<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังหนัก นิคมอุตสาหกรรม บางปู จมบาดาล ปภ.และทหาร เร่งให้การช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;29 สิงหาคม 2564 เวลา 07.30 น. นายปภินวิช &amp;nbsp;ละอองแก้ว หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปฏิบัติการ ลงพื้นที่ออกสำรวจน้ำท่วมขังในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซึ่งในช่วงเมื่อคืนมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนจนกระทั่งเช้า ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงในจังหวัดสมุทรปราการ &amp;nbsp;พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู เขตประกอบการเสรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ มีน้ำท่วมสูง กว่า 1 เมตร ทั้งรถยนต์รถจักรยานยนต์ จมน้ำกันเป็นจำนวนมาก พนักงานโรงงานเพิ่งออกกะดึก ไม่สามารถออกจากโรงงานได้ เจ้าหน้าที่ทหารจ่ากองพลาธิการทหารบกสถานตากอากาศบางปู ได้นำรถยนต์ทหารมาช่วยรับพนักงานออกจากโรงงานรวมทั้งเจ้าหน้าที่ปภ.ได้นำรถของป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนออกช่วยเหลือประชาชน ในหมู่บ้านซิตี้วิลเลจ ซึ่งอยู่ติดกับนิคมอุตสาหกรรมบางปู และ พนักงานโรงงาน.รถเล็กไม่สามารถวิ่งได้ ถนนพุทธรักษาด้านมุ่งหน้าสุขุมวิท ฝั่งตรงข้ามปากซอยโตโยถึงซอยชำนิ มีน้ำท่วมขังทุกช่องทางระดับน้ำสูงเสมอขอบฟุตบาท รถเคลื่อนตัวตามกันได้ไม่หยุดนิ่ง รถสามารถวิ่งได้หนึ่งช่องทาง เครื่องสูบน้ำเทศบาลบางปู เดินเครื่องสูบน้ำเร่งระบายอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ส่วนอำเภอบางพลี บริเวณริมชายคลองติดกับบ่อขยะ มีน้ำท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชน บ้านชั้นเดียวไม่สามารถพักอาศัยได้ และบ้านริมคลองอีกหลายหลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนง.ปภ.ได้รับแจ้งว่ามีน้ำท่วมขังและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ได้แก่อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ &amp;nbsp;และอำเภอบางเสาธง สนง.ปภ.จังหวัดสมุทรปราการได้ประสาน อปท.ในพื้นที่เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยประชาชนอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114913</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิคมบางปู น้ำท่วมสูง, นิคมอุตสาหกรรม, น้ำท่วม, ฝกตกหนัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b199e8c4a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จะนะรักษ์ถิ่น&#039; ฮือต้านเวทีมัดมือหนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ออกแถลงการณ์ &amp;quot;เรื่อง หยุดโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และร่วมกันแสดงเจตนาการพัฒนาอำเภอจะนะ ไปสู่ความมั่นคงยั่งยืน บนฐานศักยภาพที่มีอยู่จริง&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ได้จัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นในโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ในวันที่ 11 กรกฏาคม 2563 นี้ เพื่อต้องการเดินหน้าโครงการโดยไม่สนใจฟังเสียงประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากนิคมอุตสาหกรรม 16,700 ไร่ ในพื้นที่ 3 ตำบล อำเภอจะนะ ทั้งที่พวกเราได้แสดงเหตุผลมาอย่างต่อเนื่องว่า โครงการนี้มีความไม่ชอบธรรมในหลายประการ อย่างเช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การเริ่มต้นโครงการนี้ได้ใช้อำนาจของรัฐบาล และของ ศอ.บต. ดำเนินการอย่างรวบรัดขั้นตอน โดยการอนุมัติโครงการ พร้อมอนุมัติงบประมาณเบื้องต้น 18,000 กว่าล้านบาทก่อน แล้วมาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นภายหลัง อันถือเป็นวิธีปฏิบัติที่ไม่สวยงาม และไม่สามารถยอมรับได้ แต่กลับอ้างถึงกระบวนการมีส่วนร่วมที่ตนเองสร้างขึ้น(พิธีกรรม) ดังที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับโครงการ ซึ่งโครงการคือนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ระดับประเทศ แต่ไม่ให้สนใจรับฟังความคิดเห็นประชาชนชาวจังหวัดสงขลาทั้งหมด แต่จำกัดไว้เฉพาะพื้นที่ 3 ตำบลเท่านั้น และคนที่ไม่เห็นด้วยในพื้นที่นี้จะถูกปิดกั้นด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เห็นได้ชัดว่าโครงการนี้คือการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน โดยการใช้ ศอ.