึกคัก ส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อสีเหลืองมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้า รวมถึงนำกล้องถ่ายภาพและสมาร์ทโฟนมาบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เก็บภาพความสง่างามของการซักซ้อมเทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เก็บไว้เป็นความทรงจำด้วยความตื่นตาตื่นใจ หลายคนเอ่ยปากว่าเป็นบุญตาที่ได้ชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลูกคิด ปรางศร อายุ 53 ปี เดินทางมาจาก จ.นนทบุรี ร่วมชมความสวยงามในการซ้อมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กล่าวว่า ตั้งใจมาชมการซ้อมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เพราะยังตราตรึงใจกับขบวนพยุหยาตราชลมารคสมัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งนั้นมีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงไปชมการแสดงเห่เรือพระราชพิธีจำลองโดยกองทัพเรือ ในงานอุ่นไอรักคลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ วันนี้เป็นอีกครั้งที่ประทับใจมาก แม้จะเป็นเพียงการซ้อม แต่มีประชาชนมารอชมจำนวนมาก ฝีพายพร้อมเพรียงมาก และจะเฝ้ารอชมเรือสุพรรณหงส์เทียบท่าในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกวันที่ 4-6 พ.ค.นี้ รวมถึงมาเฝ้าฯ รับเสด็จริ้วขบวนเลียบพระนครที่วัดราชบพิธฯ ด้วย อยากให้ถึงงานถวายผ้าพระกฐินเดือน ต.ค.นี้ จะได้ชมขบวนพยุหยาตรายิ่งใหญ่ มีเรือพระราชพิธีกว่า 50 ลำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4 พ.ค. เวลา 11.00 น. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จะเทียบที่ท่าราชวรดิฐ เมื่อพนักงานรับเชือกจะนำเชือกไปผูกกับโป๊ะเรือก่อนที่กำลังพลฝีพายประจำเรือจะถวายบังคม 3 ครั้ง เอ่ยพระนามเต็ม และจะนั่งเช่นนั้นจนกว่าจะเสร็จพิธีการตามพระราชกิจในพระบรมมหาราชวัง ขณะที่วันที่ 5 และ 6 พ.ค. กำลังพลฝีพายจะขึ้นบนเรือสุพรรณหงส์เวลา 17.00 น. และกำลังพลจะเชิญเรือกลับเข้ากรมอู่ทหารเรือเวลา 21.00 น. และจะถอดบุษบกในวันที่ 7 พ.ค. พร้อมนำเรือขึ้นคานเก็บ
จัดมหรสพสมโภช 7 คืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการจัดมหรสพสมโภชเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2/2562 ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบกำหนดจัดการแสดงมหรสพสมโภชขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สมพระเกียรติ ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. ทั่วประเทศ รวม 7 วัน ตั้งแต่เวลา 18.30-21.30 น. โดยมีพิธีเปิดพร้อมกันในวันที่ 22 พ.ค. เวลา 18.00 น. ซึ่งในส่วนกลาง จัดเวทีที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ ขณะที่ในต่างจังหวัด มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประชุมเพื่อกำหนดระยะเวลาการจัดงานการจัดชุดการแสดงที่สมพระเกียรติ และให้มีการจัดการแสดงพื้นบ้านเพื่อส่งเสริมศิลปินพื้นบ้านด้วย และหลังจากนี้ วธ.จะรายงานต่อคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร รองปลัด วธ. กล่าวว่า การจัดมหรสพสมโภชในส่วนกลาง ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สามารถรองรับประชาชนได้ 5,000-10,000 คน โดยพิธีเปิดวันที่ 22 พ.ค. เวลา 18.00 น. มีขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะจาก 4 ภูมิภาค ซึ่งเป็นการแสดงที่ยิ่งใหญ่ แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่แผ่ไพศาล และพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วประเทศ มาร่วมถวายสักการะและร่วมเฉลิมฉลองอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงรำถวายพระพร มหกรรมกลองมิ่งมงคล การแสดงพื้นบ้าน 4 ภาคเฉลิมพระเกียรติ, วันที่ 23 พ.ค. มีการแสดงวงโยธวาทิต โรงเรียนวัดสุทธิวราราม กระตั้วแทงเสือ โขนสด และมหาดุริยางค์สากลรวมใจภักดิ์, วันที่ 24 พ.ค. วงโยธวาทิต วิทยาลัยนาฏศิลป์ นครราชสีมา ละครใน &amp;ldquo;อิเหนา&amp;rdquo; และมหาดุริยางค์ไทยแห่งรัตนโกสินทร์, วันที่ 25 พ.ค. วงโยธวาทิต วิทยาลัยนาฏศิลป์ นครราชสีมานาฏศิลป์ และดนตรีกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ รำมอญปทุมธานี รำมอญสังขละ กาญจนบุรี ลาวโซ่ง เพชรบุรี กะเหรี่ยงโปราชบุรี และมหกรรมลูกทุ่งไทยเทิดไท้องค์ราชา มหาวชิราลงกรณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันที่ 26 พ.ค. มาร์ชชิ่งแบนด์โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย หุ่นละครเล็ก และละครเพลงในสวนฝัน &amp;ldquo;ผสานใจภักดิ์ ถวายองค์ราชัน&amp;rdquo; นำแสดงโดยนักแสดงที่มีชื่อเสียง เช่น เบลล่า-ราณี แคมเปน, โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และมีเบิร์ด-ธงชัย แมคอินไตย์ มาร่วมร้องเพลงประกอบละคร, วันที่ 27 พ.