<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลโพลวัยรุ่นพบส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างเล่นโซเชียลฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นทางสังคม สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-11&amp;nbsp;
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง &amp;ldquo;Gen Z มีอะไรจะบอกต่อสังคมไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ทำการสำรวจในเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 จากเด็กและเยาวชนที่มีอายุ 12-24 ปี กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเสศ จำนวน 4,472 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลการสำรวจ เมื่อถามเด็กและเยาวชนถึงเรื่องที่ได้ทำในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ 61.29% ได้ทำในเรื่องการดูแลสุขภาพ (อาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน) รองลงมา 59.79% การพัฒนาตนเอง &amp;nbsp;56.64% การทำกิจกรรมร่วมกันกับบุคคลในครอบครัว 37.16% การออมหรือการลงทุน 36.09% การทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น การบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ 15.88% มีการสังสรรค์ที่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 2.33% มีการทะเลาะ วิวาท ทำร้ายร่างกาย หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการใช้เวลาว่าง พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ 78.67% เล่นสื่อโซเชียลมีเดีย รองลงมา 69.48% นอนพักผ่อน 69.12% ดูหนัง/ฟังเพลง/อ่านหนังสือ 52.15% พบปะเพื่อนฝูง 49.78% เล่นเกม เช่น เกมออนไลน์ &amp;nbsp;46.18% ออกกำลังกาย/เล่นกีฬา 28.40% ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม 25.81% ท่องเที่ยว/กิจกรรมสันทนาการ &amp;nbsp;14% เล่นดนตรี 11.23% ทำงานศิลปะ วาดภาพ ระบายสี/งานฝีมือ และ 0.51% ระบุอื่น ๆ เช่น ทำงานพิเศษ ขายของออนไลน์ ทำขนมและอาหาร ทำงานบ้าน ทำงานจิตอาสา ตกปลา และเลี้ยงสัตว์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ 70.82% ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา รองลงมา 39.07% ร่วมกิจกรรมจิตอาสา/สาธารณประโยชน์ในชุมชน 37.90% ร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมกับชุมชนท้องถิ่น 21.44% ร่วมกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชน 12.57% ร่วมกิจกรรมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. หรือ เทศบาล) 6.40% ร่วมกิจกรรมของ To Be Number One 5.34% ร่วมกิจกรรมทางการเมือง และ 0.89% ระบุอื่น ๆ เช่น ร่วมกิจกรรมในโบสถ์คริสต์ในวันเสาร์-อาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงไอดอล (Idol) บุคคลต้นแบบที่ยึดถือและปฏิบัติตาม พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ 42.06% มีบุคคลในครอบครัวเป็นต้นแบบ (โดยระบุ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทั้งพ่อและแม่ 33.17% อันดับ 2 แม่ &amp;nbsp;30.62% และอันดับ 3 พ่อ 19.88%) รองลงมา 19.43% มีครู/อาจารย์เป็นบุคคลต้นแบบ 15.47% มีญาติหรือคนรู้จักเป็นบุคคลต้นแบบ 11.27% มีบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นต้นแบบ (โดยระบุ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 นักร้อง K-POP เช่น วง BTS, วง Blackpink, วง GOT 7 19.64% อันดับ 2 ดารานักแสดง เช่น หยิ่น อานันท์ หว่อง, ชมพู่ อารยา, ญาญ่า อุรัสยา 18.06% และอันดับ 3 เน็ตไอดอล เช่น พิมรี่พาย 9.13%) สำหรับ 9.17% มีเพื่อนเป็นบุคคลต้นแบบ และ 2.59% ไม่มีไอดอล (Idol) บุคคลต้นแบบที่ยึดถือและปฏิบัติตามเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าหากมีบุคคลต้นแบบอยากเลียนแบบในเรื่องใด พบว่า ส่วนใหญ่ 64.38% อยากเลียนแบบในเรื่องแนวคิด ทัศนคติ รองลงมา 60.73% ในเรื่องการใช้ชีวิต 31.24% ในเรื่องบุคลิกภาพ ท่าทาง 27.84% ในเรื่องการแต่งกาย และ 2.77% ระบุอื่น ๆ เช่น เรื่องความสามารถ ความขยัน ความอดทน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความฉลาด และอุปนิสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบุคคลที่จะเลือกปรึกษาเมื่อมีปัญหามากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 42.2% ระบุว่า พ่อแม่/ผู้ปกครอง อันดับ 2 31.03% ระบุว่า เพื่อน และอันดับ 3 19.57% ระบุว่า ครู/อาจารย์ &amp;nbsp;ส่วนทักษะที่อยากจะพัฒนามากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 37.12% อยากพัฒนาด้านภาษา อันดับ 2 22.78% อยากพัฒนาด้านเทคโนโลยี และอันดับ 3 17.04% อยากพัฒนาด้านอาชีพ ในด้านกิจกรรมที่อยากจะทำร่วมกับครอบครัวมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 35.22% รับประทานอาหารร่วมกัน อันดับ 2 30.77% ไปท่องเที่ยว/ชอปปิงร่วมกัน และอันดับ 3 17.98% ดูหนัง ฟังเพลงร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการถูกทำร้ายจิตใจด้วยวาจา (Bullying) ทั้งต่อหน้าหรือในสื่อออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่ 62.92% ระบุว่า เคยถูกทำร้าย 37.08% ระบุว่า ไม่เคย โดยมีที่ระบุว่าเคยถูกทำร้ายมีวิธีการรับมือ ได้แก่ นิ่งเฉย 60.77% รองลงมา ตอบโต้ เช่น ตอบโต้ด้วยวาจา การใช้กำลัง ถ่ายคลิป 22.99% แจ้งครู/ผู้ปกครอง/เพื่อน 14.39 %และแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายแก่ผู้กระทำ 1.85%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายในชีวิตของเด็กและเยาวชน 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 38.29% ระบุว่า เรียนจบมีงานทำ อันดับ 2 18.74% ระบุว่า ประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และอันดับ 3 15.78% ระบุว่า มีครอบครัวที่สมบูรณ์ และเมื่อถามต่อว่ามีความกังวลต่อสังคมไทยในเรื่องใดมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 31.02% ระบุว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ อันดับ 2 18.92% ระบุว่า ปัญหาโรคระบาด และอันดับ 3 16.08% ระบุว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่เด็กและเยาวชนอยากให้คนไทยพัฒนามากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 24.46% ระบุว่า ความมีระเบียบวินัย/เคารพกฎหมาย อันดับ 2 21.73% ระบุว่า ความซื่อสัตย์สุจริต และอันดับ 3 15.77% ระบุว่า ความมีจิตสำนึกต่อสาธารณะ/การรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อถามถึงสิ่งที่เด็กและเยาวชนอยากเห็นในประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 26.82% อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น อันดับ 2 19.11% ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน และอันดับ 3 15.26% อยากให้ประเทศเจริญก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต พบว่า ส่วนใหญ่ 35.70% ควรพัฒนาระบบการศึกษาให้มีความเท่าเทียมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น รองลงมา 23.33% ควรส่งเสริมเรื่องสิทธิ หน้าที่ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นให้แก่เด็กและเยาวชน 7.5%ควรส่งเสริมเรื่องความสามัคคีให้แก่เด็กและเยาวชน 6.39% ควรปลูกฝังเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบและการรักษาประโยชน์ส่วนรวมให้แก่เด็กและเยาวชน และควรส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตในสังคมและทักษะการประกอบอาชีพที่จำเป็นให้แก่เด็กและเยาวชน ในสัดส่วนที่เท่ากัน และ 5.69% ควรส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108138</URL_LINK>
                <HASHTAG>Gen Z, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นิด้า, ศูนย์สำรวจความคิดเห็นทางสังคม, ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbf363b2e24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อานนท์&#039;แนะนำ&#039;เพจรวมพลคนจงรักภักดี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.2564 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ พร้อมแนบลิงค์เพจรวมพลคนจงรักภักดี ระบุว่า เพจนี้มีคนหลายคนช่วยกันเขียน เวียนกันอ่าน เผยแพร่เนื้อหาเทอดพระเกียรติและปกป้องสถาบัน โดยไม่ยุ่งการเมือง ยกเว้นจะมีนักการเมืองมาโจมตีสถาบันจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริงให้ได้ตาสว่างกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเขียนของเรา ดร. ศุภณัฐ อภิญญาณ, ผศ. ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, เทาชมพู, เบญญา นันทขว้าง, &amp;nbsp;เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสกี้, คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา, เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค, หม่อมหลวงชัยนิมิตร นวรัตน์, รองศาสตราจารย์หริรักษ์ สูตะบุตร, พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ และอาจารย์โต (ศาสตรา โตอ่อน รุ่งแสง)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106531</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้า, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, รวมพลคนจงรักภักดี, สถาบัน, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b387426ec65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ที่ปรึกษาศบค.&#039;มีคำตอบ ไทยมีวัคซีนโควิดไม่พอจริงไหม?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.64 - ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีคนถามผมว่า โรงพยาบาลหลายแห่งเลื่อนฉีดวัคซีน เพราะเรามีวัคซีนไม่พอจริงไหม?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอตอบตามข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว และตามความเข้าใจของผม ดังนี้นะครับ