บต. ซึ่งกุมอำนาจการบริหารราชการและความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกลไกขับเคลื่อน และได้ใช้วิธีการพิเศษที่ไม่สนใจขั้นตอนตามกฎหมายปกติเพื่อจะให้โครงการนี้เกิดขึ้นให้ได้ และยังอ้างถึงความเจริญด้านเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งที่ผลประโยชน์หลักจะตกอยู่กับทุนเฉพาะกลุ่มและนายหน้าซื้อขายที่ดินเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. โครงการนี้จะสร้างความเสียหายกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างมหาศาลในอนาคต และเชื่อว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาพของชายหาดอย่างรุนแรง อันรวมถึงสภาพอากาศจากมลพิษโรงงานจำนวนมาก และน้ำเสียที่จะปล่อยลงสู่ทะเล ที่จะทำลายระบบนิเวศโดยรวมของทะเลจังหวัดสงขลา อันเป็นแหล่งสัตว์น้ำทะเลที่สำคัญของพวกเรา และจะนำมาซึ่งความยากลำบากในการดำรงชีวิตปกติของประชาชนในชุมชนทั้ง 3 ตำบล ของอำเภอจะนะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราไม่ต้องการอยู่ในความขัดแย้งใดๆ ที่ ศอ.บต. กำลังสร้างขึ้น โดยการจับมือกับกลุ่มทุนเหล่านั้นทำการแบ่งแยกแล้วปกครองพวกเรา ทั้งที่ ศอ.บต. คือองค์กรรัฐที่ต้องทำหน้าที่จัดการความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้หมดหายไป ซึ่งทุกคนรับทราบดี แต่ครั้งนี้เห็นได้ถึงความผิดปกติขององค์กรนี้อย่างชัดเจน เสมือนเป็นผู้สร้างความขัดแย้งเสียเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาที่ผ่านมาพวกเราได้พยายามเรียกร้องให้รัฐบาล บาลทบทวนโครงการนี้ด้วยเหตุและผล อันรวมถึงการการยกเลิกเวทีในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ออกไปก่อน แล้วมาสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมแท้จริงเพื่อพัฒนาพื้นที่อำเภอจะนะบนฐานศักยภาพที่มีอยู่ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นขอประกาศอีกครั้งว่าเราไม่เห็นด้วยกับโครงการ &amp;ldquo;จะนะเมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;rdquo; โอกาสนี้เราขอเชิญชวนพี่น้องชาวจะนะ ชาวจังหวัดสงขลา และพี่น้องประชาชนทั่วไป ร่วมอันแสดงออกต่อโครงการนี้ร่วมกับพวกเราอย่างถึงที่สุด และให้ร่วมกันแสดงเจตนาเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอำเภอจะนะไปสู่ความมั่นคงยั่งยืนอย่างแท้จริง บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71119</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะนะ, นิคมอุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09449c6c26a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ฟันเปรี้ยงประชาพิจารณ์นิคมอุตสาหกรรมจะนะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ชี้ช่องประชาชนฟ้อง &#039;ศอ.บต.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีพยายามผลักดันโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในพื้นทีีจังหวัดสงขลา โดยมีมติเมื่อ 4 ต.ค.2559 ในสมัยรัฐบาล คสช.และได้ พยายามผลักดันมาตลอดโดยอาศัย พรบ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ร.บ ศอ.บต.) ร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้า) จนมีมติคณะรัฐมนตรี อีกครั้งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562 อนุมัติโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยจะใช้พื้นที่ 3 ตำบล คือตำบลนาทับ ตลิ่งชัน และสะกอม รวมเนื้อที่ทั้งหมด 16,753 ไร่ และจะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือประชาพิจารณ์ที่โรงเรียนจะนะวิทยา ในวันที่ 11 ก.