<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาติไทยพัฒนา&#039; จ่อจับมือ &#039;ภูมิใจไทย&#039; แก้พ.ร.ป.เลือกตั้ง หวังสร้างกติกาเป็นธรรมทุกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.64 - นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการเตรียมพร้อมต่อการยื่นร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หลังจากที่รัฐสภาลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ... ว่าด้วยระบบเลือกตั้งแล้ว ว่า การยื่นร่างแก้ไขพ.ร.ป. ต้องทำหลังจากที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาเห็นชอบมีผลประกาศใช้ จากนั้นพรรคจะหารือร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อหารือร่วมกันต่อการเสนอเนื้อหาแก้ไข เบื้องต้นมีประเด็นที่คิดว่าจะปรับปรุงจากพ.ร.ป.ฉบับที่ใช้อยู่ คือ การกำหนดหมายเลขผู้สมัคร ส.ส. และหมายเลขของพรรคการเมือง ให้เป็นหมายเลขเดียวกันทุกเขตและทั่วประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไม่สับสน และง่ายต่อพรรคการเมืองจะหาเสียง รวมถึงการเสนอเนื้อหาว่าด้วยการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่สามารถเขียนเนื้อหาให้มีความเป็นกลางและทุกพรรคได้รับความเป็นธรรม เช่น นำหลักการของระบบคำนวณแบบ MMP ออกแบบผสมผสามกับระบบของรัฐธรรมนูญ ปี 2540 และรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกแบบให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ถือว่าพรรคการเมืองใหญ่ได้เปรียบ ดังนั้นการออกแบบกฎหมายลูก ผมเห็นว่าพรรคขนาดกลาง รวมถึงพรรคขนาดเล็ก ควรมีโอกาสสร้างกติกาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกพรรคเท่าเทียมกัน รวมถึงพรรคฝ่ายค้านด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเปรียบมากเกินไป&amp;rdquo; นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร ยังกล่าวถึงการกำหนดให้มีเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือนพฤศจิกายน นี้ว่า ปกติพรรคไม่ส่งคนลงในนามพรรค และครั้งนี้จะปฏิบัติเช่นเดิม เพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ที่อาจมีความขัดแย้งในฐานของตนเอง แต่หากส.ส.ของพรรคจะดำเนินการอย่างใด หรือสนับสนุนผู้สมัครท้องถิ่นรายได้พรรคไม่ห้าม แต่ต้องระวังอย่าทำผิดรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116567</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นิกร จำนง, พรรคชาติไทยพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609cb10bc4b18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.แก้รธน. เลื่อนประชุม หลังรัฐขยายมาตรการล็อกดาวน์ นัดถกอีกที 4 ส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64- นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.... เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกันระหว่าง นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ พรรคพลังประชารัฐ​ และประธานกมธ. นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ รองประธานกมธ. และฝ่ายเลขานุการ มีความเห็นว่า จากการที่รัฐบาลขยายมาตรการล็อกดาวน์ ออกไปอีก 14 วัน ทำให้กมธ.จำเป็นต้องเลื่อนการประชุมนัดต่อไปอีกครั้ง จากเดิมวันที่ 27 กรกฎาคม ไปเป็นวันที่ 4 และ 6 สิงหาคมนี้ เนื่องจากตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา กมธ.ไม่สามารถประชุมออนไลน์ได้ เพราะเป็นกฎหมาย จำเป็นต้องใช้องค์ประชุมสำหรับการพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหตุที่กมธ.นัดประชุมในวันที่ 4 สิงหาคม เนื่องจากทราบจากวิปรัฐบาลว่า สภาฯจะงดประชุมในวันที่ 29-30 กรกฎาคมนี้ ต่ออีก 1 สัปดาห์ ตามการขยายมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล เนื่องกมธ.ที่อยู่ใน 13 จังหวัดสีแดงเข้มจะไม่สามารถเดินทางข้ามจังหวัดเข้ากทม.ได้ เช่นเดียวกับกมธ.ที่อยู่จังหวัดอื่นๆ เนื่องจากติดคำสั่งห้ามบินเข้า 13 จังหวัดสีแดงเข้มของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เป็นเวลา 14 วัน เช่นเดียวกัน ดังนั้น ในเบื้องต้น กมธ.จะเริ่มประชุมอีกครั้งวันที่ 4 สิงหาคม ซึ่งถือเป็นวันแรกหลังวันสิ้นสุดของคำสั่งห้ามบินพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม แม้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็เป็นการแก้ไขที่เน้นเรื่องการเมือง เรื่องการเลือกตั้งเป็นหลัก กมธ.