<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;รับน้อง&#039;บิ๊กป้อม&#039;!ทำจม.ถึงผู้ตรวจฯให้ร้องศาลปกครองเพิกถอนมติป.ป.ช.นาฬิกาเพื่อนคงรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63- &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เช้าวันนี้(23มิ.ย.)ได้ส่งจดหมาย EMS ถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ดำเนินการ 2 เรื่อง คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กรณี ป.ป.ช. &amp;nbsp;มีมติว่า การยืมนาฬิกาเป็นหนี้ยืมใช้คงรูปนั้น น่าจะเป็นกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีมติที่เป็นการกระทำทางปกครองที่ไม่ชอบ จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนมติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณี ผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงข่าวว่า ไม่มีอำนาจส่งเรื่องคุณสมบัติ 90 ส.ว. ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และชี้ช่องว่า เป็นอำนาจ กกต. นั้น &amp;nbsp;เรื่องนี้ จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ม. 221 ด้วยการส่งเรื่อง 90 ส.ว. ให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69458</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, นาฬิกาเพื่อน, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, เพื่อไทย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d42813ab6132.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืมใช้คงรูป!&#039;ปริญญา&#039;ถามป.ป.ช.จากนี้ไปเราจะ ป้องกันการให้สินบนเป็นสิ่งของได้อย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 มิ.ย.63- ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul คดีนาฬิกาเพื่อน ระบุข้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ยืมใช้คงรูป กับคำถามต่อ ปปช. จากนี้ไปเราจะ #ป้องกันการให้สินบนเป็นส่ิงของได้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเสาร์ที่ผ่านมามีข่าวเรื่องผลการพิจารณาของ ปปช. (หนังสือ ปปช. ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563) ที่มีการขอให้ชี้มูลความผิดของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้แจ้งนาฬิกาจำนวนหลายสิบเรือนซึ่งราคารวมนับสิบล้านบาทลงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดย ปปช. สรุปว่า การยืมนาฬิกาของพลเอกประวิตรเป็นการ &amp;ldquo;ยืมใช้คงรูป&amp;rdquo; แม้ว่าจะเป็นหนี้ เพราะผู้ยืมมีหน้าที่ต้องคืน แต่มิใช่หนี้สินที่ ปปช. กำหนดให้ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะรายการหนี้สินที่ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน &amp;ldquo;หมายถึงหนี้สินที่ต้องเป็นเงินตราเท่านั้น&amp;rdquo; ดังนั้น พลเอกประวิตร &amp;ldquo;จึงไม่มีหน้าที่ที่ต้องแจ้งรายการยืมนาฬิกาดังกล่าวเป็นหนี้สินในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;rdquo; ซึ่งทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นว่า #ประเด็นหลักของเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นข้อกฎหมาย ว่าการยืม หรือที่ ปปช.ใช้ถ้อยคำทางกฎหมายว่า &amp;ldquo;ยืมใช้คงรูป&amp;rdquo; จะต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ แต่ #ประเด็นหลักเป็นปัญหาข้อเท็จจริงครับ คือนาฬิการาคาแพงจำนวนหลายสิบเรือนที่พลเอกประวิตรเคยใส่ แล้วปรากฏเป็นภาพข่าวต่างกรรมต่างวาระกันนั้น #เป็นนาฬิกาเพื่อนจริงหรือไม่ ซึ่ง ปปช.ไม่ได้พูดถึงประเด็นข้อเท็จจริงตรงนี้เลย คือเหมือนกับเชื่อไปเลยว่า พลเอกประวิตรยืมเพื่อนมาจริง แล้วก็ข้ามประเด็นข้อเท็จจริงนี้ ไปประเด็นข้อกฎหมายเลย ว่าของที่ยืมมาไม่ต้องลงในบัญชีทรัพย์สินและหนึ้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการทุจริตเป็นเรื่องข้อเท็จจริงครับ ซึ่งควรต้องทำให้ยุติก่อนให้ได้ว่านาฬิกาเป็นของใคร ซึ่งถ้า ปปช. มีข้อเท็จจริงที่ทำให้ ปปช. เชื่อว่า พลเอกประวิตร ยืมนาฬิกาเพื่อนมาจริง ปปช.ก็ควรแสดงหลักฐานให้ปรากฏต่อสาธารณะให้คนสิ้นสงสัย เพราะนาฬิการาคาแพงล้วนแต่มีหลักฐานการซื้อขายและมีใบรับรองทั้งนั้น ทำไมถึงไม่ให้เจ้าของนาฬิกา หรือทายาทเอาหลักฐานการเป็นเจ้าของออกมาแสดงเลย เพียงแค่นั้นก็จบแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อ ปปช.