ค. นี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดเวลาที่ผ่านมากระบวนการจัดทำประชาพิจารณ์โครงการดังกล่าว ไม่อาจยอมรับได้ว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือผู้มีส่วนได้เสียตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยเฉพาะตาม ม.58 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;การดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการ ถ้าการนั้นอาจมี ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดําเนินการให้มีการศึกษา และประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนํามาประกอบการพิจารณา ดําเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพราะการจัดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนต้องดำเนินการตามแนวทางที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมประกาศกำหนดที่ออกตามความใน ม.48 และ ม.51/4 แห่ง พรบ.ส่งเสริมและ รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ.2561 ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรับฟังความคิดเห็นตามประกาศดังกล่าวโดยละเอียด ซึ่งจะต้องเปิดให้ประชาชนให้ความเห็นไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงและมีการรับฟังและแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่ารัฐบาลโดย ศอ.บต.กลับอาศัยกฎหมายพิเศษดำเนินการ มีการระดมตำรวจและฝ่ายความมั่นคงจาก จ.สงขลา จ.ตรัง จ.พัทลุง จ.สตูล มาควบคุมการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากกว่า 4-5 กองร้อย ทำให้การแสดงออกของประชาชนไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่และไม่เป็นอิสระ ร่วมทั้งการนำกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.ภาค4 สน.) ซึ่งมีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคง แต่กลับมาขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวเสียเอง จึงถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจที่ผิดหน้าที่ จึงไม่อาจสร้างความชอบธรรมให้กับโครงการดังกล่าวได้แต่อย่างใด การจัดเวทีประชาพิจารณ์ครั้งนี้จึงเสียเปล่า ขัดต่อกฎหมาย และหาก ศอ.บต.ยังนำการประชุมครั้งนี้ไปแอบอ้าง ก็ถึงเวลาที่ประชาชนจะนำความขึ้นฟ้องร้องต่อศาลต่อไปได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71101</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะนะ, นิคมอุตสาหกรรม, ศรีสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09113c0eee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; เตรียมนำชาวบางปะกงร้องบิ๊กตู่ตั้งเขตปลอด &#039;อีอีซี&#039; ในพื้นที่สีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ชาวตำบลเขาดิน อ.บางปะกง รวมตัวกันบุกศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อยื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อร้องเรียนกรณีมีนายทุนมากว้านซื้อที่ดิน เตรียมผุดเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ รองรับการพัฒนา&amp;nbsp;EEC ทั้งๆ ที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียวตามกฎหมายผังเมือง ก่อนบุกเข้ารื้อถอนขับไล่ที่ทำกินชาวบ้านที่เคยเช่าอยู่เดิมออกไปให้พ้นพื้นที่ แล้วเร่งรีบจ้างเหมาเอกชนให้มาปรับพื้นที่โดยถมดินทำให้ถนนหนทางพังเสียหาย ทำให้ชาวบ้านต้องนำความไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การร้องเรียนผู้ว่าฯ การฟ้องศาลปกครอง ยังไม่อาจหยุดยั้งการเดินหน้าถมที่ดินและการขับไล่ชาวบ้านให้ออกไปจากพื้นที่ได้ แม้จะเป็นการขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ อาทิ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน 2543 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2524 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมฯ 2522 ประมวลกฎหมายที่ดิน 2487 และ พ.ร.บ.