<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2025 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ปลื้มนิด้าโพลเช็กเรตติ้งยังครองใจคนใต้อันดับหนึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของนิด้าโพล ว่า ความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ถือว่ายังมีคะแนนนิยมสูงกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งที่ผ่านมามีมากถึงร้อยละ 84.94 และในการเลือกตั้งครั้งหน้า แม้จะมีตัวเลขในผลโพล ระบุว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.14 ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ แต่หากมองอันดับรองลงไปคือร้อยละ 30.04 ก็ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; สำหรับกลุ่มที่ระบุว่ายังไม่แน่ใจนั้น เชื่อว่าในสัดส่วนนี้ยังมีความนิยมในพรรคประชาธิปัตย์อยู่ เพราะเมื่อย้อนไปดูผลโพลของหลายสำนักที่สำรวจในช่วงระหว่างสมัยของสภาก็พบว่า ตัวเลขของผู้ที่ตอบว่าไม่มั่นใจมีตัวเลขสูงในทุกครั้ง เพราะยังอยู่ในช่วงเวลาที่ยังไม่ได้มีการกำหนดเวลาในการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมตัวเลขจากผลโพลนั้น ยังถือว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความนิยมในภาคใต้เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนตัวเลขที่ผันแปร ก็ต้องขอบคุณผลโพลล์ที่ทำให้พรรคได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับมุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้ประชาชน รวมทั้งชาวสวนยาง ชาวสวนปาล์มให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะนโยบายการประกันรายได้เกษตรกรในสินค้าเกษตรพืชหลัก 5 ชนิด ได้ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น และต้องยอมรับว่าเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะราคาปาล์มที่ประกันรายได้ไว้กิโลกรัมละ 4 บาท ตอนนี้ราคาท้องตลาดวิ่งขึ้นไปสูงถึงกิโลกรัมละ 8 บาทกว่า เป็นราคาที่สูงมาก ทำให้ชาวสวนปาล์มพอใจกับการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเป็นอย่างมาก เพราะช่วยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น.&lt;/p&gt;
h25thth
tga365th
gslotz999th
betflik88th
betup888th
kinggame365th
sb888
wowslot818th
bar4bets
livewin1688th
imba96
wowgame1234
ufa100
gg168th
wingame99th
pxjth
dk7th
sands999th
ufa365day
ufa191th
ufa168th
ufa800th
ufa289th
ufa656th
ufa345th
lagalaxy1th
legalaxy88
sbobetth
ufa747th
ufa25hrth
ufa888th
ufa24hth
ufa350th
ufa777th
ufa4kth
askmebetth
ambbet
Betflik28
betwayth
databet88
wowslot1688th
wowslot369th
wowslot007th
wowslot191
wowslot888th
wowslot345th
joker123
joker123th
jokerslotz999
live22
pg888th
pg789
pg888asia
xoslotz
188bet
1ufabet
123plus
123play
123maxx
168pg
bet365
fun88
ib888
818king
77evo
imi689
ezslot
123up
hengjing168
allslot
ufa888goal
ufa888goal
ufa888goal
ivip9
allcasino
8xbet
hydra888
k9win
faz123
777pg
lucabet168
beo555
bozz777
gembet99
brazil999
918kissme
123vip
joker999
369superslot
bitbet69
g2g24time
123auto
huc99
fox88
ezcasino
123vega
goodbet711
fafa888
g2g789t
akbet
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120058</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ปชป., ภาคใต้, ราเมศ รัตนะเชวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f7d4060d2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิด้าโพล&#039;เปิดความคิดเห็นคนใต้ถึงการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;วันวาน...วันนี้ &amp;nbsp;ของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11 &amp;ndash; 13 ตุลาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคใต้ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,315 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับวันวาน...วันนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย &amp;nbsp;(Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่มีสิทธิเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 84.94 ระบุว่า เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ รองลงมา ร้อยละ 13.08 ระบุว่า ไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 1.45 ระบุว่า ยังไม่เคยไปเลือกตั้งเลย และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงคะแนนเสียงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา (เฉพาะผู้ที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์) พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.41 ระบุว่า เลือกพรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 38.59 ระบุว่า ไม่ได้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในจำนวนผู้ที่ไม่ได้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 39.68 ระบุว่า เลือกพรรคพลังประชารัฐ รองลงมา ร้อยละ 29.93ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp;ร้อยละ 9.05 ระบุว่า ไม่ได้ไปเลือกตั้ง ร้อยละ 6.73 ระบุว่า เลือกพรรคอนาคตใหม่ ร้อยละ 4.18 ระบุว่า เลือกพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 2.79 ระบุว่า เลือกพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 2.55 ระบุว่า ไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO) ร้อยละ 1.86 ระบุว่า