ไม่ดำเนินการในเรื่องข้อเท็จจริงตรงนี้ แล้วใช้แต่ข้อกฎหมายเช่นนึ้ ก็ไม่มีทางแก้ข้อสงสัยได้ และคนก็จะสงสัยตลอดไปอยู่อย่างนั้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อพลเอกประวิตรเลยหากเป็นนาฬิกาที่เพื่อนให้ยืมมาใส่จริงๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิงเมื่อพลเอกประวิตรจะเล่นการเมืองเต็มตัวแล้วตามข่าวที่ปรากฏออกมาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ จากนี้ไป ปปช. จะป้องกันผู้ทุจริตที่เอาเงินที่ได้มาโดยมิชอบไปซื้อของแพงๆ เช่น นาฬิกา หรือแหวนเพชรราคาหลายล้านบาท แล้วก็ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินโดยอ้างว่ายืมเพื่อนมาได้อย่างไร? เมื่อ ปปช. ไม่หาข้อยุติในเรื่องข้อเท็จจริงก่อนว่าสิ่งของนั้นเป็นของคนอื่นจริงหรือไม่เช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปปช. #จะป้องกันการให้สินบนในรูปแบบของสิ่งของได้อย่างไร เช่น การให้สินบน ค่าอำนวยความสะดวก หรือ ส่วย ด้วยการให้นาฬิการาคาแพง หรือการให้ของมีค่าอย่างอื่น เพราะเป็นวิธีการหนึ่งที่นิยมทำกันมากอยู่แล้ว และจากนี้ไปก็อาจจะยิ่งทำกันได้มากขึ้น เพราะทุกคนจะอ้างได้หมดแล้วว่ายืมเพื่อนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเคารพ นี่เป็นคำถามที่คนอยากได้ยินคำตอบจาก ปปช. ครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67592</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาเพื่อน, ป.ป.๙., ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล, ยืมใช้คงรูป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed5a0b7c498a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จี้ป.ป.ช.ตอบให้ชัดนักการเมืองยืมทรัพย์สินเพื่อนแจ้งหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.62- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดการสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.62 เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่กับการสนับสนุนดำเนินงานและการให้บริการของสำนักงานเลขาธิการสภา โดยได้มีการเชิญ นายวรัญ มณีศรี เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาชี้แจงทำความเข้าใจกรณี การยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อ ป.ป.ช. ให้กับ ส.ส. ได้รับทราบ โดยได้อธิบายถึงหลักเกณฑ์ในการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินว่า มีทรัพย์สินประเภทใดบ้างที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. ภายหลังรับฟังหลักเกณฑ์แล้วเสร็จ มี ส.ส.หลายคนลุกซักถามความชัดเจนในรายละเอียดต่างๆ เพิ่มเติม มากมาย โดยเฉพาะกรณีมีรายการทรัพย์สินที่ยืมมาจากเพื่อน คือ นาฬิกาหรูราคาแพงจะต้องยื่นต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ โดย ตัวแทน ป.ป.ช. กล่าวตอบว่า ถ้าต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ อาจจะยื่นต่อ ป.ป.ช.ได้ แต่ ส.ส. พยายามซักถามเพิ่มว่า ขอให้พูดให้ชัดเจนว่า กรณีการยืมจะต้องยื่นหรือไม่ เพราะการใช้คำว่า อาจจะ เป็นความคลุมเครือว่าจะต้องยื่นหรือไม่ ในที่สุด เจ้าหน้าที ป.ป.ช. ยืนยันว่า กรณีการยืมทรัพย์สินจากเพื่อนไม่จำเป็นต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า กรณีดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยังไม่ปักษ์ใจเชื่อว่าคำตอบดังกล่าวเป็นคำตอบที่แท้จริง หรือเป็นมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้วหรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะกรณีหากมีรายการทรัพย์สินที่ยืมมาจากเพื่อนมาใช้ที่อาจมีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ซึ่งเกี่ยวพันกับประเด็นพิพาทในกรณีของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ ป.ป.ช.กำลังสอบอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าว วันนี้สมาคมฯจึงได้ส่งหนังสือสอบถามไปยังประธานและคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอทราบความชัดเจน หรือคำยืนยัน พร้อมเหตุผลและพยานหลักฐานเอกสารซึ่งเป็นมติร่วมกันของคณะกรรมการฯ(ถ้ามี) หรือเป็นสำเนาเอกสารระเบียบ หรือรายงานการประชุมที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว เพื่อความชัดเจนในการติดตามตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินต่าง ๆ ของนักการเมืองประเภทต่าง ๆ ต่อไป และหากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังคงยืนยันในหลักการดังกล่าว สมาคมฯจะได้ใช้ช่องทางตามกฎหมาย เพื่อดำเนินการเอาผิดคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในกรณีดังกล่าว เพราะเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560 และ พรป.ว่าด้วย ป.ป.ช.2561 ต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39277</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมือง, นายศรีสุวรรณ จรรยา, นาฬิกาเพื่อน, ป.ป.ช., ยื่นบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d101657a77d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อนเลิฟ&#039;โบว์&#039;โยงจนได้&#039;เงินยืมคือรายได้ แล้วนาฬิกายืมมาคืออะไร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 62 - นายอิราวัต อารีกิจ หรือหมออั้ม อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส และเป็นเพื่อนนางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินยืม = รายได้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วนาฬิกายืมมา = อะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่แปลกใจ ทำไมคะแนนน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงยังหน้าด้าน!! ตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าแต่ #โต๊ะจีน_พปชร. ล่ะ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีไม่ไปไหนเลย??&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ของหมออั้ม สืบเนื่องจากกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กเรื่อง &amp;ldquo;การกู้ยืมเงิน&amp;rdquo; ของพรรคการเมือง กับการถูกยุบพรรคการเมือง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงินธนาธร, นาฬิกาเพื่อน, พรรคอนาคตใหม่ยืมเงิน, ส้มหวาน, หมอั้ม, อิราวัต อารีกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce4d4a44edf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้‘นาฬิกาเพื่อน’ ผิดแจ้งทรัพย์สิน มิใช่‘คอร์รัปชัน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; แจงสังคมสับสนเรื่องทุจริต ยก &amp;ldquo;นาฬิกาเพื่อน&amp;rdquo; แค่ผิดเรื่องไม่แจ้งบัญชีไม่ใช่คอร์รัปชัน &amp;ldquo;วัชรพล&amp;rdquo; แนะเลือกนักการไม่โกง เตรียมชงมาตรการสกัดทุจริตเชิงนโยบายให้รัฐบาล หลังส่งให้ &amp;nbsp;กกต.ส่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายเรื่องนโยบายระดับประเทศและการปฏิรูปประเทศในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ภายในงานเปิดโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 10 ว่านโยบายระดับประเทศเรื่องการปราบปรามการทุจริตกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และเป็นหนึ่งยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงแผนการปฏิรูปประเทศ โดยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการกระทำมากกว่าการเรียนหรือการศึกษา มีความเป็นศาสตร์และศิลป์ ซึ่งปัจจุบันในสังคมยังไม่เข้าใจถึงความหมายของการทุจริต จนเกิดความสับสนในเรื่องประพฤติทุจริตและประพฤติมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนาฬิกาหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของการทุจริต ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แต่หากไม่ยื่นก็ไม่ทุจริต แต่ผิดที่ไม่ได้ยื่น ซึ่งการโยงไปสู่การทุจริตหรือไม่ สุดท้ายเป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ขณะเดียวกันองค์ความรู้ผู้เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นสากล ป.ป.ช.ได้เสนอเรื่องมายังคณะรัฐมนตรีให้จัดการสอนวิชาเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้รู้เท่าทัน ครม.รับหลักการให้กระทรวงศึกษาฯ ไปดำเนินการสอดแทรกเรื่องนี้ไปในการเรียนการสอน หรือตั้งเป็นวิชาใหม่&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. บรรยายเรื่องนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของ ป.ป.