จึงเห็นพ้องร่วมกันว่า เวลานี้ไม่มีเรื่องใดสำคัญเท่าเรื่องของประชาชน จึงขอเลื่อนประชุมออกไป โดยจะยึดเอามาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด และระหว่างนี้ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐสภากลายเป็นคลัสเตอร์ของการแพร่ระบาด ซึ่งที่ผ่านมาก็ฉิวเฉียดมาหลายครั้งแล้ว&amp;rdquo; นายนิกร กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110380</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิกร จำนง, เลื่อนประชุมสภา, แก้รัฐธรรมนูญ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08e1ba8a0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039; แนะวางอาวุธทางการเมือง ช่วยประเทศพ้นวิกฤติโควิดก่อนค่อยคิดแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13​ พ.ค.64 - นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า​ ยอมรับว่าเนื้อหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคร่วม 3 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา เตรียมยื่นญัตติเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 นั้นมีบางประเด็นที่ยังเห็นไม่ตรงกัน โดยเฉพาะระบบเลือกตั้งที่ยังต้องพิจารณาถึงรายละเอียดว่า แบบไหนที่เหมาะสมที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ ที่นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ระบุแก้ไขมาตราว่าด้วยระบบเลือกตั้ง เปลี่ยนเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ นั้น ยอมรับว่าต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า จะทำให้พรรคการเมืองได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์หรือไม่ อย่างไรก็ดีในความเห็นส่วนตัวมองว่าขณะนี้ควรพักเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้จนกว่ารัฐสภาจะเปิดสมัยประชุม เพราะมีประเด็นวิกฤตของประเทศคือ การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่แต่ละวันพบสถิติผู้ติดเชื้อสูงขึ้นและเสียชีวิตรายวัน สำหรับเนื้อหาการแก้ไขนั้นตนยังสนับสนุนให้แก้ไขเป็นรายมาตรา มากกว่าการตั้งส.ส.ร. เพราะมีเงื่อนไขด้านเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่าเมื่อสภาฯเปิดแล้ว และพรรคร่วมได้พิจารณาเนื้อหาอีกครั้ง จะทันต่อการยื่นญัตติขอแก้ไข แม้ขณะนี้จะมีญัตติที่เสนอไว้แล้ว 1 ญัตติ แต่เชื่อว่ารัฐสภาจะรอการพิจารณา เพราะหากเนื้อหามีเพียงฉบับเดียวปัญหาอาจเกิดขึ้นได้ ส่วนขณะนี้ทุกฝ่ายควรพักและวางอาวุธทางการเมือง เพื่อร่วมระดมการพูดคุยช่วยประเทศให้พ้นวิกฤตโรคระบาดก่อน&amp;rdquo; นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102773</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นิกร จำนง, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609cb10bc4b18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 21:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลบโควิด &#039;ชทพ.&#039; แจ้ง &#039;กกต.&#039; เลื่อนจัดประชุมใหญ่พรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.64 - &amp;nbsp;ที่พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) นายนิกร &amp;nbsp;จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะผู้อำนวยการพรรค แถลงว่า ตามที่ พ.ร.ป. พรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 43 มาตรา 61 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องจัดประชุมใหญ่เพื่อให้ที่ประชุมเห็นชอบรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมาและงบการเงิน ภายในเดือนเมษายนของทุกปีนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาจึงได้จัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและมีมติกำหนดให้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ในวันเสาร์ที่ 24 เม.ย. 64 ที่ที่ทำการสาขาพรรค จ.สุพรรณบุรี และได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งเรื่องสถานที่และได้ออกหนังสือเชิญ ทั้งกรรมการบริหารพรรค ผู้แทนสาขาพรรคจากทั้งสี่ภาค ตัวแทนพรรคจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ และสมาชิกพรรค รวมแล้วกว่า 350 คน เข้าร่วมประชุม และได้แจ้งกำหนดการดังกล่าวต่อ กกต. จ.สุพรรณบุรีเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร กล่าวว่า แต่ในขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ รวมทั้งที่ จ.สุพรรณบุรี ที่จะจัดประชุมใหญ่ด้วย แม้ จ.