<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุกอธิการกับพวก ตั้งมหา’ลัยเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำคุกกราวรูด 9 ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก เปิดสถาบันอุดมศึกษาเก๊ คนดัง ดาราร่วมตกเป็นเหยื่อรับปริญญาเถื่อน &amp;nbsp;อธิการฯ เจอ 61 ปี 12 เดือน แต่โดยข้อกฎหมายได้รับโทษคนละ 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 เมษายนนี้ ที่ห้องพิจารณาคดี 813 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีก่อตั้งมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก World Peace University (WPU) โดยมิชอบ คดีหมายเลขดำ อ.3414/2560 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสวัสดิ์ บรรเทิงสุข อธิการบดีผู้ก่อตั้ง WPU ที่เชียงใหม่ (ตำแหน่งทางวิชาการศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.) จำเลยที่ 1, นายศุภณัฐ ดอนจันทร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสาขา 2 (WPU 2) และนายทะเบียนมหาวิทยาลัย (ตำแหน่งทางวิชาการศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ดร.) จำเลยที่ 2, นายเรวัตร์ ชาตรีวิศิษฏ์ นายกสภามหาวิทยาลัย WPU &amp;nbsp;(ตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์ ดร.) จำเลยที่ 3, นางวรางคณา เผ่าวงศา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการใน จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ช่วยนายสวัสดิ์ ดูแลเรื่องการเงิน จำเลยที่ 4, นายมาณพ ภาษิตวิไลธรรม กรรมการบริหารมหาวิทยาลัย (ตำแหน่งทางวิชาการศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.) จำเลยที่ 5, &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนาวิน พรมใจสา นายทะเบียนมหาวิทยาลัยคนที่ 2 (ตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.) จำเลยที่ 6, นายศุภชัย ขจรศิริภักดี อธิการบดี WPU สาขานนทบุรี (ตำแหน่งทางวิชาการ ดร.) จำเลยที่ 7, นายนิยม ป้องคำสิงห์ อธิการบดี WPU สาขาภาคตะวันเฉียงเหนือตอนล่าง และประธานฝ่ายนิติกร WPU จำเลยที่ 8 และนางวัชราพร ป้องคำสิงห์ เป็นผู้ช่วยนายนิยมและดูแลการเงินมหาวิทยาลัยสาขาใน จ.ขอนแก่น จำเลยที่ 9 ในความผิดฐานร่วมกันจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชนโดยไม่ชอบ ตามความผิด พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2526, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 และร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามฟ้องของอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2560 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 3 พ.ย.2555-21 ก.ค.2556 จำเลยทั้ง 9 คนร่วมกันจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ชื่อ &amp;quot;มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก&amp;quot; (อาคารที่ตั้งเลขที่ 19 ถนนเทพฤทธิ์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยคำแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และหลอกลวงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า มหาวิทยาลัยสันติภาพโลกดังกล่าวเป็นมหาวิทยาลัยที่ถูกต้อง สามารถจัดการศึกษา การเรียนการสอนโดยบุคลากรที่มีคุณวุฒิ สามารถมอบใบปริญญาระดับต่างๆ และปริญญากิตติมศักดิ์ได้ มีสิทธิเท่าเทียมกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ซึ่งข้อความดังกล่าวยังได้ถูกนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งบิดเบือนว่า มหาวิทยาลัยสันติภาพโลกมีการจดทะเบียนที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ทั้งที่ไม่เป็นความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอ้างว่ามหาวิทยาลัยสันติภาพโลกไม่ขึ้นกับ สกอ. มีสิทธิเข้ามหาวิทยาลัยอื่น และเผยแพร่กิจกรรมต่างๆ จนทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเชื่อถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ก็เป็นการร่วมกันหลอกลวงประชาชนด้วยการทำให้ปรากฏต่อประชาชนทั่วไป หรือบุคคลตั้งแต่ 10 คนในลักษณะการแสดงข้อความอันเป็นเท็จด้วย ซึ่งความจริงแล้วมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกไม่ได้จัดตั้งขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สามารถมอบปริญญา หรือปริญญากิตติมศักดิ์ได้ เหตุเกิดที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่, อ.เมือง จ.เชียงราย, จ.นนทบุรี, จ.ปทุมธานี, จ.ลำพูน, จ.ขอนแก่น และ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยระหว่างการพิจารณาคดี จำเลยทั้ง 9 คนได้รับประกันตัว ซึ่งวันนี้ก็เดินทางมาฟังคำพิพากษาทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์มีทั้งพยานบุคคลซึ่งเป็นผู้รวบรวมหลักฐานส่งถึง สกอ.