<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ดีอีเอสจ่อสอบ&#039;แอคแคป&#039;ปล่อยข่าวปลอมนำเข้าวัคซีน ขอปชช.รับฟังรอบด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 พ.ค.64 -นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)ให้สัมภาษณ์กรณี บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด ระบุติดต่อตัวแทนรัฐบาลเพื่อขอนำเข้าวัคซีนชิโนฟาร์ม 20 ล้านโดส แต่ทางรัฐบาลออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แบบนี้ถือเป็นเฟคนิวส์ต้องดำเนินการอะไรอย่างไรหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรเป็นข่าวปลอมหรือไม่ คงต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาให้ข้อเท็จจริง ถ้าเป็นการให้ข้อมูลเท็จแล้วทำให้ประชาชนสับสนก็จะเข้าข่ายเฟคนิวส์มีความผิด หน่วยงานที่ได้รับความเสียหายก็ต้องร้องเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นขณะนี้ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับข่าวที่ออกมา ขอให้รับความจริงอย่างรอบด้าน เพราะตอนนี้รัฐบาลพยายามหาทางนำเข้าวัคซีนโควิดอยู่แล้ว ส่วนเอกชนรายใดจะสามารถนำเข้าได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกชนรายนั้นๆที่ต้องยื่นขอนำเข้าตามช่องทางที่มีอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์นั้น เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ปล่อยให้มีคนมาหาประโยชน์จากเรื่องเหล่านี้ได้ ที่ผ่านมารัฐบาลก็ติดต่อผู้ผลิตโดยตรงไม่ผ่านนายหน้า และวัคซีนเป็นที่ต้องการของตลาดจึงไม่มีความจำเป็นที่ผู้ผลิตต้องใช้นายหน้าในการวิ่งขายวัคซีน จึงเชื่อว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ตามข่าวที่ออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104480</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์, นำเข้าวัคซีนโควิด, บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a525568d938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบข่าว!นายกฯแจงยิบปมวัคซีน ลั่นถ้าไม่เข้าตามช่องอย.-อภ.ก็มาไม่ได้ จะมาพบใครก็ไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 พ.ค.64 -&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ศูนย์การค้า เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด 19 นอกสถานพยาบาล ว่า วันนี้ตนได้เห็นความพร้อมเพียงในเรื่องการเตรียมการตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างครบถ้วน ขอขอบคุณผู้ให้บริการ เจ้าของสถานที่ รวมถึงผู้ที่บริจาคสิ่งของดูแลช่วยเหลือให้กับผู้ที่เข้าฉีดวัคซีน โดยจะเห็นได้ว่าขณะนี้การบริหารวัคซีน การฉีดวัคซีนจะกระจายเร่งทำให้มากยิ่งขึ้นตามปริมาณวัคซีนที่ได้กระจายไป และมีหลายกลุ่มที่มีความจำเป็นที่ต้องได้รับความเร่งด่วนในการฉีดวัคซีน ดังนั้นขอให้ฟังที่ตนพูด อย่าไปฟังที่อื่นพูด เพราะจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดไป และต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บ้าง เพราะทำงานแบบนี้เหนื่อย เสียสละและอดทน ซึ่งปกติการบริหารก็ยากอยู่แล้ว เพราะคนจำนวนมาก ถ้าหากทำให้สับสนไปเรื่อยๆ ขยายข่าวไปเรื่อยๆก็จะเกิดความสับสนมากยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดก็จะมาลงที่เจ้าหน้าที่ จึงขอให้นึกถึงหัวใจของเจ้าหน้าที่บ้าง ตนขอแค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนการให้บริการถือว่าเป็นการฉีดที่จะต้องบริหารวัคซีนที่ได้รับทั่วกรุงเทพฯ 25 จุด ตามจำนวนที่มอบไปตามห้วงระยะเวลาที่กำหนด ส่วนการบริหารวัคซีน จะบริหารเป็นเดือน โดยจะให้ทุกคนได้ฉีดมากที่สุดในเดือนนั้น โดยเป้าหมายจะฉีดให้ได้ในเดือนธ.ค.และย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด แต่ยอมรับว่าการทำงานเพื่อคนหมู่มากในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา คงไม่ต้องขอโทษ เพราะบางอย่างจำเป็นต้องมีความอ่อนตัวในการบริหารบ้าง ซึ่งการทำงานมีแนวทางกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าสถานการณ์จากระดับหนึ่ง สอง สาม สี่ แล้วจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การบริหารวัคซีน การจัดหาสถานที่ฉีด จำนวนผู้ฉีด การกระจายวัคซีน ทุกอย่างจะต้องมีการปรับ แต่ทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน ผมขอยืนยัน ขออย่าไปพูดว่าคนนั้นไม่ได้ฉีด คนนี้ได้ฉีด ขอความร่วมมือกับสื่อด้วย เรื่องใดที่ไม่เกิดประโยชน์ขอความกรุณาอย่าไปแพร่ในสื่อทุกชนิดเพื่อลดความขัดแย้ง เพราะไม่ใช่เรื่องสนุกที่จะไปทะเลาะเบาะแว้งกัน ผมไม่อยากให้ใครทะเลาะกันทั้งสิ้น ไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม เราต้องไปด้วยกัน การทำสิ่งดีๆเพื่อสิ่งดีๆถือเป็นกุศลต่อตนเอง ทำให้ประเทศชาติฟื้นตัวขึ้น ช่วยกันทำความดี ผมบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการแจ้งความเอาผิดกับบริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด ที่อ้างว่าเคยติดต่อกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะดำเนินการต่อไป คงไม่ต้องมาถามล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าแผนการกระจายวัคซีนแอสตราเซเนกาที่จะเข้ามาในเดือนมิ.