ค. มาร์ชชิ่งแบนด์โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย การแสดงโขนจากโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร มูลนิธิคึกฤทธิ์ และมหกรรมการแสดงนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ประเทศสมาชิกอาเซียน และจีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี และวันที่ 28 พ.ค. วงโยธวาทิต โรงเรียนวัดราชบพิธ มหกรรมเพลงพื้นบ้าน ได้แก่ ลำตัด เพลงฉ่อย อีแซว เพลงทรงเครื่องรำโคม การละเล่นของหลวงและการแสดงโขน &amp;nbsp;โดยมีนักแสดงโขนกว่า 600 ชีวิต มารวมอยู่ในชุดการแสดงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพื่อเพิ่มบรรยากาศงานมหรสพสมโภช ช่วงเวลา 21.30-23.00 น. ของทุกวันมีการแสดงแสง สี เสียง &amp;ldquo;แสงแห่งพระมหากรุณาธิคุณ&amp;rdquo; พร้อมม่านน้ำฉายภาพเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ มีฉากหลังเป็นพระบรมมหาราชวัง จัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่และสมพระเกียรติ &amp;nbsp;นอกจากนี้ ช่วงเวลา 17.45-18.45 น. ทุกวัน มีการแสดงโรงหุ่นกระบอก ณ บริเวณสนามหลวงฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา และศาลามุขภิรมย์ (จำลอง) บริเวณสนามหลวงฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการแสดงหุ่นสายเสมา หุ่นคลองบางหลวง เพราะในงานมหรสพสมโภชพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งก่อนมีการแสดงหุ่นด้วย&amp;quot; นางยุพาระบุ
รถไฟชั้นสามฟรี 4-6 พ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม นายวิทยา ยาม่วง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (กอร.พระราชพิธีฯ) ว่า ที่ประชุมกำชับให้หน่วยงานราชการต่างๆ เน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ามาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 4-6 พ.ค.นี้ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมให้ประชาชนที่มากับกระทรวงมหาดไทย โดยอนุมัติรถไฟชั้นสามฟรี ในช่วงวันที่ 4-6 พ.ค. รวมทั้งสนับสนุนการรับ-ส่งประชาชนทั่วประเทศ 55,000 คน ซึ่งคาดว่าจะเดินทางมาทางรถไฟ จำนวน 10,700 คน ส่วนที่เหลือจัดเดินรถบัสกว่า 800 คัน อำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางมาในวันที่ 5 พ.ค. ทั้งนี้ ประชาชนที่จะเดินทางส่วนตัวโดยรถไฟ สามารถติดต่อขอใช้บริการรถไฟชั้นสามฟรีได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทยากล่าวว่า ได้มีการบริหารการจราจร ได้จัดจุดจอดรถหลักรอบกรุงเทพฯ โดยผู้ที่มาจากภาคเหนือ สามารถจอดที่เมืองทองธานี สนามธูปะเตมีย์ ส่วนที่มาจากภาคใต้และภาคตะวันตก จอดรถที่พุทธมณฑล เป็นต้น ซึ่งองค์การขนส่งมวลชน (ขสมก.) ได้จัดบริการเพื่อขนคนเข้ามาบริเวณชั้นใน ขณะที่การเดินทางทางน้ำ จะมีบริการเรือจากทิศเหนือ โดยเรือด่วนเจ้าพระยา สนับสนุนการบริการฟรี ในรอบแรกเวลา 10.00 น. และรอบที่ 2 ในเวลา 11.00 น. ส่วนเรือข้ามฟาก ให้บริการจากใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี ข้ามมายังฝั่งพระนคร สำหรับเรือข้ามฟากของเอกชนยังให้บริการตามปกติ ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ได้จัดพื้นที่รองรับประชาชนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวันที่ 1 พ.ค. จะเป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนร่วมถ่ายรูปกับซุ้มตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ (วปร.) ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร สูง 5.7 เมตร โดย กอร.พระราชพิธีฯ ได้จัดเตรียมเต็นท์อำนวยความสะดวกประชาชน พร้อมน้ำดื่มสะอาด รถสุขา ที่บริเวณสนามหลวง ทั้งนี้ เชิญชวนประชาชนเข้าร่วม ตั้งแต่เวลา 09.00-24.00 น. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุม คสช.ว่า ที่ประชุม คสช.ได้มีการหารือถึงสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทุกอย่างได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทุกภาคส่วน ทั้งราชการ เอกชน จิตอาสา ร่วมมือกันด้วยความปลื้มปีติ ในส่วนของประชาชนต่างจังหวัดที่ต้องการจะถวายพระพรในพื้นที่ จะมีการจัดสถานที่ รวมถึงการทำบุญไว้ให้กับประชาชน โดยแต่ละจังหวัดจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง ส่วนประชาชนต่างจังหวัดที่ต้องการเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีใน กทม. กระทรวงมหาดไทยจะรับผิดชอบ เช่น การจัดรถอำนวยความสะดวก และอาหาร เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัฐบาลได้สนองพระบรมราโชบาย เช่น การทำถนนเพื่อความสวยงามในทุกพื้นที่ รวมถึงคูคลอง สวนสาธารณะต่างๆ ซึ่งจิตอาสาและประชาชนได้ร่วมกันทำในพื้นที่ต่างๆ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34837</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาวาเอกเกษม เอี่ยมสุพันธ์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, ลูกคิด ปรางศร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc8608c4a7ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