1. บริษัท AstraZeneca มีสัญญาส่งมอบวัคซีนให้ไทย &amp;quot;ภายในเดือน มิย.&amp;quot; จำนวน 6 ล้านโดส ซึ่งไม่ได้มีข้อกำหนดว่าจะต้องส่งเมื่อไหร่ภายในเดือนมิ.ย. แต่ได้ส่งมอบแล้วรอบแรก 1.8 ล้านโดส ตั้งแต่วันที่ 4 มิย. และล่าสุดก็ยังยืนยันว่าจะส่งรอบสองได้ในช่วงวันที่ 14-18 มิ.ย. และที่เหลือจะเป็นรอบสุดท้ายภายในเดือน มิ.ย.&amp;nbsp;
ไม่ได้มีตรงไหนที่บอกว่า การส่งมอบวัคซีนจะไม่เป็นไปตามแผน หรือสัญญาที่มีเลยครับ&amp;nbsp;
2. เดือนต่อๆไป ตามสัญญาก็คือจะส่งมอบวัคซีนให้เดือนละ 10 ล้านโดส อีก 5 เดือน และเดือนสุดท้ายอีก 5 ล้านโดส ครบ 61 ล้านโดสตามสัญญา ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่จะบอกว่า จะไม่เป็นไปตามนั้น
3. เราเพิ่งได้วัคซีน Sinovac มาเพิ่ม 1 ล้านโดส และจะได้อีก 2 ล้านโดสปลายเดือนนี้ และจะซื้อเพิ่มอีกอย่างน้อย 5 ล้านโดส รวมทั้งกำลังเจรจาซื้อเพิ่มกับบริษัทอื่นๆอีกรวมอย่างน้อย 25-30 ล้านโดส
4. ซิโนฟาร์ม ที่เป็นวัคซีนทางเลือก จะเริ่มฉีดได้ปลายเดือนนี้ จำนวน 1 ล้านโดส และจะสั่งมาอีก 5-6 ล้านโดส&amp;nbsp;
รวมแล้วเราจะมีวัคซีนอย่างน้อย 100 ล้านโดสตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในเรื่องของจำนวนวัคซีนทั้งหมดที่รัฐจัดหามาได้ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องของวัคซีนไม่พอครับ
แต่คำว่า &amp;quot;วัคซีนไม่พอ&amp;quot; ในที่นี้ คือ รพ.นั้นๆ &amp;quot;มีวัคซีนในมือไม่พอ&amp;quot; และไม่แน่ใจว่าจะได้รับทันเวลาที่จะฉีดตามยอดลงทะเบียนที่มีหรือไม่ จึงจำเป็นต้องแจ้งเลื่อนเพื่อรอดูว่าจะได้เท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นคำที่ตรงกว่าคำว่า &amp;quot;วัคซีนไม่พอ&amp;quot; น่าจะเป็น &amp;quot;การไม่ได้รับการยืนยันว่าจะได้วัคซีนเท่าไหร่ เมื่อไหร่&amp;quot; &amp;nbsp;
ซึ่งการไม่ได้รับการยืนยัน ผมก็เชื่อว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดครับ ถ้ายืนยันได้คงจะยืนยันไปนานแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ (แม้แต่ผู้ผลิตเองก็อาจจะยืนยันไม่ได้ด้วยซ้ำ) จึงทำให้เกิดสถานการณ์ที่กระทบกันเป็นทอดๆแบบนี้ครับ บางแห่งอาจจะต้องเลื่อนออกไป หรือบางแห่งอาจจะกลับมาเป็นตามคิวเดิมเมื่อได่รับการยืนยันก็ได้ และหากได้รับการยืนยันเมื่อไหร่ ก็ต้องแจ้งไปยังทุกจังหวัดโดยทันทีเพื่อให้จังหวัดไปจัดสรรกันแน่นอนครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106225</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้า, วัคซีนโควิด, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a26e53d85a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อานนท์&#039;เล็งช้อปปิ้งรองเท้า&#039;ดอยตุง-โอนิซึกะไทเกอร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 - ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์เนื้อหาบนเฟซบุ๊ก ว่าไม่เคยคิดอยากจะมีรองเท้าผ้าใบราคาแพงเลยครับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารภาพตามตรงทุกวันนี้รับมรดกรองเท้าผ้าใบของรุ่นพี่ที่เขายกให้มาใส่ เพราะไซส์เท้าใหญ่พอๆ กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเป็นคนหารองเท้าใส่ยากมาก เพราะเท้าใหญ่มาก เคยไปเที่ยวญี่ปุ่น ไป outlet หรือ department store ไม่สามารถหาซื้อรองเท้าใส่ได้เลย &amp;nbsp;ต้องไปอเมริกาหรือออสเตรเลีย จะหาซื้อรองเท้าใส่ได้สบายๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามอยากได้รองเท้าดอยตุง โอนิซึกะไทเกอร์ ไว้เป็นที่ระลึก แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีไซส์ยักษ์สำหรับอานนท์หรือไม่ครับ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ อยากเดินตามรอยพระยุคลบาทครับ &amp;nbsp;ไม่มีวันใดที่ไม่คิดถึงพระองค์ท่านครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, นิด้า, รองเท้าดอยตุง โอนิซึกะไทเกอร์, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b387426ec65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.