<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;เร่งเครื่องชง &#039;ศบค.&#039;จำกัดส่งออกแอสตร้าฯ ติดสปีดจัดหาวัคซีน mRNA  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าได้สั่งการ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เร่งจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายนอกราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราว เสนอให้ศบค. พิจารณาตัดสินใจ เพื่อเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่าได้สั่งการให้นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการอย.เชิญผู้แทนของบริษัทวัคซีน ที่ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนในประเทศไทย ทุกราย เข้าพบในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือถึงแนวทางที่ประเทศไทย จะได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัคซีน mRNA ที่ประชาชนต้องการ ซึ่งขณะนี้ผู้แทนของโมเดอร์นา ได้ตอบรับที่จะร่วมหารือกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข แล้ว รวมทั้ง ได้มีการยื่นข้อเสนอไปที่บริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย เพื่อสั่งซื้อวัคซีน เพิ่มขึ้นอีก 50 ล้านโดส ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมเพื่อหาแนวทางความร่วมมือกัน เร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้ให้ความเห็นชอบหลักการที่จะมีการกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายนอกราชอาณาจักร เป็นการชั่วคราว ตามที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เสนอ และมอบให้สถาบันวัคซีนฯกับกรมควบคุมโรค จัดทำร่างประกาศ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการฯพิจารณา โดยให้คำนึงถึงผลกระทบ ผลประโยชน์ของประเทศไทย และประชาชนคนไทยเป็นสำคัญ ทั้งปัจจุบันและอนาคต ควบคู่กันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักการกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีน และให้ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กับ อธิบดีกรมควบคุมโรค ไปเจรจากับผู้ผลิตวัคซีน ให้ได้จำนวนวัคซีนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ระบาดของโรคในประเทศก่อน ซึ่งประเด็นนี้ นายอนุทิน เคยแจ้งเป็นหนังสืออย่างเป็นทางการไปถึงแอซตราเซนเนกา แล้วว่า ประเทศไทย ต้องการวัคซีน เดือนละ 10ล้านโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกลาาวด้วยว่า นายอนุทิน ได้แจ้งให้ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนฯ ว่าเมื่อได้ผลการเจรจาอย่างไร ให้นำมารายงานในที่ประชุมกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เพื่อพิจารณาประกอบการจัดทำประกาศฯ ซึ่งคณะกรรมการ พร้อมจะประชุมทันทีที่ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์กับประชาชนคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;เนื่องจากเรื่องนี้มีความเกี่ยวพันกับประเทศในอาเซียน ที่รอการจัดสรรวัคซีน ที่ผลิตในประเทศไทย ด้วย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเสนอศบค. พิจารณา อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้มีการพิจารณาได้ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเชื่อว่า ศบค.จะยึดถือประโยชน์ของประเทศไทย เป็นหลัก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมส่งออก แอสตร้า, นำเข้าวัคซีน mRNA, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bb194a4df9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 06:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 06:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษาศบค.งงคิดแล้วสงสัยหน่วยงานไหนจะเปิดตัวดีลวัคซีนกับ&#039;หมอบุญ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.64 - ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจสั่งซื้อวัคซีนได้มี 5 แห่งคือ
1. กรมควบคุมโรค
2. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ
3. องค์การเภสัชกรรม
4. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
5. สภากาชาดไทย
ถามว่าที่ไหน ผมก็ตอบได้เลยว่า ... ไม่ทราบ (เพราะเช็คกันมาสองสามวันแล้วยังไม่มีใครรู้เรื่องเลย 555)
แต่ 1-2 นั้น เป็นหน่วยงานหลักที่ดีลไฟเซอร์ของรัฐอยู่แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะได้ดีลอื่นที่เร็วกว่า
3 หมอบุญเองก็โจมตีเช้าเย็นว่าล่าช้า
ส่วน 4 หมอบุญออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่เพราะมีงานเยอะ จึงต้องไปหาหน่วยงานรัฐที่ &amp;quot;ใหญ่กว่า&amp;quot;
จึงเหลือ 5 ซึ่งหมอบุญเองก็บอกว่าไม่ใช่ เคยไปติดต่อแล้ว แต่บอกว่าเป็น non-profit
ก็เลยงงๆครับว่า เบอร์ไหนจะเปิดตัวออกมาเป็นหน่วยงานปริศนา
ตกลงจากพรุ่งนี้ (16 ก.ค.) เซ็นสัญญา เปลี่ยนไปเป็น &amp;quot;ภายใน 2 วัน&amp;quot; แล้วนะครับ (&amp;quot;ถ้าทุกอย่างลงตัว&amp;quot; ด้วยนะครับ ถ้ายังไม่ลงตัวก็ ... รอจนกว่าจะลงตัว?)
