<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับสั่งดูแลปชช.เสมือนแขกพระองค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดซ้อมเสมือนจริงขบวนราบใหญ่เสด็จฯ ไปทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก &amp;nbsp;กำลังพล 343 นายเดินริ้วงดงาม &amp;quot;ปลัดสำนักนายกฯ&amp;quot; เผยในหลวง ร.10 ทรงห่วงใย ปชช.ร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีพระราโชบายให้ดูแลอย่างดีเสมือนเป็นแขกของพระองค์ &amp;quot;จนท.แผนกเรือราชพิธี&amp;quot; ประกอบเครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เสร็จสมบูรณ์แล้ว &amp;quot;วธ.&amp;quot; พร้อมบันทึกจดหมายเหตุงานพระราชพิธีฯ ส่ง 83 ช่างภาพเก็บเหตุการณ์สำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 เม.ย. เวลา 16.23 น. คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราสถลมารค ภายใต้คณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้จัดการฝึกซ้อมใหญ่เสมือนจริงริ้วขบวนราบใหญ่ อันเป็นริ้วขบวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ ไปทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภกที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดรและถวายบังคมพระบรมอัฐิ-พระอัฐิที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันที่ 4 &amp;nbsp;พ.ค. เวลา 16.00 น. โดยพระราชยานพุดตานทอง ใช้เส้นทางเสด็จฯ จากเกยหน้าพระทวารเทเวศรักษาพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ไปยังเกยประตูเกยวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และจากเกยประตูเกยวัดพระศรีรัตนศาสดารามไปยังเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ระยะทางประมาณ 245 เมตร ซึ่งเป็นรูปขบวนที่ย่อจากขบวนพยุหยาตราสถลมารคและให้สัญญาณการเดินด้วยจังหวะกลอง โดยมีกำลังพลทั้งสิ้น 343 นาย จาก 9 ส่วนราชการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแบบริ้วขบวนประกอบด้วย ส่วนนำริ้วขบวน ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เป็นผู้นำริ้ว, ตำแหน่งประตูหน้าซ้ายขวาเป็นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง, ธงสามชาย 1 คู่, สารวัตรกลองมโหระทึกเป็นทหารจากกรมพลาธิการทหารบก, สารวัตรกลองและกลองชนะเงินกลองชนะทองขนาบซ้ายขวาด้านละ 20 นาย จ่าปี่แตรฝรั่งแตรงอนสังข์ฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหน้าข้างซ้ายและขวาประกอบด้วยฉัตรหักทองขวา 5 ชั้น บังแทรกฉัตรหักทองขวาง 7 ชั้น ตอนกลางเป็นกำกับพระแสงหว่างเครื่องหน้า เชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้า 6 นาย ปิดท้ายส่วนนำด้วยพระเกาวพ่าห์ ด้านขวาเป็นพระเสมาธิปัต ด้านซ้ายเป็นพระฉัตรชัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระราชยานประกอบด้วย ผู้บอกสัญญาณ พราหมณ์เป่าสังข์ 1 คู่และกรับสัญญาณ, ตำรวจหลวงนำเสด็จ 8 นาย นายเชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธและนายเชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ กำกับพระที่นั่งทรงผู้ควบคุมคนแบกหามพระที่นั่งทรงพระแสงรายตีนตอง พระที่นั่งพุดตานทองที่ประทับพระมหากษัตริย์มี &amp;nbsp;16 คนแบกหาม พระกลดบังพระสูรย์พัดโบกพระทวยพระแสงรายตีนตอง อินทร์เชิญพุ่มเงินพรหมเชิญพุ่มทอง แถวแซงเสด็จขนาบซ้ายขวารวม 24 นายหลังที่ประทับถือม้ารองพระที่นั่งฉัตรเครื่องสูงหักทองขวางหลังมหาดเล็กเชิญเครื่องตามประตูหลัง อันเป็นรูปขบวนที่ย่อจากขบวนพยุหยาตราสถลมารค ให้สัญญาณการเดินด้วยจังหวะกลอง โดยการซ้อมริ้วขบวนเป็นไปอย่างพร้อมเพรียงและงดงามสมพระเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า ในวันจันทร์ที่ 6 พ.ค. เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกสีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศและทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพัชราภรณ์กล่าวว่า ในเวลา 15.00 น. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มารอเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลมาพร้อมกันบริเวณถนนสนามไชย ซักซ้อมขั้นตอนและพิธีการต่างๆ เพื่อให้การถวายพระพรชัยมงคลครั้งนี้เป็นไปด้วยความงดงาม ประทับใจ และร่วมสร้างประวัติศาสตร์ของชาติไทยในครั้งนี้ หลังจากจบการถวายพระพรชัยมงคลแล้ว ในเวลาประมาณ 17.00 น. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมส่งเสด็จให้เนืองแน่นตลอดสองข้างทางที่เสด็จฯ ผ่าน เริ่มตั้งแต่ถนนหน้าพระลาน ถนนราชดำเนินใน ทั้งฝั่งพระบรมมหาราชวัง ฝั่งสนามหลวง และฝั่งศาลฎีกา
