<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ปรับเครื่องบินทางทหาร C295 ใช้ส่งผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน พร้อมนำยุทโธปกรณ์ที่จัดซื้อช่วยปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64-พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบกได้ให้การสนับสนุน การเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ โควิด19 ที่ไม่มีอาการ(สีเขียว) กลับภูมิลำเนาเพื่อไปรักษาตัว โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.), กอ.รมน.จังหวัด ตามนโยบายพาคนกลับบ้าน ของนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สอดคล้องกับแนวทางที่ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารนำขีดความสามารถและทรัพยากรที่กองทัพบกมีอยู่มาช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 ทุกวิถีทาง โดยในส่วนของการกระจายผู้ป่วยกลับไปรักษายังภูมิลำเนา เพื่อลดปริมาณผู้ป่วยสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และกองทัพบกได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกของศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก กองทัพภาค และกรมแพทย์ทหารบก ดำเนินการตั้งแต่ 12 กรกฎาคม 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการเพิ่มเติมให้นำ อากาศยานของกองทัพบก คือ &amp;ldquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; C295 มาเป็นยานพาหนะในการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อทางอากาศไปส่งยังภูมิลำเนาทั่วประเทศ เน้นการใช้ส่งป่วยไปยังจังหวัดพื้นที่ห่างไกลจาก กทม.และที่ต้องใช้เวลานานหากเดินทางด้วยรถยนต์&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้กองทัพบกได้มีการปรับแต่งระบบต่างๆของอากาศยานเพิ่มเติม ปรับปรุงห้องโดยสารให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วยติดเชื้อให้สามารถรองรับภารกิจได้ ครอบคลุมเรื่องการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ, ระบบความปลอดภัย ,ปรับระบบควบคุมการไหลเวียนอากาศและระบบกรองอากาศ,การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อการสื่อสาร คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ป่วย รวมถึงความพร้อมของบุคลากร นักบิน ช่างเครื่อง จัดทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พยาบาล ดูแลติดตามอาการของผู้ป่วยในระหว่างเดินทางให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยเวชศาสตร์การบิน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อให้พร้อมในทุกระบบ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทีมลำเลียงผู้ติดเชื้อCovid-19 ทางอากาศกองทัพบก&amp;rdquo;&amp;nbsp; ( Covid-19 Aero Medical Evacuation Army Team : ArmCAME ) จากกรมการขนส่งทหารบก พร้อมด้วยแพทย์เวชศาสตร์การบินจากกรมแพทย์ทหารบก ได้นำ&amp;ldquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; ที่ดัดแปลงเป็นยานพาหนะส่งป่วย ขึ้นบินทดสอบระบบ และซักซ้อมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตั้งแต่การรับและนำผู้ป่วยขึ้นเครื่อง, การจัดการสัมภาระ,แนะนำขั้นตอนการปฏิบัติตน จนถึงการลำเลียงผู้ป่วยเมื่อถึงปลายทาง และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในอากาศยานเมื่อจบภารกิจโดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ซึ่งการบินทดสอบดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อากาศยานและกระบวนการบริหารจัดการผู้ป่วยมีความพร้อมรองรับภารกิจได้อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับ&amp;rdquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; เป็นอากาศยานประจำการที่กองทัพบกใช้ในภารกิจป้องกันประเทศ เช่น การเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ยุทโธปกรณ์และ สิ่งอุปกรณ์ ภารกิจการฝึกศึกษาทางทหาร เช่น หลักสูตรส่งทางอากาศ การกระโดดร่ม&amp;nbsp; การฝึกร่วม/ผสม ภารกิจส่งกลับสายแพทย์ และการบรรเทาสาธารภัย&amp;nbsp; ซึ่งการนำ &amp;ldquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; มาดัดแปลงใช้ในการส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ทำให้ประหยัดเวลาการเดินทางไกล ลดความเหนื่อยล้า สามารถส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการนำยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกมาใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งภารกิจด้านการทหารและการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์COVID-19 ทั้งนี้ ผู้ป่วยCOVID-19(สีเขียว) ที่มีความประสงค์จะกลับไปรักษายังภูมิลำเนา สามารถติดต่อไปยัง ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิดกองทัพบก (กทม.) โทร. 02-270-5685-9 ได้ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110805</URL_LINK>
                <HASHTAG>นำผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ยุทโธปกรณ์, เครื่องบินลำเลียงแบบ 295</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa2fe58a1ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