สุพรรณบุรีจะได้มีคำสั่งกำหนดมาตรการในการป้องกันออกมาจำนวนหลายฉบับ แต่สภาวะความสุ่มเสี่ยงก็ยังอยู่ในสภาวะที่ยังไว้ใจไม่ได้ หรือแม้จะเปลี่ยนมาจัดที่กรุงเทพฯ ก็ยังคงมีความสุ่มเสี่ยงอยู่ เนื่องจากกรุงเทพฯและปริมณฑลก็เป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูงเช่นกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายนิกร กล่าวว่า หากพรรคยังคงจะจัดการประชุมใหญ่ที่มีสมาชิกพรรคเดินทางเข้าร่วมประชุมจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศเป็นจำนวนมากนั้นอาจทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง อันจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดที่วิกฤตอยู่ในขณะนี้ได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พรรคชาติไทยพัฒนาจึงได้ทำหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมืองขอเลื่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของพรรคออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะปกติ และปลอดภัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98976</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., การเมือง, ชทพ., ชาติไทยพัฒนา, นิกร จำนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f2d1493484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิกร&#039; เผย 3 พรรคร่วมรัฐบาลนัดถกแก้รธน. เลือกมาตราเร่งด่วนเน้นปัญหาปชช.มากกว่าฝ่ายการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31​ มี.ค.64 - นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่วมกับระหว่าง 3 พรรคร่วมรัฐบาลคือ พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า ตัวแทนของแต่ละพรรคจะนัดหารือในรายละเอียดช่วงวันที่ 7-8 เม.ย. ซึ่งมีการนัดประชุมรัฐสภา โดยเบื้องต้นมีความเห็นร่วมกันว่า จะเสนอแก้มาตราที่เป็นปัญหาของประชาชนมากกว่าการแก้ปัญหาของฝ่ายการเมือง แต่ขณะนี้ยังไม่ลงรายละเอียดว่าจะเสนอแก้มาตราใดบ้าง ส่วนตัวมองว่าสิ่งที่ควรปลดล็อคร่วมกันคือ แก้ไขมาตรา 256 เพื่อคลายล็อคกรณีต้องใช้เสียงของวุฒิสภาร่วมด้วยในวาระแรกและวาระสาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร กล่าวว่าก่อนหน้านี้ในการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ​ พ.ศ.2560 ที่มีนายพีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ศึกษาเนื้อหาของมาตราในรัฐธรรมนูญที่ควรแก้ไข ดังนั้นตนมองว่าควรนำมาพิจารณาและเลือกมาตราที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมาพิจารณาเสนอเป็นญัตติแก้ไข นอกจากนั้นตนมองว่าควรแก้ไขประเด็นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เพราะหลังจากที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว พบว่ากฎหมายไม่ได้ให้อำนาจในท้องถิ่นทำงานแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้ประชาชน ดังนั้นควรแก้ไขปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในที่ประชุม ครม. ให้คิดแนวทางแก้รัฐธรรมนูญให้ตกผลึก จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า​เชื่อว่าจะทำให้แก้รัฐธรรมนูญได้หลายมาตราและได้เท่าที่จำเป็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97899</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิกร จำนง, พรรคชาติไทยพัฒนา, มาตรา 256, มาตรา 256 ตั้ง สสร., ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f2d1493484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชทพ. ยันจุดยืนหนุนแก้รธน. กั๊กโหวตผ่านวาระสามหรือไม่ รอรายละเอียดคำวินิจฉัยกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15​ มี.ค.64 - นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า วันที่ 16 มี.ค.พรรคชาติไทยพัฒนานัดประชุมส.ส. ของพรรค เพื่อหารือถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม ที่รัฐสภานัดลงมติวันที่ 17 มีนาคม เวลา 09.30 น. อย่างไรก็ตาม​ พรรคชาติไทยพัฒนายืนยันในจุดยืนต่อการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การลงมติวาระสามนั้น จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดโดยเฉพาะคำวินิจฉัยกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยคำร้องว่าด้วยหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่าจะเผยแพร่ได้ก่อนการลงมติของรัฐสภา วันที่ 17 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงมติใดๆของพรรคนั้น เชื่อว่าจะเกิดขึ้น หลังจากวิปรัฐบาล หารือร่วมกันก่อนการพิจารณาเนื้อหา วันที่ 17 มี.ค. ซึ่งวิปรัฐบาลได้นัดประชุม เวลา 08.30 น. อย่างไรก็ดีการลงมติร่างแก้รัฐธรรมนูญนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะฟรีโหวต เพราะพรรคไม่สามารถสั่งให้ลงมติไปในทางใดทางหนึ่งได้ เนื่องจากการลงมติเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภา&amp;rdquo; นายนิกร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จุดยืนที่สนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ จะหมายถึงโหวตผ่านร่างแก้ไขวาระสามหรือไม่​ นายนิกร กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดในคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง อย่างไรก็ดีความเห็นส่วนตัวประเมินสถานการณ์ในขณะนี้ว่าหากให้เดินหน้าลงมติวาระสาม โดยประเด็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญยังคลุมเคลือ จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระสอง ถูกคว่ำแน่ โดยส.