<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;จี้กรมศุลฯยึดนาฬิกาหรู20เรือนให้ตกเป็นของแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.62 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เรื่อง &amp;quot;ทวงภาษีให้แผ่นดิน&amp;quot;ลงบนเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;-ผมอ่านข่าว (เมื่อวันที่ 10 พค.2560)สำนักงานตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(สผภ.)ตรวจยึดนาฬิกาหรูราคาแพงจากผู้โดยสาร 2 ราย ที่เดินทางมาจากฮ่องกง โดยผู้โดยสารดังกล่าวสวมนาฬิกาไว้ที่ข้อมือ กล่าวคือ ผู้โดยสารคงซื้อนาฬิการาคาแพงแล้วสวมใส่เข้ามาโดยไม่ผ่านการสำแดงและไม่ผ่านการเสียภาษี นาฬิกาทั้ง 2 เรือนราคา 1,320,000 บาท ผู้โดยสาร 2 คนยอมรับและทำความตกลงระงับคดี(ซึ่งทำได้ตามพรบ.ศุลกากร)โดยการยกนาฬิกาทั้ง 2 เรือนให้ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อให้บ้านเมืองนี้มีมาตรฐานด้านความยุติธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ระหว่างคนจน-คนรวย ไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างผู้มีอำนาจในมือ กับ ผู้ที่มีมือว่างเปล่าไม่มีอำนาจอะไรเลย เพื่อเปรียบเทียบกับกรณีนาฬิกาที่พลเอกประวิตรยืมของเพื่อนมาใส่ ข้อเรียกร้องของผม คือ ในจำนวนนาฬิกาทั้ง 20 เรือน ที่พบในบ้านของนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้น ปรากฎว่า เป็นนาฬิกาที่มีหลักฐานการซื้อขายจากต่างประเทศ 1 เรือน ซื้อจากผู้อื่น 2 เรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ทั้ง 3 เรือนนั้นก็ไม่มีหลักฐานว่ามีการเสียภาษี) ส่วนอีก 17 เรือนไม่มีหลักฐานการซื้อ เมื่อไม่มีหลักฐานการซื้อก็เป็นข้อเท็จจริงที่สรุปได้ว่า ยังไม่มีการเสียภาษีแน่นอน โดยน่าจะเป็นการนำเข้าที่ผิดกฎหมาย เพราะนาฬิกาหรูเหล่านั้นมีแหล่งกำเนิดในต่างประเทศ กล่าวโดยสรุป จากคำแถลงของปปช.นาฬิกาทั้ง 20 เรือนไม่มีการสำแดงหลักฐานการเสียภาษี ปปช.จึงมีข้อสรุปในตอนท้ายคำวินิจฉัยว่า ให้ส่งเรื่องให้กรมศุลกากร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-หากกรมศุลกากร ใช้กฎหมายอย่างมีมาตรฐานเดียวกันทั้งคนจน-คนรวย ทั้งคนมีอำนาจและไม่มีอำนาจ กรมศุลกากรก็ต้องยึดนาฬิกาหรูทั้ง 20 เรือนให้ตกเป็นของแผ่นดิน หรือให้ทายาทเจ้าของนาฬิกาเสียค่าปรับตามเกณฑ์ของภาษี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-บัดนี้ ล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว ใครอยู่ใกล้ๆรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ช่วยถามเรื่องนี้ให้ผมหน่อยว่าท่านได้ยึดนาฬิกาเป็นของแผ่นดินหรือยัง แต่อย่าถามอธิบดีกรมศุลกากร เพราะเรื่องแบบนี้ ท่านคงไม่พูด ที่ผมเขียนมานี่ผมทวงภาษีให้แผ่นดินหลายร้อยล้านบาทนะครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26366</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, ทวงภาษี, นาฬิกาหรูบิ๊กป้อม, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปปช., พรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa08c94a0b62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 17:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเบื้องหลังมติ 5 ต่อ 3 ฟอกป้อมโรเล็กซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.61 - &amp;nbsp;มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจจริตแห่งชาติ(ปปช.) หลังนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีมติด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 3 ว่ากรณียังไม่มีมูลเพียงพอว่าพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรรณ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ว่ากรรมการเสียงข้างน้อย 3 เสียงนั้น เห็นว่าการสอบสวนยังสามารถดำเนินการต่อไปได้อีก โดยเฉพาะเรื่องการทำความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ แต่ต้องดำเนินการโดยอัยการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กรรมการเสียงข้างมากเห็นว่า ส่วนใหญ่การทำความร่วมมือระหว่างประเทศดังกล่าว การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินมักไม่ทำกันในระดับนานาชาติ เรื่องที่ทำกันส่วนใหญ่เป็นคดีอาญา อีกทั้งในอิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีการทำความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องการตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ถ้าเกิดเดินต่อไปจะถือว่าเป็นการถ่วงเวลา หรือยื้อเรื่องนี้ออกไปอีกเปล่าๆ จึงควรจบเรื่องเพียงเท่านี้ กรรมการเสียงข้างน้อยเลยระบุว่า อยากให้สอบต่อไปเพื่อให้สิ้นกระแสความ เพราะเท่าที่ทำถึงตอนนี้ถือว่ายังไม่ได้เต็มที่ ยังมีช่องที่จะตรวจสอบเพิ่มเติมได้อีก ทั้งนี้ ตามกฎหมายใหม่ ป.ป.ช. กำหนดให้กรรมการที่เข้าร่วมพิจารณาคดีต้องทำความเห็นส่วนบุคคลทั้งหมด เพื่อให้ทราบว่ามีความเห็นต่อเรื่องนั้นอย่างไร&amp;quot;แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุอีกว่า สำหรับความเห็นของกรรมการเสียงข้างน้อย 3 ราย ยังมีการตั้งข้อสังเกตคดีนี้เทียบกับคดีของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม กรณีการครอบครองรถโฟล์ค ราคา 2.9 ล้านบาท ที่อ้างว่า ภรรยายืมเพื่อนนักธุรกิจมา จึงไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สิน แต่เมื่อ ป.ป.ช. สอบเชิงลึกพบว่า การยืมรถยนต์มูลค่าเกือบ 3 ล้านบาท ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์พบว่า ในส่วนของการต่อทะเบียน หรือลักษณะอื่น ๆ ไม่น่าจะเป็นการยืม จึงมีมติชี้มูลความผิดนายสุพจน์ กรณีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างน้อย 3 คนประกอบด้วย&amp;nbsp;น.ส.สุภา ปิยะจิตติ น.ส.สุวณา สุวรรณจูฑะ และ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง ส่วนกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมาก 5 ราย ประกอบด้วย นายปรีชา เลิศกมลมาศ นายณรงค์ รัฐอมฤต นายวิทยา อาคมพิทักษ์ นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร และ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25240</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจจริตแห่งชาติ, นาฬิกาหรูบิ๊กป้อม, ปปช., พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มติ5ต่อ3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24a1023c1da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