ผังเมือง 2518 ซึ่งแต่หากปล่อยให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นของนักอุตสาหกรรมแล้วปล่อยให้ทำการขุดดิน ถมดินปิดกั้นเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้พื้นที่ไปอย่างถาวร โดยการนำดินจากพื้นที่อื่นมาถมก่อสร้างโรงงานตั้งเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม ก็จะทำให้ภูมิปัญญาพื้นถิ่นและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ตำบลเขาดินหายไปทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเปลี่ยนวิถีของชาวบ้านจากเกษตรกรมาเป็นชนชั้นแรงงานรับจ้างในระบบอุตสาหกรรมไปทั้งหมด คนที่เคยร่ำรวยจากทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่รอบตัว กลับกลายต้องมานั่งรอเงินเดือนหรือต้องตกงานตามสภาะเศรษฐกิจที่ขึ้นลงได้ ด้วยเหตุดังกล่าวชาวตำบลเขาดิน อ.บางปะกง จึงรวมตัวกันที่จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) เพื่อขอให้มีคำสั่งยกเว้นพื้นที่ตำบลเขาดิน อ.บางปะกง เป็นพื้นที่ปลอดการส่งเสริม EEC เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชโองการ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 43(3) ของรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อยับยั้งกระบวนการวิ่งเต้นการขอเปลี่ยนสีผังเมืองเป็นสีม่วง และการใช้อำนาจตามกฎหมาย EEC มาลบล้างกฎหมายต่างๆทั้งปวงอีกด้วย โดยสมาคมฯและชาวบ้านบางปะกงจะเดินทางไปยื่นหนังสือในวันพฤหัสที่ 18 ต.ค.2561 เวลา 10.30 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ตึก กพร.เดิม ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20091</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ฉะเชิงเทรา, ชาวตำบลเขาดิน, นายศรีสุวรรณ จรรยา, นิคมอุตสาหกรรม, ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, ศูนย์ดำรงธรรม, สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, อำเภอบางปะกง, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6a6e19270b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.จับตาระดับน้ำนิคมอยุธยา พร้อมเตรียมมาตรดูแลเต็มสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.จับตาระดับน้ำ หวั่นเกิดอุทกภัยในนิคม โดยเฉพาะในอยุธยา ชี้ปัจจุบันยังอยู่ในระดับปกติ พร้อมเผยมาตรการป้องกัน-แผนบริหารจัดการน้ำ ยันทุกแห่งเตรียมการอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;07ก.ย. 61 - นายวิฑูรย์ อยู่ทิม รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) (สายงานปฎิบัติการ 1) เปิดเผยว่า กนอ.ได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและการเกิดอุทกภัยในนิคมอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยเฉพาะ 3 นิคมอุตสาหกรรมในจ.อยุธยา ได้แก่ นิคมฯสหรัตนนคร นิคมฯบางปะอิน และนิคมฯบ้านหว้า(ไฮเทค) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยเบื้องต้นได้สั่งการไปยัง 3 นิคมฯ ดังกล่าว รวมถึงนิคมฯอื่นๆ ให้เตรียมความพร้อมในการป้องกันและการติดตามสถานการณ์ประจำวันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การตรวจสอบระดับน้ำในคลองรอบนิคมฯ ตรวจสอบและซ่อมแซมเขื่อน/คันดินรอบนิคมฯ รวมถึงให้ติดตามข่าวสารและข้อมูลพยากรณ์ฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ระดับน้ำทะเลหนุนของกรมอุทกศาสตร์ ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ รวมถึงการเตรียมแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินในกรณีที่เกิดอุทกภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำและมาตรการเตรียมความพร้อมในนิคมฯ ทั้ง 3 แห่ง ยังอยู่ในระดับปกติโดย แต่ต้องติดตามตรวจสอบระดับน้ำและปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธ์ และเขื่อนพระรามหก รวมทั้งปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโครงการนิคมฯ บางปะอิน โดยตรวจเช็คระดับ รวมถึงระบบระวังน้ำภายนอกและระบบแจ้งเตือนภัยโดยได้ติดตาม ตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำผ่านเขื่อนดังกล่าว รวมทั้งติดตามสถานการณ์น้ำประจำวันจากชลประทาน ซึ่งพบว่าเกณฑ์การเฝ้าระวังทั้งหมดยังอยู่ในระดับปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย โบว์แดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้ร่วมบูรณาการกับกนอ. จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ในการแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ในการหาแนวทางการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมเพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วม