ว.อาจลงมติไม่ครบจำ 1 ใน 3 หรือ 84 เสียงที่เป็นหลักเกณฑ์ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96136</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิกร จำนง, พรรคชาติไทยพัฒนา, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f2d1493484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคร่วมเมินสูตรแลกเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรับ ครม.ไม่ง่าย เลขาฯ พรรค ปชป.ลั่นต้องได้โควตา รมต.เท่าเดิม หลังลือหนักจ่อโดนริบหนึ่งเก้าอี้ ชาติไทยพัฒนาขวางสูตรแลกกระทรวง ก.ทรัพย์กับศึกษาธิการ หลังสะพัด
&amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ขอแลกเพื่อดันตัวเองขึ้นว่าการฯ เสียบแทนวราวุธ ส่วนเก้าอี้เดิม ถาวร-รมช.คมนาคม &amp;quot;สาทิตย์-กปปส.&amp;quot; มีลุ้น กลุ่มสามมิตรดันอนุชาเสียบ ก.ดีอีเอส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรียังคงเป็นประเด็นการเมืองที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ระหว่างเดินทางไปร่วมงานฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สถาบันบําราศนราดูร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรีและการเชิญตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเข้าหารือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อผู้สื่อข่าวตั้งคำถามดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะเดินไปที่รถยนต์ส่วนตัวเพื่อเดินทางกลับออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ที่มีข่าวจะมีการแลกโควตารัฐมนตรีข้ามกระทรวงว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ยินการปรับ ครม.ในสูตรนี้ และต้องไปสอบถามจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค เผื่อมีการประสานมา แต่สำหรับตนยังไม่ได้รับรายงานมาแต่อย่างใด และการเจรจาเรื่องใดๆ ก็ตามกับพรรคร่วมรัฐบาลได้มอบหมายให้นายเฉลิมชัยและนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคเป็นตัวแทนพรรคในการเจรจา เรื่องใดต้องใช้มติกรรมการบริหารพรรคก็ต้องใช้ ถ้าเรื่องใดไม่ต้องก็ไม่ต้อง เช่นถ้าเป็นเรื่องเสนอรายชื่อรัฐมนตรีคนใหม่ หรือตำแหน่งทางการเมือง ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ก่อนนำเข้าที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารและ ส.ส.ของพรรค ตามที่ข้อบังคับกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงการปรับครม. ในตำแหน่ง รมช.คมนาคม จำเป็นต้องเป็นโควตาจังหวัดสงขลาหรือไม่ ว่าไม่ต้อง แต่เป็นโควตาภาคใต้ ส่วนจะเป็นใคร ทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายประกอบ รัตนพันธ์, นายเจือ ราชสีห์ หรือนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรอย่างเป็นทางการ ส่วนกรณีที่ตนไปพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการปรับครม. แต่เป็นการไปพูดคุยส่วนตัว พูดคุยกันมาตั้งแต่ก่อนร่วมรัฐบาล และปกติก็คุยกันมาตลอด และบังเอิญวันนั้นมาตรวจโควิดที่กระทรวงสาธารณสุข ก็เลยแวะมาทักทายกันตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าโควตาพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า คงต้องรอดู แต่ก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะแลกเก้าอี้ รมช.คมนาคมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น &amp;nbsp;อย่าเพิ่งไปคาดเดา รอให้นายกฯ ส่งสัญญาณให้ชัดเจนก่อน จากนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงจะมีการประชุมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า การปรับ ครม.ที่จะมีขึ้นอาจมีการเกลี่ยโควตารัฐมนตรีกันใหม่ จากตอนจัดตั้งรัฐบาลที่ตอนนั้นใช้สูตร 7 ต่อ 1 ทำให้ประชาธิปัตย์ได้โควตารัฐมนตรีเท่ากับพรรคภูมิใจไทย แต่ปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.จากอนาคตใหม่เดิมเข้ามาอยู่กับพรรคมากขึ้น หลังมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ร่วม 10-11 คน ทำให้มีข่าวก่อนหน้านี้อาจจะมีการปรับลดโควตารัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ลง 1 เก้าอี้ เพื่อเอาไปเพิ่มให้กับพรรคภูมิใจไทยแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ โดยเฉพาะตำแหน่ง รมช.