ปชช.เสมือนแขกพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยประชาชน มีพระราโชบายให้ดูแลประชาชนอย่างดีเสมือนเป็นแขกของพระองค์ท่าน ทรงให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 จัดตั้งโรงครัวพระราชทานเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.จนถึงวันที่ 6 พ.ค.62 ณ ท้องสนามหลวงและจุดต่างๆ โดยรอบ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายให้จัดอาหารพระราชทาน จำนวน 80,000 ชุด แจกจ่ายประชาชนในบริเวณสวนสราญรมย์ในวันที่ 6 พ.ค.62&amp;quot; นางพัชราภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ยังได้จัดทำเข็มกลัดที่ระลึกตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พิมพ์ข้อความ &amp;quot;เสด็จออกสีหบัญชร 6 พฤษภาคม 2562&amp;quot; จำนวน 100,000 &amp;nbsp;เข็ม การประปานครหลวงจัดทำกระบอกน้ำพลาสติกชนิดพกพาประดับตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำนวน 300,000 ใบ เพื่อมอบแก่ประชาชนที่มาร่วมเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ จุดคัดกรองที่ตั้งไว้ 6 จุดในบริเวณต่างๆ คือ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า แม่พระธรณีบีบมวยผม ท่าช้าง สะพานช้างโรงสี สะพานมอญ และสะพานเจริญรัช ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดเตรียมกล้าไม้มงคลและไม้มีค่าของแผ่นดินนานาพันธุ์ รวมทั้งต้นรวงผึ้งมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชน เพื่อร่วมกันทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ประเทศไทยตามแนวพระราชดำริ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเชิญชวนประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญและร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ของแผ่นดินไทยโดยพร้อมเพรียงกัน&amp;quot; ปลัดสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริเวณกรมอู่ทหารเรือ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังและเจ้าหน้าที่แผนกเรือพระราชพิธี ดำเนินการประกอบเครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งจะนำไปเทียบท่าราชวรดิฐในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.62 เพื่อเป็นการถวายพระราชอิสริยยศเครื่องราชูปโภคตามโบราณราชประเพณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเครื่องสูงที่นำมาประกอบที่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ได้แก่ ฉัตร 7 ชั้น จำนวน 2 คัน ติดตั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังบุษบกฉัตร 5 ชั้น ติดตั้งลดหลั่นกันมาที่บริเวณด้านหน้าจำนวน 3 คัน &amp;nbsp;และด้านหลังจำนวน 2 คัน และธงสามชาย 1 ผืนติดตั้งที่บริเวณท้ายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ประกอบพระวิสูตรภายในบุษบกทั้ง 4 มุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่แผนกเรือพระราชพิธีดำเนินการติดตั้งอุบะและมาลัยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ซึ่งเป็นพวงมาลัยสีขาวเหลืองทองคล้องลำคอเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ให้มีความสง่างาม โดยกองทัพเรือมอบหมายให้ครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆังเป็นผู้ดำเนินการจัดทำ ประกอบด้วยส่วนที่ 1 ใช้ตาข่ายคลุมแกนพวงมาลัยดอกรักเทียมทำลายสี่ก้านสี่ดอก ส่วนแกนในใช้ผ้าตาดสีเหลืองทอง ส่วนที่ 2 พวงกลางเป็นเครื่องแขวนไทยรูปโครงดาวที่มุมทั้งหกมุม มีพวงดอกไม้รูปทรงกลมพวงเล็กหกพวงและทัดหูเป็นดอกสีแดงและสีเหลืองความสูง 28 นิ้ว รวมถึงติดตั้งพู่ห้อยที่หัวเรือสุพรรณหงส์ทำด้วยขนจามรีสีขาวปลายพู่เป็นแก้วผลึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาโทณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ รองผู้อำนวยการกองเรือเล็ก ในฐานะครูฝึกขบวนพยุหยาตราชลมารค &amp;nbsp;กล่าวว่า วันนี้เป็นการเตรียมอุปกรณ์สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ในการซ้อมใหญ่วันที่ 30 เม.ย. โดยมีการประกอบเครื่องสูงเข้ากับเรือพระที่นั่งได้แก่พวงมาลัยอุบะตลอดจนติดตั้งพู่ห้อยที่หัวเรือ ซึ่งเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มีแม่ย่านางเรือ สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องประดับให้สวยงามคล้ายเครื่องประดับของสตรี สำหรับพู่ทำด้วยขนจามรีจากประเทศเนปาล ถือว่าเครื่องประกอบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ทำ จ.ม.เหตุงานพระราชพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 3/2562 ได้รับรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะทำงานฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุฯ จำนวน 13 รายการ แบ่งเป็นจดหมายเหตุฉบับหลักจำนวน 1 รายการ ได้แก่ &amp;nbsp;จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 (ฉบับหลัก) จดหมายเหตุฉบับรอง 3 รายการ ได้แก่ &amp;nbsp;1.สมุดภาพพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562, 2.จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 &amp;nbsp;ฉบับสื่อมวลชน 3.จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ฉบับวีดิทัศน์ ล่าสุด การจัดทำหนังสือจดหมายเหตุฉบับหลัก ได้ทำการบันทึกเหตุการณ์ตามลำดับพระราชพิธี อาทิ จัดทำน้ำอภิเษก &amp;nbsp;การจารึกพระสุพรรณบัฎ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวว่า ในส่วนหนังสือที่ระลึกเดิมมี 7 รายการ ได้แก่ 1.พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 2.ชุมชนต่างชาติ ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ฉบับภาษาไทย 3.ชุมชนดั้งเดิม &amp;nbsp;ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์ 4.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (รอเฉลิมพระปรมาภิไธย) 5.ประมวลบทความเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 6.พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในเอกสารต่างประเทศ 7.ประมวลเอกสารพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่ประชุมเห็นชอบเพิ่มอีก 2 รายการ &amp;nbsp;ได้แก่ หนังสือที่ระลึกขบวนพยุหยาตราสถลมารค และหนังสือที่ระลึกขบวนพยุหยาตราชลมารค รวมมีหนังสือที่ระลึกทั้งสิ้น 9 รายการ อีกทั้งมีมติแต่งตั้งคณะทำงานฝ่ายต่างๆ จำนวน 11 คณะ เพื่อให้การจัดทำเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นอกจากนี้ที่ประชุมได้เสนอขอจัดสรรงบประมาณไปยังคณะกรรมการฝ่ายพิธีการ เพื่อจัดทำหนังสือที่ระลึกที่เพิ่มทั้ง 2 รายการด้วย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์สำคัญสืบทอดโบราณราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณ โดยทุกรายการจะจัดทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เพื่อเผยแพร่แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเตรียมความพร้อมการบันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค. ขณะนี้กรมศิลปากร โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้จัดเจ้าหน้าที่และได้รับความร่วมมือจากศิลปินแห่งชาติ ช่างภาพจิตอาสา ช่างภาพสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย จำนวน &amp;nbsp;83 คน เตรียมเข้าบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว 3 โซน ได้แก่ 1.สำนักพระราชวัง 2.พื้นที่ควบคุมพิเศษ เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์ วัดต่างๆ และอัฒจันทร์ตามจุดต่างๆ ที่กำหนดไว้ โดยขณะนี้จัดวางจุดที่ช่างภาพทั้งหมดจะปฏิบัติงานเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; นายวีระกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วธ.กล่าวว่า เนื่องจากพระราชพิธีนี้มีความสำคัญ มีผู้สนใจจะเข้าร่วมชมงานและบันทึกภาพจำนวนมาก ดังนั้น วธ.จึงจัดกิจกรรมเชิญชวนประชาชนร่วมส่งภาพถ่ายเนื่องในโอกาสมหามงคลงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ส.ค.62 ภาพที่ได้รับการคัดเลือกจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำหนังสือสมุดภาพพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกจังหวัดทั่วประเทศต่างจัดพิธีปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้มงคลประจำรัชกาลที่ 10 ตามโครงการ &amp;quot;1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ&amp;quot; หนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชทานพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 อย่างพร้อมเพรียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดได้นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชน จิตอาสา และทุกภาคส่วนพร้อมใจกันปลูก &amp;quot;ต้นรวงผึ้ง&amp;quot; ต้นไม้มงคลพระราชทาน ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมกันนี้ทุกจังหวัดได้จัดทำป้ายชื่อต้นไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดบริเวณสถานที่ปลูก เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต้นไม้มงคล อันเป็นต้นไม้ประจำรัชกาล ด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34743</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, นาวาโทณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พัชราภรณ์ อินทรียงค์, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc70b0fa47f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจิตรงดงามประกอบเครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.62- ที่อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังและเจ้าหน้าที่แผนกเรือราชพิธีดำเนินการประกอบเครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ซึ่งจะนำไปเทียบท่าราชวรดิฐในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช2562 ระหว่างวันที่4 - 6 พ.