ช. ตอนหนึ่งว่า ค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทย ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ของอาเซียน โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ป.ป.ช.มีการตั้งสำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต จะทำหน้าที่มอนิเตอร์ค่าคะแนนจากแหล่งข้อมูลต่างๆ โดยต้องดูว่าคะแนนในแหล่งข้อมูลที่ลดลงเกิดจากอะไร และจะทำอย่างไรให้คะแนนดีขึ้น ส่วนแหล่งข้อมูลที่คะแนนคงที่ ก็ต้องมาดูว่าจะเพิ่มคะแนนได้อย่างไร นอกจากนั้นยังมีการประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และรัฐบาล เพราะการจะทำให้ค่า CPI ดีขึ้น ต้องอาศัยการดำเนินการของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากค่า CPI ที่ถือว่าเป็นการประเมินระดับนานาชาติแล้ว ไทยยังมีค่าดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย (CSI) ซึ่งเป็นผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งพบว่าปี 2555-2556 ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่เจ้าหน้าที่และนักการเมืองที่ทุจริตเฉลี่ยอยู่ที่ 25-35% ปี 2557 เฉลี่ยอยู่ที่ 5-15% ปี 2558-2559 เฉลี่ยอยู่ที่ 1-15% และในปี 2560 เฉลี่ยอยู่ที่ 5-15% หากเราลดการจ่ายเงินใต้โต๊ะได้ 1% จะประหยัดงบประมาณได้ถึงหมื่นล้านบาท นอกจากนั้นในการสำรวจค่า CSI ปีล่าสุด มีการจัดทำเป็นระดับคะแนน ซึ่งพบว่าปัญหาการคอร์รัปชันในไทยมีแนวโน้มลดลง หรือสถานการณ์ดีขึ้น โดยปัจจุบันได้ 54 คะแนน และมีแนวโน้มได้ 57 คะแนนในอนาคต เวลาทำงานของ ป.ป.ช. จึงต้องตระหนักทั้งค่าคะแนน CPI และ CSI ด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพลยังกล่าวว่า ป.ป.ช.มียุทธศาสตร์ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต คือ 1.การพัฒนากลไกการกำหนดให้นักการเมืองแสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตต่อสาธารณชน 2.เร่งรัดการกำกับติดตามมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับ 3.สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนกำหนดกลยุทธ์และมาตรการในการต่อต้านการทุจริต 4.พัฒนาระบบการบริหารงบประมาณด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อให้ได้รับการจัดสรรงบประมาณที่มีเหมาะสมกับการแก้ปัญหา 5.ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนต่อต้านการทุจริตสำหรับภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยรัฐให้การสนับสนุนทุนตั้งต้น และ 6.ประยุกต์นวัตกรรมในการกำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานตามเจตจำนงทางการเมืองของพรรคการเมืองที่ได้แสดงไว้ต่อสาธารณะ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ หากนักการเมืองคนใดไม่มีการแสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริตอย่างจริงจัง ก็ไม่ควรเลือกนักการเมืองคนนั้น ส่วนการสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบายนั้น ตามกฎหมายให้อำนาจ ป.ป.ช.ในการวางมาตรการเสริมในการสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบายบนฐานธรรมาภิบาลในทุกขั้นตอน ซึ่งเราได้จัดทำหลักเกณฑ์ใช้วัดเรื่องการทุจริตเชิงนโยบาย ทั้งในขั้นเริ่มต้นและขั้นตอนดำเนินนโยบายแล้ว และเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะกำลังจะมีการจัดการเลือกตั้ง และเตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณา&amp;rdquo; พล.ต.อ.วัชรพลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28108</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาเพื่อน, หนังสือพิมพ์, ไม่แจ้งบัญชีไม่ใช่คอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c544cf98b0f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เสี่ยป้อม&#039;บอกไม่กังวล!ป.ป.ช.สรุปคดีนาฬิกาเพื่อนพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.61- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี จะมีการสรุปการพิจารณากรณีนาฬิกาหรู เสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันที่ 26 ธ.ค. ว่า เป็นเรื่องของ​ ป.ป.ช. ไม่กังวล แล้วแต่ป.ป.ช. เขาจะสรุป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25039</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาหรู, นาฬิกาเพื่อน, บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ป.