ย.ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วัคซีนทั้งหมดที่จะเข้ามาในเดือนมิ.ย.จะกระจายภายในเดือนมิ.ย.ทั้งหมด โดยจะกระจายไปให้ได้มากที่สุดและได้มอบนโยบายไปแล้ว ซึ่งได้บอกไปแล้วว่า เราจำเป็นต้องกระจายวัคซีนเป็นรายเดือน ไม่เช่นนั้นก็ต้องวางแผนไป 6 เดือน แล้วจะได้ตามนั้นหรือไม่ เพราะวัคซีนมาเป็นช่วงๆ ในแต่ละเดือนและการกระจายไปตามจุดต่างๆ จึงจำเป็นจะต้องวางแผนตรงนี้ ถ้าไม่มีการแพร่ระบาดขึ้นมาใหม่ก็คงเป็นไปตามแผนได้ แต่ในเมื่อมีการแพร่กระจายและมีการระบาดสูงในบางพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีการปรับในการนำวัคซีนเข้าไปในแต่ละพื้นที่ ตนยืนยันแล้วกันว่า ทุกคนจะได้รับการฉีดอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม จะยังได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าได้ฉีดทุกคน 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ฉีดทั้งหมด ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อมหรือแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่จะทำให้รวดเร็วมากขึ้น โดยเมื่อวานเพียงวันเดียวได้ 1 ล้านกว่าราย เพียงแต่วันนี้ต้องทำให้ระบบหมอพร้อมรองรับคนที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันอื่นด้วย เพื่อนัดและติดตามผลการฉีดวัคซีน ทุกคนจะต้องได้รับการติดตามจากการเข้ารับการฉีดวัคซีน นี่คือการรับผิดชอบและการออกใบรับรอง รัฐบาลทำขนาดนี้ ส่วนจะมีความยุ่งยากหรือไม่อย่างไร ก็ต้องไปเก็บกันเอาเอง ขอร้องว่าอย่าไปคิดเพียงชั้นเดียวมันไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในบางจังหวัดยังไม่มีแอปพลิเคชันเป็นของตัวเอง จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกจังหวัดมีหมดอยู่แล้ว กระทรวงมหาดไทยยืนยันแล้ว ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข (สสจ.)และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตามฉีดกันให้ทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงวัคซีนทางเลือก เช่น วัคซีนซิโนฟาร์ม มีความคืบหน้าอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ก็มีบริษัทเข้ามาติดต่อเป็นทางการแล้วกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งอย.ขึ้นทะเบียนแล้ว และอยู่ระหว่างการเจรจานำเข้า โดยต้องเข้าตามช่องทางที่ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายตามมาตรการ ถ้าไม่เข้าตามช่องก็มาไม่ได้ จะมาพบใครก็ไม่ได้ เพราะตนไม่ได้มีหน้าที่ตรงนั้น เพราะเป็นหน้าที่ของอย. และองค์การเภสัชกรรม (อภ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้รับรายงานกรณีอังกฤษพบ โควิด-19 สายพันธุ์ไทยแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;มันก็มีทุกสายพันธุ์นั่นแหละ ถ้ามันจะเกิด อย่าไปกังวลให้มากนักเลย วันนี้ขอให้ฉีดวัคซีนกันให้ได้เสียก่อน ซึ่งถ้าเป็นก็รักษาได้ ขอให้ดูแลตัวเองป้องกันตัวเองถ้าไม่ดูแลตัวเอง ถ้าไม่ช่วยกันทำอะไรก็ไม่สำเร็จ อย่าไปจับผิดเล็กน้อย ถ้าถามมา ก็ตอบไปว่ารักษาได้ วัคซีนที่มีอยู่ก็ป้องกันได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104466</URL_LINK>
                <HASHTAG>นำเข้าวัคซีนโควิด, บริษัท แอคแคป แอสเซ็ทส์ จำกัด, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา, วัคซีนซิโนฟาร์ม, องค์การอาหารและยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b06ea00691e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำหนดแนวทางนำเข้าวัคซีนโควิดโดยเอกชน ต้องมียี่ห้อแตกต่างจากรัฐ จัดส่งได้ทันในปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มี น.