เลือกพรรคประชาชาติ ร้อยละ 1.39 ระบุว่า เลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ร้อยละ 0.46 ระบุว่า เลือกพรรคเสรีรวมไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคเพื่อชาติ ในสัดส่วนที่เท่ากัน &amp;nbsp;และร้อยละ 0.23 ระบุว่า เลือกพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคชาติพัฒนา ในสัดส่วนที่เท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการลงคะแนนเสียงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.14 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ รองลงมา ร้อยละ 30.04 ระบุว่า จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 20.38 ระบุว่าเป็น จะไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 0.84 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบุว่า จะไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO) และร้อยละ 0.60 ระบุว่า จะไม่ไปเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119944</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนใต้, นิด้าโพล, พรรคประชาธิปัตย์, เลือกตั้งครั้งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211017/image_big_616b7138d19e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลจี้บิ๊กตู่ยุบสภา! ‘ไพบูลย์’จ่อชงกม.ลูกย้อนไปใช้สมัย‘อภิสิทธิ์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์พลิก นิด้าโพลเผย ประชาชนจี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยุบสภาโดยเร็ว! &amp;nbsp;แนะเอาให้ชัด อย่าทำอึมครึมเรื่องวาระ 8 ปีเก้าอี้นายกฯ ต้องประกาศมาเลยจะอยู่เป็นนายกฯ ไม่เกิน ส.ค.65 &amp;quot;เสี่ยแฮงค์-สามมิตร&amp;quot; ยัน พปชร.เสนอชื่อประยุทธ์ชิงนายกฯ คนเดียว ขวางพีระพันธุ์หวังส้มหล่น &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; ฟิตเตรียมชงกฎหมายลูกหลังโปรดเกล้าฯ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;พลเอกประยุทธ์ กับ 3 ประเด็นทางการเมือง&amp;rdquo; โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,311 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ กับ 3 ประเด็นทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิด้าโพลระบุว่า เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่ 40.73% ระบุว่านายกฯ ควรประกาศว่า 8 ปีคืออยู่ในตำแหน่งไม่เกินสิงหาคม 2565 รองลงมา 38.37% ระบุว่านายกฯ ควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความโดยเร็ว, 15.03% ระบุว่านายกฯ ควรอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร และ 5.87% ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อกระแสการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่ 40.35% ระบุว่าควรประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว รองลงมา 30.05% ระบุว่าควรประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรหลังจากกฎหมายการเลือกตั้งได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ, &amp;nbsp;22.12% ระบุว่าไม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎร อยู่ยาวไปเลยให้ครบเทอม 4 ปี, 5.72% ระบุว่าควรประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรก่อนการถูกอภิปายไม่ไว้วางใจในปีหน้า และ &amp;nbsp;1.76% ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการปรับคณะรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่ &amp;nbsp;50.34% ระบุว่าควรมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ รองลงมา 18.92% ระบุว่าไม่ควรมีการปรับ ครม. 12.36% ระบุว่าควรมีการปรับ ครม. โดยเอาคนนอกเข้ามาแทน 2 ตำแหน่งในโควตาพรรคพลังประชารัฐ, 11.82% ระบุว่าควรมีการปรับ ครม. เฉพาะในส่วน 2 ตำแหน่งของพรรคพลังประชารัฐ และ 6.56% ระบุว่าไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสการยุบสภา โดยยืนยันว่านายกฯ ไม่มีการยุบสภาอย่างแน่นอน และจะอยู่ครบเทอม เนื่องจากขณะนี้ประเทศได้เกิดสถานการณ์หลายอย่าง ทั้งการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 และสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด และนายกฯ รัฐบาลก็กำลังแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลยังย้ำว่า การลงพื้นที่ของนายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องนั้น เนื่องจากขณะนี้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จึงเป็นหน้าที่ของนายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนจะต้องลงพื้นที่เพื่อไปให้ความช่วยเหลือ โดยไม่ใช่เป็นการลงพื้นที่หาเสียงหรือเตรียมการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลยังระบุว่า ไม่มีนายกฯหรือรัฐมนตรีคนใดนำความเดือดร้อนของประชาชนไปเป็นประเด็นทางการเมือง หรือจะนำไปหาประโยชน์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไม่ว่าประเทศจะเกิดสถานการณ์ใดๆ ขึ้น หรืออยู่ในสถานการณ์ปกติ นายกฯ ก็ได้ลงพื้นที่พบประชาชนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และทำมาตั้งแต่เข้ามาบริหารแผ่นดิน นอกจากนี้ นายกฯ ยังให้ความสำคัญกับการประชุมที่มีความสำคัญกับประเทศโดยได้ให้นโยบายในการเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ปี พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 3/2564 และย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างรอบคอบ รัดกุม และคำนึงถึงสถานการณ์ด้านสาธารณสุข