ให้ตรวจสอบการดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย, พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), นิติกรชำนาญการ สกอ., ผู้ที่ได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง รวมทั้งพยานเอกสาร ซึ่งเป็นกำหนดการแจกใบปริญญาและเอกสารทางการเงิน ซึ่งมีน้ำหนักให้รับฟังได้อย่างมั่นคงว่า การดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก หรือ WPU นั้น กระทำโดยมิชอบไม่มีใบอนุญาต และได้มีการนำข้อความที่บิดเบือนอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้มีบุคคลนับร้อยคน มีทั้งคนดังและนักแสดงเข้าร่วมในการรับใบปริญญาจากมหาวิทยาลัย ทั้งที่ไม่มีการเรียนการสอน หรือการเรียนแบบอิสระตามแนวคิดที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอธิการบดีผู้ก่อตั้งเคยอ้างไว้ ซึ่งการเข้ารับปริญญา ทางมหาวิทยาลัยให้ผู้รับชำระเงินอ้างเป็นค่าใช้จ่ายราว 5,000-12,000 บาท ซึ่งมหาวิทยาลัยจะทำเป็นกระเบื้องเซรามิกประทับตรา (โลโก้) มหาวิทยาลัย และชื่ออธิการบดีจำเลยที่ 1 ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้ง 9 จึงเป็นความผิดตามฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นอธิการบดีผู้ก่อตั้ง และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ช่วยจำเลยที่ 1 ดูแลเรื่องการเงิน กระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน รวม 60 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 1 ปี และยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) โดยจำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนฯ มาตรา 10, 104, 121 ด้วย รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ทั้งสิ้น 61 ปี 12 เดือน ส่วนจำเลยที่ 4 จำคุก 61 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายทะเบียนมหาวิทยาลัย และจำเลยที่ 3 เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งได้กระทำผิด 27 กระทง, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนฯ รวมจำคุกทั้งสิ้น 28 ปี 12 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 5 เป็นนายทะเบียน จำเลยที่ 6 เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย (คนที่ 2) กระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน 33 กระทง และความผิดตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชนฯ รวมจำคุก 33 ปี 12 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 7 เป็นอธิการบดี WPU สาขานนทบุรี กระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน 10 กระทง จำคุกรวม 10 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำเลยที่ 8 เป็นอธิการบดี WPU สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ส่วนจำเลยที่ 9 เป็นผู้ช่วยจำเลยที่ 8 และดูแลด้านการเงินที่ จ.ขอนแก่น กระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน 17 กระทง รวมจำคุก 17 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดของจำเลยทั้งหมดแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (1) ให้จำคุกได้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 3 ปี จึงให้จำคุกจำเลยทั้ง 9 ได้คนละ 10 ปี และให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกับผู้ได้รับใบปริญญา ตามจำนวนของแต่ละคนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว ทนายความของนายสวัสดิ์ จำเลยที่ 1 เปิดเผยว่า เตรียมหลักทรัพย์ซึ่งเป็นโฉนดที่ดินราคาประเมินกว่า 4 ล้านบาท เพื่อจะยื่นขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์สู้คดี ซึ่งหลักทรัพย์เดิมที่ได้ยื่นไว้ชั้นพิจารณามีมูลค่า 300,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2, 4, 6, 7 ทนายกำลังรวบรวมหลักทรัพย์ให้ได้คนละ 1 ล้านบาท เพื่อจะยื่นขอปล่อยชั่วคราวเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลา 17.00 น. ศาลได้มีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยที่ 1-6 โดยศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 6 คน ระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกันคนละ 1 ล้านบาท ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่ 7-9 ปรากฏว่ายังไม่สามารถที่จะหาหลักทรัพย์จำนวน 1 ล้านบาท มายื่นเพื่อขอประกันตัวได้ทัน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวจำเลยที่ 7-8 ไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนจำเลยที่ 9 ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34375</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาวิน พรมใจสา, มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก, มาณพ ภาษิตวิไลธรรม, วรางคณา เผ่าวงศา, ศุภชัย ขจรศิริภักดี, ศุภณัฐ ดอนจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรวัตร์ ชาตรีวิศิษฏ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc065105b11f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