พ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธานคณะทำงาน ถึงแนวทางในการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 สำหรับใช้ในสถานพยาบาลของรัฐ และวัคซีนทางเลือกเพื่อนำมาให้บริการในสถานพยาบาลเอกชน โดยควรกำหนดให้วัคซีนโควิด-19 เป็นสินค้าควบคุม ซึ่งสถานพยาบาลภาคเอกชนควรคัดเลือกวัคซีนโควิด-19 ทางเลือก ที่มีคุณลักษณะหรือยี่ห้อที่แตกต่างจากวัคซีนที่ภาครัฐนำเข้ามา และสามารถจัดส่งวัคซีนได้ทันภายในปี 2564 รวมทั้งในอนาคตกรณีที่มีการวิจัยและผลิตวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติม ก็สามารถนำเสนอวัคซีนทางเลือกรายการอื่นเพิ่มเติมต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะทำงานฯยังได้สรุปการจัดหาวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติมสำหรับภาครัฐ ประกอบด้วย Pfizer, Sputnik V และ Johnson &amp;amp; Johnson และในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของสถานพยาบาลเอกชนนั้น ที่ประชุมคณะทำงานฯมีความเห็นว่า ควรเป็นวัคซีนโควิด-19 ในรายการอื่น ๆ ที่ไม่ได้ให้บริการโดยภาครัฐและสถานพยาบาลของรัฐ เพื่อให้เป็นวัคซีนทางเลือกอย่างแท้จริง และไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับภาครัฐ เช่น Moderna, Sinopharm หรือวัคซีนอื่นที่มีการขึ้นทะเบียนต่อไปในอนาคต โดยขอให้มีการควบคุมราคาการให้บริการในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทางเลือกให้กับประชาชนในสถานพยาบาลเอกชนให้สมเหตุสมผล และมีราคาที่เหมาะสม ซึ่งที่ประชุมคณะทำงานฯได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ช่วยผลักดันให้มีบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายวัคซีนเข้ามาขึ้นทะเบียนในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สำหรับการจัดหาวัคซีนในสถานพยาบาลเอกชนนั้น องค์การเภสัชกรรมจะเป็นผู้บริหารจัดการและประสานกับบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายวัคซีน โดยจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าไม่ปลอดภัย (Product Liability) และสถานพยาบาลเอกชน/ภาคเอกชนที่ประสงค์จะนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ทางเลือก จะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องชำระเงินจองวัคซีนโควิด-19 ทางเลือกล่วงหน้าให้แก่องค์การเภสัชกรรมเต็มจำนวนมูลค่าการสั่งซื้อ 100% รวมทั้งจัดทำประกันสำหรับกรณีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน โดยภาคเอกชนที่มีความประสงค์จะขอนำเข้าวัคซีนทางเลือก สามารถดำเนินการแต่งตั้งตัวแทนจากบริษัทวัคซีนต้นทางและยื่นหนังสือต่อองค์การเภสัชกรรม โดยที่ประชุมคณะทำงานฯเห็นควรมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) เพื่อดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนในการจัดหาวัคซีน ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดหาวัคซีนที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102072</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นายอนุชา บูรพชัยศรี, นำเข้าวัคซีนโควิด, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bbd7195a41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.ใจป้ำควักเงินนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ฉีดให้แรงงานกว่า 5 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค. 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าส.อ.ท.จะหารือกระทรวงสาธารณสุข และสาธารณสุขจังหวัด ในการเป็นผู้แทนภาคอุตสาหกรรมไทยขออนุญาตรัฐบาลให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 จากซิโนแวคที่ได้ขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยา(อย.) แล้ว ผ่านองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ให้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมมากว่า 51,000 ราย จาก 109 บริษัท ใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ ได้รับการฉีดวัคซีนในสถานที่ที่ภาครัฐจัดเตรียมให้ภายในเดือนมิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาคเอกชนประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะยืดเยื้อไปจนถึงปลายปี แต่มองว่าการดำเนินการฉีดวัคซีนของภาครัฐล่าช้าเกินไป ผู้ประกอบการกว่า 60% จึงแสดงความพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขอฉีดวัคซีนซิโนแวคให้กับแรงงานของแต่ละสถานประกอบการเองโดสละ 1,000 บาท จำนวนคนละ 2 โดส โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพและสมุทรสาคร ไม่เกี่ยวกับ 30 ล้านโดสหรืองบประมาณของรัฐบาล ช่วยแบ่งเบาภาระภาครัฐและช่วยให้การฉีดวัคซีนเร็วขึ้น&amp;quot;นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยส.อ.ท.จะเปิดรับความต้องการฉีดวัคซีนโควิด-19 เฟส 2 จากสถานประกอบการต่อไปในวันที่ 31 มี.