โดยมี 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ 93 เครื่อง ติดตั้งในจุดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจำนวน 54 จุดทั่วอยุธยา และรถสูบน้ำจำนวน 3 คัน 2. เตรียมพร่องน้ำจากลำคลองเพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ต่ำกว่าตลิ่งและอยู่ในระดับที่ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การรายงานสถานการณ์ทุกวันเพื่อสื่อสารให้ผู้ประกอบการภายในได้ทราบความเคลื่อนไหวของสถานการณ์อุทกภัยเป็นประจำทุกวัน และตรวจเช็คปริมาณน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่จะเติมเข้ามาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดการณ์ว่า ช่วงเดือนกันยายนถึงจะทราบปริมาณน้ำ เพราะต้องประเมินจากปริมาณของฝนที่ตกลงมาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17039</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นิคมสหรัตนนคร, นิคมอุตสาหกรรม, บางปะอิน, บางหว้า, วิฑูรย์ อยู่ทิม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b926cf550138.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.ผนึกซีพีตั้งนิคม&quot;ซีพีจีซี&quot; รับนักลงทุนจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.ร่วมซีพีตั้งนิคม&amp;quot;ซีพีจีซี&amp;quot; รับนักลงทุนจีน เตรียมพื้นที่กว่า 3 พันไร่ ใช้งบหมื่นล้านบาท พัฒนาภายใน 3 ปี คาดเกิดการลงทุน 6 หมื่นล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุวัฒนา กมลวัทนนิศา รองผู้ว่าการการนิคมอุสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี บนพื้นที่ประมาณ 3,068 พันไร่ ร่วมกับบริษัท ซี จี คอร์เปอเรชั่นจำกัด ที่เป็นบริษัทลูกของบริษัท ซี.พี.แลนด์ &amp;nbsp;จำกัด(มหาชน) ว่าการจัดตั้งนิคมดังกล่าวเพื่อรองรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย(เอส-เคิร์ฟ) สามารถเชื่อมโยงกับจังหวัดในพื้นที่อีอีซีได้อย่างสะดวกจากเครือข่ายเส้นทางคมนาคมที่มีศักยภาพ โดยจะมุ่งเน้นรองรับนักลงทุนที่สื่อสารด้วยภาษาจีนอาทิ ฮ่องกงไต้หวัน จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึงกลุ่มนักลงทุนเกาหลีและญี่ปุ่นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุนทร อรุณานนท์ชัย ประธานกรรมการบริษัท ซี จี กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว จะเป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไป 2,205 ได้ ในพื้นที่ อำเภอนิคมพัฒนา และอำเภอบ้านค่ายจังหวัดระยอง ซึ่งคาดว่ามูลค่าการลงทุนของโครงการจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยจะมีการพัฒนาพื้นที่ภายในระยะเวลา 3 ปี แบ่งเป็นระยะแรกพื้นที่ 900 กว่าไร่ ซึ่งปัจจุบันมีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)เสนอให้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว และคาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนหลังจากนี้ และจะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการเฟส 1 ภายใน ต้นปี 2562 ขณะที่ระยะที่ 2 จะแบ่งพื้นที่ประมาณ 700 ไร่เพื่อพัฒนาภายในปีต่อไป และระยะสุดท้ายพื้นที่ 500 ไร่จะพัฒนาให้แล้วเสร็จภายในปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้า ให้เกิดการลงทุน ไม่น้อยกว่า 60,000 บาท และการจ้างงานไม่น้อยกว่า 20,000 บาท โดยจะเน้นที่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ ที่ประเทศจีนมีความชำนาญ อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัจฉริยะ อุตสาหกรรมเครื่องมือการแพทย์ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรม อาหารแปรรูป โดยคาดว่าทั้ง 3 เฟสแล้วเสร็จจะสามารถรองรับได้ประมาณ 80 โรงงาน ซึ่งจะนำต้นแบบการพัฒนานิคมจากกว่างซีประเทศจีนเข้ามาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้นปีหน้าเราจะเริ่มการพัฒนาเฟส 1 ทำพื้นที่ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบน้ำและไฟฟ้า โดยจะพัฒนาขึ้นให้เป็นนิคมที่ทันสมัย และจะทำการตลาดเพื่อเปิดขายพื้นที่ด้วย โดยเบื้องต้นมีผู้ให้ความสนใจแล้วเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราจักใช้กลยุทธ์ความได้เปรียบของพื้นที่ และการรองรับอุตสาหกรรมใหม่ เป็นการดึงดูดนักลงทุน โดยยืนยันว่าเป็นพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ และส่งออกผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตได้ไปทั่วอาเซียน&amp;quot;นายสุนทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการลงทุนนิคมดังกล่าวมีสัดส่วนการถือหุ้นคือซี.