คมนาคมที่่ว่างลง ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของนายถาวร เสนเนียม ว่าขณะนี้มีการคุยกันในพรรคแล้ว แต่คงต้องรอกัน แต่ทั้งหมดนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของพรรค โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. ซึ่งข้อบังคับของพรรคได้ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องคำนึงถึงภูมิภาคและการทำงานที่ต้องเป็นคนทำงานให้พรรคมาตลอด และเป็นคนที่ได้รับการยอมรับของ ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสว่ามีชื่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง จะมาเป็นรัฐมนตรีแทนนายถาวร นายสาธิตกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเอาไปพิจารณาในที่ประชุม ซึ่งมีการเสนอชื่อและถกเถียงกันว่าใครจะมีความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า นายถาวร เสนเนียม ถือเป็นโควตาในสัดส่วนภาคใต้หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า นายถาวรไม่แน่ใจ แต่นายนิพนธ์ รมช. มหาดไทยนั้น มาจากโควตาของภาคใต้ แต่สุดท้ายก็ต้องมาพิจารณาร่วมกัน ทั้งภูมิภาคและคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตยังกล่าวตอบหลังถูกถามว่า ยังมีคำว่า กปปส.นำมาพิจารณาอยู่หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ แต่เป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่พิจารณา ส่วนการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมาย เพราะต้องรอนายกฯ ส่งสัญญาณ ส่วนวันอังคารนี้จะเป็นการประชุมพรรคปกติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามต่อว่า นายสาธิตจะขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า &amp;quot;ไม่มีเรื่องนี้ ขออยู่ที่เดิม&amp;quot;
สามมิตรดันอนุชาเสียบดีอีเอส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวว่าฝุ่นตลบเช่นกัน โดยนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่าถูกกลุ่มสามมิตรเสนอชื่อชิงเก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่างลง ว่าเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนคาดเดากันไปเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของช่วงที่จะมีการปรับ ครม. แต่มีความสุขกับการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. เป็นตัวแทนของชาวบ้านและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ไม่เคยไปเรียกร้องหรือต่อรองเรื่องตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันเองภายในพรรค ซึ่งการพิจารณาตำแหน่งต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และผู้ใหญ่ภายในพรรคจะพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด ก่อนที่จะนำชื่อส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จากกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงมีกระแสข่าวถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีในการปรับ ครม.ครั้งนี้ว่า ไม่ทราบเรื่อง​ แต่แล้วแต่ผู้ใหญ่ในพรรคจะพิจารณาความเหมาะสม เพราะในพรรคก็มีคนเหมาะสมหลายคน​ ดังนั้น​สุดแท้แต่ผู้ใหญ่จะพิจารณา​ เพราะไม่ว่าใครได้เป็นรัฐมนตรีก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำงานให้ประเทศชาติเป็นหลัก เป็นรัฐมนตรีของคนไทย​ ทำงานสนองนโยบายของ​ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม​ เรื่องที่ถูกเสนอชื่อไม่ได้มีการแจ้งจากผู้ใหญ่​ ทราบจากสื่อมวลชนเช่นเดียวกัน จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร​ อาจเพราะเป็นรองเลขาธิการพรรคผู้ใหญ่อยู่แล้ว​ หรือคงมองการทำงานที่ผ่านมาเป็นหลัก​ แต่ย้ำว่าในพรรคก็มีคนเหมาะสมหลายคน​ ตนจะอยู่ทำงานตรงไหนก็ได้​ เพราะส่วนตัวทำงานอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าผู้ใหญ่ไม่ให้ความเมตตาและให้โอกาสผมก็พร้อมทำหน้าที่ให้บ้านเมือง แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ได้เรียกร้องอะไร ทั้งนี้​ ในวันที่ 2 มี.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ แต่ไม่แน่ใจจะมีการคุยเรื่องการปรับ ครม.ด้วยหรือไม่&amp;quot; นายสรวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าว​พรรคพลัง​ประชารัฐ ​(พปชร.) ​เปิดเผยว่า ภายหลังเมื่อวันที่ ​25​ กุมภาพันธ์​ 2564​ มีคำสั่งภายในพรรคให้หัวหน้าพรรคมีอำนาจในการนำเสนอหรือคัดสรรบุคคลเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี​ที่ว่างลง หลังจากรัฐมนตรี 2 คนที่เป็นอดีตแกนนำ กปปส.