ป.ช., รองนายกฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c21f47acdcee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นาฬิกาเพื่อนใกล้ชี้ขาด! บิ๊กตู่ปลุกสังคมต้านโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ นำประกาศเจตนารมณ์ต้านโกง &amp;nbsp;ปลุกคนไทยสร้างวัฒนธรรมชิงชังทุจริต นาฬิกาหรู &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ใกล้จบ! ป.ป.ช.เตรียมชี้ขาดปลายเดือนนี้ &amp;quot;วัชรพล&amp;quot; จ่อชง สนช.แก้ กม.ลูกแจ้งทรัพย์สินแบบไม่ต้องเปิดเผย ชี้ยกเลิกยื่นเลยยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ปี 61 ภายใต้แนวคิด &amp;quot;Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต&amp;quot; โดยมี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้อนรับ ผู้แทนสหประชาชาติ ทูตานุทูต ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมกว่า 1,000 คน ทั้งนี้นายกฯ ได้มอบรางวัลประเมินคุณภาพและความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐประจำปี 61 และรางวัลการแข่งขันกิจกรรมเดินวิ่ง &amp;quot;Good Guy Run 2018&amp;quot; รวมพลังส่งเสริมความดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับหน่วยงานที่มีคะแนนการประเมินระดับ 90 คะแนน ส่วนหน่วยงานที่มีคะแนนต่ำกว่า 80-90 ต้องพัฒนาต่อไป ต้องการรณรงค์ให้ประชาคมโลกตระหนักต่อภัยร้ายแรงของการคอร์รัปชัน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ในการไม่ยอมรับและไม่ทนทานต่อการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบในสังคม ถือเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ส่งผลต่อภาพลักษณ์สังคมในภาพรวม ทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย การจัดซื้อจัดจ้าง การใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย และสู้กันทางกฎหมาย ซึ่งมีหลายคนถูกลงโทษไปแล้ว ขณะเดียวกันสิ่งสำคัญทุกพื้นที่ทุกจังหวัดต้องคำนึงถึงการใช้จ่ายงบประมาณตามยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลวางไว้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราทุกคนเน้นย้ำต้องต่อต้านการทุจริตอย่างชัดเจนให้กลายเป็นวัฒนธรรมของสังคมไทยต่อไปในอนาคต และจะต้องชิงชังต่อการทุจริตเพื่อสังคมไทยในอนาคต&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ นำประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตว่า &amp;quot;ข้าพเจ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอประกาศเจตนารมณ์ว่าจะประพฤติปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทำการทุจริต จะยึดมั่นในความยุติธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน จะปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยจิตอาสาน้อมนำความดีด้วยหัวใจ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่า ขณะนี้บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาที่ต่างประเทศส่งข้อมูลเกี่ยวกับซีเรียลนัมเบอร์ของนาฬิการุ่นเดียวกับที่ พล.อ.ประวิตรครอบครองมาให้ ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว โดยวันนี้เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.จะสรุปสำนวนพร้อมความเห็นให้ตน ก่อนตนจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้เดิม ส่วนจะได้ข้อสรุปเป็นอย่างไร ขึ้นกับดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าของคดีของนักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวการเมืองในขณะนี้ เช่น คดีสินบนโรลส์รอยซ์, &amp;nbsp;คดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล, คดีเตาเผาศพ จ.สมุทรปราการ, คดี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย และคดีจ่ายเงินเยียวยาคนเสื้อแดงนั้น จะพยายามทำให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้ง โดยยืนยันว่ามี 4-5 คดีใกล้แล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางตำแหน่งไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศ ป.ป.ช.ว่า เบื้องต้น ป.ป.ช.ขยายระยะเวลาการยื่นบัญชีทรัพย์สินออกไปอีก 60 วัน โดยมีผลบังคับใช้ 1 ก.