ค. 2562 เพื่อเป็นการถวายพระราชอิสริยยศเครื่องราชูปโภคตามโบราณราชประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเครื่องสูงที่นำมาประกอบที่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ได้แก่ฉัตร7 ชั้นจำนวน2 คันติดตั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังบุษบกฉัตร5 ชั้นติดตั้งลดหลั่นกันมาที่บริเวณด้านหน้าจำนวน3 คันและด้านหลังจำนวน2 คัน &amp;nbsp;และธงสามชาย1 ผืนติดตั้งที่บริเวณท้ายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ประกอบพระวิสูตรภายในบุษบกทั้ง4 มุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่แผนกเรือพระราชพิธีดำเนินการติดตั้งอุบะและมาลัยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ซึ่งเป็นพวงมาลัยสีขาวเหลืองทองคล้องลำคอเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ให้มีความสง่างามโดยกองทัพเรือมอบหมายให้ครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆังเป็นผู้ดำเนินการจัดทำประกอบด้วยส่วนที่1 ใช้ตาข่ายคลุมแกนพวงมาลัยดอกรักเทียมทำลายสี่ก้านสี่ดอกส่วนแกนในใช้ผ้าตาดสีเหลืองทองขณะที่ส่วนที่2 พวงกลางเป็นเครื่องแขวนไทยรูปโครงดาวที่มุมทั้งหกมุมมีพวงดอกไม้รูปทรงกลมพวงเล็กหกพวงและทัดหูเป็นดอกสีแดงและสีเหลืองความสูง28 นิ้วรวมถึงติดตั้งพู่ห้อยที่หัวเรือสุพรรณหงส์ทำด้วยขนจามรีสีขาวปลายพู่เป็นแก้วผลึกในเวลาเดียวกันมีการฝึกซ้อมกำลังพลฝีพายเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เพื่อความสวยงามพร้อมเพรียงสมพระเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาโทณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ รองผู้อำนวยการกองเรือเล็กในฐานะครูฝึกขบวนพยุหยาตราชลมารค กล่าวว่า วันนี้เป็นการเตรียมอุปกรณ์สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ในการซ้อมใหญ่วันที่30 เมษายนโดยมีการประกอบเครื่องสูงเข้ากับเรือพระที่นั่งได้แก่พวงมาลัยอุบะตลอดจนติดตั้งพู่ห้อยที่หัวเรือซึ่งเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มีแม่ย่านางเรือสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องประดับให้สวยงามคล้ายเครื่องประดับของสตรีสำหรับพู่ทำด้วยขนจามรีจากประเทศเนปาลถือว่าเครื่องประกอบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เสร็จสมบูรณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้านการฝึกซ้อมกำลังพลฝีพายประจำเรือจากกรมการขนส่งทหารเรือขณะนี้มีความพร้อมที่จะนำเรือพระที่นั่งไปประกอบพระราชพิธีซึ่งได้กำชับเรื่องการฝึกซ้อมอย่างหนักการเตรียมพร้อมร่างกายด้วยการออกกำลังกายเพื่อรับกับสภาพอากาศร้อนขณะปฏิบัติงานเน้นย้ำกำลังพลให้อดทนสำหรับวันที่4 พฤษภาคมเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จะออกจากอู่ทหารเรือ1 ไปยังท่าราชวรดิฐในเวลา11.00 น.และจะเทียบท่าถึงค่ำวันที่6 พฤษภาคมทั้งนี้หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกระหว่างวันที่4-6 พ.ค.จะมีการประชุมเพื่อวางแผนการซ้อมการเสด็จฯเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราชลมารคซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดในช่วงเสด็จฯไปในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินณวัดอรุณราชวรารามช่วงปลายเดือนตุลาคม2562 ซึ่งเป็นพระราชพิธีเบื้องปลาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วันที่30 เม.ย. เจ้าหน้าที่แผนกเรือราชพิธีจะดำเนินการซ้อมใหญ่นำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เทียบท่าบริเวณท่าราชวรดิฐ เชิญชวนประชาชนร่วมชมความงดงามในการซ้อมได้ตั้งแต่เวลา 10.00 &amp;ndash; 13.00 น. ณ ท่าราชนาวีสโมสรและบริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยเฉพาะวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารและวัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร สามารถรับชมได้ในระยะใกล้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34686</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอู่ทหารเรือ, นาวาโทณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ, เครื่องสูงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc67b73bc4be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