พี.แลนด์ 50% , บริษัท กว่างซี คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป ,ไชน่า ที่ถือ 48% และบริษัท กว่างซี คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป ยีอาน (ประเทศไทย) จำกัด ที่ถือหุ้น 2% ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าวไม่มีความกังวลถึงประเทศไทยจะมีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมจีนหลายแห่งแล้วก็ตามเนื่องจากประเทศจีนมีการพัฒนาไปเยอะและ มีกลุ่มอุตสาหกรรมหลายรูปแบบ โดยเชื่อว่าไทยมีความเหมาะสมที่สุดในการลงทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16058</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ซีพีจีซี&quot;, กนอ., นิคมอุตสาหกรรม, รับนักลงทุนจีน, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b7f6c1586243.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อมตะจัดมหกรรมดึงแรงงานป้อนเข้าการผลิต 5.5 พันราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อมตะ ร่วมกระทรวงแรงงาน จัดมหกรรมนัดพบแรงงานจังหวัดชลบุรี 61เปิดรับตำแหน่งงาน 5.5 พันอัตรา ป้อนเข้าโรงงานในสายการผลิตกว่า 150 บริษัท ชี้ยอดความต้องการแรงงานฝีมือและชำนาญการเฉพาะด้านสูงกว่าปีที่ผ่านมา หลังปัจจัยอีอีซีขับเคลื่อนเศรษฐกิจตะวันออกบูม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;6 พ.ค. 61- นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กระทรวงแรงงาน และจังหวัดชลบุรี จัดงาน &amp;ldquo;มหกรรมนัดพบแรงงานจังหวัดชลบุรี&amp;rdquo; ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภายในงานมีผู้ประกอบการโรงงานกว่า 150 บริษัท มาร่วมเปิดบูธรับสมัครงาน พร้อมตำแหน่งงานว่างกว่า 5,500 อัตรา ซึ่งมีอัตราการจ้างงานเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อนในหลายอุตสาหกรรม อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์อาหาร ขนส่ง ก่อสร้าง เป็นต้น ณ ลานอเนกประสงค์ ด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเปิดรับอัตราแรงงานที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ เนื่องจากตลาดมีความต้องการแรงงานเข้าสู่ระบบภาคการผลิตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ไม่ว่าจะเป็นแรงงานฝีมือ และแรงงานที่มีความชำนาญการเฉพาะด้าน &amp;nbsp;เช่น ด้านเทคโนโลยี และช่างกล ที่อยู่ในสายอาชีวะศึกษา ที่ขณะนี้เป็นบุคคลากรที่มีความต้องการของตลาดเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ทั้งในภาคการผลิตและส่งออก ทำให้ภาคอุตสาหกรรม ต้องการแรงงานฝีมือเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นจากจำนวนการเปิดรับสมัครงานของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 2 แห่ง ทั้งใน อมตะ ซิตี้ ชลบุรี และอมตะ ซิตี้ ระยอง ซึ่งการเปิดมหกรรมนัดพบแรงงานในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้สถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม และผู้ที่ต้องการหางานได้พบปะกันโดยตรง และส่งเสริมการจัดหาแรงงานที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการผลิตต่อไป&amp;rdquo; นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8587</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ชลบุรี, นิคมอุตสาหกรรม, วิบูลย์ กรมดิษฐ์, อมตะ, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aee7b6332c7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