พ.62 แต่หากยังมีปัญหาอยู่ อาจจำเป็นต้องเสนอที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยอาจโยกตำแหน่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องยื่นและเปิดเผยตามมาตรา 102 และ 106 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาอยู่ในมาตรา 103 คือยื่นแต่ไม่เปิดเผยแทน โดยเชื่อว่าเป็นทางออกที่ดีในขณะนี้ หากดำเนินการตามแนวทางนี้อาจทำให้สถานการณ์เบาลงไป แต่ถ้าจะให้ไม่ต้องยื่นเลย อาจเป็นไปได้ยาก&amp;quot; พล.ต.อ.วัชรพลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า หากสามารถทำตามแนวทางข้างต้น จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบางตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินสบายใจขึ้นมาระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี ป.ป.ช.ยืนยันว่าไม่ได้ยอมอ่อนข้อต่อรัฐบาล แต่ต้องยอมรับว่ากรณีนี้มีคนได้รับผลกระทบ เช่น มหาวิทยาลัย เป็นต้น ดังนั้น ป.ป.ช.เข้าใจ จึงต้องหาทางออกเพื่อสร้างความสมดุลในเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบยังมีความเข้มข้นตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และคนทำงานสามารถทำงานต่อไปได้ โดย ป.ป.ช.จะหาทางออกเรื่องนี้ให้มีความชัดเจนโดยเร็วที่สุด ก่อนประกาศ ป.ป.ช.จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า &amp;nbsp;ระหว่างนี้ที่มีการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวไปถึงวันที่ 31 ม.ค.62 นั้น เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งได้แต่บอกคนที่จะลาออกว่าอย่าลาออก แต่คนที่แสดงเจตจำนงจะลาออกนั้น เขาไม่ได้ติดใจในประเด็นที่จะต้องยื่นหรือไม่ยื่น แต่มีความประสงค์จะลาออกอยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่ง ดังนั้นจึงลาออกเพื่อให้มีการสรรหาใหม่ เพราะการสรรหานั้นต้องใช้เวลาพอสมควร จึงกลัวจะเกิดความวุ่นวายหากลาออกช้าเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลพูดได้อย่างเดียวคือ อย่าเพิ่งลาออก เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็พยายามยื้อด้วยการไม่เซ็นคำสั่งลาออกของกรรมการ สปสช. แต่บางคน ก็มีความชัดเจนว่าจะลาออกตั้งนานแล้ว จึงไม่สามารถยื้อเอาไว้ได้ โดยบางคนให้เหตุผลว่า ตั้งแต่เป็นกรรมการมาก็ประชุมเพียงแค่ 1-2 หนเท่านั้น จึงอยากจะลาออก ซึ่งไม่เกี่ยวกับกรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินแต่อย่างใด&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การที่จะยกเว้นบางตำแหน่งไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์นั้นมีตำแหน่งใดบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า ป.ป.ช.ยังไม่ได้แจ้งมาให้ตนทราบ เพียงแต่เป็นการพูดคุยกันในเบื้องต้น โดย ป.ป.ช.จะประกาศใหม่ก่อนที่จะครบกำหนดในวันที่ 31 ม.ค.62 อย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในต่างจังหวัดทั่วประเทศได้ร่วมกันจัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล อาทิ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต อำเภอเมืองฯ จังหวัดภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน ในกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นักเรียนนักศึกษาและภาคประชาชนร่วมเดินขบวน จากนั้นได้มอบเกียรติบัตรยกย่องบุคคลต้นแบบชมรม Strong - จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดภูเก็ต ให้แก่นายสุทา ประทีป ณ ถลาง และนำภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกล่าวปฏิญญาจังหวัดภูเก็ต ปลอดทุจริต และแสดงพลัง &amp;ldquo;Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมบรรจงบุรี จ.สุราษฎร์ธานี ผศ.ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาราชการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมกิจกรรมวันต่อต้านการคอร์รัปชันสากล(ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด &amp;quot;Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23749</URL_LINK>
                <HASHTAG>กม.ลูกแจ้งทรัพย์สิน, นาฬิกาเพื่อน, บิ๊กป้อม, ป.ป.ช., ประกาศเจตนารมณ์ต้านโกง, ปลุกคนไทยสร้างวัฒนธรรมชิงชังทุจริต, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a79f0eee4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