ดังนั้นจึงเป็นการยืนยันได้แล้วว่านายกฯ จะยังไม่ยุบสภา และจะอยู่ทำงานจนครบเทอมอย่างแน่นอน ขอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้รอไปก่อน เพราะนายกฯ ไม่ยุบสภาอย่างแน่นอน นายกฯ จะไม่ทิ้งประชาชนที่ขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ หากฝ่ายค้านอยากเข้ามามีอำนาจ ก็ขอให้เข้ามาตามกติกาหลังนายกฯ หมดวาระแล้ว และทางที่ดีฝ่ายค้านน่าจะเอาเวลานี้ไปช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบปัญหา ให้ประชาชนได้เห็นความดีของฝ่ายค้านบ้าง มากกว่าการออกมาพูดกล่าวหาโจมตีคนอื่นหวังผลทางการเมืองของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าหวังว่านายกฯ จะยุบสภาก่อนครบวาระ ไม่มีแน่นอน คงเป็นแค่ฝันกลางวันหรือฝันค้างของฝ่ายค้าน ให้ระวังกระหายอยากมีอำนาจ อยากเป็นรัฐบาลมากเกินไป ระวังอกแตกตายก่อน เพราะนายกฯ มีผลงานรัฐบาลดีวันดีคืน เลือกตั้งสมัยหน้า มีโอกาสสูงที่ฝ่ายค้านก็ยังจะรักษาความเป็นแชมป์ฝ่ายค้านได้เหมือนเดิม ไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน เพราะประชาชนส่วนใหญ่มองว่าเหมาะสมทำหน้าที่ค้านได้ดีมาก ไม่สมควรมาเป็นรัฐบาล เพราะผลงานและฝีมือไม่ถึง ทำหน้าที่ไม่ได้ดั่งใจประชาชน&amp;quot; นายเสกสกลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคพลังประชา รัฐมนตรีจากกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามาเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐด้วยว่า เป็นเรื่องดีที่นายพีระพันธุ์เข้ามาร่วมกันทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เริ่มมีคนมาอยู่ในพรรคพลังประชารัฐมากขึ้น ล่าสุดนายชื่นชอบ คงอุดม บุตรชายของนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทนายอนุชากล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ได้หมายความว่ามีคนเข้า-ออกพรรคเป็นจำนวนมาก ยังเป็นส่วนน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีของนายชื่นชอบ มีนัยทางการเมืองหรือไม่ และจะมีการยุบพรรคพลังท้องถิ่นไทมารวมกับพรรคพลังประชารัฐด้วยหรือไม่นั้น นายอนุชากล่าวว่า ต้องดูว่าการเมืองในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร มันต้องอ่านบริบทการเมืองตั้งแต่เรื่องรัฐธรรมนูญว่าถ้าแก้ไขแล้วใครจะคิดอย่างไร &amp;nbsp;พรรคขนาดใหญ่ พรรคขนาดกลาง และขนาดเล็กจะคิดอย่างไร ก็ต้องไปว่ากันตอนที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญสะเด็ดน้ำแล้ว โดยตอนนี้ยังไม่มีการประกาศรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขออกมา เราจึงยังพูดอะไรไม่ได้ เพียงแต่ทุกคนรอดูแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้รอดูแล้วกันว่าหลังจากมีการประกาศรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขออกมาแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ จะต้องขยับตัวในเรื่องความคิดต่อประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง 2 ใบ ที่ถือประเด็นสำคัญสำหรับแนวคิดหรือยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองในวันข้างหน้า ส่วนเรื่องที่ประเมินกันว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่จริง ไม่มีสัญญาณ ไม่มีอะไรแม้แต่นิดเดียว เป็นการประเมินกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวหลังถูกถามว่าถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ประชาชนจะยังเลือกพล.อ.ประยุทธ์อีกหรือไม่ ว่ายังมีประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังรักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ที่เชื่อว่ามีประชาชนเยอะมากที่ยังรักนายกฯ คิดว่าถ้าในอนาคตได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจ หรือได้ทราบในวิถีทางต่างๆ มีประชาชนที่รักนายกฯ เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า พลังประชารัฐยังเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ เพียงชื่อเดียวใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ใช่ๆ เพราะยังไม่มีสัญญาณอะไรเป็นอย่างอื่น เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายมองว่านายพีระพันธุ์อาจมาเป็นนายกฯ สำรอง นายอนุชากล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มี ไม่เคยได้ยิน นิดเดียวก็ยังไม่เคยได้ยิน บอกหน่อยว่าไปได้ยินกันมาจากไหน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ จ.ตราดในกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน โดยกล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศว่าจะยึด 9 ที่นั่งในภาคตะวันออกว่า ก็เป็นเรื่องของพรรค ปชป. แต่ก้าวไกลเราทำงานการเมืองเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ ส่วนของกติกาเลือกตั้งที่มี 2 ใบ พรรคไม่กลัว เราพร้อมปรับตัว ยังมีเวลา และจะต่อสู้ในทุกมิติ ทุกกติกาแน่นอน&amp;nbsp;
วันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูก ทั้งตัวพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และพรรคการเมือง​ว่า​ ร่างเสร็จแล้ว รอนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรครัฐบาล (วิปรัฐบาล) หารือกับวิป 3 ฝ่ายก่อน เนื่องจากต้องเสนอรัฐสภาพิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่า​จะแก้ประเด็นใดบ้าง​ นายไพบูลย์กล่าวว่า​ มีเรื่องบัตรเลือกตั้ง​ 2 บัตร​ จะแก้ไปตามรัฐธรรมนูญ​ โดยร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรค ปชป.ในมาตรา 91 วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชี​รายชื่อก็ใช้​ถ้อยคำมาจากรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมปี 2554 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดย ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน จะนำ​ ส.ส. 100 คนมาหารจากคะแนนรวมทั้งประเทศ​ ซึ่งจะได้คะแนนที่ ส.ส.พึงมีต่อ 1 คน​ สมมุติ​หารคะแนนที่ประชาชน​มาออกเสียง 32 ล้านใบ ก็จะนำมาหาร 100 จะเท่ากับ​ 320,000 คะแนน​ ​และนำคะแนนนี้ไปหารคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้​ &amp;nbsp; ถ้าหารแล้วได้คะแนนออกมา จะดูให้ได้จำนวนเต็มคือ​ 1% ขึ้นไป​ ​พรรคใดที่ได้ตั้งแต่ ​320,000 คะแนนขึ้น​ไปจะได้ ส.ส.ตามจำนวนเต็มก่อน​ ส่วนเศษยังไม่พูดถึง​ เมื่อแบ่งช่วงแรกไปแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ได้รับการจัดสรร ส.ส.พึงมีไปแล้วเหลือ ส.ส.ที่อาจจะไม่ครบ 100 อย่างแบ่งไปแล้วได้​ ​97 คน ถือว่าเหลือ ส.ส. 3 คน​ จะมาดูว่าพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเต็มหรือได้ 1 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป​ มีพรรคการเมืองใดได้เศษมากที่สุด​พรรคการเมืองนั้นก็จะได้ ส.ส.เพิ่มอีกคน​&amp;nbsp;
&amp;quot;นี่เป็นแนวของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ปี ​2554​ ซึ่งในร่างของพรรค พปชร.ก็ร่างมาในแนวนี้​ ดังนั้นจะไม่มี ส.ส.ที่พรรคได้คะแนนไม่ถึง 320,000​ คน​ การได้ ส.ส.​ต้องได้คะแนนเต็ม และพรรคที่ได้คะแนนเต็มเท่านั้น​ถึงจะได้เศษ​ จะไม่มี ส.ส.พรรคปัดเศษ​ เพราะต้องได้คะแนนเต็มก่อนเศษที่เหลือถึงค่อยมาแบ่งกัน&amp;rdquo;
&amp;ldquo;กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะมาในแนวนี้คือ​ แก้ไข​ ​4 เรื่อง​ 1.จำนวน ส.ส.เขต 350 คนให้เป็น 400 คน​ ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก 150 คนเป็น 100 คน 2.การแก้ไขให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 3.แก้ไขวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ 4.ในการเลือกตั้ง ส.ส.เขตกับบัญชีรายชื่อจะแก้ไขให้ใช้เบอร์เดียวกันทั้งหมด ซึ่งจะเหมือนกับปี 2554 ที่ใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศ​ ทั้งนี้ การแก้ไขนั้นเตรียมไว้หมดแล้ว​ พร้อมที่จะยื่นให้กับประธานรัฐสภา​ แต่ต้องรอรัฐธรรมนูญโปรดเกล้าฯ ก่อน​ เมื่อโปรดเกล้าฯ แล้วไม่เกิน 2-3 วันก็จะยื่น&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119346</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ยุบสภาโดยเร็ว, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_616232c708734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นิด้าโพลเผยประชาชนจี้ &#039;พลเอกประยุทธ์&#039; ประกาศชัดเจนว่าจะดำรงตำแหน่งนายกฯไม่เกิน ส.ค.65 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ต.ค. 2564 &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;พลเอกประยุทธ์ &amp;nbsp;กับ 3 ประเด็นทางการเมือง&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5 &amp;ndash; 8 ตุลาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา &amp;nbsp;และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,311 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับพลเอกประยุทธ์ กับ 3 ประเด็นทางการเมือง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี ความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญเรื่องวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 8 ปี ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.73 ระบุว่า นายก ฯ ควรประกาศว่า 8 ปีคือ อยู่ในตำแหน่งไม่เกิน สิงหาคม 2565 รองลงมา ร้อยละ 38.37 ระบุว่า นายก ฯ ควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความโดยเร็ว ร้อยละ 15.03 ระบุว่า นายก ฯ ควรอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร และร้อยละ 5.87 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อกระแสการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.35 ระบุว่า ควรประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว รองลงมา ร้อยละ 30.05 ระบุว่า ควรประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรหลังจากกฎหมายการเลือกตั้งได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 22.12 ระบุว่า ไม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎร อยู่ยาวไปเลยให้ครบเทอม 4 ปี ร้อยละ 5.72 ระบุว่า ควรประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรก่อนการถูกอภิปายไม่ไว้วางใจในปีหน้า และร้อยละ 1.76 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการปรับคณะรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.34 ระบุว่า ควรมีการปรับ ครม. ครั้งใหญ่ รองลงมา ร้อยละ 18.92 ระบุว่า ไม่ควรมีการปรับ ครม. ร้อยละ 12.36 ระบุว่า ควรมีการปรับ ครม. โดยเอาคนนอกเข้ามาแทน &amp;nbsp;2 ตำแหน่งในโควตาพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 11.82 ระบุว่า ควรมีการปรับ ครม. เฉพาะในส่วน 2 ตำแหน่งของพรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 6.56 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119270</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ปรับครม., ยุบสภา, วาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี, ศาลรัฐธรรมนูญ, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_616232b86fd81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 07:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 07:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039;มาแรง คนกรุงฯอยากให้เป็นผู้ว่า กทม.คนใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 2564 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;อยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 6&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 27 &amp;ndash; 30 กันยายน 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,318 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกี่ยวกับประชาชนอยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 6 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย &amp;nbsp;(Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ &amp;nbsp; ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 29.74 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 27.92 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 13.66 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อันดับ 4 ร้อยละ 9.33 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อันดับ 5 ร้อยละ 4.10 ระบุว่าเป็น น.ส.รสนา โตสิตระกูล อันดับ 6 ร้อยละ 3.26 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อันดับ 7 ร้อยละ 2.73 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล อันดับ 8 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.97 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 10 ร้อยละ 1.29 ระบุว่าเป็น นายสกลธี ภัททิยกุล อันดับ 11 ร้อยละ 1.14 ระบุว่า ไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO) และจะไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 1.52 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ ผู้สมัครจากพรรคกล้า ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทย ผู้สมัครจากพรรคไทยภักดี และเฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจอยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 5 เดือนกันยายน 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp; ชัยจินดา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp; และไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO)มีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังไม่ตัดสินใจ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และนายสกลธี ภัททิยกุล มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. จำแนกตามกลุ่มเขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง อันดับ 1 ร้อยละ 35.56 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 27.41 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 11.11 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และอันดับ 4 ร้อยละ 10.37 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 32.40 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 26.82 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 11.17 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 8.94 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 31.17 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 28.74 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 13.77 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 6.48 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก อันดับ 1 ร้อยละ 29.03 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 24.93 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 15.83 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 11.44 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 31.07 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 2 ร้อยละ 27.68 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 13.56 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 9.61 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. กลุ่มเขตกรุงธนใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 32.64 ระบุว่าเป็น ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 23.01 ระบุว่า ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 &amp;nbsp; ร้อยละ 14.23 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 8.37 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.70 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 22.46 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 9.48 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา &amp;nbsp;อันดับ 4 ร้อยละ 6.60 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อันดับ 5 ร้อยละ 5.16 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครอิสระที่ไม่เกี่ยวกับผู้สมัครผู้ว่า ฯ อันดับ 6 ร้อยละ 4.10 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 7 ร้อยละ 3.72 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย อันดับ 8 ร้อยละ 3.64 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล อันดับ 9 ร้อยละ 3.03 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม น.ส.