ค.2654 เช่ือว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวให้เดินเข้ามาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจในไทยมากขึ้น ขณะที่ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ เดือนก.พ.2564 อยู่ที่ระดับ 85.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 83.5 เนื่องจากภาคการผลิตกลับมาขยายตัวตามอุปสงค์ในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ของภาครัฐ อาทิ การอนุญาตให้สถานศึกษาเปิดเรียนตามปกติ การขยายเวลานั่งรับประทานในร้านอาหารถึง 23.00 น. รวมทั้งอนุญาตให้กิจการบางประเภทเปิดดำเนินการได้ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวจากผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคการผลิตขยายตัว รวมถึงประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ อาทิ สหรัฐและจีน มีการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันชื่อว่าการที่หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนโควิดแล้วนั้น จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนเริ่มกลับมา เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 92.0 จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 91.1 เนื่องจากผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่งออกยังคงประสบปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องรวมทั้งอัตราค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทยังแข็งค่ามากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ส่งออก ซึ่ง ส.อ.ท.มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ โดยขอให้ภาครัฐควรดำเนินมาตรการฟื้นฟูผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องหลังจากมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามแผนให้แก่ประชาชนแล้ว เร่งแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ของผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) และเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดแรงงาน, นำเข้าวัคซีนโควิด, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_605317a67f78f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;รับกังวลนำเข้าวัคซีนหลังอียูจำกัดห้ามออกนอกสหภาพยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.สาธารณสุข​ กล่าวก่อนการประชุม ศบค. ว่า จะมีการพิจารณาคลายล็อก โดยกระทรวงสาธารณสุขจะมีการรายงานรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและเสนอมาตรการไปยังที่ประชุมศบค.&amp;nbsp; รวมไปถึงเสนอว่ากิจการใดที่จะสามารถผ่อนปรนได้บ้าง หรืออะไรที่สามารถทำได้ก็ต้องรีบทำ ส่วนร้านอาหารจะมีการเสนอให้เปิดบริการถึงเวลา 23.00 น. แต่ยังไม่สามารถจำหน่ายสุราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าการนำเข้าวัคซีนล็อตแรกในเดือนก.พ.นี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ในช่วงนี้จะมีการติดต่อแหล่งผลิตทุกแหล่งก่อน ว่าจะสามารถนำจากแหล่งผลิตใดมาใช้ก่อนได้บ้างก่อนที่จะถึงเดือนมิ.ย. แต่ทางนี้มีขั้นตอนค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องเอกสารและการขึ้นทะเบียน ยืนยันว่าไม่ได้ติดขัดให้ทางเรา แต่ติดขัดที่ต้นทาง เนื่องประเทศผู้ผลิตยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ คือสิ่งที่ขณะนี้กังวลอยู่ และทางสหภาพยุโรปหรือ อียู จำกัดการส่งออกวัคซีนไม่ให้ออกนอกเขตสหภาพยุโรป&amp;nbsp; ทั้งนี้​ กำลังพยายามเจรจาอยู่ พร้อมยอมรับว่าทางส่วนของเราได้พยายามทำทุกอย่างไปหมดแล้ว ดังนั้นหากจะเกิดปัญหาก็นอกเหนือการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ จะล่าช้าหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ แผนปกติวัคซีนเราจะพร้อมใช้ในช่วงเดือนมิ.ย. ตามที่ได้มีการสั่งผลิตจากแอสตราเซนเนกาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91354</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกุล, นำเข้าวัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_601372bb8c97a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลไม่ปิดกั้นเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19เอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24​ ม.ค. 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายให้เอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ได้ โดยขอให้ยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนวัคซีนกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ อย. จะพิจารณาตรวจสอบวัคซีนที่จะขอนำเข้ามาใช้ในประเทศไทย ซึ่งจะต้องได้รับการประเมินก่อนนำไปใช้จริง โดยทาง อย.