ถูกศาลพิพากษาจำคุก​ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะหัวหน้าพรรค​ จึงมีการหารือกันภายในผู้บริหาร เห็นชอบนำ เสนอนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี​ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ไปเป็นรัฐมนตรี​กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ​(ดีอีเอส) ​แทน​นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์​ ที่หมดสถานะความเป็​นรัฐ​มนตรี​ เนื่องจาก ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐเห็นว่า​นายอนุชามีความเหมาะสมในฐานะเป็นหัวหอกคนสำคัญ​ในการ​ขับเคลื่อน​ทีม​เศรษฐกิจ​ของพรรค​และรัฐบาล​ จึงให้เข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อน​เศรษฐกิจ​ดิจิทัล ​โดยเฉพาะโครงการเราชนะ​ โครงการ​คนละครึ่ง หรืออื่นๆ ​เนื่องจาก​สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด
&amp;quot;วราวุธ&amp;quot;ขออยู่ก.ทรัพย์ต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีกระแสข่าวออกมาเช่นกัน เช่นเรื่องการแลกกระทรวงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีข่าวว่าพลังประชารัฐอาจขอแลกกระทรวงกับพรรคชาติไทยพัฒนา โดยพลังประชารัฐต้องการสลับกระทรวงกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นโควตาพรรคพลังประชารัฐกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นโควตาพรรคชาติไทยพัฒนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคชาติไทยพัฒนาต้องการตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปิดโควตารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ โดยบอกว่า ช่วงที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ก็จะมีหลายฝ่ายที่อยากขยับขยายกระทรวง แต่ส่วนตัวนั้นก็ยังคงเต็มที่กับการทำงานที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอด 1 ปี 8 เดือน และยังมีภารกิจที่จะต้องดำเนินการต่อ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และทุกอย่างการจะดำเนินการอะไรระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ต้องมาหารือกันก่อน แต่ข่าวลือที่เกิดขึ้นก็คงต้องปล่อยให้มีการลือกันไป เพราะตามข้อเท็จจริงหากจะมีการสลับกระทรวง ก็จะต้องมีการหารือกันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ของนายประภัตร โพธสุธนนั้น นายวราวุธ ในฐานะประธานนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่า นายประภัตรก็ยังคงมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ ลงพื้นที่พบกับเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการเกษตรและการปศุสัตว์ของเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;2 รัฐมนตรีจากพรรคชาติไทยพัฒนาทุ่มเทในการทำงานกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินอีกมา ดังนั้น หากจะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็จะต้องมีการพูดคุยกันก่อน&amp;quot; นายวราวุธระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับเก้าอี้รัฐมนตรีระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงศึกษาธิการว่า ไม่เป็นความจริง และไม่มีการเปลี่ยนกระทรวงในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา อย่างไรก็ดี แกนนำรัฐบาลยังพอใจในผลงานของนายวราวุธ เพราะได้ทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง ส่วนกระแสข่าวที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นการโยนหินเพื่อสร้างทางทางการเมืองในสถานการณ์ที่เตรียมปรับคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เชื่อมั่น นายกฯ ปรับ ครม.ใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยสำรวจจาก 1,597 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 26-28 ก.พ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.9 ระบุควรให้อิสระ ไม่กดดัน พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา ปรับคณะรัฐมนตรี ในขณะที่ ร้อยละ 2.1 เท่านั้นที่ระบุไม่ควร &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.7 ยังคงเชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ หลังปรับคณะรัฐมนตรี พาประเทศพ้นวิกฤติ ในขณะที่ร้อยละ 20.9 ระบุกลางๆ ไม่แน่ใจ และร้อยละ 15.4 ระบุไม่เชื่อมั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94565</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ถาวร เสนเนียม, ธรรมนัส  พรหมเผ่า, นพดล กรรณิกา, นิกร จำนง, นิพนธ์ บุญญามณี, ประภัตร โพธสุธน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วราวุธ ศิลปอาช, สรวุฒิ เนื่องจำนงค์, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603ba8f31f334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