รสนา โตสิตระกูลอันดับ 10 ร้อยละ 1.97 ระบุว่า ผู้สมัครในทีม ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อันดับ 11 ร้อยละ 1.90 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;อันดับ 12 ร้อยละ 1.59 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม นายสกลธี ภัททิยกุล อันดับ 13 ร้อยละ 1.14 ระบุว่า ไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO) และจะไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 1.37 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ ผู้สมัครจากพรรคกล้า ผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทย ผู้สมัครจากพรรคไทยภักดี ผู้สมัครจากพรรคไทยศรีวิไลย์ และเฉย ๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจอยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 5 เดือนกันยายน 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครอิสระที่ไม่เกี่ยวกับผู้สมัครผู้ว่า ฯ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp; และผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือ พรรคก้าวไกล มีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ &amp;nbsp;ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัครในทีม น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครในทีม ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัครในทีม นายสกลธี ภัททิยกุล มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จำแนกตามกลุ่มเขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กลุ่มเขตกรุงเทพกลาง อันดับ 1 ร้อยละ 31.85 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 24.45 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ &amp;nbsp; สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 8.89 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และอันดับ 4 ร้อยละ 6.67 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครอิสระที่ไม่เกี่ยวกับผู้สมัครผู้ว่า ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กลุ่มเขตกรุงเทพใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 34.64 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 23.46 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 7.82 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 6.15 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กลุ่มเขตกรุงเทพเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 32.39 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 25.51 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ &amp;nbsp; สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 10.12 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 5.67 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครอิสระที่ไม่เกี่ยวกับผู้สมัครผู้ว่า ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก อันดับ 1 ร้อยละ 31.96 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 20.82 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ &amp;nbsp; สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 9.38 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 7.92 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ อันดับ 1 ร้อยละ 27.12 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 22.60 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ &amp;nbsp; สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 11.87 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 6.22 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. กลุ่มเขตกรุงธนใต้ อันดับ 1 ร้อยละ 37.24 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 2 ร้อยละ 19.66 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม ดร.ชัชชาติ &amp;nbsp;สิทธิพันธุ์ อันดับ 3 ร้อยละ 11.30 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และอันดับ 4 ร้อยละ 7.11 ระบุว่าเป็น ผู้สมัครในทีม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นิด้าโพล, ผู้ว่า กทม., อยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 6</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6158f36771aba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;เอาอย่างนายกฯญี่ปุ่น เรตติ้งฮวบไขก๊อกได้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความนิยมทางพรรคการเมืองรายไตรมาสครั้งล่าสุดว่า ความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตกต่ำที่สุดในช่วงที่ผ่านมา เหลือเพียง 17.54% เท่านั้นว่า เท่ากับคนไทยที่ไม่ได้สนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีมากกว่า 82% ซึ่งแตกต่างจากโพลของนิด้าที่เคยมีการจัดทำก่อนการเลือกตั้งในช่วงเดือนกันยายน 2561 ซึ่งในตอนนั้น ความนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์ อยู่ที่ 29.66%&amp;nbsp; สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพในการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน นอกจากจะไม่พาประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า ยังฉุดรั้งให้ตกต่ำลงเรื่อยๆ ประชาชนอดอยากจากภัยโรคระบาด และพิษเศรษฐกิจ ประเทศชาติต้องเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ต้องเตรียมขยายเพดานกู้เพื่อมาใช้จ่าย คนรุ่นใหม่มองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง จนต้องออกมาเรียกร้องและขับไล่รายวัน สุดท้ายไทยกลายเป็นประเทศที่ล้าหลังไปอีก 20-30 ปี อย่างที่ต่างชาติได้เคยประเมินไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้พลเอกประยุทธ์ ดูนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูกะ ของญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง ที่ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งภายหลังบริหารมา 1 ปี เพราะมีคะแนนนิยมตกต่ำลงมาน้อยกว่า 30% เพื่อเปิดให้ประเทศได้มีโอกาสคัดสรรหาผู้นำคนใหม่ ที่มีความเหมาะสมมากกว่า ในเวลานี้เป็นจุดต่ำสุดของประเทศคือการที่มีผู้นำที่ชื่อพลเอกประยุทธ์ ที่นอกจากจะบริหารประเทศย่ำแย่ตกต่ำ ทำอะไรไม่ได้แล้วจึงบอกให้ประชาชนช่วยกันสวดมนต์ แต่ถึงท่านจะหันหน้าพึ่งทางธรรม ภาวนาสักแค่ไหน ความนิยมในตัวท่านก็คงไม่ปรับเพิ่มขึ้น ผมขอให้ท่านพิจารณาถอนตัวออกจากบทบาทนี้ยังไม่สาย อย่าอยู่ฉุดรั้งความเจริญของประเทศอีกเลยครับ&amp;rdquo; นายชนินทร์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117982</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, นิด้าโพล, บิ๊กตู่, พท., เรตติ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61516371f0d3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 06:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิด้าโพล&#039;เปิดคะแนนนิยมการเมืองล่าสุด &#039;พล.อ.ประยุทธ์&#039; ยังครองใจชาวไทย นำหน้า&#039;สุดารัตน์ -พิธา&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 2564 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/2564&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 &amp;ndash; 23 กันยายน 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,018 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง การสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.61 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 17.54 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาได้ดี ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก อันดับ 3 ร้อยละ 11.15 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพราะ ที่ผ่านมาเคยบริหารงานได้ดี มีผลงานที่โดดเด่น ใส่ใจประชาชนและมีประสบการณ์การทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4 ร้อยละ 11.05 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นนักบริหารงานที่ดี มีภาวะผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์ที่ดี มองการณ์ไกล&amp;nbsp; และมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน อันดับ 5 ร้อยละ 9.07 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ มีความเด็ดขาด &amp;nbsp;ในการตัดสินใจ บริหารงานอย่างตรงไปตรงมา และมีวิสัยทัศน์ในการทำงาน อันดับ 6 ร้อยละ 7.48 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.58 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคกล้า) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง วางตัวดี มีความรู้ความสามารถ และมีวิสัยทัศน์ที่ดี อันดับ 8 ร้อยละ 2.33 ระบุว่าเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์ และจริงจังกับการทำงาน อันดับ 9 ร้อยละ 1.54 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ ชื่นชอบแนวคิดการทำงาน มีวิสัยทัศน์ที่ดี และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 10 ร้อยละ 1.24 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา และชื่นชอบในการทำงาน และร้อยละ 3.41 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคเศรษฐกิจใหม่) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายวันมูหะมัดนอร์ &amp;nbsp; มะทา (พรรคประชาชาติ) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา)&amp;nbsp; นายชวน หลีกภัย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร นายสุทิน คลังแสง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 2/64 เดือนมิถุนายน 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.82 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย อันดับ 2 ร้อยละ 22.50 ระบุว่า พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.11 ระบุว่า พรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 9.51 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 7.78 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 4.86 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.68 ระบุว่า พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 1.93 ระบุว่า พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.39 ระบุว่า พรรคกล้า อันดับ 10 ร้อยละ 1.14 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 2.28&amp;nbsp; ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคเพื่อชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคชาติพัฒนา พรรคประชาชาติ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 2/64 เดือนมิถุนายน 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยสร้างไทย &amp;nbsp;พรรคกล้า และพรรคภูมิใจไทย มีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117849</URL_LINK>
                <HASHTAG>คะแนนนิยมทางการเมือง, นิด้าโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_614fb686d7a00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