แล้วจากที่บอกว่า &amp;quot;มาแน่เดือนนี้&amp;quot; เป็น &amp;quot;อย่างเร็วปลายเดือนนี้&amp;quot; ... แล้วอย่างช้าละครับ?
#ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย
ขอบคุณโพสต์ของคุณเอกรัฐด้วยนะครับ
https://www.facebook.com/EakaratTkn/posts/3994353167357219&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109890</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.บุญ วนาสิน, นำเข้าวัคซีน mRNA, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a6f213e2d2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวโซเชียลปลุกรัฐบาล  #ฉีดPfizerให้บุคลากรการแพทย์  จี้นำเข้าวัคซีน mRNA </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 2564 จากกรณีที่เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา มีเอกสารหลุดจากการประชุมเฉพาะกิจร่วม ระหว่าง คณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค และคณะทํางานวิชาการด้านบริหารจัดการและศึกษาการให้บริการวัคซีน เมื่อ 30 มิถุนายน 2564 ณ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มีข้อสรุปแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนไฟเซอร์ที่คาดว่าจะนำเข้าสู่ประเทศไทยเดือน ก.ค. จำนวน 1.5 ล้านโดส ให้เน้นกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง 7 โรคในพื้นที่ระบาดเท่านั้น และในเอกสารมีการปฏิเสธข้อเสนอให้ใช้วัคซีนไฟเซอร์กระตุ้นภูมิเป็นเข็มที่ 3 ให้บุคลากรทางการแพทย์ &amp;nbsp;โดยมีบางส่วนกังวลว่า หากจัดสรรวัคซีน ไฟเซอร์ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ &amp;nbsp;จะเท่ากับเป็นการยอมรับกลายๆว่า วัคซีนซิโนแวคที่ฉีดนั้นไม่มีผลในการป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าว พบว่า มีการจัดทำข้อเสนอแนวทางบริหารจัดการวัคซีน ว่าควรมุ่งเน้นไปที่บุคคลสามกลุ่ม คือ 1. บุคคลอายุ 12-18 ปี &amp;nbsp;2. กลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ได้วัคซีน ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ 3. ให้บุคลากรด่านหน้ากระตุ้นภูมิคุ้มกัน เป็นวัคซีนเข็มที่ 3 ซึ่งมติที่ประชุมออกมา มีข้อสรุปว่า วัคซีน ไฟเซอร์ ระยะแรก จำนวน 1.5 ล้านโดส เป็นวัคซีนเข็มที่ 1 ทั้งหมดแก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง คือ กทม. และปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความคืบหน้า และ การชี้แจงใด ๆ ว่า เอกสาร ดังกล่าว นั้นเป็นของจริงหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องให้รัฐบาลนำวัคซีน mRNA เข้ามาให้บุคคลากรทางการแพทย์ด้วยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากเอกสารฉบับดังกล่าวทำให้ ในโลกโซเซียล มีการรณรงค์แฮชแท็ก #ฉีดPfizerให้บุคลากรการแพทย์ ตั้งแต่เมื่อค่ำคืนของวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งตอนเช้า แท็กนี้ก็ยังคงติดอยู่ในเทรนด์ ทวิตเตอร์อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดก็ต้องการให้รัฐช่วยดูแลบุคลากรที่ทำงานหนักในด่านหน้า &amp;nbsp;รวมถึงมีการให้มีการนำเข้าวัคซีนด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถอ่าน &amp;nbsp;#ฉีดPfizerให้บุคลากรการแพทย์ &amp;nbsp;แฮชแท็กได้ที่นี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108631</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดPfizerให้บุคลากรการแพทย์, ชาวโซเชียล, นำเข้าวัคซีน mRNA</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8052672a42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