จะประเมินทั้งในด้านคุณภาพ ด้านความปลอดภัย และด้านประสิทธิผลของวัคซีน ว่าเหมาะสมกับคนไทย โดยผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนจะต้องแสดงข้อมูลเอกสารหลักฐานเพื่อประเมินคุณสมบัติของวัคซีนทั้ง 3 ด้านดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อย. ได้ปรับการทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 อย่างเต็มที่ ด้วยการระดมเพิ่มผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกมาร่วมพิจารณา เพื่อให้สามารถอนุมัติวัคซีนได้โดยเร็วที่สุด แต่ยังคงไม่สามารถผ่อนคลายกฎเกณฑ์หรือลดหย่อนการกำกับดูแล เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า การจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 นี้ ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ภายใต้สถานการณ์ที่มีความต้องการใช้สูงทั่วโลก อีกทั้งวัคซีนที่มีอยู่ เพิ่งเสร็จจากงานวิจัยเข้าสู่กระบวนการผลิตของแต่ละบริษัท ดังนั้น การนำเข้าวัคซีนต้องมั่นใจว่าเป็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อวัคซีนโควิด, นายอนุชา บูรพชัยศรี, นำเข้าวัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f6228788cd57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ยันไทยสั่งซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19คนละตัวกับนอร์เวย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มกราคม 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ปฏิบัติหน้าที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีมีผู้เสียชีวิตภายหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศนอร์เวย์ 23 ราย จากการฉีดให้ประชาชนจำนวน 3 หมื่นกว่าราย โดยฉีดของบริษัทไฟเซอร์ และโมเดอร์นา ซึ่งทั้งสองบริษัทใช้เทคโนโลยีผลิตตัวเดียวกันคือ mRNA เป็นคนละตัวกับที่ไทยสั่งซื้อของบริษัทแอสตราเซเนกา และซิโนแวค ประเทศจีน ที่ใช้กลุ่มวัคซีนเชื้อตาย ดังนั้นจึงอยากให้คนไทยเชื่อมั่นว่าไม่ได้ใช้ตัวเดียวกับนอร์เวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า ในกรณีนอร์เวย์ พบผู้มีอาการไม่พึงประสงค์ 29 รายภายหลังรับวัคซีน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 21 ราย ชาย 8 ราย และจำนวนนี้เสียชีวิต 23 ราย เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์ หลังรับไป 1 เข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลที่ได้จากสื่อรายงานว่ามีการชันสูตรคนที่เสียชีวิตไปแล้ว 13 ราย พบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มีอายุมากกว่า 80 ปี และอยู่ที่บ้านพักคนชรา สาเหตุของการเสียชีวิตอยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะออกมาเร็ว ๆ นี้เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุแท้จริง เพราะยังไม่ได้สรุปว่าเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนเพราะทั้ง 23 ราย เป็นกลุ่มคนที่มีอาการเยอะอยู่แล้ว และข้อมูลคนที่อยู่ในบ้านพักคนชราแห่งนั้นมีผู้เสียชีวิตทุกวันเป็นปกติ รวมทั้งประเทศมีจำนวนหลักร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของประเทศนอร์เวย์ก็ได้ให้ความเห็นว่าการฉีดวัคซีนยังถือว่ามีความเสี่ยงน้อย ยกเว้นกลุ่มผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปหรือผู้มีโรคประจำตัวมากก็จะเสี่ยงพบอาการไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ปวดบริเวณฉีด หรือบวมร้อน บางคนมีคลื่นไส้ อาเจียน ในกรณีที่เป็นมากมีการเกิดภาวะช็อกภายหลังได้รับ ปกติจะติดตามเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีหลังการฉีด จากนั้นติดตามต่ออีก 30 วันจนกระทั่งมั่นใจได้ว่าไม่มีผลข้างเคียงตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากต่างประเทศก็ถือเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยที่จะช่วยวางแผนในการเตรียมรับวัคซีนอย่างปลอดภัย และขณะนี้ แพทย์นอร์เวย์ได้แนะนำว่าต้องประเมินความเสี่ยงก่อนการสั่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้มีอายุมากและมีโรคประจำตัวด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90118</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, นอร์เวย์, นำเข้าวัคซีนโควิด, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd71ab117380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