อานนท์เปิดมุมมุ้งมิ้งของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้โพสต์ข้อความและรูปบนเฟซบูกว่า มุมมุ้งมิ้งของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ดูของพระราชทานแพทย์โรคติดเชื้อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎที่ดูแลคนไข้โควิดสิครับ หมอนกับผ้าห่มลายการ์ตูนสีชมพู พวกหมอพวกนี้ก็ดีใจกันใหญ่ เหมือนเด็กได้ของเล่น เป็นการพระราชทานกำลังใจให้คนทำงานเพื่อประชาชน โดยพระราชา แต่ว่าของพระราชทาน เป็นของที่น่ารักถูกใจพวกหมอพยาบาลกันมากเหลือเกิน เข้าเวร ต้องนอนในโรงพยาบาล มีหมอนและมีผ้าห่มพระราชทานให้ใช้ น่ารักดีเหมือนกันนะครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104996</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, นิด้า, พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว, มุ้งมิ้ง, สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์, อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b6ec50ba525.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งสติ! &#039;ดร.วรัชญ์&#039; เผยยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ &#039;โควิดสายพันธุ์อินเดีย&#039; รุนแรงกว่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.64 - ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องโควิดสายพันธุ์อินเดียว่า เท่าที่มีข้อมูล&amp;nbsp;มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นกว่าสายพันธุ์อังกฤษ (ซึ่งก็แพร่กระจายง่ายกว่าสายพันธุ์อู่ฮั่นอยู่แล้ว) แต่ไม่น่าจะเกิน 50% ผู้เชี่ยวชาญคิดว่าน่าจะอยู่ประมาณ 25%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อังกฤษเชื่อว่าวัคซีนป้องกันได้ โดยมีการวิจัยของอินเดีย พบว่า AZ ป้องกันได้ 97% ส่วนซิโนแวค ยังไม่มีการนำไปใช้จริง แต่ผู้เชี่ยวชาญศึกษาโครงสร้างของไวรัสแล้วเชื่อว่าวัคซีนต่างๆน่าจะป้องกันได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยสายพันธุ์นี้จะมีอาการรุนแรงมากกว่าเดิม ที่อังกฤษกำลังศึกษา (เพราะก็โดนอยู่เหมือนกัน) และน่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้นในอาทิตย์หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวคิดว่า สายพันธุ์แอฟริกาใต้ น่ากลัวที่สุดครับ เพราะมีการศึกษาจริงแล้วว่าวัคซีนประสิทธิภาพลดลงไปเยอะมาก แต่แม้ว่าจะลดไปเยอะยังไง วัคซีนก็ยังป้องกันการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้เกือบ 100% อยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103748</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้า, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต, โควิดสายพันธุ์อังกฤษ, โควิดสายพันธุ์อินเดีย, โควิดสายพันธุ์แอฟริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a6f213e2d2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 20:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ปรับทัพดึง &#039;ดร.วรัชญ์&#039; อาจารย์นิด้าร่วมทีมยุทธศาสตร์แก้ข่าวปลอมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วง 08.30 น. จากนั้นในเวลา 12.00 น. นายกฯได้เรียก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หารือที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การหารือด่วนครั้งนี้ จากกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำ ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีสั่งกำชับให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในการควบคุมและรักษาผู้ติดโควิด-19 ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งเร่งคัดกรองเชิงรุกหาผู้ติดเชื้อให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในการหารือครั้งนี้ คณะแพทย์และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แสดงความความกังวลในเรื่องการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในสถานโควิด-19 ช่วงนี้ โดยเสนอให้มีการสื่อสารที่รวดเร็วและสร้างความเข้าใจกับประชาชนมากที่สุด เช่น การชี้แจงข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน อยากให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันการสื่อสารกับประชาชนต้องมียุทธศาสตร์ เพราะที่ผ่านมาไม่มียุทธศาสตร์การสื่อสาร ทำให้เกิดความสับสนในการสร้างความเข้าใจกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงได้มีการวางแนวทางทีมยุทธศาสตร์สื่อสารของรัฐบาลใหม่ โดยมี ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยงานให้การสื่อสารเป็นไปอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103241</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้า, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a26e53d85a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
